แม่พระนักฆ่า
เธอคือแม่พระสำหรับคนยาก เป็นความหวังของคนชราไร้ที่พำนัก คนจนขี้เหล้า เธอเปี่ยมไปด้วยความกรุณา แต่ถ้า...คุณเผลอไปเหยียบแปลงดอกแดฟโฟดิลที่เธอเพาะไว้หล่ะก็...(เดาเอาเองก็ละกัน)
พฤศจิกายน 1988
ผูงชนนับร้อย รวมทั้งผู้สื่อข่าวทุกประเภท พร้อมใจกันยืนแออันหน้าบ้าน 2 ชั้น ทรงวิกตอเรียน เลขที่1426 ถนนเอฟ ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นบ้านพักคนชราที่ชุมชนให้ความเชื่อถือ พวกเขากำลังเผ้าดูการทำงานของตำรวจนานหลายชั่วโมงด้วยความอดทน เพราะอยากรู้ว่า กี่ศพกันแล้วแน่...
ริคาโด ออโดริก้า ชาวอ้วนน้ำหนักเกินพิกัด ชาวแม็กซิกัน อพยพ สูงเพียง4ฟุต5นิ้ว เอาผ้าเช็ดหน้าปาดเหงื่อครั้งแล้วครั้งเล่า ตาถลนดูบ้านที่ตนเองให้นางโดโรเทียเช้าเดือนละหมื่อแปด กำลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทำลายต่อหน้าต่อตา เขาอุทิศบ้านหลังนี้สำหรับเพื่อนสนิทของครอบครัว เธอคือโดโรเทีย เปียนเต้ เมื่อ2ปีที่ผ่านมาเช่าราคาถูก โดโรเทียบอกว่าเธออยากได้บ้านพักสักหลังทำเป็นบ้านพักคนชราและคนแก่ร่อนเร่ริคาโดฟังด้วยความปิติยินดีที่ได้มีส่วนร่วมทำสาธารณกุศล ริคาโดเป็นคนใจบุญ ทำงานหนักกว่า 8 ปี ตำแหน่งภาโรง ต่อมาได้เลื่อนเป็นหัวหน้าคนสวนในโรงแรมแห่งหนึ่ง แต่ตรงหน้าเขาขณะนี้ ความฝันกำลังสลายเป็นฝันร้าย อนาคตพังพินาศ ใครจะเป็นคนจ่ายค่าเสียหายทั้งหมด แม้จะก่อบ้านใหม่ให้เหมือนเดิม คงไม่มีใครยอมเช่าบ้าที่เต็มไปด้วยซากศพอีกต่อไป
ศพแรกเป็นหญิงชรา ห่อเหมือนมัมมี่ด้วยผ้าปูศพกลิ่นสาบคละคลุ้ง ส่วนอีกศพไม่สามารถจำแนกเพศได้ เพราะเป็นกระดูกขาวโพลน ตอนที่ตำรวจขุดพบศพแรก พวกเขาอนุญาติให้เธอไปไหนมาไหนตามใจชอบ ไม่มีใครสงสัยโดโรเทีย เธอหายไปในชุดสีชมพูหวานตามแบบฉบับของเธอเอง สวมรองเท้าส้นสูงสีม่วง เสื้อคลุมสีแดง และเงินสด 75000 ในกระเป๋าถือ เธอเรียกแท๊กซี่ไปยังสถานีขนส่ง นั่งรถเกรย็เฮานด์ไปลอสแองเจิลลิส หลังจากนั้นหลายชั่วโมง ตำรวจเพิ่งไหวตัว หมายจับตามมาเมื่อเธอระเหิดเป็นไอไปเสียแล้ว แน่นอนจ่าบ๊อบหัวหน้าทีมกลายเป็นแพ๊ะ เขาถูกตำหนิอย่างแรงเมื่อปล่อยให้หญิงชราหลุดมือไปได้ อย่างน้อยน่าจะมีใครสักคนประกบไว้เพื่อนบ้านให้การกับพฤติกรรมแปลกๆของเธอหลายประการกับดอกไม้แปลงหน้าบ้านและหลังบ้านงามผิดปกติด้วยปุ๋ยสูตรพิเศษ ทำไมเธอจึงต้องลุกขึ้นมาให้ปุ๋ยตอนตี4เล่าแถมยังขุดหลุมปลูกต้นไม้ยาว 6 ฟุต จนถึงปลายสัปดาห์ที่ฉ่ำด้วยฝน ตำรวจสามารถหาศพผู้เสียชีวิตซุกซ่อนที่ต่างๆถึง5ศพ สี่ศพฝังท่าขดงอเหมือนทารกในครรภ์ และไม่กี่วันถัดจากนั้นตำรวจขุดพบอีก 2 ศพ จนท้ายสุด จำนวนศพน่าจะ 9 ศพ
ขณะที่การขุดศพในซานครามันโต้กำลังดำเนินไปอีกมุมหนึ่งของอเมริกา ชาร์ลส์ วิลลีกส์ วัย67 กำลังคุยกับหญิงท่าทางสุภาพในบาร์เล็กๆ เขารู้สึกตงิดๆในหัวใจ เธอดูเป็นมิตรและมีระดับ แต่มีอะไรบางอย่างรบกวนความคิด เธอบอกว่าเธอเป็นหญิงหม้ายถูกแท๊กซี่ชิงกระเป๋าด้วยความไว้ใจ ตอนนี้เธออยากซ่อมรองเท้าส้นสูงสีม่วง ชาร์ลส์จดที่อยู่ร้านซ่อมรองเท้าที่นึกได้ ตาแอบชำเลืองดูเรียวน่องที่ยังดูเรียวน่องที่ยังดูดีเหมือนเธอจงใจ เขาพยายามนึกทบทวนว่าหน้าของเธอคล้ายใครบางคนที่รู้จัก เขาสัญญาว่าจะแวะไปเยี่ยมเธอและเมื่อเธอจากไปเขาก็นึกออก มันทำให้สั่นสะท้านที่แท้เธอคือคนที่ตำรวจกำลังตามหา ปรากฏเป็นข่าวในทีวี หญิงคนนี้คือโดโรเทีย เปียนเต้ โฆษกบอกกว่าเธอหายตัวไปเมื่อ 4 วันก่อน และใช้เช็กประกันสังคนของคนที่เธอฆ่า เบิกเงินสดทีละมากๆ นี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมเธอถึงสนใจถามเงินประกันสังคมของเขานักหนา ชาร์ลส์โทรเจ้งตำรวจทันที
วันที่17 พฤศจิกายน 1988 สี่ทุ่มสี่สิบนาที
รถตำรวจ 6 คันกระจายล้อมรอบโรงแรมรอยัลไวกิ้ง รอจนเพื่อนร่วมงานครบแล้ว จึงเคาะประตูห้องพัก จ่าพอลกำลังจะเคาะซ้ำพอดีประตูเปิดออกช้าๆ หญิงผมขาวเยี่ยมหน้าออกมา เธออยู่ในชุดสีชมพู จ่าพอลแสดงบัตรประจำตัวเธอรับไปดู อย่างสงบแล้วเชิญเข้าห้องเจ้าหน้าที่ตำรวจขอดูบัตรประจำตัว หรือใบขับขี หรือประกันสังคม หญิงชราไม่สะทกสะท้านจนตำรวจแปลกใจ เพราะประชาชนปกติมักอึดอัด หงุดหงิด แสดงความไม่พอใจ แต่เธอเงียบจนน่ากลัง แธอเดินช้าๆไปที่เตียงหยิบบัตตส่งมาโดยไม่พูดอะไร หลังจากดูบัตรจ่าพอลพูดว่า"คุณโรโรเทีย มอนทาโว เปียนเต้ คุณถูกจับกุมทราบสิทธิตามกฎหมายของคุณไหมครับ?" เธอไม่มีท่าที่ขืนใจ เธอเพียงแค่หยิบเสื้อคลุมสีแดงและเดินตามตำรวจออกไปเวียบๆ เธอถูกใส่กุญแจมือ ส่งกลับซานครามันโต "ฉันไม่ได้ฆ่าใครสักคน ฉันแค่เอาเช็คพวกเขาขึ้นเงินสด" เธอกล่าว "คุณรู้ไหม ฉันเคยทำดีเป็นคนดีขนาดไหน"
การพิจารณาคดีที่ตามมาหลังจากนั้นถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ซานคราเมนโตว่าเป็นคดีที่สะเทือนอารมณ์ที่สุด เพราะหญิงคนนี้เคยขึ้นชื่อว่าเป็นแม่พระของคนยากเป็นที่ชื่นชอบขององค์กรการกุศลและประกันสังคม คนชราในบ้านพักคือผู้เสพยา ติดสุรา ไร้ถิ่นฐาน สภาพจิตเสื่อมโทรม คนผู้ซึ่งแม้แต่สถานสงเคราะห์ของรัฐยังรังเกียจแต่โดโรเทียไม่เคยปฏิเสธคนเหล่านั้น เธอเป็นประชาชนตัวอย่าง ผู้ปิดทองหลังพระ เป็นนักบุญ เป็นที่รู้ดีว่า โดโรเทีย มิลเลอร์ วัย64 เบนจามินฟังก์วัย55 และลีโอนา คาร์เพนเตอร์วัย77 3ใน9ของผู้เสียชีวิตในบ้านพักคนชราที่เป็นคนที่มีปัญหาสุขภาพจิต สุขภาพเสื่อมโทรมเหมือนไม้ใกล้ฝั่ง และชอบทำร้ายจิตใจด้วยการเดินย่กแปลงดอกไม้ ไม่ว่าผลพิสูจน์ออกมาเป็นอย่างไร ท่านคณะลูกขุนปล่อยให้โดโดเทียได้ใช้ชีวิตปั้นปลายที่เหลือน้อยนิด ซึ่งปราศจากการคุมขังเพื่อทดแทนความดีที่ได้กระทำต่อสังคม

กลับไปหน้าจอหลัก กลับไปหน้าก่อนหน้านี้ อ่านต่อ