วิธีการสะกดจิตตนเอง

การฝึกแบ่งเป็น 2 ประเภท

1.     ท่าฝึกหลักสำหนับการฝึกตามกำหนดเวลา   แบ่งได้เป็น2ขั้นคือ  

ขึ้นที่1     ให้ผู้ฝึกทำการฝึกสร้างปราณให้เสร็จสิ้นเสียก่อน วิธีการฝึกตลอดจนจำนวนครั้งที่ฝึก   ควรใช้วิธีฝึกสร้างปราณด้วยท่านอนเท่านั้น เว้นแต่มีเหตุจำเป็นฝึกท่านอนไม่ได้ให้ใช้ท่านั่งแทน

ขึ้นที่2     เป็นขั้นสั่งจิตใต้สำนึก   เมื่อผู้ฝึกสร้างปราณเสร็จแล้วให้ทำการฝึกขึ้นที่2 ต่อไปทันทีไม่ต้องหยุดพัก   มีลำดับการฝึกดังนี้

    1.    นอนหงาย แขนขาเหยียดยาวไปตามธรรมชาติ เท้าทั้งสองแยกห่างกันเล็กน้อยพอสบาย   แขนทั่งสองวางอยู่ข้างลำตัว   ห่างจากลำต้วเล็กน้อย   ฝ่ามือทั้ง2หงายขึ้น   ปล่อยให้นิ้วมืองอเข้าหาฝ่ามือเล็กน้อยตามธรรมชาติ   ไม่ต้องออกแรกกำนิ้วมือ   ศีรษะต้องไม่หนถนหมอน

    2.     หลับตาเบาๆทำจิตใจให้สบายประมาณสัก 5 วินาที

    3.     ให้ใช้ความรู้สึกพร้อมด้วยจินตภาพไปยังมือขวาหรือแขนขวาด้วยก็ได้   ให้รู้สึกว่ามือขวานั้นหนักขึ้นเรื่อยๆ   หนักขึ้นเรื่อยๆ   พร้อมกับสร้างจินตภาพว่าที่มือขวานั้นมีแผ่นเหล็กวางซ้อนกันอยู่หลายชั้น   จึงทำให้มือขวาหนัก   ความรู้สึกและจินตภาพเช่นนี้ให้สร้างหรือมีอยู่เพียง 5 วินาที ไม่ควรเกินกว่านั้น   ในระยะเริ่มแรกอาจจะทำภายในกำหนดเวลาไม่ได้เพราะยังไม่เคยชิน   แต่เมื่อฝึกไปเรื่อยๆจะเกิดความเคยชินและทำได้ครบถ้วนภายในเวลาดังกล่าว

    4.     เปลี่ยนจากมือขวาหรือแขนขวาไปยังมือซ้ายหรือแขนซ้าย   แล้วปฏิบัติเช่นเดียวกัน   ใช้เวลาไม่เกิน 5 วินาทีโดยประมาณ

    5.     ให้ใช้ความรู้สึกพร้อมด้วยจิตรตภาพไปยังขาขวาหรือเท้าขวาตั้งแต่ข้อเท้าลงไป   ให้รู้สักว่าเท้าขวานั้นหนักขึ้นเรื่อยๆ   หนักขึ้นเรื่อยๆ   พร้อมกับสร้างจินตภาพว่า   ที่ข้อเท้าขวานั้นถูกผูกและล่ามไว้ด้วยลูกเหล็ก   ลูกเหล็กขนาดใหญ่ห้อยลงข้างล่าง   ดึงให้เท้าขวารู้สึกหนัก   ให้พยายามรู้สึกให้ได้ว่าเท้าขวานั้นหนักจริงๆ   นึกเข่นนี้อยู่สักประมาณ 5 วินาที

    6.     เปลี่ยนจากเท้าขวาไปยังเท้าซ้าย   แล้วปฏิบัติเช่นเดียวกัน   ใช้เวลาไม่เกิน 5 วินาที

    7.     ให้ความรู้สึกหร้อมด้วยจินตภาพกลับไปยังมือขวาอีกครั้งหนึ่ง   คราวนี้ให้รู้สึกว่ามือขวาร้อนขึ้นและร้อนขึ้นเรื่อยๆ   พร้อมกับจินตภาพว่า   ภายในเท้าขวามีขดลวดทำความร้อนอยู่   ขดลวดกำลังลุกแดง   เท้าขวาจคงรู้สึกร้อน   ให้นึกและสร้างจินตภาพเช่นนี้ประมาณ 5 วินาที

    8.     เปลี่ยนจากมือขวาเป็นซ้าย   แล้วปฏิบัติเช่นเดียวกับใช้เวลาไม่เกิน 5 วินาที

    9.     ให้ใช้ความรู้สึกพร้อมด้วยจินตภาพกลับไปยังชาขวาหรือเท้าขวาอีกครั้งหนึ่ง   คราวนี้ให้รู้สึกว่าเท้าขวาร้อนขึ้น   และร้อนขึ้นเรื่อยๆ   พร้อมกับจินตภาพว่า   ภายในเท้าขวามีขดลวดทำความร้อนอยู่   ขดลวดกำลังลุกแดงเท้าขวาจึงรู้สึกร้อน   ให้นึกและสร้างจิรคภาพเช่นนี้ประมาษ 5 วินาที

    10.     เปลี่ยนจากเท้าขวามาเป็นเท้าซ้าย   ปล้วแฏิบัติเช่นเดียวกันใช้เวลาไม่เกิน 5 วินาที

    11.     ให้ความรู้สึกอยู่ที่ลมหายใจ   ให้รู้สึกว่าลมหายใจเบา   สบายละเอียด   ใช้ความรู้สึกและความนึกคิดอยู่ที่ลมหายใจนี้ประมาณ 5 วินาที

    12.     ให้ความรู้สึกอยู่ที่จิตใจ   ให้รู้สึกว่าจิตใจของเราสลาย   ผ่อนคลายมีความสุขอย่างยิ่ง   ใช้ความรู้สึกและความนึกคิดอยู่ที่จิตใจเช่นนี้ประมาณ 5 วินาที

    --->     เมื่อมาถึงจุดนี้   บางคนอาจจะรู้สึกว่าจิตใจและร่างกายสบาย   สมองปลอดโปร่งเบาสบาย   จิตตกอยู่ในภวังค์   และรู้สึกว่าอยากนอนอยู่ในท่านี้ตลอดไป    อาจจะปล่อยให้ร่างกายพักผ่อนอยู่ในนลักษณะนี้ต่อไปก็ได้   เมื่อได้พักผ่อนได้ตามสมควรแล้ว   จิตของคุณอาจจะกลับมาอยู่กับเนื้อกับตัวอีกครั้งหนึ่ง   ถึงตอนนี้ให้ฝึกขั้นตอนต่อไปได้เลย   ส่วนผู้ที่ยังไม่ตกอยู่ในภวังค์ก็ให้ฝึกต่อไปอีก

    13.     ให้ใช้ความรู้สึกพร้อมด้วยจินตภาพไปอยู่ที่บริเวณท้อง   ให้ทำความรู้สึกให้ได้ว่าท้องร้องขึ้น   ท้องร้อนขึ้นเรื่อยๆพร้อมกับจินตภาพว่า   ภายในท้องมีขดลวดทำความร้อนขนาดใหญ่ซ่อนอยู่   ขดลวดกำลังลุกแดง   ท้องจึงรู้สึกร้อง   ให้นึกและสร้างจินตภาพประมาณ 5 วินาที

    14.     ให้ใช้ความรู้สึกพร้อมด้วยจินตภาพไปอยู่ที่หน้าผากให้ทำความรู้สึกว่า   หร้าผากเย็นลง   หน้าผากเย็นลง   หร้อมกับจินตภาพว่า   บนหน้าผากมีก้อนน้ำแข็งวางอยู่ก้อนหนึ่ง   หน้าผากจึงเย็น

    15.     ให้ใช่ความรู้สึกพร้อมด้วยจินตภาพเห็นตัวเองกำลังยือหันหลังอยู่บนบันไดขึ้นที่ 20 และท่านกำลังเดินถอยลงมาทีละขึ้น   ทีละขึ้นอย่างช้าๆ   ให้นับถอยหลังในใจ   พร้อมกับจินตภาพว่าท่านถอยหลังลงบันไดมาเรื่อยๆ   จาก 20-19-18-17-16-15....จนถึงพื้นคือ0

    ในขณะทีเดินลงบันได   ให้ใช้ความรู้สึกไปด้วยว่าตัวเบาลง   และกำลังของตนเองลดน้อยลงไปเรื่อยๆ   จนกระทั่งถึงศูนย์   หมายถึงว่า   ท่านไม่มีกำลังในร่างกายเหลืออยู่อีก   เคลื่อนไหวไม่ได้   ต้องนอนอยู่ในท่านั้นตลอดไป

    เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว   โดยปกติร่างกายและจิตใจจะถึงจถดแห่งภาวะสมดุลหมายความว่า   ท่านพร้อมแล้วที่จะสั่งจิตใต้สำนึกของตนเอง   และจิตใต้สำนึกของท่านก็พร้อมแล้วที่จะรับคำสั่งของท่าน   การสั่งจิตใต้สำนึก   ถ้าจะให้ได้ผลดี   ควรสั่งเพียงเรื่องเดียวต่อการสะกดจิตตนเอง 1 ครั้ง  และไม่ควรให้เกินกว่า 3 เรื่องเพราะจิตใต้สำนึกมีคุณสมบัติทำงานได้ทีละอย่างเท่านั้น

    ตัวอย่างการสั่งจิตใต้สำนึก--->   อาทิตย์หน้าจะเอามาลงให้   โทษทีจ้าไม่มีเวลา

2.     ท่าฝึกในช่วงเวลาว่างมีอยู่ 3 ท่าคือ

    1.     สร้างลมปราณในท่านั่งให้เสร็จสิ้นเสียก่อน   วิธีการฝึกตลอดจนจำนวนครั้งที่ฝึก

    2.     เป็นขั้นคำสั่งจิตใต้สำนึก   เมื่อผู้ฝึกสร้างลมปราณเสร็จแล้ว   ให้ทำการผุกขึ้นที่ 2 โดยไม่ต้องอยุดพัก

            นั่งอยู่บนเก้าอี้   จะมีพนักพิงหรือไม่ก็ได้   จะกระทำที่ไหนก็ได้  เช่น   ที่บ้าน  ที่ทำงาน  บนรถเมล์   บนรถไฟ  นั่งในอริยาบถสบาย ๆ หลังจะพิงหรือไม่ก็ได้   ปล่อยเท้างาวราบลงบนพื้น   ฝ่าเท้าควรวางไว้พอดีกับพื้น   ถ้าเท้าไม่ถึงพื้นให้หาหมอนหรือไม้มารองเท้าพอให้วางเท้าได้พอดี   เท้าทั้งสองข้างวางห่างกันเล็กน้อยตามธรรมชาติ   ปล่อยจิตใจให้สบาย   หลับตาลงเบาๆ   ทำจิตใจให้สบายสัก 5 วินาที   แล้วเริ่มฝึกปฏิยัติตามขึ้นตอนเหมือนกับการฝึกในท่านอน

    3.         เป็นขั้นสั่งให้ตื่นขึ้นเมื่อต้องการให้เลิกฝึก   ให้นับ1-10ในใจ   โดยแบ่งช่วงการนับออกเป็น 4 ช่วง   เหมือนกับการสั่งให้ตื่นจากการฝึกในท่านอน    

    การสะกดจิตตัวเองอาจทำในท่านอนก็ได้   แต่ไม่ค่อยเกิดผลมากนักจึงไม่แนะนำให้ฝึก     หากท่านสามารถปฏิบัติด้วยทาานอนสม่ำเสมอทุกวันอย่างน้อยวันละ1ครั้งได้แล้ว   ก็นับว่าเป็นการเพียงพอสำหรับการฝึกในวันหนึ่งๆ   ขัอสำคัญขอให้ทำใจในเบื้องต้นว่า   การฝึกสะกดจิตจะต้องค่อยเป็นค่อยไป   และใจเย็น ๆ ไม่ควรใจร้อนหวังผล   ยิ่งใจร้อนสภาวะสมดุลยิ่งเกิดยาก   ผลที่ได้ก็จะยากขึ้นด้วย ค่อยๆฝึกไป  อย่ารีบร้อน   แล้วจะเห็นผลของวิชานี้เอง

กลับไปหน้าจอหลัก    กลับไปเรื่องการสะกดจิต

Hosted by www.Geocities.ws

1