คู่อำมหิต ตอนที่1

ในเช้าของวันที่ 17 พฤษภาคม 1996   สามีของแพทย์หญิงเดบอราห์ ไอเวอร์สันได้โทรศัพท์เข้าไปแจ้าตำรวจที่สำนักงานนายอำเภอแขวงมาโคมบ์รัฐมิชิแกน   ว่าภรรยาของเขาหายตัวไปตั้งแต่เมื่อวานซืน   เช้าวันที่เธอหายตัวไป   เธอพาลูกชายไปส่งไว้ที่โรงเรียนดีทรอยต์เดย์   แต่พอตกบ่ายเธอกลับไม่ได้รับลูกน้อยกลับบ้าน   ยิ่งเวลาผ่านไปนานเพียงใดความเข้าใจว่าเธออาจตกเป็นเหยื่อของเรื่องมิดีมิร้าย   ก็ยิ่งชัดเจนมากขึ้นเพีบยงนั้น  

สามีของเธอเริ่มโทฯไปหาบรรดาเพื่อนๆของภรรยาโดยหวังว่าจะมีใครสักคนทราบว่าเธออยู่ที่ไหน   แต่ยิ่งโทฯก็ยิ่งเพิ่มความกดดันให้กับเขามากพอๆกับความกระวนกระวายใจที่เกิดขึ้นจากการรอคอยการกลับมาของเธอ   ไม่มีใครทราบว่าเกิดอะไรขึ้นกับจักษุแพทย์วัย 38 คนนี้   มีคนเห็นเธอครั้งสุดท้ายขณะกำลังขึ้นรถโตโยต้าแลนด์ครูเซอร์คันใหม่ของเธอเองที่จอดอยู่ในที่จอดรถติดกับศูนย์จักษุวิทยา   พวกเราที่เห็นจำได้เพียงว่าขณะนั้นเป็นเวลาหลังบ่าย 2 โมงไปแล้ว   และเท่าที่เห็นเธออยู่ตรงนั้นคนเดียว

   ทันทีที่ได้รับแจ้งเรื่องคนหาย   จ่านักสืบจอห์น มิชอล์ค   ได้รุดไปที่บ้านของครอบครัวไอเวอร์สันแถบบลูมฟิลด์   ฮิลส์   ซึ่งบ้านแทบทุกหลังจะมีถนนเป็นวงกลมซ่อนอยู่หลังกำแพงไม้เลื้อยหรือประตูนิรภัย   จากการได้พูดคุยกันเพียงชั่วครู่กับสามีที่กำลังวิตกกังวล   นักสืบก็ได้ทราบรูปพรรณสันฐานของหญิงที่หายไป   รวมทั้งยานพาหนะของเธอด้วย   รายละเอียดเหล่านี้จึงถูกส่งไปตามท้องที่ต่างๆเพื่อข่วยค้นหาตรวจสอบ

    ในวันเดียวกันนั้น   สามีภรรยาคู่หนึ่งซึ่งกำลังขับรถไปตามถนนดินในวอชิงตัน   ทาวน์ชิปใกล้ๆสวนสาธารณะสโตนี่   ครีค   ของแขวงมาโคมบ์ได้พบรถโตโยต้าแลนด์ครูเซอร์คันหนึ่งจอดอยู่ริมทาง   ในลักษณะเอาหัวทิ่มเข้าไปในพุ่มไม้และเมื่อเข้าไปดู   ก็พบร่างหญิงคนหนึ่งถูกรัดคอนอนคว่ำหน้าอยู่ที่พื้นเบาะหลัง   ทั้งศพทั้งรถมีกลิ่นน้ำยาฟอกขาวคละคลุ้งไปทั่ว  

    เจ้าหน้าที่กู้ภัยแขวงมาโคมบ์เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในทันทีแล้ะเมื่อพบว่าหญิงที่พบเป็นศพไปแล้วจิงไม่มีความจำเป็นใดๆที่จะต้องขอความช่วยเหลือ   จากแพทย์อีก...   รอบลำคอขาวอ่อนน่วมของเธอมีตอยแดง   ซึ่งแสดงว่าถูกรัดด้วยเข็มขัด   หนังหรือสายอะไรสักอย่างไม่มีร่องรอยของการใช้ความรุนแรงอื่นๆอีก   และไม่มีสิ่งบ่งชี้ว่าเธอจะถูกทำร้ายทางเพศเช่นกัน   เธอดูเหมือนหุ่นที่งอแขนไว้ข้างหน้า   เสื้อแจ๊กเก็ตของเธอส่วนหนึ่งถูกฉีกออกและมีกลิ่นน้ำยาฉุนกึก   แสดงว่าฆาตกรอาจพยายามเช็คร่องรอยดีเอ็นเอออกไป   เบาะนั่งข้างๆศพ   มีภาพถ่ายสีของเด็กสองคนตกอยู่ซึ่งต่อมาพิสูจน์ได้ว่าเด็กทั้งสองคนในภาพคือลูกๆของครอบครัวไปเวอร์สัน   นอกจากนี้จากการตรวจสอบแผ่นป้ายทะเบียนรถและแบบรถทำให้หายสงสัยได้ทันทีว่าคู่สามีภรรยาดังกล่าวได้สะดุดเข้ากับ   รถของจักษุแพทย์   ที่หายตัวไปแต่กระเป๋าสตางค์ของเธอไม่อยู่ในที่เกิดเหตุ...

อ่านต่อหน้าต่อไป...

กลับไปหน้าจอหลัก

Hosted by www.Geocities.ws

1