แนวทางจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในภาวะภัยพิบัติ
(Environmental Health
Management in Natural Disasters)
ผศ. ชลาศัย ห่วงประเสริฐ
![]()
1.
วงจรการจัดการภัยพิบัติ ( disaster management cycle)
ภัยพิบัติโดยธรรมชาติ เป็นสิ่งที่ขัดขวางทำลาย
การพัฒนาอย่างยั่งยืนไม่แพ้ ภัยก่อการร้าย (terrorism)
และภัยมลพิษต่างๆ
การจัดการภัยพิบัติต่างๆแต่เดิมมักทำแต่เรื่องการแก้ไข
ให้ความช่วยเหลือผู้ประสพภัย หรือการเร่งตอบสนอง(emergency
response)
เป็นส่วนใหญ่
ทำให้เกิดปัญหาอื่นๆผสมมาด้วย เช่น การช่วยเหลือขาดประสิทธิภาพ
ของที่ให้มาช่วยขาดคุณภาพก่อปัญหาใหม่ใหญ่หลวงได้
ดังนั้นแนวคิดใหม่ในเรื่องการจัดการภัยพิบัติ
จึงต้องการให้จัดตามแนวคิดแก้และป้องกันปัญหาด้วยกันในลักษณะเป็นการบูรณาการองค์
ประกอบปัจจัยแห่งการช่วยเหลือให้เป็นองค์รวมร่วมมือกับแท้จริงมากขึ้น
มีการวางแผนรองรับแต่ก่อนเกิดภัย (pre-disaster planning) ได้แก่กิจกรรม
การป้องกันและบรรเทาล่วงหน้า(prevention&mitigation) ผสานไว้ในแผนพัฒนาอย่างยั่งยืนที่มีทำไว้อยู่ทุกท้องถิ่น
ตามด้วยแผนการเตรียมพร้อมเผชิญ
ภัย
(
preparedness) และแผนจัดระบบเตือนภัย (warning system) พร้อมการฝึกปฏิบัติการตามแผนเพื่อประเมินการรับมือเป็นระยะๆ
มีการเตรียมจัดทำ
แผนที่ความเสี่ยงให้รู้สภาพและจุดเสี่ยง
และจุดปลอดภัย (rally point)เพื่ออพยพมาตั้งหลัก(
evacuation)เมื่อภัยมาถึงจริง
หลังจากนั้นจึงเป็นเรือเร่ง
ตอบสนองช่วยเหลือ(emergency
response) ซึ่งทำไปพร้อมกับการประเมินสภาพปัญหาและความต้องการอย่างเร่งด่วน
(rapid assessment) และ
ระดมความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากส่วนที่เตรียมไว้ไม่พอให้ทันกาลยิ่งขึ้น
โดยเฉพาะเรื่องปัจจัยดำรงชีวิตสำหรับผู้ประสบภัย บ้านพักชั่วคราว อาหาร
เครื่องนุงห่ม
การรักษาพยาบาล น้ำดื่มสะอาด และการสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม
ทุกระยะแห่งการจัดการควรเชื่อมสัมพันธ์เพื่อให้การเฟื้นฟู
(recovery /
Rehabilitation) ดำเนินการสำเร็จรวดเร็ว กลับสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน( sustainable development )ตามเดิม
2. จัดการด้านทรัพยากรกลุ่มช่วยเหลือ
- หน่วยงานต่าง ๆ
- อาสาสมัคร
- เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น
- มูลนิธิต่าง ๆ
โดยระบุ
ชื่อ-ที่อยู่-โทรศัพท์-ช่องทางติดต่อกันอย่างชัดเจน
-
กองอำนวยการของฝ่ายช่วยเหลือต่าง ๆ
-
ประสานงานระหว่างกองอำนวยการ
-
มีลำดับ-เชื่อมโยงระหว่างผู้อำนวยการและประสานงานอย่างมีแผนเพื่อขจัดความสับสน
-
ตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาด้านสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมในภาวะฉุกเฉิน 24
ชั่วโมง
เพื่อให้คำปรึกษาแก่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานและประชาชน
3. ประเมินความต้องการช่วยเหลือเฉพาะหน้า และบริการสาธารณะที่ถูกทำลาย
เพื่อทราบถึงขนาดความต้องการ
4. จัดสรรทรัพยากรและบริการช่วยเหลือ
บริการด้านสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม
4.1 น้ำดื่มสะอาด
ระยะแรกต้องการใช้น้ำดื่มที่มั่นใจว่าสะอาดสำเร็จ คือ น้ำดื่มบรรจุขวด
ขนาดที่สะดวกเหมาะแก่การใช้ดื่ม
ขวดเล็กหรือขนาดถ้วย จำนวนมาก
หน่วยการจ่ายน้ำที่สะอาดแก่ประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้มาช่วยเหลือควรอยู่นอกพื้นที่แต่ไม่ห่างจนเกินไป โดยมีพาหนะเช่น รถบรรทุกหรือปิคอัพ สามารถวิ่งระยะทางใกล้เข้าบริการ
พื้นที่ข้างเคียงเหมาะจะเป็นกองอำนวยการจัดจ่ายน้ำที่สะอาด
หน่วยราชการที่มีรถบรรทุกน้ำ เตรียมพร้อมเสมอเหมือนกรณีเพลิงไหม้
4.2 น้ำใช้เพื่อความสะอาด
ควรใช้รถบรรทุกน้ำประปาจากอำเภอข้างเคียง
หรือหมู่บ้านข้างเคียงเข้าช่วยเหลือโดยมีผู้อำนวยการขนน้ำสะอาดที่คอยเช็คเรื่องความสะอาดและปลอดภัย คือ ต้องประกันได้ว่า นำน้ำจากแหล่งน้ำสะอาดมาบริการ
เน้นว่าให้มีน้ำเพื่อความสะอาดให้พอเพียงเพราะว่าจะช่วยป้องกันการเกิดโรคติดเชื้อทางเดินอาหารและให้สุขศึกษาแก่ประชาชน เรื่อง
การล้างมือให้สะอาดและชำระล้างสิ่งของ ภาชนะบรรจุอาหาร จาน ชาม เป็นต้น ให้สะอาด
4.3 อาหาร-ระยะแรกควรเน้นเรื่องอาหารกระป๋องที่ปลอดภัยเท่านั้น
เพื่อตัดปัญหาการปรุงซึ่งอาจมีการปนเปื้อน ไม่สะอาด จากคนปรุงและอุปกรณ์ภาชนะ
-ระยะถัดไปหลังจากที่ผู้ประสบภัยกลับสู่ที่อยู่อาศัย
หรือมีการปรุงอาหารบริโภคกัน
ไม่ว่าจะปรุงเพื่อบริโภคกับคนกลุ่มเล็กหรือกลุ่มใหญ่ ต้องใช้สุขศึกษา เรื่อง ความสะอาดคือ ใช้น้ำสะอาด ล้างภาชนะ
· คนสะอาด ล้างมือ
· ปรุงสะอาด สุกทั่วถึงสำคัญมาก
· เก็บสะอาด ป้องกันแมลง สัตว์นำโรค
· กินให้หมด คือ จะได้หมดปัญหาเรื่อง
เก็บอาหารไว้กิน ถ้าเก็บควร
เลือกชนิดอาหารที่ไม่เสี่ยงต่อการบูด
· สภาพแวดล้อมบริเวณปรุงให้สะอาดให้มีภาชนะรองรับขยะ
เศษอาหาร
และมีฝาปิด หรือถุงขยะมัดปากถุง
4.4 ส้วมสะอาด คือ
ให้ถ่ายในส้วมป้องกันการแพร่กระจายโรค
ซึ่งต้องระวังการแพร่กระจายจาการทิ้งสิ่งชำระ หลังใช้ส้วม หรือถ้าใช้น้ำชำระก็ต้องมีน้ำล้างมือ รักษาความสะอาด ข้อนี้สำคัญต่อ
การป้องกันโรคติดเชื้อทางเดินอาหารมาก
4.5 ขยะมูลฝอยของเสียในพื้นที่หลังน้ำท่วม
ย่อมมีของเสียจากทะเลขึ้นมาบนบกด้วยและของเสียจากบกลงสู่ทะเล
เพื่อน้ำทะเลพักขึ้นท่วมและกวาดทุกอย่างลงจึงเป็นการละเลงทุกอย่างลงบนพื้นผิวบริเวณกว้างบ่อน้ำใต้ดินย่อมถูกปนเปื้อนด้วยของเสีย ซึ่งอาจเป็นทั้งเชื้อโรคและสารพิษต่าง ๆ
รวมทั้งของมีคมต่าง ๆ ที่เมื่อบาดเป็นแผลแล้วจะเกิดติดเชื้อทางแผลได้
วิธีการจัดการควรแยกบริเวณปนเปื้อนเป็นโซน ๆ
และกันไม่ให้ประชาชนเข้าค้นหาสิ่งของแต่ถ้าจำเป็นควรใส่ถุงมือและสวมชุดป้องกันใส่รองเท้าบูท
หรือหาทางป้องกันการเกิดบาดแผลหรือการสัมผัสกับขยะด้วย
-ทีมอาสาสมัครเก็บกวาดขยะมูลฝอย
ก็สวมชุดป้องกันครบถ้วน
ฉะนั้นควรขอบริจาคถุงมือยางหนา และรองเท้าบูทจำนวนมาก
-ที่รองรับมูลฝอยเพื่อเก็บขน เป็นไปตามมาตรฐานปฏิบัติงานปกติทาง
เทศบาล
-ควรหลีกเลี่ยงการกองสุมขยะแล้วเผาในที่กลางแจ้ง
ถ้าจำเป็นต้องมี
ผู้ดูแลใกล้ชิดป้องกันเพลิงไหม้เป็นปัญหาใหญ่ถัดไปอีก
5.
สิ่งแวดล้อมในที่พักอาศัยปลอดภัยและสะอาด
เมื่อกลับเข้าบ้าน ตรวจดูสภาพพร้อมระวังอุบัติเหตุอันตราย เพราะบ้านอาจไม่แข็งแรงดังเดิม ระวังเรื่องไฟฟ้าช็อต เพราะผ่านน้ำท่วม
ศูนย์ช่วยเหลือฟื้นฟูควรส่งช่างไฟฟ้าดูแลทั้งระบบปลอดภัยและให้คำแนะนำชาวบ้าน เรื่องความปลอดภัยด้านไฟฟ้าในบ้าน
บ้านสะอาดต้องมีน้ำดื่มน้ำใช้สะอาด
มีส้วมและรองรับขยะมิดชิดพอสมควรแก่ฐานะ
มีครัวที่สะอาดพร้อมที่เก็บอาหารมิดชิดจากแมลงและสัตว์ที่อาจนำโรค
ความสะอาดทั่วไปจากพื้นบ้าน ใต้ถุนบ้านและบริเวณโดยรอบควรค่อย ๆ
เพิ่มภาระในก็เก็บกวาดรักษาความสะอาดจนปกติ
6. การควบคุมป้องกันแมลงสัตว์แทะ และสัตว์ร้ายเนื่องจากผ่านน้ำท่วม อาจมีน้ำขังหลายบริเวณ ยุงจะชุม อาจนำโรคไข้เลือดออก
ดังนั้นการนอนในมุ้งหรือบริเวณที่ป้องกันยุงได้ จะช่วยป้องกันโรคที่นำโดยยุงได้
แต่กรณีใช้ธูปกันยุงต้องระมัดระวังไฟไหม้
และสูดกลิ่นไอให้เกิดการแพ้หรือเป็นพิษขึ้นได้
ถังขยะ เศษอาหารต้องมิดชิดไม่เช่นนั้นจะเป็นแหล่งเพาะพันธ์ หรือชักนำมาซึ่งแมลง และสัตว์อื่น ๆ
แมลงวันจะชุกชุมมากภายใน2สัปดาห์
ควรรีบป้องกันและกำจัดที่แหล่ง
7. สรุป เน้นเรื่องที่ต้องช่วยเหลือในระยะฉุกเฉิน
1.
น้ำดื่มสะอาด น้ำขวด ไม่ใช้ภาชนะร่วมกัน
2.
น้ำใช้เพื่อรักษาความสะอาด
ล้างมือ ประปาฉุกเฉิน
3.
อาหารปลอดภัย อาหารกระป๋อง
4.
การกำจัดอุจจาระและล้างมือสะอาด
5.
ขยะมูลฝอยของเสียอันตราย เก็บกวาดขนหรือกองเผาฆ่าเชื้อด้วย
การฝังต้องลึกและกลบทับพอเพียง
6.
แมลง/สัตว์นำโรค ป้องกันยุงกัดขจัดโรคไข้เลือดออก
7.
การฆ่าเชื้อบริเวณที่มีกิจกรรมเกี่ยวกับศพและการขนย้ายที่ถูกต้อง
8.
ระดมจัดการหาดสาธารณให้สะอาดโดยเฉพาะบริเวณที่ปกติน้ำเค็มท่วมไม่ถึง
9.
เตรียมน้ำยาฆ่าเชื้อ น้ำยาดับกลิ่น คลอรีน ปูนขาวให้พอเพียง
ภาควิชาวิทยาศาสตร์อนามัยสิ่งแวดล้อม
คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
โทร.0 2354 8525 โทรสาร.
โทร.0 2354 8525