คู่อัมหิต 3

   จิม เวรอ์พล็อก ทนายความจากวอเตอร์ฟอร์ดทาวน์ชิป ได้รับการแต่งตั้งจากศาลให้ทำหน้าที่ทนายให้กับแอนนิตรา คูเมอร์  ส่วนอดัมส์  จะมีรอน เพวค์ทนายจากบลูมผิลด์ ฮิลส์ เป็นผู้ว่าความให้   การพิจารณาในชั้นตันจะมีขึ้นในวันที่ 14 มกราคม   อดัมส์เริ่งข้บเคี่ยวกับกฏหมายตั้งแต่ปี ค.ศ.1993   เมื่อเขาถูกจับในข้อหาพยายามล้วงกระเป๋าและพกอาวุธ   เขาจึงถูกตำรวจสายตรวจเรียกเนื่องจากขับรถฝ่าฝืนสัญญาณไฟแดง   ครั้งนั้นตำรวจพบปืนพกขนาด .22 ซ่อนอยู่ใต้เบาะนั่งด้วย   ทั้งสองข้อหามีโทษสูงสุดถึงจำคุก 5 ปี   แต่ข้อหาล้อวงกระเป๋าถูกบกไปหลังจากที่เขาถูกตั้งข้อหาพกพาอาวุธปืน   เขาจึงเพียงแต่รอลงอาญาเป็นเวลา 2 ปี   เนื่องจากเป็นความผิดครั้งแรก

    อย่างไรก็ตามอดัมส์ก็ถูกพิพากษาจำคุกเป็นเวลา 6 เดือน   เนื่องจากละเมิดทัณฑ์บนโดยไม่รายงานการย้ายที่อยู่ให้ตำรวจทราบ   เขาได้รับการปลดปล่อยหลังจากจำคุกอยู่ 4 เดือน  เดือนตุลาคม 1995 เขาถูกจับอีกครั้งและได้รอลงอาญาอีก 1 ปี   ในข้อหาทำร้ายร่างกายในเมืองทรอย   29 ธันวาคม   คูเมอร์ได้เข้าแจ้งความต่อตำรวจว่าอดัมส์ทุบตีเธอ   เมื่อตำรวจไปถึงยังห้องพักของทั้งสอง   ก็ได้พบรถยนต์ฟอร์ด   เอ็กซ์พลอเรอร์   ที่ถูกชโมยมาคันหนึ่ง   มีที่นั้นสำหรับเด็กติดจั้งไว้พร้อม   จอดอยู่ในที่จอดรถของอพาร์ทเมนท์   อดัมส์จึงถูกจับและตั้งข้อหาไม่เฉพาะทำร้ายร่างกายของภรรยาเท่านั้น   แต่บังโดนข้อหามีรถถูกขโมยมาไว้ในครอบครอง  

   คูเมอร์เติบโตขึ้นมาในเมืองทรอย พ่อแม่หย่าร้างกัน   เมื่อเธอเรยนม.ปลาย   จึงย้ายไปอยู่กับมารดา   เพื่อนบ้านใกล้เคียงจำได้ว่าเธอก็เหมือนกับสาววัยรุ่นทั่วๆไปที่ชอบเรียนเต้นรำและรับจ้างเลี้ยงเด็ก   แต่เบื้องหลังการครองคู่ของบุคคลทั้งสองส่อเค้าความรุนแรงมานานแล้ว   คูเมอร์พร้อมที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่โดยไม่มีเขา   ก่อนหน้าที่ทั้งคู่จะถูกจับเพียงไม่นานนัก

    คูเมอร์เปลี่ยนคำให้การในชั้นศาลต่อหน้าผู้พิพากษาจูลี่   นิโคลสัน   ถึงช่วงเหตุการณ์ระทึกใจว่าขณะที่เธอเป็นคนขับรถไปตามถนนออเบิร์น   โดยอดัมส์นั่งอยู่ด้านหลังกับคุณหมอไอเวอร์สันนั้น   อดัมส์บอกให้เธอเปิดวิทยุดังๆแล้วเขาก็ฆ่าไอเวอร์สัน   เมื่ออดัมส์ได้ฟังคำสารภาพของภรรยาในครั้งแรกเขาแทบคลั่งแล้วให้การปฏิเสธทุกอย่าง   แต่แล้วเขาก็รับสารภาพโดยให้บันทุกเสียงในเทปทำให้ตำรวจมองเห็นภาพความอำมหิตในเบาะหลังรถของแพทย์หญิง   ฮาร์วีย์กล่าวว่าอดัมส์เคยขอทำ "ความตกลง"เพื่อจำให้ภรรยาพันผิด   โดยบอกว่า "ผมเป็นคนวางแผนการปล้นครั้งนี้เอง เราไม่นำเธอมาเกี่ยวข้องด้วยได้ไหม"   แล้วฮาร์วี่บอกกับเขาว่า"ผมไม่ตกลงอะไรด้วยทั้งสิ้น"  

    ตามคำให้การของคูเมอร์นั้น   หลังจากที่พวกเขาทิ้งศพของแพทย์หญิงไอเวอร์สันไว้ในรถที่สวนสาธารณะสโตนี่ ครีคแล้ว   ทั้งสองก็ขับตถมุ่งตรงไปที่บาร์แห่งหนึ่งที่คลอว์สัน   คูเมอร์อยากดื่มให้เมาเพื่อจะได้ลืมเรื่องที่เกิดขึ้นมาทั้งหมด

    ผู้พิพากษาจูลี่นิโคลสันตัดสินว่ามีหลักฐานเพีบงพอที่จะประทับรับฟ้องและส่งคดีขึ้นสู่การพิจารณาต่อไปได้   ส่วนทนายจำเลยสองสามีภรรยาจะร้องขอให้พิจารณาคดีแยกกัน   ทนายทั้งสองกล่าวว่าพวกเขาจะต่อสู้ให้คำสารภาพของจำเลยถูกตัดสินว่าไม่เป็นที่ยอกรับ   ก่อนการพิจารณาคดีจะเริ่มขึ้น   หนึ่งในทีมทนายของคูเมอร์คิดว่าจะหาทางต่อรองให้คูเมอร์เช่นลดขอหาลงมาเป็นฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา   เพื่อแลกกับคำให้การปรักประอดัมส์เพียงฝ่ายเดียว   สุดท้ายแล้วทั้งสองสามีภรรยาคู่นี้ก็ถูกลงโทษตามความผิดที่ได้กระทำไว้...  

    สำหรับคดีนี้อาจจะไม่ร้ายแรงเท่าเรื่องฆาตกรคดีอื่นๆแต่ก็ทำให้รู้ว่า   การคิดที่จะลักเล็กขโมยน้อยนั้นไม่ดี   อาจทำให้เรากระทำสิ่งที่ผิดพลาดมากกว่านั้นได้   และที่สำคัญ   ถ้าไปขโมยเขากิน   เค้าเดือดร้อน   ทุกคนต่างมีอวัยวะร่างกายครบทั้ง 32 ส่วนเท่ากัน   คนเราเกิดมาต้องสู้ชีวิต   ต้องยืนด้วยลำแข้งตนเอง   ทำมาหากินเอง   การที่ไปขโมยนั้นแสดงให้เห็นว่าเราไม่ได้สู้ชีวิตเอาเสียเลย   กลับเป็นไอ้ขี้แพ้ที่ต้องคอยเกาะคนอื่นกิน   และกรรมใดใครก่อ   กรรมนั้นย่อมตอบสนอง...   ไม่ช้าก็เร็วหนีไม่พ้นหรอก...   ทางที่ดีสู้ชีวิตดีกว่า   ไม่มีอะไรเลวร้ายไปทั้งหมดหรอก   สิ่งที่เลวร้ายที่สุดของการที่เกิดมาเป็นมนุษย์คือการยอมแพ้   ไม่สู้อะไรเลยต่างหาก...   คิดดูสิ...!!!

กลับไปเรื่องฆาตกร                         กลับไปหน้าจอหลัก

Hosted by www.Geocities.ws

1