การสะกดจิตลดน้ำหนัก...

   หลายคนเมื่อได้อ่านหัวข้อนี้แล้ว   คงจะสนใจกันเป็นพิเศษใช่ไหมหล่ะ...   เราเองก็เหมือนกัน   เพราะว่าเราเองก็เป็นคนอ้วน   แต่อยากจะลดน้ำหนัก   สุดท้ายอดใจไม่ได้เปิดตู้เย็นทุกทีเลย   ไม่เปิดตู้เย็นก็ยกหูโทรศัพท์โทรสั่งอาหารมากิน(ด้วยความที่ว่าทำอาหารเองไม่เป็นอ่ะนะ)   เอาเป็นว่าเราไม่เสียเวลาพูดมากแล้ว   ไปอ่านกันเลยดีกว่าน๊ะ

    การสะกดจิตลดน้ำหนักก็คือ   การสื่อสารกับจิตใต้สำนึก   ให้เกิดความคล้อยตามที่จะมีอาการเบื่ออาการประเถทที่จะทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นหรืออาการอยากลดลง   เมื่อได้พบอาหารถูกใจที่จะทำให้อ้วน   หรือเวลาเครียดก่อนนอนจะรู้สึกเฉยๆ   ไม่ทุรนทุรายจนอยากจะกินจนจุก   เมื่อผ่านการสะกดจิตเพื่อลดน้ำหนักแล้ว   เราจะค่อยๆรู้สึกเฉยเมยต่ออาหารที่ตัวเองเคยชอบมากๆ ที่ทำให้น้ำหนักตัวของเราเพิ่ม   จะรู้สึกอื่มหลังจากรับประทานอาหารไปเล็กน้อย   ความรู้สึกเหล่านี้จะเกิดขึ้นทีละน้อย   โดยที่เราไม่ทันได้สังเกตกระทั่งเวลาผ่านไป 10-15วัน   เมื่อเราทบทานเหตุการฯ็ดู   จะเริ่มตระหนักด้วยตัวเองว่า   ช่วง1-2สัปดาห์ที่ผ่านมา   เราสามารถลดปริมาณอาหารที่เคยกินทีละมากๆลงอย่างเห็นได้ชัด   ... 

มีตัวอย่างบุคคลดังกล่าวสัก 2 คนมาเล่าให้ฟัง   จากประสบการณ์ของคนไทยคนแรกที่เปิดชมรมสะกดจิตขึ้นในประเทศไทย...(ข้อมูลหน้านี้มาจากหนังสือละรึกชาติและพบคู่แท้ด้วยตัวคุณเอง ของคุณชนาธิป ศิริปัญญาวงศ์)

แมนี่กับแต๋งเป็นเพื่อนกัน   มีประสบการณ์อ้วนด้วยกันทั้งคู่   แต๋งมีร่างกายสูงใหญ่   แมนี่เป็นคนอวบ   ทั้งคู่เคยลดน้ำหนักลงมาด้วยการกินยาลดน้ำหนักสารพัดชนิด   ไม่ว่าจากโรงพยาบาลมีชื่อ   จากสถานลดน้ำหนัก   ผลิตภัณฑ์ต่างประเทศ   ทั้งคู่ยอมรับว่าผลที่เกิดจากผลิตภัณฑ์เหล่านี้ทำให้ผอมจริง   แต่ทั้งคู่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่อหยุดยา   ก็จะกลับมาอ้วนเหมือนเดินภายในเวลาหนึ่งเดือน   แต๋งรู้จักการสะกดจิตเพื่อลดน้ำหนักจากญาติคนหนึ่งซึ่งเคยเจ้าอบรมการสะกดจิตบำบัดขั้นพื้นฐาน   ญาติผู้นั้นทำการสะกดจิตโดยใช้คำสั่งหลักๆอยู่ 2 อย่าง  คือ   ให้ร่างกายย่อยและเผาผลาญอาหารลงให้หมด   และหลังรับประทานอาหารไม่เกิน 1 ชั่วโมง   ให้เกิดอาการอยากจะขับถ่าย   ภายในวันนั้นหลังการสะกดจิต 1 ชั่วโมง   แต๋งก็เข้าห้องน้ำด้วยความแฟลกใจ   เพราะว่าปกติ   เธอจะเข้าห้องน้ำเพื่อขับถ่ายเพียงวันละครั้งในตอนเช้า   ด้วยความตื่นเต้น   จึงไปบอกเพื่อนๆและเข้ารับการอบรมการสะกดจิตบำบัด   พร้อมกับเพื่อนๆถึง 5 ท่าน   แต่เฉพีาะแต๋งกับแมนี่เท่านั้นที่ต้องการแก้ปัญหาเรื่องน้ำหนักเป็นอันดับแรก   แมนนี่และแต๋งจึงสะกดจิตให้แก่กันในเรื่องการลดน้ำหนัก   แต๋งลดได้สัปดาห์ละ 1 กก.   จะเพื่อนๆที่ทำงานต่างทักด้วยความแปลกใจ   ส่วนแมนี้นั้นยังมีความกังวลกบัวว่าเมื่อน้ำหนักลดแล้ว   ร่างกายบางส่วนจะลดน้ำหนักตามไปด้วย   เช่น   อาจทำให้หน้าอกหรือสะโพกไม่สวย   จึงทำได้ไม่เต็มที่   ทั้งคู่โทรฯมาขอคำปรึกษาแนะนำและปฏิบัติใหม่   แต๋งพลว่าวิธีการนี้ดีกว่าการกินยาลดน้ำหน้ก   เฑอให้ข้อมูลว่า   เคยกินยาประเถททำไม่ให้หิว   ประกฏว่าเธอผอมลงจริง   แตแก้มและหน้าตาก็ดูผอมซูบลงจนน่าเกลียด   และเรี่ยวแรงกำลังวังชาก็ไม่มี   ส่วนแมนี่นั้น   เมื่อใช้การสะกดจิตตัวเองสามารถลดน้ำหนักลงได้โดยที่สะโพกยังมีขนาดเดิมเท่าที่เธอต้องการ   ปัจจุบันทั้งคู่มีความสุขมากกับหุ่นที่ตนเองได้พบ

โมเมเป็นหญิงที่มีหน้าตาสะสวยมาก   แต่รูปร่างก็ใหญ่ด้วยเช่นกัน   เธอมาขอรับคำปรึกษาในเรื่องการลดน้ำหนัก   เพราะเธอพยายามลดน้ำหนักด้วยวิธีการต่างๆมาหลายปีแล้ว   เคยใช้ยาก็สามารถลดน้ำหนักลงได้   แต่ไม่มากอย่างที่ต้องการ   และโดยเฉพาะเมื่อหยุดใช้ก็จะอ้วนขึ้นมาอีก   เธอเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งในเรื่องสะกดจิตลดน้ำหนัก   และเธอยังไม่อยากอยุดรับประทางของอร่อยๆ (แต่อยากลดน้ำหนัก)   เมื่อให้เธอนึกว่าตอนนี้ในตู้เย็นเธอมีอะไรบ้าง   เธอบอกว่ามี เอแคร์  ทองหยอด   เค้ยใบเตย  ช็อกโกและ ฯลฯ   เมื่อได้ฟังก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมเธอถึงมีรูปร่างใหญ่โตปานนั้น   นอกจากนี้เธอยังมีนิสัยชอบกินขนมขณะทำงานด้วย   เรียกว่าท้องไม่เคยว่าง   นักสะกดจิตได้ขอทำอะไรที่มีวัตถุประสงค์ 2 ข้อ   คือเพื่อวัดว่าเธอมีความมึ่งมั่นมากน้อยแค่ไหนที่จะลดน้ำหนัก   และเธอมีความเชื่อในวิธีการนี้มากเพียงใด   นักสะกดจิตได้บอกว่าให้เอาขนมในตู้เย็นไปทิ้ง   และเสริมด้วยว่าต้องจำให้เละจนกินไม่ได้ด้วย เธอมีท่าทีปฏิเสธเพราะว่าเสียดาย   เธิแย้งวว่าเก็บไว้ในตู้เย็นให้คนอื่นกินให้หมดดีกว่า   นักสะกดจิตได้บอกว่าทุกวีนที่เธอเปิดตู้เย็น   เธอจะยังคงเห็นของเหล่านั้น   และมันจะกระตุ้นเธอให้กลับมากินอีก   อาจจะไม่ใช่เพราะอยากกิน   แต่เป็นเพราะว่าเสียดาย   เธอว่าอย่างนี้เอาไปแจกคนข้างบ้าน   นักสะกดจิตได้บอกว่า   นี่เป็นกระบวนการหนึ่งที่จะสร้างภาพประทับในจิตใต้สำนึก   เธอต้องสร้าภาพว่าสิ่งเหล่านี้คือศัตรูร้าย   แล้วเมื่อของเหล่านี้เป็นศัตรูของเธอ   ก็ต้องเป็นศัครูของคนอื่นด้วย   การเอาไปให้คนอื่นกินก็เท่ากับไปลดความเกลียดชังที่จิตใต้สำนึกจะมีต่อของหวานเหล่านั้น   เธอรับปากอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก   เธอจากไปและไม่กลับมาอีก   เพราะเธอไม่มีความเข้มแข็งพอ   และแยกแยะไม่ได้   เพราะความจริงแล้วของกินที่มีอยู่ในตู้เย็นนั้นมูลค่าอย่างมากไม่เกินสามพันบาท   แต่ว่าค่าอาหารและยาลดความอ้วนนั้นมีมากกว่านั้น  

ที่จริงแล้วมีตัวอย่างให้อ่านอีกคนหนึ่ง   คนที่จากไปแล้วไม่กลับมาอีกเหมือนกัน   แต่ว่าจะแตกต่างกับโมเมที่ว่าเค้าจากไปเพราะว่าสามารถลดน้ำหนักลงได้   และไม่ขึ้นมาอีก...

    จริงๆแล้วการสะกดจิตเพื่อลดน้ำหนักก็คือการเข้าไปเปลี่ยนความชอบเป็นไม่ชอบเปลี่ยนความอยากเป็นไม่อยาก   ให้ค่อยๆเปลี่ยนเป็นคนไม่ชอบอาหารที่ทำให้น้ำหนักเพิ่ม   เปลี่ยนพฤติกรรมที่เวลาเครียดแล้วต้องกิน   ให้รู้สึกเฉยๆไม่มีความอยาก   หรือให้รู้สึกถึงปริมาณที่พอเหมาะกับอาหารแต่ละมื้อที่เรารับประทานเข้าไป   ถ้าเราเรียนรู้การสะกดจิตตัวเองเพื่อลดน้ำหนักได้   เราก็จะสามารถนำมาใช้กับตัวงเองได้ทุกวัน   ได้ผลดีและเร็วชนิดลดวันลดคืนเลย   โดยที่ไม่มีผลข้างเคียงใดๆ   เพราะไม่ได้เป็นการใช้ยาหรืออดอาหาร   ยังกระปรี้กระเปร่ามีน้ำมีนาลเหมือนเดิม   เพราะว่าการสะกดจิตนั้น   เป็นการเข้าไปเปลี่ยนข้อมูลในจิต   ทำให้เราไม่ต้องบังคับใจ   ฝีนใจ   หรือต้องต่อสู้กับจิตใจตัวเอง   เพราะจิตใจของเราได้ถูกกล่อมด้วยการสะกด   ฉะนั้นต้องทำให้จิตใต้สำนึกรับทราบข้อมูลและเปลี่ยนแปลงแก้ไขตัวเองไปแล้ว   จู่ๆวันหนึ่งเราจะรู้สึกว่าข้าวที่ต้องกินมื้อละสองจากนั้นไม่จำเป็นอีกแล้ว   เพราะว่าไม่หิว   ไอศกรีมที่ต้องกินเป็นควอร์ทไม่ต้องอีกแล้ว   เพราะว่าไม่อยาก   ก่อนนอนก็จะรู้สึกเฉยๆ   ไม่กระสับกระส่ายทุรนทุรายหาอะไรมาใส่ท้อง   เราจะกินอาหารแต่พอดี   พออิ่มเท่านั้น 

                     **   วิธีการมีอยู่แค่นี้ แต่คงต้องผนวกกับประสบการณ์2ประสบการณ์ข้างต้นนะ      **

    --->เริ่มด้วยวิธีง่ายๆ   โดยสั่งกับตัวเองทุกเช้าหลังตื่นนอน   หรือก่อนที่จะหลับไปในเวลากลางคืน   โดยใช้คำพูดด้านบวกเช่น   นับจากวันนี้   ฉันจะลดความอยากอาหารหวานลงได้เรื่อยๆ   หรือ  นับจากวันนี้   ฉันจะรู้สึกอิ่มทันทีที่กินข้าวเพียงหนึ่งจานในแต่ละมื้อ   ถ้าไม่แน่ใจว่าจะทำได้ถูกต้องหรือไม่   ก็ไปหาซึ้อหนังสือประเภท   เทคนิคการสะกดจิตตัวเองหรือเทคนิคการสร้างจินตภาพก็ได้   อย่าท้อถอยละกันที่สำคัญต้องมีความเด็ดเดี่ยว   และมั่นคงนะ..   อย่าเพิ่งท้อแท้หล่ะ   จะเป็นกำลังใจให้...   เราก็จะลองดูด้วย

จำไว้ว่าวิธีการนี้เป็นวิฑีการที่ธรรมชาติที่สุด...กว่ายาลดความอ้วนไหนๆ

กลับไปสู่หน้าจอหลักของการสะกดจิต

Hosted by www.Geocities.ws

1