A POSTMORTEM ON THE CLASSICAL GUITAR
By Patrick Read

คลาสสิคกีตาร์หลังมรณกรรมของเซกโกเวีย โดย แพททริก รีด (1998)

แปลและเรียบเรียงโดย ครูหยิบ


จะมีเซกโกเวียเกิดขึ้นอีกคนหรือเปล่า? เป็นคำถามที่เกิดขึ้นมากตั้งแต่ที่ท่านเสียชีวิตไปในปี 1987 (พ.ศ.2530) คำตอบของผมซึ่งก็คือ ไม่มี เช่นเดียวกับคำถามแบบที่ว่าจะมี Mozart หรือ Beethoven อีกคนหรือเปล่า พวกเราทั้งหลายโดยเฉพาะอย่างยิ่งนักกีตาร์โชคดีมากที่มีเซกโกเวีย พวกเราอาจจะไม่รู้สึกซาบซึ้งมากนักถึงความยิ่งใหญ่และสิ่งที่ท่านได้อุทิศให้กับวงการเพลงและกีตาร์ในศตวรรตที่ 20 เมื่อพวกเราได้ฟังเทปหรือซีดีของท่าน พวกเราก็รู้สึกถึงความเป็นเอกลักษณ์ทางอารมณ์ที่ลึกซึ้งและการเล่นของท่าน เมื่อท่านได้จากไปก็เหมือนการสูญเสียที่ไม่อาจหามาทดแทนได้โดยเร็ว

อาจจะมีนักกีตาร์อีกมากมายทั้งเก่งและไม่ค่อยเก่งนัก, Julian Bream ได้ขยายขอบข่ายของบทเพลงไปในแนวที่ท่านเซกโกเวียไม่เคยคิดถึง John Williams ยังคงเล่นคอนเสิร์ตไปทั่วโลก อาจารย์ของผมเอง Manuel Lopez Romos ก็ยังคงพยายามรักษาแนวการเล่นแบบเซกโกเวียในการแสดงออกถึงอารมณ์ที่ลึกซึ้ง (Expressive playing) นอกจากนั้นยังมีนักกีตาร์และนักประพันธ์อีกมากมาย แต่อย่างไรก็ตามความตื่นเต้นและความน่าสนใจที่เกิดขึ้นในทศวรรตที่ 1950, 1960, และ 1970 ก็ได้สลายไปแล้ว

นิตยสาร "Guitar Player" ฉบับพฤศจิกายน 1986 ซึ่งยังไม่ครบหนึ่งปีหลังการตายของท่านเซกโกเวีย, ผมก็ได้เขียนบทความในชื่อว่า "Is the Classical Guitar Dead?" ขึ้น ในฉบับต่อๆ มาได้มีเสียงวิจารณ์มากมายถึงสิ่งที่ผมเขียน ผมคิดว่าคนที่วิจารณ์อาจไม่เข้าใจสิ่งที่ผมพยายามสื่อ มีคนหนึ่งได้เขียนรายชื่อนักกีตาร์ดาวรุ่งที่กำลังพุ่งขึ้นมาเพื่อแสดงให้เห็นว่ากีตาร์ยังไม่ตาย บัดนี้เป็นเวลากว่าทศวรรตแล้วนักกีตาร์เหล่านั้นก็ยังไม่ได้ขึ้นมาอยู่ในระดับแนวหน้าเลยสักคนเดียว!!!

หลังจากได้อ่านบทความนั้นอีกครั้ง ผมก็ยังคงยืนยันในสิ่งที่ผมเขียนทั้งหมด ด้วยความสามารถทางเทคนิคที่สมบูรณ์แบบที่เราพบเห็นในนักกีตาร์รุ่นปัจจุบันทั้งหลาย น้อยคนมากที่จะเข้าใจถึงหัวใจแห่งศิลปะการเล่นกีตาร์อย่างแท้จริง นั่นคือศิลปะการแสดงทางดนตรี (the art of musical expression) ผมมีทฤษฎีในเรื่องนี้ที่ผมอยากจะนำเสนอกับผู้อ่านทุกคน ผมเรียกมันว่า "musical personality" (บุคคลิกภาพทางคนตรี) นั่นคือ เราคือสิ่งที่เราแสดง นักกีตาร์ที่ได้มีการพัฒนาการทางบุคคลิกภาพทางดนตรีสูงจะมีแนวของรายชื่อบทเพลงที่เราสามารถบ่งบอกได้ ท่านเซกโกเวียและจูเลียน บรีมมีอย่างชัดเจน เราสามารถบอกได้ว่านักกีตาร์เหล่านี้จะเลือกเล่นเพลงๆ นี้หรือเปล่าหรือว่าเพลงนี้ได้อยู่ในรายชื่อเพลงของท่านอยู่แล้ว มีบทเพลงหลายๆ เพลงที่เราสามารถบอกได้ทันทีว่าจะไม่อยู่ในรายชื่อเพลงของท่านเซกโกเวีย แต่ละปีท่านก็จะเพิ่มเพลงใหม่สักเพลงหรือสองเพลง แล้วท่านเล่นเพลงเหล่านี้ไปเรื่อยๆ รายชื่อบทเพลงเหล่านี้ก็กลายเป็นสิ่งที่เราเห็นเป็น บุคคลิกภาพทางดนตรีของท่าน

ทฤษฎีของผมยังมีต่อว่า นักดนตรีที่ยิ่งใหญ่เท่าไรก็จะมีรายชื่อบทเพลงที่กลั่นกรองมากขึ้นเท่านั้น [ไม่ใช่เล่นอะไร สเปะสปะไปเสียหมด] บุคคลิกภาพทางดนตรีที่เปล่งออกมามาจากพลังของบทเพลงที่เขาใช้แสดง เขาจะมีสำนึกที่แข็งแกร่งในบทเพลงที่เขาต้องการที่จะเล่นและสิ่งที่เขาต้องการแสดงออกมาด้วยเพลงๆ นั้น นี่ไม่ได้บอกว่าแต่บทเพลงจะต้องเป็นเพลงในระดับมาสเตอร์พิซ เช่น ท่านเซโกเวียก็สามารถทำให้เพลงระดับกลางๆ โดดเด่นขึ้นมาอย่างที่ไม่น่าเชื่อ

ในการเลือกเพลงต่างๆ เพื่อประกอบกันขึ้นมาเป็นชุดบทเพลงเพื่อแสดงนั้นจะต้องกระทำด้วยความละเอียดรอบคอบ นักกีตาร์จะต้องมีชีวิตอยู่เพื่อบทเพลงเหล่านั้น ให้เวลาอย่างมากเพื่อบทเพลงเหล่านั้น และในที่สุดก็จะถูกตัดสินด้วยการแสดงบทเพลงเหล่านั้นโดยอาศัยความเข้าใจของนักกีตาร์นั้นๆ (Interpretation) นั่นเอง ถ้าหากเราพูดถึงศิลปะในการแสดงกีตาร์ เราต้องคำนึงถึงบุคคลิกภาพทางดนตรีของศิลปินในแนวที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นด้วย

ขั้นต่อไป วิธีที่นักกีตาร์เล่นเพลงต่างๆ อย่างไรนั้นจะพัฒนากลายเป็นบุคคลิกของเขาเอง ผมมักจะเปิดวิทยุช่องดนตรีคลาสสิคขึ้นมาแล้วพยายามที่จะทายว่าใครเป็นนักกีตาร์ที่เล่นเพลงนั้น ผมคิดว่าวิธีการที่นักกีตาร์ใช้การแสดงอารมณ์ของบทเพลง (expressive elements) ในแบบของเขาเป็นการบ่งบอกความเป็นศิลปินของเขาขึ้นไปอีก ในการตีความของบทเพลงของนักประพันธ์แต่ละท่านย่อมแตกต่างกัน อาทิ แบบของ Bach ย่อมต่างจากแบบของ Ponce เป็นต้น อย่างไรก็ดี เงาของผู้แสดงแต่ละคนก็ย่อมอยู่ในนั้นด้วย บทเพลงที่แสดงจึงไม่เคยเป็นแค่ Bach เท่านั้น แต่เป็น Bach-Segovia หรือ Bach-Williams.


Prof. Patrick Read เป็นอาจารย์สอนกีตาร์คลาสสิคที่มหาวิทยาลัยรัฐแคลิฟอร์เนีย-ริเวอร์ไซด์ (UC-Riverside)เป็นศิษย์เอกของ Sopheacles Papas และ Manual Ropez Ramos เคยศึกษากับท่านเซโกเวียถึงสองภาคฤดูร้อนที่สเปน (ผู้แปลและเรียบเรียง) สรุปในปัจจุบัน เรามีนักกีตาร์เก่งๆ ฝีมือยอดเยี่ยมมากมาย สามารถเล่นบทเพลงได้แทบทุกเพลงที่มี แต่ยังไม่ใครที่สามารถสะกดและมีอิทธิพลคนฟังได้มากเท่ากับท่านเซกโกเวียหรือแม้กระทั่งท่านจูเลียน บรีม ปัญหาอย่างหนึ่งก็คือ นักกีตาร์ในปัจจุบันไม่ได้มีการพัฒนาบุคคลิกภาพทางดนตรีเท่าที่ควร ซึ่งมาจากการเล่นบทเพลงมากเกินไป สเปะสปะไปหมด ทำให้มีเวลาเพียงพอที่จะพัฒนาหรือฝึกซ้อมให้เข้าถึงเพลงๆ นั้นอย่างแท้จริง ถ้าเราสังเกตจากโปรแกรมการเล่นคอนเสิร์ตของท่านเซกโกเวียที่อาจารย์กมลได้นำมาเสนอในบทความ เราจะเห็นว่ามีการเพิ่มบทเพลงเพียงสองสามเพลงเข้าไปในแต่ละปีเท่านั้น เพราะท่านต้องการฝึกซ้อมให้เข้าถึงจริงๆ ก่อนที่นำมาแสดง มีบทเพลงอีกมากมายที่ท่านเก็บไว้โดยไม่เคยนำมาเล่น (เพิ่งจะค้นพบไม่กี่ปีมานี้เอง กำลังจะมีการตีพิมพ์เป็นบทเพลงที่ผู้ประพันธ์แต่งให้กับท่านแต่ท่านไม่เคยนำมาแสดงเลย) เนื่องจากบทเพลงเหล่านั้น ไม่เหมาะกับบุคคลิกภาพทางดนตรีของท่านนั่นเอง

Hosted by www.Geocities.ws

1