ตัวอ่อน ( prolarva, larva or nymph)
ตัวอ่อนออกจากไข่ใหม่ๆเรียกโปรลาวา(prolarva) กินเวลา2-3วินาที ก็กลายเป็นลาวา(larva) ประกอบด้วย3ส่วนได้แก่ หัว อก ท้อง ส่วนหัวมีริมฝีปากล่างที่พัฒนาให้สำหรับจับเหยื่อที่ถูกดันออกไปด้วยความเร็วสูง ประกอบด้วยสองส่วนคือ โพสเมนตัม(postmentum)ชี้ไปข้างหลังถึงส่วนขา กับ พรีเมนตัม(prementum) วางตัวแบนๆแนบติดกับ postmentum ชี้ไปข้างหน้า มีจะงอยคล้ายกรงเล็บ2อัน ใช้สำหรับจับเหยื่อ ตามีขนาดเล็ก มีหนวด (antenna)เป็นปล้องๆใช้แยกชนิดของแมลงปอ ส่วนอกและท้องคล้ายตัวเต็มวัย ตัวอ่อนของ damselfly มีเหงือก(gill) 3 เส้นที่ปลายของส่วนท้อง(caudal type) มีเส้นเลือดดำหนาแน่นใช้สำหรับกรองออกซิเจนจากน้ำสำหรับหายใจ ใช้เป็นหางเสือขณะเคลื่อนไหวและปั้มลมให้มีแรงขับเคลื่อนรวดเร็วขณะว่ายน้ำหนีศัตรู เหงือกขาดง่าย แต่สร้างขึ้นใหม่ได้เมื่อมีการลอกคราบครั้งต่อไป ขนาด รูปร่าง เส้นเลือด และสีของเหงือก ช่วยบอกชนิดของแมลงปอได้
สำหรับเหงือกของตัวอ่อนdragonflyอยู่ในช่องขับถ่าย(rectal type) มีระยาง(appendages)เป็นพวงที่ปลายท้อง ใช้ป้องกันรูก้น มันจะบีบรูก้นอย่างแรง ช่วยให้ว่ายน้ำหนีศัตรูได้เร็วขึ้น ตัวอ่อนของ dragonflies มีลำตัวแข็งแรง (robust) รูปร่างคล้ายลูกกระสุนเวลาอยู่ตามต้นไม้น้ำ และดูแบนราบเมื่ออยู่ที่พื้นท้องน้ำ ส่วนตัวอ่อนของ damselfly มีรูปร่างเพรียวกลมทรงกระบอก มันชอบอยู่ที่พื้นท้องน้ำ ในพุ่มไม้น้ำ ในโคลน หรือซอกหิน
ศัตรูสำคัญของมันคือปลาและกบ อาหารของมันคือไข่ปลา ลูกกบ(tadpoles) ตัวอ่อนของแมลงอื่นๆ แมลงและลูกปลาตัวเล็กๆ
เนื่องจากแมลงปอมีโครงร่างเป็นเปลือกแข็งอยู่ด้านนอก(external skeleton) จึงจำเป็นต้องมีการลอกคราบเพื่อให้ร่างกายสามารถเจริญเติบโตได้ มันจะลอกคราบ 9-16 ครั้ง ตัวอ่อนระหว่างลอกคราบ เรียก อินสตาร์(instars) ระยะเวลาที่เป็นตัวอ่อนกินเวลาตั้งแต่ 30วัน ถึง6-7 ปี ขึ้นกับชนิดของแมลงปอ เช่น ระยะตัวอ่อนของแมลงปอชนิด Sympetrum fonscolombii กินเวลา3-4เดือน แต่ ระยะตัวอ่อนของแมลงปอ ชนิด Cordulegaster boltonii ใช้เวลาถึง5ปี
การเจริญเติบโตขึ้นกับอาหารและอุณหภูมิในน้ำ น้ำเย็นโตช้ากว่า เมื่อตัวอ่อนโตเต็มที่มันจะคลานตามกิ่งไม้ขึ้นจากน้ำ ตัวอ่อนระยะนี้จะอ่อนแอตายง่าย มันจึงเลือกขึ้นจากน้ำในเวลาที่มีอากาศดีตอนเช้า เมื่อขึ้นจากน้ำ มันจะรอ2-3ชม.ให้ตัวแห้ง หลังจากนั้นก็เข้าสู่ช่วงที่ เรียกว่า อีเมอร์เจนส์ (emergence) เริ่มต้นหลังของมันแยกออก แล้วส่วนหัวจะลอดออกมาก่อน ตามด้วยส่วนอกและท้อง การลอกคราบก็จะเสร็จสมบูรณ์ ระบบไหลเวียนเลือดเริ่มทำงาน สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงทั่วร่างกาย ทำให้ส่วนปีกและท้องยาวขึ้น มีสีสันสวยงาม ต่อมาปีกของมันจะกางออก แล้วบินจากบริเวณแหล่งน้ำถิ่นกำเนิด ไปหาอาหารจำพวกแมลงเล็กๆต่อไป ส่วนคราบเปลือกที่ทิ้งไว้เรียก เอ็กซูเวีย(exuvia ) การลอกคราบครั้งสุดท้ายมีสองแบบ คือ แบบหัวขึ้นบน(upright type emergence) กับ แบบห้อยหัวลง (hanging type emergence) แมลงปอบางชนิดบินไปไกลจากถิ่นกำเนิดเป็นระยะทางมากกว่า 100 กม. และจะกลับมาถิ่นกำเนิดเมื่อถึงฤดูแพร่พันธุ์
