

|
 |
|
เลนส์(Lens)
เลนส์เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของกล้องถ่ายภาพ เป็นวัสดุโปร่งใส
ทำด้วยแก้วหรือพลาสติค ทำหน้าที่หักเหแสงสะท้อนจากวัตถุ เกิดภาพจริงหัวกลับบนระนาบของฟิล์ม
เลนส์ของกล้องถ่ายภาพอาจเป็นเลนส์นูนอันเดียว หรือเป็นชุดของเลนส์ย่อยๆ
หลายๆ อันประแอบกันก็ได้ เพื่อให้สามารถปรับการถ่ายภาพได้หลายรูปแบบ
แก้วหรือพลาสติกทุกชิ้นที่ประกอบเข้าเป็นเลนส์ ต้องประดิษฐ์ด้วยความประณีต
เพื่อให้มีคุณภาพในความคมชัด สามารถแก้ไขการผิดเพี้ยนของสี และการคลาดเคลื่อนของรูปทรงให้ถูกต้อง
มีการฉาบน้ำยาเคลือบผิวที่เลนส์ เรียกว่า Coated เพื่อให้เลนส์มีคุณภาพในการรับแสงและช่วยลดแสงสะท้อนให้น้อยลง
|
ความยาวโฟกัสของเลนส์(Focal
length)
เลนส์ของกล้องถ่ายภาพจะมีความยาวโฟกัส(Focal length) แตกต่างกัน
คำว่า "ความยาวโฟกัสของเลนส์" หมายถึง ระยะทางจากจุดศูนย์กลางโฟกัสของเลนส์(Optical
center of lens) ถึงระนาบโฟกัสของภาพหรือฟิล์ม เมื่อเลนส์ตั้งระยะความชัดไว้ไกลสุด(Infinity)"
ความยาวโฟกัสของเลนส์มักเขียนบอกไว้ที่ของเลนส์ด้านหน้า เช่น
F = 50 มม. , F = 35 มม. หรือ F = 28 มม. เป็นต้น ความยาวโฟกัสของเลนส์ที่แตกต่างกัน
??ทำให้มุมในการรับภาพแตกต่างกันด้วย เช่น เลนส์ที่มีความยาวโฟกัสสั้น
F = 28 มม. จะรับภาพได้เป็นมุมกว้างกว่าเลนส์ที่มีความยาวโฟกัสยาว
F =50 มม. เป็นต้น และนอกจากนั้น ความยาวโฟกัสของเลนส์ยังมีผลต่อช่วงความชัดของภาพ(Depth
of field) ?ลนส์ที่มีความยาวโฟกัสสั้นจะให้ช่วงความชัดของภาพมากกว่าเลนส์ที่มีความยาวโฟกัสยาว
เช่น เลนส์เทเลโฟโต้ เป็นต้น
|
เลนส์ถ่ายภาพโดยทั่วไปแบ่งออกได้เป็น
5 ประเภท ตามความยาวโฟกัสคือ
1.เลนส์ธรรมดาหรือเลนส์มาตรฐาน(Normal lens or Standard lens)
การกำหนดความยาวโฟกัสของเลนส์มาตรฐานประจำกล้องแต่ละชนิดจะไม่เหมือนกันเช่น
กล้อง 35 มม. ที่ถอดเปลี่ยนเลนส์ไม่ได้ เลนส์จะมีความยาวโฟกัสประมาณ
38-45 มม. ส่วนกล้อง 35 มม. สะท้อนภาพเลนส์เดี่ยว(SLR) ที่ถอดเปลี่ยนเลนส์ได้
เลนส์มาตรฐานจะมีความยาวโฟกัสประมาณ 55-58 มม. ซึ่งมีมุมในการรับภาพประมาณ
53 องศา ซึ่งใกล้เคียงกับการมองเห็นของสายตาคนส่วนเลนส์มาตรฐานสำหรับกล้องที่ใช้ฟิล์มขนาด
120 จะมีความยาวโฟกัสระหว่าง
75 - 90 มม.
2.เลนส์มุมกว้าง(wide-angle
lens) เลนส์มุมกว้างได้แก่เลนส์ที่มีความยาวโฟกัสสั้นกว่าเลนส์มาตรฐาน
เช่นเลนส์ที่มีความยาวโฟกัส 35 มม. , 28 มม., 24 มม.,13 มม.
เป็นต้น สามารถแบ่งย่อยออกไปได้อีกคือ
๒.๑เลนส์มุมกว้างธรรมดา(Modurate Wide-angle) ได้แก่เลนส์ที่มีความยาวโฟกัส
ระหว่าง
25-40 มม.
2.2.เลนส์มุมกว้างมาก รับภาพได้ตรง(Rectilinear super
wide) ได้แก่เลนส์ที่มีความยาวโฟกัสระหว่าง 15-24 มม.
2.3เลนส์มุมกว้างมาก รับภาพบิดโค้ง(Semifish eye super
wide) ได้แก่เลนส์ที่มีความยาวโฟกัสระหว่าง 15-24 มม.
แต่ภาพที่ได้จะบิดโค้ง
2.4.เลนส์มุมกว้างพิเศษ รับภาพได้โค้งกลม เช่นเลนส์ตาปลา
(Fish eye lens) เป็นเลนส์ที่มีความยาวโฟกัสสั้นมาก
เช่น 6 มม. หรือ 8 มม. เป็นต้น
เลนส์มุมกว้างเป็นเลนส์ที่เหมาะสำหรับการถ่ายภาพในสถานที่แคบๆ
ซึ่งสามารถรับภาพได้กว้างลึก และกว้างไกล เก็บภาพต่างๆ ได้มากและจะได้ภาพที่มีช่วงความชัดมากกว่าเลนส์ชนิดอื่นๆ
แต่สัดส่วนจะผิดเพี้ยน รูปทรงบิดเบี้ยวและโค้งงอ(Distortion)
ยิ่งเลนส์ที่มีความยาวโฟกัสสั้นมากๆ ความผิดเพี้ยนของภาพก็ยิ่งมีมาก
เช่นเลนส์ตาปลา ความยาวโฟกัส 8 มม. หรือ 6 มม. ภาพที่ได้จะมีลักษณะเป็นวงกลม
ภาพจะมีความบิดเบือนมาก ยกเว้นจุดตรงกลางภาพเท่านั้น
3.เลนส์ถ่ายไกล(Telephoto
lens) เลนส์ถ่ายไกลเป็นเลนส์ที่มีความยาวโฟกัสยาวกว่าเลนส์มาตรฐาน
เช่นเลนส์ที่มีความยาวโฟกัส 135 มม. , 500 มม. , 1000 มม. ,
2000 มม. เป็นต้น เลนส์ถ่ายไกล
สามารถปรับโฟกัสภาพได้เพียงระยะห่างระยะหนึ่งจากฟิล์มเท่านั้นเป็นเลนส์ที่ประกอบด้วยกลุ่ม
ของชิ้นเลนส์หลายกลุ่มจัดวางเรียงให้เลนส์นูนที่มีโฟกัสยาวอยู่ข้างหน้าเลนส์เว้าที่มีโฟกัสสั้น
ทำให้ได้ภาพถ่ายที่มีขนาดใหญ่ขึ้น แม้ว่าวัตถุจะอยู่ห่างไกลมากก็ตาม
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้อง
การถ่ายวัตถุที่ไม่สามารถเข้าไปใกล้ๆได้ เช่น การถ่ายภาพสัตว์ในป่า
ภาพกีฬาบางประเภท
ภาพทิวทัศน์ไกลๆ เป็นต้น
เลนส์ถ่ายไกลที่มีความยาวโฟกัสยาวมากจะมีมุมในการรับภาพแคบลง
เช่น
เลนส์ถ่ายไกล 500 มม. มีมุมในการรับภาพ 5 องศา และเลนส์ถ่ายไกล
1000 มม.
มีมุมในการรับภาพเพียง 2.5 องศา เป็นต้น นอกจากมีมุมในการรับภาพแคบแล้ว
เลนส์ถ่ายไกลยังมีระยะช่วงความชัดน้อยมากภาพจะดูตื้นแบนมีระยะหลังของภาพพร่ามัว
เลนส์ถ่ายไกลสามรถแบ่งออกเป็นประเภทย่อยๆ ได้อีกคือ
3.1เลนส์ถ่ายไกลระยะสั้น (Short telephoto)
เป็นเลนส์ที่มีความยาวโฟกัสระหว่าง 80-135 มม.
3.2เลนส์ถ่ายไกลระยะปานกลาง (Medium telephoto)
เป็นเลนส์ที่มีความยาวโฟกัสระหว่าง
150-250 มม.
3.3เลนส์ถ่ายไกลระยะไกล (Long telephoto) มีความยาวโฟกัสระหว่าง
300-600 มม.
3.4เลนส์ถ่ายไกลระยะไกลพิเศษ (Super long telephoto)
มีความยาวโฟกัสระหว่าง 800-2000 มม.
นอกจากเลนส์ถ่ายภาพไกลโดยทั่วไปแล้วยังมีเลนส์อีกชนิดหนึ่งที่ทำหน้าที่สำหรับถ่ายไกลเช่นเดียวกัน
คือ เลนส์กระจก (Mirror lens) มีความยาวโฟกัส 500 มม. หรืออาจสูงถึง
2000 มม. กระบอกเลนส์มีลักษณะสั้นและกว้าง ประกอบด้วยกระจกโค้ง
2 บาน สะท้อนแสงและขยายภาพผ่านแก้วเลนส์หลายชิ้น เลนส์ชนิดนี้มี
เลข เอฟ (f/number) ตายตัวเพียง 1 เลขเอฟ จึงมีข้อจำกัดในการเลือกใช้ฟิล์มและการตั้งความเร็วชัตเตอร์
ราคาก็ค่อนข้างแพง แค่ก็มีข้อดีในเรื่องรูปร่างกระทัดรัด มีความยาวโฟกัสยาวมาก
และให้ภาพที่มีความคมชัด
การถ่ายไกลนอกจากใช้เลนส์ทั้ง 2 ชนิดดังกล่าวมาแล้วอาจใช้เทเลพลัส
(Teleplus) หรือเทเลคอนเวอเตอร์ (Teleconverter) สวมต่อ ระหว่างเลนส์มาตรฐานกับกล้องถ่ายภาพจะสามารถเพิ่มความยาวโฟกัสของเลนส์เป็น
1.4 เท่า หรือมากกว่า ซึ่งเทเลคอนเวอเตอร์ดังกล่าวจะมีขนาด 1.4X,
2X, 3X หรือ 4X เป็นอุปกรณ์ประกอบชนิดหนึ่งที่มีราคาค่อนข้างถูก
กระทัดรัดแต่ข้อเสียคือจะตัดทอนแสง ลดความคมชัดลงไปบ้าง
|
4.เลนส์ซูม(Zoom
lens) หมายถึงเลนส์ที่สามารถเปลี่ยนแปลงค่าความยาวโฟกัสได้(Vari
focal lens) ภาพที่เกิดขึ้นจะมีขนาดเปลี่ยนแปลง เมื่อเปลี่ยนทางยาวโฟกัส
กล่าวคือภาพจะมีขนาดเล็กสุด เมื่อทางยาวโฟกัสสั้นที่สุด เหมาะสำหรับใช้ถ่ายภาพที่ต้องการให้เห็นภาพกว้างๆ
และในบางครั้งต้องการเน้นให้เห็นภาพเฉพาะ ความคมชัดของภาพถ่ายที่ใช้ความยาวโฟกัสยาว
ปัจจุบันเลนส์ซูมแต่ละตัวจะมีความยาวโฟกัสต่างระยะกันประมาณ
2-6 เท่า เช่น เลนส์ซูมขนาด 43-86 มม., 70-250 มม., 85-300 มม.
, 800-1200 มม. เป็นต้น
5.เลนส์ ถ่ายใกล้หรือเลนส์แมโคร (Macro lens)
คำว่า Macro เป็นคำที่ใช้สำหรับการถ่ายภาพวัตถุที่อยู่ใกล้เลนส์มากๆ
(Close-up photography) เป็นเลนส์ที่สามรถถ่ายภาพโดยให้กล้องเข้าใกล้วัตถุที่ต้องการถ่ายได้เกิน
1- 1ฝ ฟุต สามารถปรับระยะชัดได้ ช่วยขยายวัตถุที่เล็กให้มีขนาดใหญ่ขึ้น
เลนส์ชนิดนี้บางทีก็เรียกชื่อว่า เลนส์ไมโคร (Micro lens) เลนส์แมโครความยาวโฟกัส
55 มม. ขยายภาพได้ 1:2 ส่วนเลนส์แมโคร 60 มม. ขยายภาพได้ 1:1
แต่ถ้าต้องการถ่ายภาพให้มีขนาดใหญ่กว่านี้ ก็อาจใช้ร่วมกับท่อต่อ
(Extention tube) หรือ ส่วนพับยืด (Bellows) ภาพถ่ายก็จะมีกำลังขยายมากขึ้น
|
ความไวเลนส์
(Lens speed)
ความไวเลนส์ หมายถึง ความกว้างของขนาดช่องรับแสงของเลนส์แต่ละตัวเมื่อเปิดกว้างสุดซึ่งมีผลทำให้สามารถรับแสงขณะถ่ายภาพได้มากน้อย
ช้าหรือเร็วแตกต่างกัน
ขนาดความกว้างสุดของช่องรับแสงของเลนส์แต่ละตัวจะมีตัวเลขบอกขนาดค่าของ
f/value กำกับไว้ที่วงแหวนหน้าเลนส์ เช่น F/1.4, F/2.8 หรือ
F/3.5 เป็นต้น
ค่าตัวเลข f/value
หมายถึงอัตราส่วนระหว่างทางยาวโฟกัสของเลนส์กับเส้นผ่าศูนย์กลางของขนาดช่องรับแสง
f/value = ความยาวโฟกัสของเลนส์ (Focal length) / เส้นผ่าศูนย์กลางของขนาดช่องรับแสง
(Diameter of aperture) เช่นเลนส์มาตรฐานมีความยาวโฟกัส 50 มม.
มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของช่องรับแสงกว้างสุด 35 มม. จะมีตัวเลข
f/value = 50/35 = 1.4 นั่นคือ ความไวเลนส์ = 1.4 เป็นต้น
เลนส์ที่มีขนาดใหญ่ จะเพิ่มค่าตัวหารทำให้ค่า f/value น้อยลง
เช่น f=1.2 แสงที่จะเข้าไปในกล้องย่อมมีมากขึ้น เรียกได้ว่าเลนส์ตัวนั้นมีความไวเลนส์สูงตรงกันข้าม
เลนส์ที่มีค่า f/value สูง เช่น f=2.8 แสงย่อมเข้าไปในกล้องได้น้อยกว่า
เรียกว่า เลนส์มีความไวเลนส์ต่ำ
|
| ไดอะเฟรม
(Diaphragm)
ในตัวเลนส์ของกล้องถ่ายภาพ จะมีที่ควบคุมปริมาณของแสง ให้แสงผ่านเลนส์ไปยังฟิล์มได้มากหรือน้อย
ตามความต้องการเรียกว่าไดอะแฟรม ซึ่งมีลักษณะเป็นผอ่นโลหะสีดำบางๆ
หลายๆ แผ่นเรียงซ้อนกันเป็นกลีบ มีช่องตรงกลาง สามารถปรับให้กว้างหรือแคบได้
เรียกว่า ช่องรับแสง (Aperture)
การปรับขนาดช่องรับแสงให้หมุนวงแหวนที่ขอบนอกของเลนส์ ซึ่งจะมีตัวเลขแสดงค่าความกว้างหรือแคบ
ได้แก่ 1.4, 2, 2.8 , 4 , 5.6 , 8 , 11 , 16 , 22 เป็นต้น เรียกตัวเลขเหล่านี้ว่า
เลขเอฟ (f-number) หรือ เอฟสตอป (f-stop) ตัวเลขที่มีค่าน้อยเช่น
1.4 ช่องรับแสงจะเปิดกว้าง แสงผ่านเข้าไปได้มาก และตัวเลขที่มีค่ามาก
เช่น 22 ช่องรับแสงจะเปิดแคบ แสงผ่านเข้าไปได้น้อย
การปรับค่าของตัวเลขเอฟจากตัวเลขตัวหนึ่งไปยังเลขเอฟอีกตัวหนึ่ง
เช่น เมื่อลดสตอปจาก f/11 เป็น f/8 ปริมาณความเข้มของการส่องสว่างบนฟิล์มจะเพิ่มขึ้นเป็น
2 เท่า ของขนาดเอฟสตอปเดิมคือ f/11 เป็นต้น
|
ชัตเตอร์
(Shutter) ชัตเตอร์หรือความเร็วชัตเตอร์ (Shutter speed) เป็นกลไกอัตโนมัติที่ใช้สำหรับเปิดและปิดทางที่แสงจะผ่านเข้าไปทำปฏิกิริยากับฟิล์มตามเวลาที่กำหนด
ความเร็วในการเปิดและปิดชัตเตอร์คือเวลาที่ฉายแสง (Exposure
time) นั่นเอง ซึ่งคิดเป็นเศษส่วนของวินาทีดังนี้ 1/1 , 1/2
, 1/4 , 1/8 , 1/15 , 1/30 , 1/60 , 1/125, 1/250 , 1/500 ,
1/1000 , 1/2000 แต่ตัวเลขที่ปรากฏในวงแหวนที่ขอบนอกของเลนส์
จะบอกค่าความเร็วของชัตเตอร์ไว้เฉพาะตัวเลขที่เป็นส่วนคือ 1
, 2 , 4 , 8 , 16 , 30 , 60 , 125 , 250 , 500 , 1000 , 2000
ตัวเลขที่มีค่าน้อย ชัตเตอร์จะเปิดนานแสงจะเข้าไปในกล้องได้มาก
ส่วนตัวเลขที่มีค่ามากชัตเตอร์จะเปิดแล้วปิดเร็ว แสงจะเข้าไปในกล้องได้น้อย
เช่น ถ้าตั้งความเร็วชัตเตอร์ที่ 1 แสงจะเข้าไปในทำปฏิกิริยากับฟิล์มนาน
1 วินาที และถ้าตั้งที่ 250 ชัตเตอร์จะเปิดให้แสงผ่านเป็นเวลา
1/250 วินาที ซึ่งชัตเตอร์จะเปิดและปิดเร็วมาก สำหรับในกล้องถ่ายภาพแบบง่ายๆ
ทั่วไปจะมีความเร็วชัตเตอร์กำหนดไว้เพียวระดับเดียวคือประมาณ
1/60 วินาที แต่ในกล้องถ่ายภาพที่มีราคาสูง จะมีความเร็วของชัตเตอร์ที่ปรับได้ตามตัวเลขที่กล่าวมาแล้ว
การตั้งความเร็วชัตเตอร์ จะต้องตั้งให้พอดีกับตัวเลขที่กำหนดความเร็วชัตเตอร์
การเพิ่มหรือลดความเร็วชัตเตอร์ ของตัวเลขที่อยู่ใกล้กันจะมีผลต่อการเพิ่มหรือลดความเร็วของขัตเตอร์เป็น
2 เท่าของกันและกัน เช่น จากความเร็วชัตเตอร์ 1/30 เป็น 1/15
ก็จะช้าลงเป็น 2 เท่าตัว
|
|