|

ชุดที่
1
01 : Active
X
02 : ASP
03 : Browser
04 : CGI
05 : Chat
06 : FTP
07 : FAQ
08 : Homepage
09 : HTML
10 : HTTP
11 : Internet
12 : Intranet
13 : ISP
14 : Java Script
15 : MIME
ชุดที่
2
16 : Perl
17 : Plug-in
18 : Protocol
19 : Script
20 : Search Engine
21 : Server
22 : Style Sheet
23 : TCP/IP
24 : Telnet
25 : URL
26 : VRML
27 : XML
28 : WAP
29 : Website
30 : WWW
|
| |
Perl
Perl (Practical
Extraction And Report Language) ซึ่งเป็นภาษาโปรแกรมที่ถูกพัฒนาขึ้นโดย
Larry Wall เพื่อเป็นเครื่องมือ สำหรับการเขียนโปรแกรมในสภาวะแวดล้อมของระบบ
Unix โดยเฉพาะ โดยภาษานี้ เป็นภาษาที่มีความยืดหยุ่นเหมือนกับ ภาษาชั้นสูงต่าง
ๆ โดยลักษณะของภาษา Perl นั้นเป็นภาษาสคริปต์ ดังนั้นการรันสคริปต์จะต้องเรียก
ตัวแปลงภาษาแบบ อินเตอร์พรีเตอร์ (Interpreter) ของ Perl มาอ่านสคริปต์และแปรคำสั่ง
โดยไม่จำเป็นต้องมีการคอมไพล์สคริปตืก่อน จึงสะดวก และง่ายแก่การเขียน
นอกจากนี้ภาษา Perl มักจะถูกติดตั้งมาพร้อม ๆ กับเซิร์ฟเวอร์ต่าง
ๆ ในระบบ UNIX อยู่แล้ว จึงมีผู้นิยม นำเอาโปรแกรมภาษา Perl มาเขียนเป็น
CGI จำนวนมากจนในปัจจุบันนี้ได้มีการพัฒนา Perl บน Dos และ WINDOWS
ได้แล้ว
Plug-in
Plug-in เป็นโปรแกรมเสริมที่นำมาติดตั้งเพิ่มเติมให้กับ
Application ต่าง ๆ รวมทั้งต่อกับบราวเซอร์ด้วยโดยได้นำมาใช้กับ
Netscape Navigator 2.0 เป็นครั้งแรก ซึ่ง Plug-in ต่าง ๆ นั้นจะเชื่อมบราวเซอร์กำหนดใน
HTML ผ่านทาง API ที่กำหนดไว้ และจะแสดงผลในบราวเซอร์ เช่น Plug-in
Shockwave Flash , Quicktime Movie , VRML-3D web เป็นต้น
Protocol
Protocol คือภาษาที่เครื่องคอมพิวเตอร์ใช้ในการสื่อสารทางเครือข่ายคอมพิวเตอรื
โดยเราจะต้องใช้โปรโตคอลที่เหมือนกันเพื่อที่จะสื่อสารกันระหว่างเครือข่ายต่าง
ๆ ได้ ซึ่งในปัจจุบันนี้ มีโปรโตคอลต่าง ๆ ที่ใช้อยู่เป็นจำนวนมาก
โดยโปรโตคอลที่นิยมใช้กันทั่ว ๆ ไปได้แก่ TCP/IP , HTTP , FTP ,
PPP , SLIP ฯลฯ นอกจากนี้ โปรโตคอลยังรวมถึงข้อกำหนดและรูปแบบการรับส่งข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์กับอุปกรณ์ในระบบอีกด้วย
Script
สคริปต์ (Script)
นั้นก็หมายถึงโปรแกรมสั้น ๆ สำหรับจัดการกับข้อมูลต่าง ๆ ที่มีอยู่แล้ว
โดยสคริปต์นั้นจะแทรกอยู่ในไฟล์ HTML หรืออาจจะแยกออกมาต่างหากก็ได้
ซึ่งสคริปต์นั้นมีทั้งแบบที่ทำงานที่เว็บเซิร์ฟเวอร์ เช่น ASP PHP
Perl หรือสคริปต์ ที่ทำงานที่บราวเซอร์ เช่น JavaScript , VBScript
โดยสคริปต์ที่ทำงานในฝั่งเว็บเซิร์ฟเวอร์ จะเป็นการทำงานตามโปรแกรม
ในสคริปต์จนเสร็จแล้วจึงส่งผลลัพท์มายัง บราวเซอร์อีกที ซึ่งส่วนใหญ่ไฟล์พวกนี้จะไม่เป็น
*.htm *.html แต่ อาจจะเป็น *.asp *.shtml ส่วนสคริปต์ที่ทำงานฝั่งบราวเซอร์ก็เพื่อลดการทำงานและติดต่อกับเว็บเซิร์ฟเวอร์ซึ่งส่วนใหญ่
จะใช้ในการตกแต่ง
โฮมเพจ จัดการฟอร์มรูปภาพเคลื่อนไหว
Search Engine
เป็นบริการสืบค้นข้อมูลบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต
ที่ต้องมี search engine ก็เพราะว่าปัจจุบันนี้มีเว็บไซต์อยู่บนเครือข่ายนี้หลายร้อยล้านหน้าเลยทีเดียว
หากเราจะหาเว็บไซต์สักแห่งหนึ่ง คงไม่ใช่ เรื่องง่ายนัก แต่หากเราใช้บริการของ
Search Engine เพียงแค่ใส่ชื่อเรื่องที่เราต้องการ หรือคำสำคัญก็สามารถหา
เว็บไซต์ นั้นเจอได้ง่ายดาย เช่น ถ้าเราจะค้นหาเว็บไซต์เกี่ยวกับกีฬาเราก็เพียงใส่คำว่า
Sport ลงไป เป็นต้น
Server
เซิร์ฟเวอร์ (Server)
คือเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็นฐานข้อมูลที่ให้บริการต่าง ๆ กับเครื่องลูกข่าย
(Client) โดยเครื่องที่ จะเป็นเว็บเซิร์ฟเวอร์นั้นจะต้องมีประสิทธิภาพสูงกว่าคอมพิวเตอร์ทั่ว
ๆ ไปเพื่อที่จะรองรับการทำงานของเครื่องลูกข่ายหลาย ๆ ตัวได้ ขึ้นอยู่กับขนาดของเครือข่ายและจำนวนเครื่องลูกข่ายที่ให้บริการ
และยังมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีเยี่ยมด้วย เพื่อป้องกันพวกมือบอน
แฮกเกอร์ เข้ามารบกวนระบบ
Style Sheet
Style Sheet เป็นคำใช้เรียกรวม
ๆ ของ Style Sheet หลาย ๆ มาตรฐานด้วยกัน แต่ที่ W3C.COM แนะนำก็คือ
CSS (Cascading Style Sheets) หรือ JSSS (JavaScript Style Sheet)
จาก Netscape ซึ่งในอนาคตนั้น W3C.COM กำลังจะให้ XSL (Style Sheet
Language) เป็น Style Sheet มาตรฐานของข้อมูล XML โดยลักษณะ Style
Sheet ก็คือการกำหนดรูปแบบ การแสดงผลของข้อมูลโดยตรง เช่น กำหนดสีตัวอักษร
Hyperlink ตั้งเอกสาร เราก็สามารถกระทำได้ ซึ่งจะทำให้เราสะดวก เมื่อต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงภายหลัง
โดยที่ Style Sheet นั้น จะแทรกอยู่ระหว่าง แท็ก <HEAD>...</HEAD>
ตัวอย่าง Style sheet
<STYLE type="text/css">
A:link {color:"#003399";}
A:visited {color:"#0088FF";}
A:hover {color:"red";}
</STYLE>
ในตัวอย่างก็จะเป็นการกำหนดสีของ
Hyperlink สีของ Hover (สีเวลาที่เราคลิก Hyperlink) และสีของ Hyperlink
ที่เรียกดูแล้ว
TCP/IP
อินเตอร์เน็ตนั้นได้มีการเชื่อมต่อกันโดยโปรโตคอลของ
TCP/IP (Transmission Control Protocol/Internet Protocol) ซึ่งใช้รับส่งข้อมูลผ่านทางอินเตอรืเน็ต
โดยจะทำาการแบ่งข้อมูลออกเป็นส่วนย่อย ๆ เรียกว่าแพ็คเกจ (Package)
จากนั้น ข้อมูลแต่ละแพ็คเกจก็จะถูกส่งไปยังปลายทาง โดยไม่จำเป็นต้องไปในเส้นทางเดียวกันทั้งหมดที่ปลายทาง
แพ็คเกจที่มาถึง ทั้งหมดก็จะถูกนำกลับมาประกอบเข้ากันใหม่อีกครั้ง
ซึ่งหากมีการสูญหายของแพ็คเกจระหว่างส่งโปรโตคอล TCP/IP จะสั่ง ให้มีการส่งแพ็คเกจนั้นซ้ำใหม่
Telnet
Telnet เป็นการขอใช้เครื่องคอมพิวเตอร์จากระยะไกลผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ซึ่งการใช้ Telnet เราสามารถใช้เครื่อง คอมพิวเตอร์ปลายทางที่ขอใช้ได้เหมือนกับเครื่องที่บ้านเราเอง
ซึ่งเราจำเป็นจะต้องมีชื่อบัญชีผู้ใช้ในเครื่องที่ขอใช้ และการ ทำงานส่วนใหญ่จะใช้คำสั่งในระบบปฏิบัติการ
Unix
URL
URL (Uniform Resource
Location) คือที่อยู่หน้าเว็บเพจ สามารถดูได้จากแถบที่อยู่ทุกครั้งที่เปิดหน้าเว็บ
ปกติแล้ว URL จะเป็นกลุ่มของตัวอักษร เช่น http://www.geocities.com/siamsix
แต่เราสามารถใส่ตัวเลขลงไปได้ เช่น 202.150.8.92 และใน URL นั้นจะใช้"/"
จะไม่ใช่"\" เหมือนการอ้างอิงพาร์ในเครื่องเช่น C:WINDOWS
ทำให้อาจจะพิมพ์ผิดได้ และ URL นั้นจะแยก ตัวอักษรใหญ่ และเล็กของชื่อไฟล์
เช่น INDEX.html กับ index.html นั้นเป็นคนละไฟล์กัน
VRML
VRML (Virtual
Reality Modeling Language) ซึ่งเป็นมาตรฐานสำหรับการสร้างโลก 3
มิติ โดยที่ VRML นั้นก็เป็นไฟล ์เอกสารธรรมดา เช่นเดียวกับไฟล์
HTML แต่จะเก็บข้อมูลที่ใช้สำหรับสร้างออบเจ็กต์ต่าง ๆ ในโลก 3 มิติ
การใช้งาน VRML นั้นสามารถใช้ได้หลากหลาย เช่น แสดงโมเลกุลของสารเคมีต่าง
ๆ หรือตัวอย่างสิ่งของที่สามารถหมุนดูได้ 360 องศา แต่ว่า
VRML นั้นไม่มีการกำหนดการรับข้อมูลเป็น 3 มิติไว้ในมาตรฐาน ข้อมูล
VRML นั้นสามารถแสดงผลได้ทั้งอุปกรณ์ 2 มิติ หรือใช้อุปกรณืโลกเสมือนก็ได้
ซึ่ง VRML นั้นอาจจะเทียบได้กับไฟล์ข้อมูลของ 3D Studio นั่นเอง
ซึ่งต่างกับการใช้หมวกหรือ
แว่น 3 มิติ ที่สามารถมองเห็นและจับต้องได้ ข้อมูล VRML นั้นสามารถแสดงบนบราวเซอร์ได้โดยใช้
Plug-in นอกจากนั้น
VRML นั้นสามารถทำสคริปต์ด้วย Java Script ให้เป็นการสร้างภาพเคลื่อนไหว
(Animation) ได้
XML
XML (EXtensible
Markub Language) ซึ่งเป็นภาษาที่ใช้กำหนดรูปแบบของคำสั่งภาษา HTML
หรือที่เรียกว่า Meta Data ซึ่งจะใช้สำหรับกำหนดรูปแบบของคำสั่ง
Markup ต่าง ๆ แต่มีข้อแตกต่างกับ HTML ที่เป็น Markup Language
โดยที่ XML นั้นได้ถูกพัฒนามาจาก SGML (Standard Generalized Markup
Language) ซึ่งเป็นมาตรฐานสำหรับการกำหนดการแสดง ผลเอกสาร สำหรับการแสดงผลบนอุปกรณ์ชนิดต่าง
ๆ ซึ่ง HTML นั้นก็เป็นส่วนหนึ่งของ SGML และคำสั่งหรือแท็กที่ใช้ในเอกสาร
จะถูกกำหนดมาตรฐาน DTD (Document Type Definition) ซึ่งเป็นภาษาที่สำหรับกำหนดคุณสมบัติต่าง
ๆ ของแท็กได้ เช่น พารามิเตอร์ของแท็ก เป็นต้น การใช้งาน XML นั้น
จำเป็นต้องใช้ร่วมกับ Style Sheet หรือมาตรฐานอื่น ๆ เพราะ XML เพียงแต่กำหนดรูปแบบของแท็ก
แต่ไม่ได้กำหนดว่าแท็กใจะแสดงผลแบบใด เพราะเมื่อเอาข้อมูลในรูปแบบ
XML ไปแสดงผล ในอุปกรณ์ชนิดใด ก็จะต้องใช้วิธีแสดงผลของอุปกรณ์นั้น
เช่น ใช้มาตรฐาน SMIL สำหรับข้อมูลมัลติมีเดียว หรือใช้ Style Sheet
XSL สำหรับการแสดงผลในบราวเซอร์ นอกจากนี้ XML ยังสนับสนุนตัวอักษรภาษานานาชาติ
โดยใช้มาตรฐาน ISO 10646 โดยจุดมุ่งหมายของภาษา XML นั้นก็คือภาษาเรียบง่าย
มีคำสั่งน้อยที่สุด และสามารถเขียนได้ด้วยโปรแกรมแก้ไขข้อความ (Text
Editor) ได้ และสนับสนุนแอพพลิเคชันหลาย ๆ ชนิด และในปัจจุบันนี้ได้เริ่มมีการพัฒนาภาษา
Markup ตามข้อกำหนดของ XML แล้ว เช่น SMIL สำหรับควบคุมข้อมูลมัลติมีเดีย
WAP
WAP (Wireless
Application Protocol) ซึ่งเป็นโปรโตคอลที่ใช้สำหรับการติดต่อสื่อสาร
และถ่ายโอนข้อมูลในระบบของอุปกรณ์ สื่อสารไร้สายต่าง ๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ
, PDA หรือเครื่อง Palm เพื่อให้อุปกรณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ สามารถใช้บริการต่าง
ๆ ผ่าน อินเตอร์เน็ตได้เหมือนเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ
Website
เว็บไซต์ นั้นเป็นคำที่ถูกเรียกเป็นตำแหน่งที่อยู่ของผู่ที่มีเว็บเป็นของตัวเองบนอินเตอร์เน็ต
หรือก็คือ เว็บเพจทั้งหมด ที่มีอยู่ในพื้นที่เก็บข้อมูลในอินเตอร์เน็ตของเรานั่นเอง
ซึ่งจะได้จากการที่เราลงทะเบียนกับผู้ให้เช่าบริการพื้นที่ใน อินเตอร์เน็ตหรือพื้นที่ฟรีต่าง
ๆ จากนั้นก็ทำการ Upload ไฟล์ของโฮมเพจของเรา ซึ่งส่วนใหญ่แล้วหน่วยงานรัฐบาล
ภาครัฐ และบริษัทต่าง ๆ ก็มักจะมีเว็บไซต์กันเป็นส่วนใหญ่ แต่ปัจจุบันนี้ไม่เพียงจะจำกัดอยู่เพียงเท่านี้
ผู้ใช้ที่เป็นคนธรรมดาอย่างเรา ๆ ก็สามารถที่จะมีที่อยู่บนอินเตอร์เน็ตได้อย่างสบาย
ๆ ซึ่งประโยชน์ของเว็บไซต์ก็มีมากมายไม่ว่าจะเป็นการประชาสัมพันธ์ข้อมูล
ข่าวสารต่าง ๆ บริการรับส่ง E-mail บริการรับส่งข้อมูลผ่านทางโปรโตคอล
FTP และอื่น ๆ
WWW
WWW ย่อมาจากคำว่า
World Wide Web ซึ่ง WWW นั้น เป็นชื่อบริการชนิดหนึ่งอินเตอร์เน็ต
ซึ่งได้รับความนิยม มาก ที่สุดบริการหนึ่ง เพราะเป็นบริการที่ให้ทั้งข้อมูล
ข่าวสาร ความรู้ต่าง ๆ และยังให้ความบันเทิงทั้งภาพและเสียง ซึ่งเป็นที่ดึงดูด
ผู้ใช้บริการ
|
|