ปลายปี คศ.1819 ศิลปินผู้ซึ่งเพิ่งจะมาถึงกรุงเวียนนา ได้ประกาศการแสดงกีต้าร์รีไซทัลขึ้น
ในตอนนั้นยังไม่มีใครรู้จักเขา ลุยจิ เลกนานี่ นักกีต้าร์เยี่ยมยุทธ์จากอิตาลี ความอยากรู้อยากเห็นทำให้
มีผู้ชมจำนวนพอสมควร ซึ่งหลายๆ คนในนั้นเมื่อหลายปีก่อนก็ถูกมนต์สะกดจากการแสดงของ
จูเลียอานี่ (Mauro Giuliani) ยอดฝีมือผู้ไร้เทียมทาน พวกเขามาพร้อมกับความสงสัยในการแสดงของ
นักกีต้าร์หน้าใหม่ผู้นี้ ในกรุงเวียนนาการแสดงกีต้าร์รีไซทัลไม่ใช่ของแปลกใหม่และผู้ชมก็พร้อมที่จะรับชม
"การแสดง" การแสดงครั้งแรกของเลกนานี่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง นักวิจารณ์ทั้งหลายกล่าวชม
ถึงความสามารถทางเทคนิคและความไพเราะในการเล่นของเขาอย่างเป็นเอกฉันท์ ในปี 1820 และ 1821
เขาได้กลับมาบ้านที่อิตาลี และได้เปิดการแสดงที่ Ravenna และเมื่องอื่นๆ แล้วเขาก็กลับมายังกรุงเวียนนา
ในปี 1822 เพื่อการแสดงถึงสามคอนเสิร์ต และได้ย้ำความสำเร็จของเขาอีกครั้ง
ในหนังสือ "Musical Biographies" ของ Fetis ได้กล่าวว่าเลกนานี่เกิดที่กรุงมิลาน ซึ่งไม่ถูกต้อง
จากหลักฐานทางสูจิบัตรที่พบในภายหลัง เขาเกิดที่เมือง Ferrara เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 1790
เมื่ออายุได้เก้าขวบ ครวบครัวของเขาได้ย้ายไปที่เมือง Ravenna ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในการเรียนดนตรี
ของเขา ความเป็นอัจฉริยะของเขาทำให้เขาสามารถเล่นเครื่องสายทุกชนิดได้อย่างเชี่ยวชาญในระยะเวลาอันสั้น
แต่ในที่สุดกีต้าร์ได้กลายมาเป็นเครื่องดนตรีชิ้นโปรดของเขา นอกจากนี้เขายังมีพรสวรรค์ทางเสียงร้อง tenor
ที่ดีเยี่ยมด้วย เมื่ออายุ 17 ปีเขาได้แสดงบทโรงละครในเมือง Ravenna โดยร้องเพลงที่ประพันธ์โดย Cimarosa,
Donizetti, และ Rossini และเล่นกีต้าร์ประสานไปด้วย
ที่โรงละครแห่งเดียวกัน และที่กรุงมิลานเขาได้จัดการแสดงครั้งแรกในฐานะนักกีต้าร์ ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง
และนำเขาไปสู่กรุงเวียนนา อันเป็นเมืองที่ดึงดูดนักกีต้าร์ทั้งหลายในเวลานั้น หลักจากการแสดงรอบแรกของเขา
นักวิจารณ์ได้เขียนว่า "มันเป็นสิ่งเหลือเชื่อที่ใครจะสามารถสร้างเสียงประดุจดังวงออเคสตร้าบนกีต้าร์ได้อย่างที่
เลกนานี่ได้แสดงในคอนเสิร์ต กีต้าร์ในมือของเขาไพเราะมาก ท่วงทำนองออกมาอย่างเด่นชัด และเสียงประสานก็
สมบูรณ์แบบในทุกรายละเอียด เทคนิคของเขาน่าอัศจรรย์ใจยิ่งนักเหนือกว่านักกีต้าร์ที่เคยมาแสดงที่กรุงเวียนนา
ทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเล่นใน Variation หนึ่งในเพลง Fantasia ของเขาด้วยมือซ้ายเพียงอย่างเดียว"
ด้วยความกระตือรือร้นของเขา เลกนานี่ไม่เคยอยู่ที่ใดที่หนึ่งเป็นเวลานานๆ ในช่วงเวลาสิบปีต่อมาเขาได้ทัวร์แสดง
คอนเสิร์ตไปทั่วทั้ง เยอร์มันนี สวิสเซอร์แลนด์ รัสเซีย และฝรั่งเศส ในกรุงปารีสเขาเข้าร่วมอยู่ใน Guitaristic
Circle ที่จัดตั้งโดย Ferdinand Sor, โดยสมาชิกเช่น Carcassi, Aguado, Zani de Ferranti และคนอื่นๆ
ปี 1836 นักไวโอลินชื่อดัง Paganini ได้เชิญ เลกนานี่ไปพำนักที่บ้าน Villa Gajona ใกล้เมือง Parma เขาอยู่ที่นั่น
หลายเดือน และได้ทำงานร่วมกัน เตรียมการแสดงคอนเสิร์ตด้วยกัน ซึ่งทั้งคู่ได้ตระเวณแสดงไปทั่วทั้งยุโรป และจบ
การแสดงในปี 1837 ด้วยคอนเสิร์ตที่เมือง Turin และ Parma ในอิตาลี บทประพันธ์ที่ทั้งคู่ได้นำออกแสดงเป็น
บทเพลงที่เล่นได้ยากมากและไม่เคยได้ยินที่ไหนมาก่อน ซึ่งต่อมาได้มีการตีพิมพ์ที่ Leipzig เลกนานี่มีความสนใจ
ในการทำกีต้าร์และการพัฒนาปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น ในระหว่างที่อยู่ที่กรุงเวียนนาเขาได้ให้คำแนะนำหลายๆ อย่างกับ
ช่างทำกีต้าร์ชาวเวียนนาหลายคน และกีต้าร์ที่ทำตามคำแนะนำของเขาก็มีเสียงดีขึ้นมาก และมีชื่อเสียง
ในบั้นปลายของเลกนานี่ไม่ค่อยมีคนรู้เรื่องราวชีวิตของเขามากนัก ในปี 1862 เขาเกษียณแล้วกลับไปอยู่ที่เมือง
Ravenna จนกระทั่งเสียชีวิตในปี 1877
เช่นเดียวกับนักกีต้าร์ที่ยิ่งใหญ่คนอื่นๆ ในยุคนั้น เลกนานี่เป็นนักกีต้าร์ที่เรียนรู้ด้วยตัวเอง ในวัยเด็กเขาได้เรียนรู้
ในเรื่องทฤษฎีดนตรี Harmony, Counterpoint, และ Composition และได้ใช้หนังสือของ Carulli เป็น
พื้นฐานทางเทคนิคกีต้าร์ของเขา ด้วยความเป็นอัจริยะทางดนตรีเขาได้ค้นพบเทคนิคใหม่ๆ ทางฮาร์โมนี่ของกีต้าร์ บท
เพลงที่เขาเขียนขึ้นเป็นสิ่งยืนยันได้ว่าเขาเหนือกว่านักกีต้าร์หลายๆ คนในยุคเดียวกับเขา ในคอนเสิร์ตที่เขาแสดง
เขานำเอาเฉพาะบทเพลงที่เขาประพันธ์มาแสดงเท่านั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่นิยมทำกันในหมู่ยอดนักกีต้าร์ในยุคนั้น
บทประพันธ์มากกว่า 250 บทที่เขาได้เขียนขึ้นและได้ตีพิมพ์ ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าเขาเป็นนักประพันธ์ที่ขยันและมีผลงานมากมาย
แต่เป็นที่น่าเสียดาย ที่บทเพลงเหล่านี้ส่วนมากไม่ได้ถูกตีพิมพ์อีกเลย และพบได้เพียงในห้องสมุดในกรุงเวียนนา
และเมืองใหญ่อื่นๆ เท่านั้น บทเพลงที่ยังตีพิมพ์อยู่ในทุกวันนี้มี "Op. 16, Grande Variazioni"; Op. 19,
Fantasia; "Op. 32, Potpourri and Caprlce"; Op. 34, Grand Capriccio;
Op. 61, Grand Fantasie; "Op. 201, Introduction and Variations on a theme
from 'Norma'"; "Op. 202, Andante and Allegro from 'William Tell'"; Op. 204,
Rondoletto Scherzoso; "Op. 224, Introduction, Theme and Variations";
"Thirty-six Short Valses" ไม่มี opus number เพลง Scherzo, Opus 10 ประกอบไปด้วย
Theme, Variations อีก 4 บท และ Coda มีหมายเหตุโดยนักประพันธ์ว่า "variations ทั้ง 4 เพลงนั้นต้องเล่น
ด้วยมือซ้ายอย่างเดียวเท่านั้น" ซึ่งเป็นสิ่งที่ท้าทายมากสำหรับนักกีต้าร์ผู้เยี่ยมยุทธ์ทุกคน "Opus 20" คือ
36 Capriccios ที่อาจจะเป็นบทประพันธ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของเขา และนักกีต้าร์ทุกคนควรจะมีไว้ บทประพัทธ์
นี้คือชุดของ Concert Etudes ในทุกคีย์ แม้ว่าเขาไม่ได้ทิ้งอะไรไว้เลยเหลือแต่แค่ "Opus 20" ไว้อย่างเดียว ชื่อของเขา
ก็ควรอยู่ในใจของนักกีต้าร์หรือผู้ที่ชื่นชอบกีต้าร์ทุกคน
[ผู้แปล - เพลงของ Legnani เป็นบทเพลงที่ยากมากๆ ในอดีตในยุค Segovia เป็นต้นมายังไม่ใครเล่น 36 Capriccios
ในระดับที่เป็นเพลงได้ครบทุกเพลง แต่ในปี 1997 หลังจากใช้เวลาศึกษาและหาทางเล่นอยู่หลายปี เพลง "Opus 20: 36 Capriccios"
และ "Opus 19: Fantasia" ได้ถูกนำมาบันทึกแผ่นสำเร็จและประสบความสำเร็จอย่างมากโดย Pavel Steidl ยอดฝีมือนักกีต้าร์ผู้เยี่ยม
ยุทธ์สูงสุดคนหนี่งในยุคนี้ (ผมว่าเขาคือ Lennani มาเกิดใหม่ แน่ๆ เลย) นอกจากนี้เขายังได้ครอบครองกีต้าร์โบราณของ Lennani
และได้ซ่อมแซมและปรับปรุง แล้วนำมาใช้บันทึกแผ่น CD ดังกล่าว อนึ่งเขาได้นำกีต้าร์ตัวนี้มาแสดงใน Thailand Guitar Festival 2002 ที่
ผ่านมา เสียงดีมากและดังมากอย่างเหลือเชื่อครับ]
