สีฟ้าของหนู

Noelle Oxenhandler จาก "Room to Grow"

    "วันนี้คุณทำอะไรบ้าง" สามีถามค่ำวันหนึ่งขณะดิฉันนั่งเงียบเป็นเป่าสากอยู่ที่โต๊ะอาหาร   "ไม่ได้ทำอะไรหรอกค่ะ" ดิฉันบอก วันนั้นเป็นอีกวันที่หมดไปกับการวิ่งทำธุระที่ไม่เกิดผล โทรษัพท์ไปไหนก็ไม่มีใครตอบกลับ เครื่องมือที่ใช้งานเกิดขัดข้องอีกทั้งจดหมายขยะมากมายก่ายกอง แต่แอเรียลลูกสาวซึ่งขณะนั้นอายุ 6 ขวบ มองข้ามโต๊ะตรงมาราวกับจับได้ว่าดิฉันพูดปด " ไม่จริงหรอกค่ะ" ลูกบอก "วันนี้แม่ทำตั้งหลายอย่าง" "เช่นอะไรหล่ะ" ดิฉันถามด้วยความประหลาดใจ "แม่ผสมสีฟ้าที่หนูอยากได้ไว้ระบายสายสร้อยดินเหนียว แม่มุดไปมจ้เตยงแล้วเจอรองเท้าข้างที่หนูหาอยู่ แล้วไปซื้อพุดดิงสาคูมา 4 ชิ้นไงคะ"

    สำหรับดิฉัน วินาทีนั้นเปรียบเสมือนภาพวาดลายเป็ดผสมกระต่ายซึงเวลาจ้องมองอาจเปลี่ยนเป็นรูปอื่นไปเลย   แอเรียลหยิบยกสิ่งที่ดิฉันทำสำเร็จในวันนั้นมาพูดโดยไมรั้งรอ แต่รายการของลูกไม่ตรงกับทีดิฉันทำไว้ตอนเช้าเลย ทำให้ฉุกคิดได้วาดิฉันมักมองตัวเองในมุมทีแคบมากเวลาสรุปสิ่งที่ทำในแต่ละวันซึงส่วนใหญ่ ไม่อยูในรายการที่จดไว้สักนิด อย่างเช่นอาจมีว่า เขียนบทวิจารณ์หนังสือให้เสร็จ โทรศัพท์ตามงานเรื่องสัมมนา พาแมวไปหาหมอ แต่เรื่องสีฟ้า นันไม่เคยอยู่ในหัวเลย ดิฉันไม่เคยคิดว่าการไปซื้อพุดดิ้งสาคูสี่ชิ้นเป็นกิจธุระสำคัญ บางรายการที่แอเรียลแจกแจงก็กระทบใจดิฉันดุจเสียงระฆังใบเล็กๆ ก้องกังวานในสายหมอก หลังจากนั้น ทุกครั้งที่รู้สึกัวลีบด้วยสายาเข็งกร้าวของัวเอง ดิฉันจะพยายามแทรกตัวเข้าไปรับไออุ่นจากลูกที่ให้อภัยเสมอ

    หากเราเปรียบเสมือน"พระเจ้าองค์น้อยๆ"ของลูก ลูกเองก็คือพระเจ้าตัวน้อยๆของเราเหมือนกัน ลูกเอาเวลาเราไปจนหมดสิ้น แต่ก็ให้คงวามไม่มีที่สุดสิ้นมาด้วย นั่นคือ ความไม่มีที่สิ้นสุดของเวลาปัจจุบันอันไม่รีบเร่ง แม้ขณะนี้แอเรียลจะอายุ 13 ปีแล้ว แต่ลูกก็ยังสามารถทำให้ดิฉันงงงันได้อย่างน่าอัศจรรย์เมื่อคืนก่อน ดิฉันฝันว่าเข้าประชุมสายและนำเอกสารไปผิดเรื่อง พอตื่นขึ้นมาก็รู้สึกอึดอัดด้วยความกังวล เลยเดินโซเซเข้าครัวไปชงกาแฟ แอเรียลซึ่งตื่นอยู่แล้วเดินตามไปและบอกว่า "เดี๋ยวก่อนค่ะ" "อะไรหรือ" ดิฉันถามเสียงห้วน "หนูอยากติดรอยสักนี่บนตัวแม่" ลูกบอกแล้วให้ดิฉันยืนนิ่งอยู่เป็นนาทีขณะใฃ้ฟอนน้ำเหม็นอับกดแผ่นสติกเกอร์รอยสักลงบนใบหน้า   ดิฉฮันอยากกรีดร้องแต่กลับนิ่งเฉย วันนั้นทั้งวันมองกระจกทีไรก็อดประหลาดใจไม่ได้ที่เห็นกระรอกสีฟ้าตัวน้อยอยู่ข้างลูกตา ดิฉันพยายามฝืนความรู้สึกที่อยากล้างสติ๊กเกอร์ออก พลางบอกตัวเองว่า สักวันลูกก็ต้องตกที่นั่งเช่นเดียวกับดิฉัน ในเวลาที่เหลือทนจากภาระรัดตัว ดิฉันจะระบายความอึดอัดกับใครได้บ้างหนอ

    นี่คือเหตุผลหนึ่งที่เราอยากมีลูกมิใช่หรือ ลูกทำให้เรายืดหยุ่นกับการใช้ชีวิตมากขึ้นและเปิดโอกาสให้เราได้หยิลบรูปเป็ดที่เรียงเป็นแถวเพื่อเปลี่ยนเป็นรูปกระตจ่ายในพริบตาก่อนจะกลับมาเป็นรูปเดิมอีก อย่างนั้นมิใช่หรือ

    วันหนึ่งเมื่อแอเรียลอายุ 3 ขวบ ดิฉันกำลังยุ่งอยู่ที่โต๊ะเขียนหนังสือ ส่วนลูกนั่งอยู่แทบเท้า ง่วนกับการดึงของกระดาษคอมพิวเตอร์ เจาะรูที่ดิฉันโยนละตะกร้าผงทีละแผ่น แล้วหยิบใส่ถุงเท้าสีแดงทีละชิ้น ถุงเท้านั้นใหญ่และมือน้อยๆของแกต้องใช้เวลาอยู่นานกว่าจะใส่ได้เต็ม  

    ดิฉันเก็บถุงเท้าข้างนั้นไว้อย่างดีจนทุกวันนี้ เมื่อนึกย้อนกลับไป ภาพที่เห็นคือแม่กำลังกัวปั่นนั่งหลังขดหลังแข็งอยู่ที่โต๊ะเขียนหนังสือเพราะใกล้กำหนดส่งงาน ส่วนลูกสาวนั่งอยู่แทบเท้าเชื่อมโยงแม่เข้ากับอีกโลกซึ่งไม่มีเส้นตาย งานก็คือเล่นและมีเวลาเหลือเฟืน ในโลกใลนี้ถุงเท้าสีแดงข้างเดียว มีเศษกระดาษอัดอยู่เต็มปรี และในโลกใบนี้ คำว่า "แม่ผสมสีฟ้าให้หนู" อาจเป็นคำสดุดีที่เหมาะสมไม่เพียงสำหรับชั่ววันเท่านั้น แต่เป็นชั่วชีวิต


กลับไปหน้าก่อนหน้านี้

Hosted by www.Geocities.ws

1