สัตว์โลกใกล้สูญพันธุ์

ปี1869 Pere Davidนักสอนศาสนาและนักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศสไปประเทศจีน ได้จ้างให้นายพรานจับหมีแพนด้าตัวหนึ่งแล้วส่งหนังและกระดูกกลับไปพิพิธภัณฑ์ในปารีสพร้อมเรื่องราวของหมีสีขาวที่น่ารัก ทำให้พิพิธภัณฑ์ในยุโรปและอเมริกาแย่งกันมาประเทศจีนเพื่อจับหมีแพนด้า ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา Theodore Roosevelt ในปี1928 เป็นหนึ่งในผู้ล่ารุ่นแรกๆ มีการล่าหมีแพนด้าเพื่อขายหนังและโครงกระดูกให้แก่พิพิธภัณฑ์ในราคาUS$100,000 ต่อตัว ทำให้รัฐบาลจีนต้องออกกฎหมายห้ามล่าหมีแพนด้าใน วันที่ 24 เม.ย. 1939 ต่อมาสวนสัตว์ต่างๆต้องการหมีแพนด้าไว้ในสวนสัตว์ของตน William Harkness ไปประเทศจีนเพื่อซื้อมาไว้อเมริกา แต่เขาต้องเสียชีวิตอย่างปริศนาในป่าไผ่ก่อนจะเห็นหมีแพนด้า ปี1934 ภรรยาของเขาได้สานต่องานของเขาโดยได้นำหมีแพนด้าชื่อซูหลิน( Su-Lin) เป็นหมีแพนด้าตัวแรกที่เดินทางมาถึงอเมริกาปี1937 ปัจจุบันมีหมีแพนด้าเหลืออยู่ตามธรรมชาติประมาณ1,000ตัวในพื้นที่13,000ตร.กม.( 5,000 ตร.ไมล์)ด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของจีน วันที่ 23 ม.ค. 1984 หมีแพนด้าได้ถูกขึ้นทะเบียนเป็นสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์(endangered) ใช้ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Ailuropoda melanoleuca รัฐบาลจีนกำหนดให้หมีแพนด้าเป็นสมบัติของชาติและใช้หมีแพนด้าเป็นของขวัญเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศเท่านั้น ศัตรูของหมีแพนด้ามีไม่มาก ได้แก่ เสือดาวหิมะ ( snow leopard) และหมาป่าที่ชอบจับลูกหมีเป็นอาหาร นกอินทรีย์อาจจะจับลูกหมีตัวเล็กที่อยู่ในรังเป็นอาหาร ศัตรูที่สำคัญคือมนุษย์ เนื่องจากธรรมชาติของไผ่แต่ละชนิดจะมีวงจรชีวิตเกิดและตายพร้อมกัน ทำให้หมีแพนด้าต้องย้ายถิ่นฐานเพื่อหาป่าไผ่ใหม่ ขณะเดียวกันการเพิ่มขึ้นของประชากรจีน มีการบุกรุกป่า ทำให้ป่าไผ่ลดลง หมีแพนด้าจะขาดอาหารและตายไป ระหว่างปี1974 –1989ถิ่นที่อยู่ของมันลดลง50% บางครั้งมันต้องหนีมาหาอาหารในหมู่บ้าน แอบกินข้าวโพด ข้าวสาลี แม้แต่เข้าไปหาอาหารในครัวของชาวนา ทำให้ต้องเผชิญหน้ากับมนุษย์ ประกอบกับราคาในตลาดมืดของหนังหมีแพนด้าอยู่ที่US$100,000 - US$200,000 ต่อตัว ซึ่งน่าสนใจมาก ทำให้ยังมีการล่าหมีแพนด้าอยู่ แม้จะมีโทษหนักจนถึงประหารชีวิต ขณะเดียวกันหมีแพนด้าขยายพันธุ์ได้ช้าและอัตราการอยู่รอดน้อย ทำให้การเพิ่มปริมาณหมีแพนด้าทำได้ลำบาก

การอนุรักษ์

ปี1975 รัฐบาลจีนได้ประกาศเขตวนอุทยานโวลอง(Wolong Nature Reserve) อยู่ห่างจากเมืองเฉินตูในมณฑลเสฉวน ไปทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือ 120 กม. (74 ไมล์) ครอบคลุมพื้นที่ 207,000เฮกแตร์ มีระดับความสูงตั้งแต่1,200-6,250ม. มีพันธุ์พืช4,000ชนิด อุดมด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ รวมทั้งป่าไผ่ที่เป็นอาหารโปรดของหมีแพนด้า ต่อมาได้จัดตั้งศูนย์อนุรักษ์ ศึกษาและขยายพันธุ์หมีแพนด้า12ศูนย์ ศูนย์โวลองเป็นศูนย์ที่สำคัญและใหญ่ที่สุดในโลก โดยจัดแบ่งพื้นที่เป็นสองเขต ประกอบด้วย

  1. กรงขนาดใหญ่สำหรับหมีแต่ละตัว มีสองส่วนคือ ส่วนที่เป็นที่ร่ม สำหรับนอนพัก กับ ส่วนที่เป็นกลางแจ้งสำหรับออกกำลังกาย
  2. พื้นที่กึ่งกรงขัง(Semi-Nature Enclosures)เป็นพื้นที่ป่าขนาดใหญ่ล้อมรั้ว เพื่อเตรียมความพร้อมให้หมีเกิดความเคยชิน และ ฝึกทักษะในการหาอาหาร ก่อนที่จะถูกส่งกลับสู่ป่า
ศูนย์แต่ละศูนย์มีหน้าที่
  1. ผสมพันธุ์หมีแพนด้าให้ได้ลูกหมี แล้วเลี้ยงดูให้โตขึ้น
  2. เตรียมความพร้อมให้หมีแพนด้า ก่อนปล่อยเข้าป่าไป
  3. ช่วยเหลือหมีแพนด้าที่บาดเจ็บ และเลี้ยงดูมันกรณีที่ไม่สามารถอยู่รอดได้ถ้ากลับเข้าป่า

ศูนย์อนุรักษ์ 12 ศูนย์

1980 มีความร่วมมือระหว่างกองทุนสัตว์ป่าโลก (World Wildlife Fund )กับรัฐบาลจีนเพื่อช่วยเหลือหมีแพนด้า โดยจัดตั้งโครงการอนุรักษ์หมีแพนด้า ที่มีวัตถุประสงค์ดังนี้

  1. ปราบปรามการไล่ล่าหมีแพนด้าเพื่อมิให้จำนวนลดลง
  2. ลดการบุกรุกถิ่นที่อยู่ของหมีแพนด้า
  3. ฟื้นฟูป่าไม้ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่ของหมีแพนด้า
  4. ปรับปรุงป่าไผ่ให้สมบูรณ์
  5. เพิ่มปริมาณหมีแพนด้าในศูนย์ศึกษาและขยายพันธุ์หมีแพนด้า
  6. ปล่อยหมีแพนด้าคืนสู่ป่าตามธรรมชาติ
  7. สำรวจจำนวนและการกระจายของประชากรหมีแพนด้า
  8. จัดหลักสูตรฝึกอบรมและสนันสนุนด้านเครื่องมือ แก่นักอนุรักษ์ และนักวิทยาศาสตร์
  9. กำหนดกิจกรรมที่จำเป็นต้องจัดทำเพื่อช่วยเหลือหมีแพนด้า
โครงการนี้ใช้เงินลงทุน US$52 ล้าน กินเวลา5ปี(1985-1989)โดยมี กิจกรรมดังนี้
  1. จัดตั้งศูนย์อนุรักษ์ ศึกษาและขยายพันธุ์เพิ่มขึ้น 14แห่ง( จากเดิม12แห่ง ) ทำให้สามารถครอบคลุมพื้นที่5,000 ตร.กม. อันเป็นถิ่นที่อยู่ของหมีแพนด้า
  2. ฟื้นฟูเขตป่าไม้อันเป็นถิ่นที่อยู่ของหมีแพนด้า
  3. เพิ่มการตรวจตราเพื่อป้องกันการล่าหมีแพนด้า
  4. ช่วยเหลือเกษตรกร เพื่อลดการพึ่งพาการล่าสัตว์หรือเก็บของป่า ในแถบถิ่นที่อยู่ของหมีแพนด้า
  5. ลดการทำป่าไม้บริเวณชายป่าของเขตอนุรักษ์
  6. รณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงการสงวนพันธุ์สัตว์ที่หายากเช่นหมีแพนด้า
  7. เพิ่มประชากรหมีแพนด้าในศูนย์ให้มากขึ้น และป้องกันจำนวนประชากรหมีไม่ให้ลดลงในระยะยาว
ปี1990มีหมีแพนด้า140ตัวในศูนย์อนุรักษ์ ส่วนใหญ่อยู่ในจีน ที่อยู่นอกประเทศจีน ได้แก่ เกาหลีเหนือ อเมริกา เม็กซิโก อังกฤษ ฝรั่งเศส รัสเซีย และ ญี่ปุ่น จากการศึกษาพบว่า การให้ความเมตตาด้วยการสัมผัสทุกวัน จะทำให้หมีแพนด้าเชื่องมากขึ้น ตั้งแต่ปี1955 เริ่มมีความพยายามทำการผสมพันธุ์หมีแพนด้าภายในศูนย์อนุรักษ์ของจีน 8ปีต่อมา วันที่ 9 ก.ย.1963 หมิงหมิง (Ming-Ming) หมีแพนด้าตัวแรกได้ถือกำเนิดขึ้นในสวนสัตว์ปักกิ่ง(Beijing Zoo) ลี่ลี่ (Li-Li) แม่ของหมิงหมิงเป็นแม่ตัวอย่างที่สามารถเลี้ยงลูกน้อยของมันในกรง ก.ย.1964 มันให้กำเนิดลูกน้อยอีกตัวชื่อหลินหลิน(Lin-Lin)เป็นตัวเมีย ปีถัดมา ก็ให้กำเนิดลูกตัวเมียหนึ่งตัวชื่อเฉียวๆ(Chiao-Chiao) กับตัวผู้หนึ่งตัวชื่อหัวๆ(Hua-Hua) ปี1991 ด้วยความพยายามที่คุ้มค่า ทำให้แม่หมี7ตัวตั้งท้องและให้กำเนิดลูกหมีถึง 9 ตัว มีชีวิตรอด 5 ตัว ซูหลิน(Sulin)เป็นหมีแพนด้าตัวแรกที่มาถึงอเมริกา ปี1937เหมยเหมย(Mei-Mei) เป็นหมีแพนด้าตัวที่สองที่ไปอเมริกาเพื่อผสมพันธุ์กับซูหลิน แต่ไม่ประสพความสำเร็จ ซูหลินมีชีวิตอยู่ได้เพียง14เดือนในสวนสัตว์บรุคฟิลด์ในชิคาโก( Brookfield Zoo in Chicago) ปี1941 มาดามเจียงไคเช็ค(Madame Chiang Kai-Shek)ได้ส่งพันดีกับพันดา(Pan-Dee and Pan-Dah)ให้สวนสัตว์บรองซ์ในนิวยอร์ค(Bronx Zoo in New York) เพื่อเป็นของขวัญสำหรับชาวอเมริกัน ขณะนี้สวนสัตว์ซานดิเอโก (San Diego Zoo)มีหมีแพนด้า 3 ตัว สวนสัตว์แอตแลนต้า (Atlanta Zoo)มี 2 ตัว สวนสัตว์แห่งชาติในวอชิงตันดีซี (Washington D.C.)มี 2 ตัว จนถึงวันนี้มีลูกหมีเกิดใหม่นอกประเทศจีนเพียง 20 ตัว ปี1980กำเนิดลูกหมีแพนด้าตัวแรกนอกประเทศจีนที่สวนสัตว์เม็กซิโก ตัวที่น่าสนใจเกิดเมื่อ ส.ค. 1999ที่สวนสัตว์ซานดิเอโกชื่อหัวเหม่ย( Hua Mei) เป็นเวลาหลายปีที่นักวิจัยได้พยายามแก้ปัญหาการที่แม่หมีแพนด้าทิ้งลูกตัวที่อ่อนแอกว่า โดยการนำลูกหมีแพนด้าที่ถูกทอดทิ้งไปเลี้ยงเองโดยมนุษย์พบว่าประสพความสำเร็จน้อย จึงใช้วิธีใหม่โดยการจับลูกแพนด้าไปให้แม่หมีเลี้ยง สลับกันทีละตัว ทำให้ลูกหมีได้รับภูมิต้านทานและความอบอุ่นจากแม่เท่าๆกัน ลูกหมีแพนด้ามีชีวิตอยู่รอดมากขึ้น

Kingdom: Animalia

Phylum: Chordata

Hosted by www.Geocities.ws

1