หวงนักต้องจับตาย
เมื่อเอิร์ล ลิตเติ้ลผลักประตูห้องของเขาที่ห้องพักมหาวิทยาลัยไมอามี่เข้าไปตอน 7 โมงเช้าวันเสาร์ที่ 13 เมษายน 1996 มันกลับปิดไม่ออก ทั้งที่ลิตเติ้ลเป็นนักกีฬาฟุตบอลทีมเฮอริเคนส์ของมหาวิทยาลัย ซึ่งต้องมีรูปร่างกำยำล่ำสันพอสมควร
เขารู้ทันทีว่าคงต้องมีของหนักอะไรสักอย่างมาขวางประตูไว้ สิ่งที่เขาคิดนั้นถูกเผงทีเดียวเพราะสิ่งที่ขวางอยู่ตรงนั้นคือร่างโชคเลือดของมาร์ลิน บาร์น เพื่อนร่วมห้งอร่างสูงถึง 6 ฟุตหว่า น้ำหนัก 215ปอนด์ และเป็นดาราฟุตบอกของมหาวิทยาลัยไมอาที่เช่นเดียวกัน แฟนสาวของบาร์นส์คือทิมวานิกา ลัมพ์กินส์ นอนคว่ำอยู่ในห้องนอนหนึ่ง ยังมีลมหายใจอยู่ เธอถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลแจ็คสัน เมมโมเรียล กลางเมืองไมอามี่โดยเฮลิคอปเตอร์เพื่อแข่งกับความตาย แต่ก็ไม่ได้ผลเธอสิ้นใจในอีกไม่กี่นาทีหลังจากนั้น จากรอบเลือดที่กระเซ็นอยู่ ดูเหมือนว่าบาร์นส์ ไลน์แบ็คเกอร์ทีมฟุตบอกจะเปิดประตูเข้ามาแล้วถูกจู่โจมอย่างกะทันหัน จากใครบางคนที่จ้องจะหาจังหวะอยู
ลัมพ์กินส์ หรือที่เรียกกันเล่นๆว่า "ยายจิ๋ว" ถูกตีด้วยของไม่มีคมที่หลังศีรษะ สถานที่เกิดเหตุดูน่าสยดสยองมากเสียจนเจ้าหน้าที่ ที่เข้ามาเคลียร์พื้นที่ทั้ง 10 คนต้องประชุมกันอย่างเคร่งเครียด เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์สำหรับทำเรื่องนี้ รถฟอร์ดเอ็กซ์พลอเรอร์สีดำของลิตเติ้ลที่บาร์นส์ยืมไปใช้ตั้งแต่เย็นวันศุกร์จอดทิ้งไว้ที่หลังหอพักโดยยางสองเส้นถูกกรีด มีพยานหลายคนเห็นบาร์นส์และลัมพ์กินส์ยังอยู่ด้วยกันในไนท์คลับแห่งหนึ่งที่หาดใต้เมื่อเวลา 5.00 น. เช้าวันเสาร์ ทั้งคู่ได้ไปที่เลาจน์ซัลเวชั่นซึ่งเป็นค็อกเทลเลาจน์ขึ้นชื่อแห่งหนึ่งของหาดไมอามี่ นักกีฬาชื่อดังจากทีมดัลลัส เคาบอยและทีมไมอามี่ดอลฟินส์ไปร่วมงานการกุศลอยู่ที่นี่ตลอด
ตอนที่บาร์นส์และลัมพ์กินส์ออกจากงานมาแมื่อเวลาตีห้าก็พบว่ายบางรถแบนแต็ดแต๋ไปแล้วจึงต้องเรียกรถมาลากไป "สงสัยผมคงไปวิ่งทับแล้วที่ไหนมาสักแห่ง" บาร์นส์บอกกับคนขับรถยก "ไม่ใช่แน่ครับ"คนขับแบ้ง "ยางนั่นมีรอบถูกกรีด ผมว่าคุณอาจมีอริอยู่ข้างนอกนี้มากกว่า"
หนุ่มสาวทั้งสองนั่งรถยกกลับไปที่หอพักมหาวิทยาลัยซึ่งอยู่ไกลออกไปประมาณครึ่งชั่วโมง ยายจิ๋วหลับซบไปกับบ่าของบาร์นส์ เมื่อมาถึงหอพักก็ปาเข้าไป 6 โองเช้าแล้ว บาร์นส์จึงรีบจ่ายเงินให้คนขับแล้วเดินเข้าไปในหอซึ่งเป็นห้องชุด 2 ห้องนอนพร้อมห้องรับแขกและห้องครัว เพื่อนร่วมห้องของบาร์นส์ไม่อยู่ ลัมพ์กินส์เปลี่ยนเสื้อเป็นชุดนอนแล้วเข้านอน บาร์นส์ถอดเสื้ออกแล้ว แต่ยังสวมกางเกงและรองเท้าอยู่ แล้วเสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น เมื่อฆาตกรเข้ามาและจากไป ลิตเติ้ลจึงผลักประตูห้องเข้ามา เขาคุกเข่าลงดูเพื่อนว่ายังมีชีวิตหรือเปล่า "ผมพูดกับเขา เขายังมีปฏิกิริยาโต้ตอบอยู่" ลิตเติ้ลเล่า เขาพูดว่า "อือ"
ทั้งตกใจและกลัว ลิตเติ้ลซึ่งรู้จักกับบาร์นส์มาตั้งแต่เรียนอยู่เกรด 2 รีบวิ่งแจ้นออกไปโทรศัพท์ที่ริมถนน เขาบอกกับพนักงานรับสาย 911 ว่า "ผมพยายามจะเปิดประตูห้องแต่ดูเหมือนติดอะไรบางอย่างอยู่ ผมจึงมองลอดพื้นจึงเห็นเลือดไหลนองไปหมดเพื่อรักของผมถูกเชือดใบหน้าของเขาถูกกรีดยับเยิน ผมไม่อยากเข้าไปข้างในเพราะไม่ทราบว่าจะมีใครอยู่ในนั้นหรือเปล่า!"
นายตำรวจแดน โอเพิร์ท ซึ่งมารับทำงานพิเศษนอกเวลาอยู่ที่มหาวิทยาลัยเป็นคนแรกที่มาถึงที่เกิดเหตุเมื่อเวลา 7.35 น. เขาออกแรงดันประตูเข้าไปและได้พบว่าบาร์นส์นอนจมกองเลือดอยู่ที่พื้นห้อง โอเพิร์ทหร้อมด้วยจ่าอับราฮัม เฟอร์นานเดซ ตำรวจประจำหมาวิทยาลัยเข้าตรวจค้นทั่วห้องเพื่อหาตัวคนร้ายที่อาจยังหลบอยู่แต่กลับได้พบเหยื่อเคราะห์ร้ายเพิ่มอีกคนหนึ่งคือลัมพ์กินส์ ซึ่งไม่ได้เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยนี้ แม้ว่าจะชื่อมหาวิทยาลับไมอามี่แต่สถานที่อยู่ที่เกเบิลส์ ฟลอริดา ที่เกเบิลส์นี้ เจ้าหน้าที่หน่วยสืบสวนคดีฆาตกรรม เมโทร-เดดด้วยจ่าจอห์น เหธวินและนักสือโธมัส โรมาเนีย นักสือบิล เฮลแมน และนักสืบแคลเรนซ์ ปอยเตียร์เป็นผู้รับผิดชอบคดีนี้ จากสภายศพ และบาดแผลของผู้ตายทั้งสองคนที่ค่อนข้างแตกต่างกันทำให้กลุ่มนักสือเริ่มไม่แน่ใจว่าคนร้ายเป็นกี่คนกันแน่
การแถลงข่าวครั้งแรกของหน่วยเมโทร-เดด จึงยังไม่เป็นรูปเป็นร่างนัก "ในชั้นนี้การสืบสวนยังอยู่ในระยะเริ่มต้น" โฆษกกล่าว "เรายังไม่ได้ตัวผู้ต้องสงสัย ทั้งยังไม่ทราบถึงมูลเหตุจูงใจหรือวิธีที่ใช้ในการฆาตกรรม" ข่าวการฆาตกรรมแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว สำหรับมารดาของบาร์นส์นั้นความเจ็บปวดเป็นสิ่งที่เธอต้องพบพานครั้งแล้วครั้งเล่า เมื่อยี่สิบปีก่อนบิดาของบาร์นส์ถูกเพื่อนรักของเขาเองยิงตาย มาร์ลิน บาร์นส์เป็นคนติดต่อกับคนฆ่าพ่อของเขาเองทางจดหมาย โรนัลด์หรือ"เรด" แดนซี่เป็นพ่อทูนหัวของมาร์ลินเขาถูกตัดสินลงโทษจำคุก 50 ปี ในทัณฑสถานแขวงเดดในคดีนั้น เป็นเวลาถึง 18 ปีที่มาร์ลินเฝ้าสงสัยอยู่ว่าทำไมแดนซี่เพื่อนรักของพ่อจึงยิงพ่อของเขาถึง 2 นัดในคือวันที่ 15 พฤษภาคม 1976 จนกระทั่งวันที่ 7 พฤศจิกายน 1994 เขาก็ได้รับจดหมายฉบับหนึ่งจากแดนซี่เขียนมาว่า
"มาร์ลินที่รัก ก่อนอื่นฉันต้องบอกเสียก่อนว่าสิ่งที่ฉันกำลังทำอยู่นี้เป็นสิ่งที่ยากเย็นเข็ญใจเหลือเกิน เธอรู้ไหมว่าฉันเป็นคนลั่นไกฆ่าพ่อบังเกิดเกล้าของเธอเอง สิ่งที่ฉันอยากจะขอจากเธอก็คือขอให้เธอให้อภ้ยฉันด้วย ฉันไม่ได้ตั้งใจที่จะฆ่าเขาเลย เราเป็นเหมือนพี่น้องคลานตามกันมาจริงๆ ด้วยรักจากพ่อเรด..."
