แอนโทนิโอ เด ทอเรส ฮูราโด
จาก Casa de la Guitarra Espanola

ถอดความและเรียบเรียงโดย ครูหยิบ


Antonio de Torres Jurado เกิดที่เมือง Canada ในแคว้น Almeria ปี 1817 เขาเป็นช่างไม้ที่เมือง Vera เป็นเวลาหลายปี ต่อมาในปี 1850 ได้ย้ายไปยังเมือง Granada ซึ่งเขาได้เรียนการทำกีต้าร์จาก Jose Pernas ณ เลขที่ 8 ถนน Plazuela ทอเรสไม่เคยมีญาติอยู่ในวงการกีต้าร์ซึ่งถือเป็นเรื่องแปลกในสมัยนั้นที่นิยมถ่ายทอดความรู้และเคล็บลับต่างๆ ให้กับลูกหลาน ยิ่งกว่านั้นเขาเรียนการทำกีต้าร์เมื่ออายุได้ 33 ปีแล้วแต่กลับทำได้ดีมาก ช่างทำกีต้าร์ที่นั่นทำกีต้าร์ในแบบเรียบง่ายแต่สง่างาม มีหัวที่เพียวและมีส่วนเว้าโค้งที่เด่นชัด มีการใช้ Rosewood และ Cypress มาใช้ทำกีต้าร์ ซึ่งช่างทำกีต้าร์ประเทศอื่นๆ ในยุโรปสมัยในไม่ใช้ การตกแต่งมีน้อยมาก เพราะกีต้าร์เหล่านี้ทำเพื่อไว้เล่น

นักกีต้าร์ชาวสเปนได้ตระหนักก่อนนักกีต้าร์ที่อื่นๆ ว่ากีต้าร์ที่ตกแต่งสวยงาม มักมีเสียงที่แย่กว่าเพราะเล่นยาก ตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 กีต้าร์เหล่านี้มีหัวที่ยาวเกินไป และใช้เป็กไม้แบบง่ายๆ ในการปรับสายซึ่งปัจจุบันกีต้าร์แฟลมินโก้ก็ยังเป็นแบบนี้อยู่ แม้ว่าในประเทศอื่นๆ จะนิยมใช้กีต้าร์ที่มีสายมากกว่าหกสาย บ้างก็คอยาวกว่าบ้างก็สั้นกว่า แต่สเปนยังนิยมที่ใช้กีต้าร์หกสาย เพราะมันเหมาะสำหรับการนำมาประกอบการร้องเพลงหรือเต้นรำในแบบ Andalusian กีต้าร์ในแบบหกสายเริ่มนิยมใช้กับในปี 1820 เป็นต้นมา และด้วยการปรับเปลี่ยน เพิ่มเติม ดัดแปลง ของทอเรส ผู้ซึ่งเป็น "Stradivarius" ของกีต้าร์ จนกลายมาเป็นกีต้าร์คลาสสิคมาตรฐานในแบบปัจจุบัน ข้อมูลของในช่วงเวลาที่เขาอยู่กับ Jose Pernas มีน้อยมาก แต่ทอเรสได้พบกับ Julian Arcas นักกีต้าร์ชื่อดังในยุคโน้น ทำให้เขาตัดสินใจเปลี่ยนอาชีพมาเป็นช่างทำกีต้าร์เต็มตัว ในการพบกัน Julian Arcas ที่บอกปัญหาของกีต้าร์ในทอเรสฟังว่า กีต้าร์มีปัญหาเรื่องความดัง ในยุคแรกทอเรสเป็นช่างกีต้าร์ที่เมือง Seville ในระหว่างปี 1854 ถึง 186_ บนเลเบลของกีต้าร์มีข้อความดังนี้

"Por D.Antonio de Torres (บางตัวไม่มีคำว่า "de")
Calle Cerregeria 32 (en alguna cerrajeria)
Sevilla no32 ano: 186..."

แต่การเป็นช่างทำกีต้าร์ในยุคนั้นไม่สามารถเลี้ยงครอบครัวได้ [อันเนื่องจากในช่วงนั้นเป็นยุคเศรษฐกิจตกต่ำของสเปน แม้กระทั่ง Julian Arcas ยังต้องเลิกเล่นกีต้าร์เป็นอาชีพชั่วคราว - ผู้แปล] เขาจึงย้ายมาอยู่ที่ Almeria ในปี 1870 โดยเป็นช่างปั้นหม้อและขายคริสตัล ในปี 1880 เขากลับมาทำกีต้าร์อีกครั้งหนึ่งจนกระทั่งเขาเสียชีวิตในปี 1892 [ซึ่งเรียกกันว่าเป็น "Second Epoch" หรือ "SE" ส่วนในยุคแรกก็เป็น "First Epoch" หรือ "FE" - ผู้แปล] ซึ่งส่วนมากเขาทำให้กับเพื่อนๆ นักกีต้าร์มากกว่าที่จะยึดเป็นอาชีพจริงๆ ในยุคนี้เลเบลของเขามีข้อความดังนี้

"Antonio de Torres
Constructor de Guitarras en Sevilla
vive hoy en Almeria, Calle Reah no 20 Canada
Guitarra no 20 ano de 18......"

อย่างที่เราเห็น ทอเรสเองก็ตระหนักถึงยุคที่สองของเขา ที่น่าแปลกใจอีกอย่างหนึ่งก็คือเขาไม่เคยเซ็นต์เลเบลเลย ทอเรสได้ทำกีต้าร์ทั้งหมดประมาณ 320 ตัวในชีวิตของเขา มีเพียง 66 ตัวเท่านั้นที่ยังอยู่ [ผู้แปล - เมื่อความนิยมในกีต้าร์คลาสสิคในฟื้นฟู กีต้าร์ทอเรสเป็นที่ต้องการของนักสะสมกีต้าร์ จึงมีการค้นพบกีต้าร์ทอเรสจำนวนมากกว่านี้ ผู้ที่สนใจควรอ่านหนังสือเกี่ยวกับ Antonio de Torres โดย Jose L.Romanillos]

ทอเรสได้เป็นผู้รวบรวมเอาแนวคิดในการทำกีต้าร์แบบใหม่ๆ มาใช้ ซึ่งก็กลายมาเป็นมาตรฐานของกีต้าร์ในยุคปัจจุบัน เขาได้ทำให้ตัวกีต้าร์ยาวขึ้น ใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบาและบาง ทำให้กีต้าร์ของเขามีน้ำหนักไม่มากกว่ากีต้าร์ในยุคก่อนหน้า (ซึ่งตัวเล็กกว่า) เขายังได้กำหนดสัดส่วนของกีต้าร์ตามหลักของ Geometric และเขายังได้สร้างระบบแฟนสตัท [Fan Struts หรือ Fan Bracing - ผู้แปล] ซึ่งเพิ่มความแข็งแรงให้กับไม้หน้าและเกี่ยวข้องกับ การสร้างเสียงของกีต้าร์ด้วย เขานิยมใช้ Fan Struts 7 ชิ้นหรือไม่ก็ 5 ชิ้น กีต้าร์ที่สร้างก่อนหน้านี้ก็มี Fan Struts แต่ไม่ใช่เป็นระบบแบบทอเรส เช่นกีต้าร์ที่สร้างโดย Francisco Perez ที่เมือง Cadiz ในปี 1763 เป็นต้น หลังจากนั้นก็มีการปรับปรุงโดย Jose Benedit, Juan และ Jose Pages แห่ง Cadiz และ Francisco Sanguino แห่ง Seville แต่ทอเรสได้ปรับปรุงและคิดค้นให้การใช้ Fan Struts มีประสิทธิภาพสูงสุด ทอเรสได้บอกว่าไม้หน้าและแฟนสตรัทเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำกีต้าร์ เขาได้ใช้ความยาวสายมาตรฐาน 650mm. ซึ่งกลายเป็นมาตรฐานในปัจจุบัน นอกจากนี้เขายังมีการทำ Rossette รอบๆ ซาว์ดโฮลในแบบเฉพาะของเขาเองอีกด้วย มีทำกีตาร์ทอเรสปลอมออกมามากมายทั้งในยุโรปและอเมริกาใต้ เนื่องจากกีต้าร์ของเขาได้รับความนิยมสูงมาก [ส่วนหนึ่งคงเนื่องจาก F.Tarrega และ M.Llobet ใช้กีต้าร์ของทอเรสนั่นเอง - ผู้แปล]


Copyright 2004, Siamguitarra

Hosted by www.Geocities.ws

1