ถิ่นที่อยู่
ปัจจุบันหมีแพนด้าตามธรรมชาติพบได้ในประเทศจีนเท่านั้น มันอาศัยอยู่ในบริเวณภูเขาที่มีต้นไผ่หนาแน่นทางตอนกลางของจีน เช่นตอนเหนือและตอนกลางของมณฑลเสฉวน (Sichuan Province) บนภูเขาด้านใต้สุดของมณฑลกันซู (Gansu) บนเขาชิงหลิง (Qinling)ของมณฑลชานสี (Shaanxi) กินพื้นที่ 5,400 ตร.ไมล์ เขตที่มีเมฆฝนและหมอกครื้มตลอดปี บนความสูง1,200-3,400 เมตร(4,000 -11,000 ฟุต) หมีแพนด้าแต่ละตัวจะมีขอบเขตถิ่นที่อยู่ของมันกินพื้นที่3.8-6.5 ตร.กม. (1.5 - 2.5 ตร.ไมล์) ตัวเมียจะกินพื้นที่ 30-40 เฮกแตร์(75-100 เอเคอร์) ตัวผู้จะกินพื้นที่คร่อมของตัวเมียหลายตัวได้ บริเวณอำเภอผิงวู (Pingwu County )เป็นที่มีจำนวนหมีแพนด้าอยู่กันหนาแน่นที่สุด
โดยธรรมชาติหมีแพนด้าชอบอยู่ตัวเดียว แม้จะอยู่ในกรงเดียวกันก็ยังพยายามหาพื้นที่เงียบๆเคี้ยวไม้ไผ่ตุ้ยๆ (munch)อยู่ตัวเดียว แต่ จากการศึกษาพบว่าหมีแพนด้ามีการอยู่คร่อมพื้นที่และติดต่อกันโดยการใช้เสียงและกลิ่น
หมีแพนด้าเป็นสัตว์ที่เงียบ เสียงที่ได้ยินบ่อยคือ แพะๆ( bleating)คล้ายเสียงแพะ เป็นสัญญาณแสดงถึงอารมณ์ที่เป็นมิตร เวลาตกใจจะร้องเสียง ฮ๊องๆ (honk)เหมือนเสียงห่าน เวลาเจ็บปวดจะร้องเสียงแหลม(squeal)เหมือนหมูและคำราม(roar)เสียงดังเวลาโกรธ
หมีแพนด้ามีต่อมกลิ่นอยู่ใต้หาง มันทำความรู้จักกับตัวอื่นโดยตระกุยเปลือกไม้หรือปัสสาวะ
เพื่อเป็นเครื่องหมายบอกอาณาเขต กลิ่นยังช่วยบอกถึงเพศ อายุ สภาวะความพร้อมในการผสมพันธุ์ กลิ่นจะอยู่ได้นานถึง 4 เดือน
หมีแพนด้าเป็นสัตว์ที่ไม่นิยมต่อสู้ เวลามันโกรธจะก้มหัวเล็กน้อยและจ้องมองฝ่ายตรงข้าม ส่งเสียงคำรามและใช้ขาหน้าตบ แต่ ถ้ามันยอมจำนน จะก้มหัวไว้ระหว่างขาหน้าทั้งสองเอามือปิดตา โดยทั่วไปหมีแพนด้าเป็นสัตว์ที่ไม่ทำร้ายคน เวลามันตกใจจะวิ่งหนี ถ้าถูกกับดักจะปิดตาด้วยมือสองข้างแล้วม้วนตัวแสดงถึงความกลัว ในแต่ละวันหมีแพนด้าจะท่องเที่ยวหาอาหารในระยะทางเป็นกิโลเมตร
อาหารการกิน
แม้จะอยู่ในพวกเดียวกันกับสัตว์กินเนื้อ แต่หมีแพนด้าเป็นสัตว์กินพืช ทำให้มีการวิวัฒนการของอวัยวะภายในหลายอย่าง ระบบการไหลเวียนเลือดเป็นระบบปิดเหมือนคน
ความดันเลือดปกติ140/80-160/90มม.ปรอท มีการเปลี่ยนแปลงฟันและระบบทางเดินอาหาร
หมีแพนด้ามีฟัน40ซี่ต่างจากหมีทั่วไป(42ซี่) ฟันกรามใหญ่และกว้างกว่าหมีทั่วไป กระดูกแน่นและใหญ่โดยเฉพาะกะโหลกและกราม ความยาวของกรามเป็นสองเท่าของหมีทั่วไป เนื่องจากข้อต่อระหว่างกะโหลกและกรามลึก ประกอบกับกล้ามเนื้อการเคี้ยวแข็งแรงมาก
ทำให้กรามเคลื่อนไหวได้เพียงทิศทางเดียวขึ้นลง ไม่สามารถเคลื่อนไหวทางด้านข้างได้
หลอดอาหารมีเยื่อบุที่เป็นหนามหยาบเพื่อป้องกันไม่ให้ถูกเสี้ยนไม้ไผ่ตำ กระเพาะอาหารมีกล้ามเนื้อหนาเพื่อป้องกันเสี้ยนไผ่
ลำไส้เล็กสั้น ลำไส้ใหญ่มีพื้นที่ผิวมาก หมีแพนด้าชอบนั่งกินอาหารโดยเหยียดขาหลังออกไปตรงๆ อาหารหลัก95%ของหมีแพนด้าคือ
ไม้ไผ่ ไม้ไผ่มีหลายพันธุ์ พบได้ในเขตอบอุ่น ไม้ไผ่ปรับตัวได้เก่งแม้แต่บนภูเขาหิมาลัยระดับความสูง4,000เมตรก็พบได้
ไม้ไผ่มี60-90ตระกูล 1,100-1,500ชนิด มีไม้ไผ่ 25ชนิดที่หมีแพนด้าหาได้ตามธรรมชาติ แต่มีเพียง3-4ชนิดที่พบอยู่ทั่วไปบนภูเขาสูง
เช่น พันธุ์Fargesia spathacea พบได้ที่ อัฟริกาใต้ บนเขาหิมาลัยในจีนที่ระดับความสูง 3,000เมตร
พันธุ์ Sinarundinaria chungii, Sinarundinaria fangiana, Sinarundinaria nitida 3 ตระกูลนี้พบได้ที่ อัฟริกา, เกาะมาดากัสกา ( Madagascar ),
เขตอบอุ่นในเอเซีย และ ทวีป อเมริกากลาง ใบไผ่จะมีโปรตีนมากกว่ากิ่งไผ่ ป่าไผ่แต่ละพันธุ์จะมีวงจรการเกิดและตายพร้อมกัน
เมื่อไม้ไผ่ชนิดหนึ่งตายไปหมด ทำให้หมีแพนด้าจำเป็นต้องย้ายถิ่นฐานเพื่อหาป่าไผ่ชนิดใหม่เป็นอาหาร หมีแพนด้าแต่ละตัว
จึงต้องมีไผ่อย่างน้อยสองชนิดเป็นอาหาร
เนื่องจากไม้ไผ่มีคุณค่าทางอาหารน้อย ประกอบกับระบบทางเดินอาหารที่มีลำไส้เล็กสั้น สามารถย่อยและดูดซึมสารอาหารเพียง12%ของอาหารที่กินเข้าไป ทำให้ต้องกินไม้ไผ่เป็นจำนวนมากวันละ10-16ชม. หรือประมาณ 12.5กก.(20-40ปอนด์) เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการ ไม้ไผ่เป็นหญ้าชนิดหนึ่งมีน้ำเป็นส่วนประกอบถึง50%(ไม้ไผ่อ่อนมีน้ำ90%) แพนด้าได้สารน้ำจากไม้ไผ่เป็นจำนวนมาก ซึ่งยังไม่พอ เพราะมันต้องเสียน้ำไปกับอุจจาระมาก ทำให้ต้องดื่มน้ำบริสุทธิ์เพิ่มจากแม่น้ำลำธารซึ่งเกิดจากการละลายของหิมะบนเขาสูงอย่างน้อยวันละครั้ง
นอกจากไม้ไผ่
หมีแพนด้ายังกินอาหารเสริมพวก ไอริส( irises) โครคัส(crocuses) ปลา องุ่น เห็ด ข้าว สัตว์ฟันแทะบางชนิด และผลไม้ และ ที่ศูนย์อนุรักษ์โวลอง (Wolong)ในจีน ได้ทำขนมปังชนิดหนึ่งทำจากไม้ไผ่ ข้าว ข้าวโพด ผสมวิตามินและเกลือแร่ ทำให้การเติบโตของลูกหมีแพนด้ามีอัตราเพิ่มขึ้น