การรายงานด่วน
ข้อ 1. การรายงานด่วน
ตามข้อบังคับ กห. ว่าด้วยการรายงานด่วน พ.ศ. 2511 ลง 22 ม.ค. 11 กำหนดไว้ว่า
1.1 เหตุที่นับว่าสำคัญจะต้องรายงานโดยด่วน มี 8 ประเภท คือ
1.1.1 เรื่องที่เกี่ยวกับความประพฤติของทหาร ซึ่งเป็นไปในทางเสื่อมเสียเกียรติ หรือชื่อเสียงของทหารอย่างร้ายแรงหรือต้องหาในคดีอาญาที่เป็นคดีอกฉกรรจ์
1.1.2 เรื่องทหารถึงแก่ความตาย หรือได้รับอันตรายสาหัสเนื่องจากการทำลายชีวิตของตนเอง
1.1.3 เมื่อเกิดโจรภัย อัคคีภัย อุทกภัย วาตภัย การก่อวินาศกรรม หรือเกิดอุบัติเหตุอื่นๆ ขึ้นในบริเวณสถานที่ของทหาร หรือ เรือ หรือ อากาศยาน จนเป็นอันตรายแก่ชีวิตมนุษย์ หรือเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ทรัพย์สินทางราชการ
1.1.4 เหตุซึ่งเกิดจากการทะเลาะวิวาทจนถึงใช้อาวุธทำการต่อสู้กันขึ้นในหมู่ทหารด้วยกันเอง หรือกับบุคคลอื่นจนถึงแก่ความตาย
1.1.5 เมื่อมีโรคระบาดเกิดขึ้นแก่คนหรือสัตว์ในหรือใกล้ที่ตั้งหน่วยทหาร
1.1.6 เมื่อมีอุบัติเหตุต่างๆขึ้นแก่ทหารจนถึงความตาย เช่นถูกอาวุธหรือกระสุน ตกจากที่สูง รถคว่ำ เรือล่ม อากาศยานประสบอุบัติเหตุ เป็นต้น
1.1.7 เหตุที่จะทำให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติอย่างร้ายแรง
1.1.8 เหตุที่จะทำให้เกิดความไม่สงบในกรมกองทหาร เช่น มีผู้มาชักชวนให้เปลี่ยนแปลงการปกครอง หรือมีผู้คิดจะทำร้ายผู้บังคับบัญชา เป็นต้น
ข้อ 1.2 ผู้รายงาน
1.2.1 เมื่อมีเหตุตามข้อ 1.1.1 ถึงข้อ 1.1.6 เกิดขึ้นแก่ส่วนราชการใด หรือท้องที่ส่วนราชการใด ให้หัวหน้าส่วนราชการนั้นรีบรายงานโดยตรงต่อหัวหน้าส่วนราชการขึ้นตรงต่อ กห. ผบ.ทบ. ผบ.ทร. หรือ ผบ.ทอ. โดยด่วน พร้อมกับรีบรายงานให้ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นทราบอีกทางหนึ่ง
1.2.2 เมื่อมีเหตุตามข้อ 1.1.7 ถึงข้อ 1.1.8 เกิดขึ้นแก่ส่วนราชการใด หรือท้องที่ส่วนราชการใด ให้หัวหน้าส่วนราชการนั้นรีบรายงานโดยตรงต่อหัวหน้าส่วนราชการขึ้นตรงต่อ กห. ผบ.ทบ. ผบ.ทร. หรือ ผบ.ทอ. โดยด่วน พร้อมกับรีบรายงานให้ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นทราบอีกทางหนึ่งด้วย และอนุญาตให้ผู้ทราบเรื่องนั้นๆรายงานโดยตรงต่อ รมต.กห. ได้ด้วย
ข้อ 1.3 วิธีรายงาน จะรายงานด้วยหนังสือ ด้วยวาจา หรือด้วนเครื่องมือสื่อสารก็ได้ แต่ข้อความที่รายงานนั้น ต้องกล่าวให้ชัดเจนเข้าใจง่าย แต่โดยย่อตามเรื่องที่เกิดขึ้น และควรมีข้อความดังนี้
1.3.1 วัน เดือน ปี เวลาและสถานที่เกิดเหตุ
1.3.2 เรื่องราวที่เกิดขึ้น(บอก ยศ ชื่อ ผู้ที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจน)
1.3.3 เมื่อเหตุเกิดขึ้นแล้ว ได้สั่งการและจัดการไปแล้วอย่างใดบ้าง
1.3.4 ความเห็นของผู้รายงานว่า ควรจะได้จัดการในเรื่องนี้อย่างใดต่อไป
ข้อ 1.4 เมื่อได้รายงานด่วนแล้ว ถ้าเรื่องใดสมควรจะสอบสวนเพิ่มเติมอย่างใดอีกก็ให้ดำเนินการเสียให้เรียบร้อย แล้วรายงานผลให้ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นจนถึง รมว.กห. ทราบ
ข้อ 1.5 นอกจากนี้ ตามระเบียบ กห. ว่าด้วยการสำรวจยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2504 ลง 21 ก.พ. 04 ข้อ 6 ยังกำหนดไว้ว่า ยุทธภัณฑ์ซึ่ง ทบ. ทร. ทอ. พิจารณาเห็นว่าเป็นยุทธภัณฑ์ที่สำคัญ หากสูญเสียไปไม่ว่ากรณีใดๆ ให้รายงานด่วนถึง รมว.กห. ทราบภายใน 24 ชั่วโมง ผงยุทธภัณฑ์ดังกล่าว ตามระเบียบ ทบ. ว่าด้วยการกำหนดยุทธภัณฑ์สำคัญ พ.ศ. 2504 ลง ก.ย. 04 หมายความถึง
1.5.1 เป็นยุทธภัณฑ์ที่มีความสำคัญยิ่งต่อการปฏิบัติงาน การฝึกและหรือการรบ
1.5.2 เป็นยุทธภัณฑ์ที่ยังผลกระทบกระเทือนถึงความพร้อมรบของหน่วยหรือสวัสดิภาพของประชาชน หรือความปลอดภับของประเทศชาติอย่างแท้จริง
ข้อ 1.6 สำหรับยุทธภัณฑ์ซึ่งกองทัพบกจัดว่าเป็นยุทธภัณฑ์ มีดังนี้
1.6.1 ยุทธภัณฑ์สำคัญสาย สพ. ได้แก่
1.6.1.1 อาวุธยิง เครื่องยิง และฐานยิง
1.6.1.2 ยานพาหนะประเภทรถรบ
1.6.1.3 วัตถุระเบิดตั้งแต่ 100 ปอนด์ ขึ้นไป
1.6.1.4 แก็สพิษ
1.6.1.5 กระสุน
1.6.1.5.1 กระสุนขนาด 20 มม. ลงมา จำนวนตั้งแต่ 1000 นัดขึ้นไป
1.6.1.5.2 กระสุนขนาดเกินกว่า 20 มม. ขึ้นไป
1.6.1.5.3 ลูกระเบิดขว้าง ลูกระเบิดยิง และทุ่นระเบิดบก จำนวนตั้งแต่ 25 นัดขึ้นไป
1.6.2 ยุทธภัณฑ์สำคัญสาย สข. ได้แก่ เครื่องบินทหารบก(รวมทั้งเฮลิคอปเตอร์)
1.6.3 ยุทธภัณฑ์สำคัญสาย ส. ได้แก่ เครื่องเข้าและถอดรหัส ยุทธภัณฑ์อื่นๆ นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในระเบียบนี้ แม้ ทบ.จะได้จัดประเภทไว้เป็นยุทธภัณฑ์รายการสำคัญ ก็ไม่เข้าข่ายที่ต้องรายงานด่วนถึง รมว.กห. แต่จะต้องปฏิบัติตามแบบธรรมเนียมของ ทบ. อันเกี่ยวกับการรายงานตามปกติ ซึ่งใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น
|