คำแนะนำทั่วไปสำหรับการฝึกซ้อมกีตาร์คลาสสิค ตอนที่ 2/2
จากหนังสือ Gitarren Technik Kompakt
โดย คอนราด รากอสนิค (Konrad Ragossnig) *
แปลเป็นอังกฤษจากเยอรมัน โดย Dieter Frisch, M.D.,
แปลและเรียบเรียงเป็นไทยโดย ครูหยิบ (รร.ดนตรีหาดใหญ่)
(ต่อจากตอนที่แล้ว)
เมื่อความสามารถทางเทคนิคยิ่งสูงขึ้นมากเท่าไร ความเป็นไปได้ในการเล่นให้ให้ลึกซึ้งถึงดนตรีก็ยิ่งสูงมากเท่านั้น. หรืออีกนัยหนึ่ง ความเป็นดนตรียิ่งสูงเท่าไร ความไม่แน่นนอนทางเทคนิคยิ่งน้อยลงเท่านั้น
- อย่าฝึกซ้อมอย่างเครื่องจักรกล ให้ซ้อมแบบฝึกหัดทางเทคนิคด้วยความไพเราะ มีดังมีเบา มีจังหวะที่ถูกต้อง
- ทำเพียงอย่างไรอย่างหนึ่งคือฝึกฝน หรือ เล่น [เป็นเพลง] ถ้าหากทำสองอย่างพร้อมกัน จะไม่ได้อะไรสักอย่าง และส่งผลให้เล่นไม่เป็นเพลง หรือไม่ก็กลายเป็นการแอโรบิคแบบไร้สมอง
- ความผิดหรือบกพร่องที่ซ้ำๆ จะแก้ได้ยากมากหรืออาจแก้ไม่ได้เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เป็นเรื่องของจังหวะ นี่เป็นสิ่งที่สำคัญมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งนักกีต้าร์ที่ต้องการเล่นให้เก่งอย่างรวดเร็วและถูกต้อง อย่าฝึกซ้อมอะไรๆ ให้ผิดๆ เล่นให้ถูกตั้งแต่แรกเลย! นี่อาจจะทำได้โดยการเล่นช้ามากและให้ตรงกับจังหวะที่แม่นยำ(อาจจะโดยการนับดังๆ)
- ควรอย่างยิ่งที่จะอ่านและศึกษาโน้ตเพลงอย่างถี่ถ้วนก่อนที่จะเล่น เหมือนกับวาทยากรศึกษาโน้ตเพลง
- ในการฝึกซ้อม ควรก้าวเป็นขั้นๆ กล่าวคือ จาก อ่อนโยน ไปสู่ เข้มแข็ง, จาก เบามาก ไปสู่ ดังมาก, และจาก ช้า ไปยัง เร็ว - ไม่ใช่กลับกัน!
- ในขณะที่กำลังฝึกซ้อม อย่าใช้สัญชาตญาณหรือความรู้สึกฉับพลัน เมื่อสมองของเรากำลังเต็มไปด้วยปัญหาทางเทคนิค เราไม่สามารถแก้ปัญหาด้านศิลปะการเล่นและความเป็นดนตรีได้ การทำแบบ รุกโดยฉับพลัน ส่วนมากแล้วมักจะต้องแก้ไขโดยใช้เวลานานมาก
- การทำ Fingering และการแก้ไข ช่วยทำให้การฝึกซ้อมง่ายขึ้นและมีอิทธิพลต่อ Phrasing และ Articulation (การแบ่งท่อนวลีและแนวการเล่น) การทำ Fingering ที่ไม่ดีจะนำไปสู่การฝึกซ้อมที่ไม่ได้ผล
- การฝึกทางเทคนิคเป็นการศึกษาเรื่องโทนเสียง ต้องการการเล่นที่เหมาะสมกล่าวคือ มีการควบคุมเสียงที่สมบูรณ์แบบ พร้อมกับเปิดใจอย่างเต็มที่ในรับการฟังเสียงที่ตัวเองเล่นการตรวจสอบและวิจารณ์ด้วยตนเอง
- เพื่อที่จะได้การดีดที่ถูกต้องดังใจ ซึ่งได้ Tone Production (การสร้างโทนเสียง) ที่ใสไพเราะ คุณต้องระวังอย่างมากในตำแหน่งของมือขวาทั้งส่วนของนิ้วและแขนก่อนการสร้างโทนเสียงจะเกิดขึ้น [นั่นคือจะต้องรู้สึกถึงการควบคุมมือขวาก่อนที่จะดีด]
- ที่จริงแล้วเพียงแค่ 1 มิลลิเมตร ของทั้งมือซ้ายและมือขวา ก็จะตัดสินว่าคุณเล่นได้ clear หรือไม่เคลียร [ผู้แปล: คิดแล้วกลุ้ม ไปเล่นเปียโนดีกว่ามั้ง!!!]
- เพื่อหลีกเลี่ยงการซ้อมแบบซ้ำซาก (monotone) คุณไม่ควรฝึกซ้อมในแบบฝึกหัดเดียวกันนานๆ ควรจะเปลี่ยนไปฝึกอย่างอื่นบ้าง
- แบบฝึกหัดทางเทคนิครวมถึงบทเพลงที่ใช้แสดงด้วย ต้องการการศึกษาอย่างช้าๆ และละเอียด พร้อมด้วยสมาธิสูงสุด อีกนัยหนึ่งคือ การเล่นที่รวดเร็ว ต้องฝึกจากช้าๆ ก่อน! จังหวะจะเพิ่มให้เร็วขึ้นได้เป็นขั้นๆ ก็ต่อเมื่อคุณสามาถเล่นได้อย่างสมบูรณ์แบบในทุกรายละเอียดแล้ว
- เราแนะนำให้เลือกซ้อมในสิ่งที่ยากกว่าสิ่งที่จำเป็นต้องทำให้ได้เช่น ข้อสอบ, การแข่งขัน, หรือคอนเสิร์ต เพื่อว่าสิ่งที่จำเป็นต้องทำให้ได้ จะง่ายขึ้นที่เล่นให้ได้สมบูรณ์
- โปรดทำเครื่องหมายส่วนที่ยากๆ ในบทเรียนหรือบทเพลง แล้วรวบรวมไว้ทีละเล็กทีละน้อย คุณก็จะได้ชุดคอลเล็กชั่นของวลีหรือส่วนที่ยากๆ ที่มีคุณค่า
- หลังจากที่เล่นในวลีหรือส่วนที่ยากๆ ได้แล้ว ก็อย่าลืมว่าจุดมุ่งหมายที่สำคัญที่สุดของนักดนตรีคือ การแสดงดนตรีอย่างมีศิลปะตั้งแต่ต้นจนจบ การเล่นดนตรีหรือการตีความบทเพลงทั้งหมด (หรืออย่างน้อยส่วนหนึ่งเช่น Movement หนึ่ง) คือสิ่งที่สำคัญที่สุดในการศึกษาและการฝึกซ้อม
- แม้ว่าคุณจะมีเวลาทั้งวันในการฝึกซ้อม คุณไม่ควรจะใช้เวลามากไปกว่า 4 ชั่วโมงกับกีต้าร์ของคุณ [ผู้แปล: เซกโกเวียใช้เวลาฝึกซ้อมวันละ 5 ชั่วโมง แบ่งเป็น 2 ครึ่งๆ ละ 2.5 ชั่วโมง]
[ผู้แปล: จบแล้วครับ การแปลเรื่องนี้ยากมากทีเดียว เนื่องจากการแปลจากเยอร์มันเป็นอังกฤษ ก็ไม่ชัดเจน อาจจะมีบางส่วนที่ผิดพลาด หรือไม่ตรงตามต้นฉบับเยอร์มัน ก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย แต่ผมคิดว่าข้อคิดเหล่านี้จะเป็นประโยชน์มหาศาลต่อผู้ที่ฝึกซ้อมเพื่อที่จะเป็นนักกีต้าร์คลาสสิคมืออาชีพ เพราะการฝึกซ้อมที่ผิดๆ ก็จะกลายเป็นนิสัที่ผิดติดตัวไปตลอดและแก้ไขได้ยากมาก มีหลายๆ ข้อที่ผมเองอ่านแล้วก็รู้สึกละอายใจ ที่ถึงแม้จะไม้ได้เป็นมืออาชีพ แต่ก็ปฎิบัติผิดๆ มาตลอด บางข้อก็รู้ว่าผิดแต่ก็ยังทำ บางข้อก็ไม่รู้จริงๆ และท้ายสุดต้องขอขอบคุณ คุณ (หมอ) ไดเตอร์ นักเรียนกีต้าร์ที่หนุ่มน้อยที่สุด (เกือบ 60 แล้ว) ที่ผมเคยสอน ที่อุตสาห์แปลจากเยอร์มันเป็นอังกฤษให้]