เพื่อระลึกถึงท่านเซโกเวีย ในวันครบรอบวันเกิด 21 กุมภาพันธ์ นี้ทางหนังสือพิมพ์นิวยอร์คไทมส์ได้นำบทอาลัยในมรณกรรม ของท่านเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 1987 มาตีพิมพ์อีกครั้ง

แปลและเรียบเรียงโดย ครูหยิบ (22 กพ. 2002)
ได้นำลงตีพิมพ์ในวารสารรายเดือนของชมรมกีต้าร์กรุงเทพฯ แล้ว


June 4, 1987
4 มิถุนายน 1987 (พศ.2530)

OBITUARY มรณกรรมรำลึก
อังเดรส์ เซโกเวีย ถึงแก่กรรม อายุ 94 ปี; การต่อสู้เพื่อยกระดับกีต้าร์
โดย โดนัล เฮนนาฮาน (Donal Henahan)

ท่านอังเดรส์ เซโกเวีย อายุ 94 ปี นักกีต้าร์เอกและศิลปินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งแห่งศตวรรษนี้ ถึงแก่กรรมด้วยโรคหัวใจล้มเหลวเมื่อวันอังคารที่กรุงเมดริด เมื่อวันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา สามวันก่อนหน้าที่จะแสดงที่ หอคาร์เนกี้ ท่านได้ถูกนำส่งโรงพยาบาลคาบรินิที่นครนิวยอร์ค เพราะการเต้นหัวใจผิดปกติ การทัวร์คอนเสิร์ตที่สหรัฐอเมริกาจึงถูกยกเลิกทั้งหมด และท่านก็ถูกพากลับบ้านที่สเปน ท่านเซโกเวียเป็นบุคคลสำคัญที่ต่อสู้เพื่อกีต้าร์คลาสสิค ได้ฝากรอยเท้าไว้ในประวัติศาสตร์ดนตรี

การคัดค้านจากบิดามารดา

กีต้าร์เป็นเครื่องดนตรีที่ไม่มีใครสนใจและไม่ได้รับการนับถือในตอนที่ท่านได้เลือกเล่นกีต้าร์ โดยไม่ฟังคำทัดทานจากพ่อแม่ที่เมืองลิแนร์ (Linares) บ้านเกิดในทางใต้ของสเปน แต่กีต้าร์ได้กลายเป็นเครื่องดนตรีที่สอนอยู่ในโรงเรียนดนตรีและมหาวิทยาลัยทางดนตรีก่อนที่ท่านได้เสียชีวิตหลายปี ท่านได้กลายเป็นขวัญใจของคนนับล้านๆ ที่เป็นนักกีตาร์, ผู้ชม, และนักสะสมแผ่นเสียง

ในการผลักดันกีตาร์ของท่านเซโกเวียนั้นสามารถเทียบได้กับศิลปินแนวหน้าอื่นๆ เช่นปากานินี่ (ไวโอลิน) ลิซท์ (เปียโน), คาสาลส์ (เซลโล่) และ แลนดอว์สกา (ฮาพซิคอร์ด) เช่นเดียวกับศิลปินแนวหน้าเหล่านี้ ท่านเซโกเวียได้ทิ้งมรดกทั้งด้านเทคนิค บทเพลง และ ความยอมรับของมหาชน ให้กับกีตาร์

เป้าหมายแห่งชีวิต

ท่านได้สรุปเป้าหมายของชีวิตของท่านในการสัมภาษณ์กับ หนังสือพิมพ์ นิวยอร์คไทมส์ เมื่อท่านอายุ 75 ปี: "หนึ่ง, ได้ไถ่ถอนกีตาร์จากเฟลมมิงโก้และสิ่งอื่นๆ สอง, ได้สร้างบทเพลง -คุณรู้หรือเปล่าว่านักประพันธ์ที่มีชื่อเสียงในยุคของเราได้ประพันธ์เพลงเพื่อกีต้าร์เพื่อผมหรือลูกศิษย์ของผม สาม, ผมอยากสร้างผู้ชมสำหรับกีตาร์ เดี๋ยวนี้ผมมีผู้ชมล้นหอแสดงขนาดใหญ่ที่สุดทุกแห่งทั่วโลก และอย่างน้อยที่สุดหนึ่งในสามเป็นผู้ชมในวัยเยาว์ - ผมดีใจมากที่ได้ขโมยพวกเขามาจากเดอะบีเทิลส์ สี่, ผมมุ่งมั่นให้กีต้าร์เป็นเครื่องดนตรีที่ได้รับการยอมรับจากสถาบันทางดนตรี เช่นเดียวกับเปียโน ไวโอลินและเครื่องดนตรีอื่นๆ "

แม้ว่าหนังสือหลายเล่มได้ให้ข้อมูลวันเกิดของท่านต่างๆ กัน ท่านเซโกเวียบอกว่าท่านเกิดเมื่อ 21 กุมภาพันธ์ 1893, บิดาซึ่งเป็นทนายความ และหวังว่าลูกชายจะเป็นนักกฎหมายเหมือนกัน ต้องตกใจมากเมื่อพบว่าลูกชายได้ตกหลุมรักกีตาร์ไปแล้ว การเรียนเปียโนและเซลโล่ก็ไม่สามารถดึงเขามาจากเครื่องดนตรีโบราณของสเปนได้ ตามเรื่องที่ชอบเล่ากันในหมู่นักกีตาร์ว่า พ่อของท่านได้ทุบกีต้าร์ทิ้งไปสองสามตัวก่อนที่จะยอมแพ้ต่อความรักกีต้าร์ของลูกชาย ขณะนั้นกีต้าร์เป็นเครื่องดนตรีเชื่อกันว่าเหมาะที่ใช้เล่นกันตามคาเฟ่โดยพวกยิปซีเท่านั้น

อย่างไรก็ตามกีตาร์ก็ยังมีร่องรอยหลงเหลือบางว่าว่าแตกต่างจากเฟลมิงโกและคนตรีพื้นเมืองอื่นๆ เซโกเวียไม่ฟังคำค้านของอาจารย์ที่สถาบันดนตรีกรานาด้าที่เขาถูกส่งไปเรียน ท่านตั้งใจที่จะค้นหาร่องรอยอันรุ่งเรื่องของกีตาร์ แต่ท่านก็ไม่สามารถหาอาจารย์ได้ท่านจึงต้องศึกษาด้วยตัวเอง ท่านพูดด้วยรอยยิ้มว่า "แม้กระทั่งทุกวันนี้ ครูกับลูกศิษย์ยังไม่เคยถกเถียงกันอย่างจริงๆ จังๆ เลย" [ครูกับลูกศิษย์เป็นคนเดียวกัน]

ท่านพัฒนาพื้นฐานทางเทคนิคโดยอาศัยสัญชาติกานนและหนังสือของ Francisco Tarrega นักกีตาร์ชั้นยอดของยุคศตวรรษที่ 19 ท่านกลายเป็นนักกีต้าร์ที่เก่งได้อย่างรวดเร็วและได้ออกแสดงครั้งแรกเมื่ออายุ 16 ปี ที่เมืองกรานาด้าในปี 1909 และในไม่ช้าก็เป็นที่รู้จักไปทั่วทั้งสเปน เมื่ออายุ 22 ปี ท่านได้แสดงที่สถาบันดนตรีชั้นสูงกรุงปารีส และประสบความสำเร็จส่งผลให้ได้ไปออกทัวร์การแสดงที่อเมริกาใต้

เมื่อท่านกลับสู่ยุโรปเมื่อปี 1923 มหาชนก็ได้รอคอยการแสดงของท่าน การแสดงอย่างเป็นทางการครั้งแรกที่กรุงปารีสเมื่อปี 1924 โดยมีเหล่าศิลปินชั้นนำเป็นผู้ชมด้วยได้สร้างความประทับใจอย่างงดงาม ขณะนั้นแทบไม่มีใครเคยได้ยินเพลงของบาคบนกีตาร์เลย ดังนั้นการเล่นบทเพลงของบาคโดย ทรานสคริปชั่นของท่านเองได้แสดงถึงความอัจริยะของท่านและศักยภาพของกีต้าร์

เพิ่มบทเพลง

นักประพันธ์เพลงชั้นนำของศตวรรษที่ 20 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเพื่อนสนิทของท่านเซโกเวีย ได้เขียนเพลงสำหรับกีตาร์ Roussel, Ibert, Falla, Villa-Lobos, Casella, Castelnuovo-Tedesco, Poulenc, Britten, Ponce, Turina, Rodrigo, Moreno Torroba, Berkeley, Arnold, Henze, Martin, Walton, Hindemith, Rawsthorne และ Bennett เป็นนักประพันธ์ที่เขียนเพลงให้กับท่านหรือลูกศิษย์ เช่น Julian Bream และ John Williams ท่านส่งเสริมการเขียนเพลงทั้งในแนวคอนแชร์โต้และโซโล และได้แสดงคอนแชร์โต้เหล่านั้นกับวงออเคสตร้าระดับโลกหลายวง ทรานสคริปชั่นที่ท่านได้ทำขึ้นก็เพิ่มจำนวนเพลงโซโลให้กับกีตาร์และปัจจุบันก็กลายเป็นส่วนสำคัญของบทเพลงสำหรับนักกีต้าร์คลาสสิค

ในบทวิจารณ์การแสดงครั้งแรกที่กรุงนิวยอร์ค ในหนังสือพิมพ์นิวยอร์คไทมส์ โดยโอลิน ดาวนส์ ได้กล่าวถึงศิลปินซึ่งมีชื่อเสียงแล้ววัย 34 ปี ดังนี้ "ลักษณะของคุณเซโกเวียนั้นไม่เหมือนนักดนตรีชั้นยอดเลย เขาดูเหมือนพวกนักฝันหรือนักวิชาการ ผมยาว แว่นตา เสื้อโค้ตสีดำและเน็คไทของยุคที่แล้ว"

นักวิจารณ์ ทึ่งในสีสรรและน้ำเสียงที่ท่านเซโกเวียนำออกมาจากเครื่องดนตรีเสียงเบานี้ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า "เขาอยู่ในกลุ่มศิลปินจำนวนจำกัดที่มีพลังความสามารถในการเล่น และจินตนาการบวกสัญชาติญาณ ในการสร้างสรรงานศิลปะของตนเองที่บางครั้ง เหมือนกับสามารถเปลี่ยนธรรมชาติของเครื่องคนตรีได้"

เงียบสงัดแบบเซโกเวีย (The 'Segovia Hush')

แม้ว่าการแสดงของท่านในนครนิวยอร์คอยู่หอแสดงขนาดเล็กอย่าง Town Hall เป็นเวลาหลายปี ในปีทศวรรษที่ 60 ท่านก็ได้ย้ายไปเล่นในหอคาร์เนกี้และหอฟิลฮาร์โมนิก (ปัจจุบันคือหอเอฟเวอรี่ ฟิสเชอร์) แฟนๆที่เหนียวแน่นไม่น้อยที่ผิดหวังกับการตัดสินใจนี้ แต่ศิลปินอย่างท่านเซโกเวียก็พิสูจน์ว่าสามารถสื่อสารกับผู้ชมได้หลายพันคน ปรากฏการณ์นี้ได้ถูกขนานนามว่า "Segovia Hush" ความสงัดแบบเซโกเวีย ซึ่งเกิดขึ้นในหลายหอแสดงที่ศิลปินอาวุโสได้ปรากฏตัว และท่านก็ภูมิใจในความสามารถที่ทำให้ผู้ชมนับพันอยู่ในความเงียบแบบไร้แม้กระทั่งเสียงหายใจ ท่านจะหงุดหงิดบางครั้งหากมีผู้ชมทำเสียงไอกะแอมไม่หยุดแล้วท่านก็จะส่งสายตาดุๆ ผ่านเลนหนาๆ หรือไม่ก็เอาผ้าเช็ดหน้าออกมาปิดปากแล้วไอไม่หยุด

ความสำเร็จของท่านเซโกเวียมีผลมาจากการอัดแผ่นเสียงเป็นอย่างมาก ท่านพูดไว้ว่าแผ่นเสียงแผ่นแรกที่ผลิตในกรุงลอนดอนโดย HMV ในปี 1926 ยังคงจ่ายค่ารอยัลตีให้ท่านอยู่เป็นระยะๆ แผ่นเสียงของท่านเซโกเวียมีจำนวนน้อยมากที่หยุดผลิต และมีมากกว่าสิบสองแผ่นที่ยังคงหาได้ในระยะ 20 ปีสุดท้ายของท่าน ในสหรัฐอเมริกา แผ่นเสียงของท่านอยู่ในสังกัดของ Decca เป็นเวลาหลายปี และต่อมากลายเป็น MCA (เดิมคือ Decca) และ RCA

ความสำเร็จที่ไม่อาจลบเลือน An Invariable Triumph

บทเพลงเด่นๆ หลายเพลงจากผลงานที่ได้บันทึกแผ่นไว้หลายสิบเพลง คือ บทเพลงดัดแปลงจาก ลู๊ท ไวโอลินและเซลโล่ ของ Bach และของ Sylvius Leopold Weiss, คอนแชร์โต้ของ Castelnuovo-Tedesco, Villa-Lobos, และ Ponce; บทเพลงดัดแปลงจากเปียโนของ Granados และ Albeniz, และ บทเพลงกีต้าร์โดย Sor, Tarrega, Moreno-Torroba, Roussel, Castelnuovo-Tedesco, Tansman, และ Turina

หนึ่งในความสำเร็จของท่านคือ Bach's Chaconne ที่ท่านยืนยันว่า ถูกแต่งขึ้นเพื่อเล่นบนลู๊ทหรือกีตาร์ ไม่ใช่ เดี่ยวไวโอลิน นักดนตรีที่ไม่เห็นด้วยกับความคิดเห็นนี้ก็ยังพบว่าการเล่นของท่านสามารถโน้มน้าวใจได้มากทั้งความงดงามของฮาร์โมนิคและความชัดเจนของ Counterpoint

ท่านเซโกเวียเริ่มแสดงในอเมริกาในปี 1928 เมื่อ Fritz Kreisler นักไวโอลินชาวเวียนนาได้เสนอให้ F.C. Coppicus แห่งสำนักงานการดนตรีนครนิวยอร์ค นำนักกีตาร์มาแสดงในนครนิวยอร์ค หลังจากประสบความสำเร็จกว่าสิบปีท่านเซโกเวียก็หยุดการแสดงในสหรัฐฯ เพราะเกิดสงครามกลางเมืองในประเทศสเปนในปี 1936 ท่านได้หลบไปอาศัยอยู่ที่ เมือง Genoa ในอิตาลี และเมือง Montevideo ในอุรุกวัย ท่านออกแสดงในอเมริกากลางและอเมริกาใต้ในระหว่างนั้นแต่ไม่เคยกลับมาสหรัฐฯ จนกระทั่งปี 1943 หลังจากนั้นชื่อ อังเดรส์ เซโกเวีย ก็เป็นที่ยกย่องเช่นเดียวศิลปินชื่อดังอื่นเช่น Rubinstein, Heifetz, และ Horowitz.

การแสดงครั้งแรกที่กรุงปารีสจัดโดยคาสาลส์ (Casals Arranged Paris Debut)

ท่านเซโกเวียมีความคิดที่ไม่เหมือนกับ พาโบล คาสาลส์ ผู้ไม่ยอมกลับประเทศสเปนเพื่อประท้วงรัฐบาลของนายพลฟรังโก้ ท่านไม่สนใจการเมือง เป็นเวลาหลายปีที่ท่านอาศัยในนครนิวยอร์คและสวิสเซอร์แลนด์ แต่ท่านก็กลับไปแสดงที่สเปนบ่อยๆ ท่านกล่าวว่า "ผมต้องสัมผัสแผ่นดินเกิดของผมเป็นระยะๆ เพื่อเติมพลัง" ความสัมพันธ์ระหว่างท่านกับคาสาลส์เคยอบอุ่นมาก เพราะนักเซลโล่ผู้มีชื่อเสียงผู้นี้เองที่เป็นคนจัดการแสดงครั้งแรกที่กรุงปารีสอย่างเป็นทางการให้กับนักกีตาร์รุ่นเยาว์ในกรุงปารีสเมื่อปี 1924 เป็นเหตุการณ์ที่โด่งดังเพราะศิลปินที่มีชื่อเสียงอย่าง Manual de Falla และ Paul Dukas ก็ไปชมด้วยจากการคะยั้นคะยอของคาสาลส์ แต่ความเป็นเพื่อนก็สิ้นสุดลงเมื่อเกิดสงครามกลางเมืองขึ้นเพราะท่านเซโกเวียไม่ยอมตัดสัมพันธ์กับบ้านเกิดที่ท่านยังคงกลับไปเยี่ยมเป็นระยะๆ ตลอดสมัยของรัฐบาลนายพลฟรังโก้

ท่านกลับไปอยู่ที่สเปนหลังจากสงครามโลกครั้งที่สองแต่คาสาลส์ไม่กลับ ท่านให้เหตุผลว่าท่านรักประเทศของท่านมากกว่าที่จะละทิ้งไปเพราะเหตุทางการเมือง

สอนจนวาระสุดท้าย Teaching to the End

หลายสิบปีที่ผ่านมา ท่านเซโกเวียได้สอนมาสเตอร์คลาสที่ Santiago de Compostela ในสเปน และที่สถาบันดนตรีและมหาวิทยาลัยทั่วโลก ในเดือนมีนาคมปีนี้ท่านได้จัดมาสเตอร์คลาสที่สถาบันดนตรี Manhattan และหอคาร์เนกี้ ท่านได้เคยสอนอยู่ที่เมือง Siena ใน Italy ในสถาบัน Accademia Chigiana ที่เป็นของเจ้าชาย Chigi เพื่อนของท่าน การเรียนกับท่านเซโกเวียดูเหมือนจะเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับนักกีตาร์และกลายเป็นตราประทับที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ลูกศิษย์ที่เด่นๆ ของท่านมี Julian Bream, John Williams, Christopher Parkening, Alirio Diaz, Oscar Ghiglia


การแต่งงานครั้งแรกของท่านจบด้วยการหย่าร้างในปี 1951 ในปี 1961 ท่านได้แต่งงานใหม่กับ อีมิเลีย คอร์รอล ซานโช่ นักกีตาร์ลูกศิษย์วัย 22 ปี คาร์ลอส อังเดรส์ บุตรวัย 17 ปีในขณะนี้ เกิดเมื่อท่านมีอายุถึง 77 ปี อังเดรส์และบีทริซ บุตรและบุตรีจากภรรยาคนแรกเกิดเมื่อกึ่งศตวรรษก่อนคาร์ลอส ครั้งหนึ่งท่านเคยบอกว่า "ผมดีใจที่ได้เป็นพ่อมากกว่าเป็นศิลปิน" ท่านได้สร้างบ้านสำหรับครอบครัวใหม่บนยอดเขาแถบทางใต้ของสเปนระหว่างมาลากากับกรานาด้า ท่านได้ลดกิจกรรมการแสดงลงอย่างมากในปีท้ายของชีวิต เหลือเพียงยี่สิบกว่าครั้งต่อปีจากที่เคยแสดงถึงกว่าหนึ่งร้อยครั้งต่อปีมากตลอดจนอายุกว่า 70 ปี

ท่านอยู่เคียงข้างโดยภรรยาและบุตรทั้งสอง, อังเดรส์และคาร์ลอส


คำคมของศิลปิน ARTIST WITH WORDS, TOO

ท่านเซโกเวียเป็นบุรุษจากโลกเก่าผู้ชอบภาษากวี จึงมีคำคมและคำวิจารณ์ที่สละสลวยไม่น้อย อาทิเช่น


เรื่องคุณค่าของการทำงานหนัก: ผมฝึกซ้อมวันละ 5 ชั่วโมงเท่านั้น ไม่มากกว่านี้ งานคือเรื่องจำเป็นและความสุข มันเหมือนกับภาพเขียนของจาคอบ ที่มีเทวดานางฟ้าปีนขึ้นปีนลง ชั้นแล้วชั้นเหล่า แม้ว่าเหล่าเทวดาจะมีปีก
On the value of hard work: I practice only five hours a day, no more. Work is necessary and a pleasure. It is like those old paintings of Jacob's Ladder with angels climbing up and down, rung by rung - although they have wings.

เรื่องของวาทยากรหนุ่มสาว: สำหรับพวกเขาส่วนใหญ่ โรงเรียนก็คือกระจกและเครื่องเล่นแผ่นเสียงไปแล้ว
On young conductors: For most of them the academy has been the mirror and the gramophone.

เรื่องของพลังเสียงของกีตาร์ในหอแสดงขนาดใหญ่: เพื่อนนักปรัชญาของผมได้สอนนักเรียนในห้องขนาดใหญ่ นักเรียนคนหนึ่งบอกว่าไม่ได้ยิน เพื่อนผมเลยบอกว่า "ดีมาก, ผมจะพูดให้เบาลง"
On the power of the guitar to be heard in large halls: My friend who is a philosopher was speaking to students in a great hall and one said he could not hear. 'Very well,' said the philosopher, ''I will speak lower.''

เรื่องราคาของกีตาร์ของท่าน: กีตาร์มีคุณค่าแต่ไม่มีราคา
On the cost of his guitar: A guitar has value but no price.

เรื่องดนตรีสมัยใหม่: โชคร้ายมาก ผมคิดว่าดนตรีตกต่ำลงมาก ศิลปะทั้งหลายจำต้องได้รับการกอบกู้
On modern music: Unfortunately, I think music is declining. All art is in need of redemption.

เรื่องนักกีตาร์เฟลมมิงโก้: ผมชอบดนตรีเฟลมมิงโก้แท้ๆ มาก มันเล่นด้วยนิ้วที่หนักแน่น รุนแรงแต่ออกมาจากวิญญาณ แต่เฟลมมิงโก้ได้ออกนอกลู่นอกทางไปแล้ว เฟลมมิงโก้ไม่ควรเป็นอาชีพ
On flamenco guitarists: I like very much the true flamenco, which is played with heavy fingers, roughly but from the soul. But flamenco has departed from the good simple tradition. The flamencos should not be professionals.

เรื่องไม่ชอบการเล่นซ้ำซากจำเจ: ผมต้องอยู่กับตัวโน้ตทุกตัวที่ผมเล่น
On his hatred of routine playing: I have to be present at every note I play.

เรื่องภรรยา, อีมิเลีย: เธอเป็นลูกศิษย์ผม 12 ปีก่อนที่จะกลายเป็นเจ้านายผม
On his wife, Emilia: She was my pupil for 12 years before she became my master.

เรื่องตารางการแสดงที่แน่นมากมาตลอดจนแก่: ผมมีเวลาชั่วนิจนิรันดร์ที่จะพัก
On continuing a heavy schedule into old age: I will have an eternity to rest.



Hosted by www.Geocities.ws

1