คุกอเมริกาหรือ...จะสู้คุกสิงคโปร์

   อันนี้เป็นเรื่องมาจากหนังสือคู่สร้างคู่สม เห็นว่าหัวข้อมันน่าสนใจดีเลยนำมาลงให้ได้อ่านกัน ลองอ่านกันดูละกันนะ

    ฉันเข้าสิงคโปร์อย่างถูกต้องแต่ต้องมาเสียท่าพวก 18 มงกุฏในสิงคโปร์ หลอกเอาพาสปอร์ตไป ฉันจึงติดอยู่ในนั้นอย่างผิดกฎหมาย และถูกจับในเวลาต่อมา

    ฉันถูกส่งตัวไปทำเรื่องในโรงพัก 1 คืน โดยมีล่ามคนไทยเป็นผู้แปลภาษา ฉันพบล่ามคนนี้อีกในศาล พอบ่ายอีกวันถูกส่งไปที่อิมมิเกรชัน (ตรวจคนเข้าเมือง) ผู้ชายสองคนพูดไทยชดเจน ทำเรื่องและบอกว่าฉันมีความผิดข้อหาโอเวอร์สเตย์ (อยู่เกินวีซ่า) 3 เดือน 19 วน และไม่มีพาสปอร์ต ต้องถูกส่งฟ้องศาล ฉันถูกส่งขึ้นศาลในวันรุ่งขึ้น ศาลตดสิน 1 เดือน 2 อาทิตย์ และได้รับอนุญาตให้โทรศัพท์ได้ด้วยเงิน 10 เซ็นต์เท่าน้น ตั้งแต่โดนจับจนขึ้นศาล ฉันมีเพื่อนร่วมด้วยหลายคน เรามารู้จักกันตอนหลัง มีหลายชาติด้วยกัน ในระหว่างที่โดนจับจนขึ้นศาลทุกคนไม่มีสิธิ์ร้องขอหรือถามอะไรทั้งสิ้น ถ้ามีประจำเดือนก็ปล่อยให้ไหลแบบนั้น ถ้าใครใส่เสื้อแขนยาวก็จะฉีกแขนเสื้อทำเป็นผ้าอนามัยแก้ขัดไปก่อน คงไม่ต้องบอกนะว่าพวกเราเหม็นขนาดไหน

    หลังจากขึ้นศาลเสร็จ พวกเราทุกคนถูกส่งไปที่คุกหญิงคือ ซังฮี นั่นเอง เราจะถูกใส่กุญแจมือตลอดเวลา   พอก้าวเข้าประตูซังฮี   เราก็ถูกสั่งให้ถอดผ้าทั้งหมดยืนเรียงแถว กางแขน กางขา ยกตัวขึ้นลงคล้ายท่าบริหารร่างกาย แากก็ต้องพูด วันแหม่ม ทูแหม่ม ทรีแหม่ม และก็จะตรวจดูตามร่างกายทุกคน ว่ามีใครแอบซ่อนอะไรบ้างหรือเปล่า ในลักษณะแก้ผ้าอย่างนั้น จากนั้นก็ใส่ชุดนักโทษเราต้องเรียกตำรวจหญิงที่นี่ว่า แหม่ม แหม่มมีสองประเภทคือ คนจีนสิงคโปร์ และผิวดำคล้ายอินเดีย ซึ่งจะดุมาก เสียงดัง ตะคอกตลอดถ้าเกิดทำอะไรไม่ถูก

    ถ้าใครไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้จะมีอัญหาตลอด "ฉันสามารถพูดและฟังได้" จากนั้นก็เป็นการถ่ายรูปทำประวัติ และใครมีเงินหรือของมีค่าก็จะฝากไว้ด้านนี้ และจะได้รับคืนวันกลับ ขั้นสุดท้ายคือใส่ปลอกข้อมือเพื่อบอกรหัสประจำตัวของแต่ละคนเป็นเสร็จ   จากนั้นเราก็ถูกพาไปยังห้องคุมขังระหว่างทางที่เดิน ถ้าพบแหม่มเดินผ่านทุกคนต้องรีบนั่งและกล่าวหร้อมกัน กู๊ดมอร์นิ่ง แปม่ม "แล้วแต่เวลา" ตลอดทาง ถ้าพูดไม่พร้อมกันก็ถูกทำโทษให้พูดซ้ำจนกว่าจะพอใจ สิ่งที่นักโทษที่นี่มีสิทธิ์พูดคือ เยสแหม่ม โนวแหม่ม เยสกับโนเท่านั้น ถ้าไม่เข้าใจเสียงงตะคอกที่ดังสนั่นจะตามมาทันที

    พวกเราถูกส่งมาที่ชั้น 3 ของตึกแรกมีทั้งหมดประมาณ 11- 12 ห้องนี่แหละ ฉันมาหยุดอยู่หน้าห้องเบอร์ 5 เราได้รับแจกของจากคุกกี้หรือ "ผู้ต้องหาที่ติดคุกนาน 1 ปีขึ้นไป และถูกคัดออกไปทำงานพูดภาษาอังกฤษได้"   ของที่ได้รับแจกมี เสื่อ 1 ผืน ผ้าห่ม 2 ผืน กางเกงในเสื้อใน 2 ชุด ผ้าอนามัย 12 ชิ้น ยาสีฟัน(หลอดเล็กสุด) แปรงสีฟัน แก้วพลาสติก 1 ใบ สบู่ธรรมดา 1 ก้อน ซันไล 1 ก้อน หวี 1 อัน

    ทุกอย่างจะมีแจกเดือนละ 1 ครั้ง พอเข้าห้องก็ต้องแก้ผ้าอีกครั้งเพื่อตรวจเช็คในร่างกายว่ามีอะไรซุกซ่อนหรือไม่ ท่า วันแหม่ม ทูแหม่ม คือท่าที่ฉันเกลียดที่สุด เสียงตะคอกและเสียงด่าจากแหม่มทั้งหลายจะดังกังวานตลอดเวลาเลย และสำหรับคนที่ไม่สามารถเข้าใจภาษาอังกฤษได้แต่แหม่มที่ซังฮีก็ไม่สามารถพูดอังกฤษกันได้ทุกคน

    เวลาแหม่มพูดภาษาจีน เราตอบอังกฤษก็เป็นเรื่องให้แหม่มโมโหแน่นอน เสียงตะคอกของเธอแต่ละคนสามารถทำให้พวกเราแต่ละคนหัวใจแทบไม่ทำงานเลยทีเดียว

    ในห้องขังสี่เหลี่ยมแนวยาว บรรจุด้วยผู้ต้องหา 28 คนเกือบทุกห้อง ห้องน้ำโล่ง ฝักบัว 1 อัน ถึงใส่น้ำกิน 2 ใบ ล็อกเกอร์เล็กๆโล่งๆ 12 ช่อง ตี 5 ทุกคนต้องตื่นนอน ล้างหน้าแปรงฟันด้วยน้ำจากถัง 2 ถัง ก็ประมาณ คนละครึ่งแก้ว จากนั้นก็นั่งมาสเตอร์ นั่งมาสเตอร์คือสิ่งที่ต้องทำตลอดทั้งวันและกลางคืนจนแหม่มหลับ คือการนั่งเรียงแถว แถวละ 5 คนในท่าที่สงบเพื่อรอกล่าวทักแหม่มที่เดินผ่านหรือมาตรวจเช็ค Good Morning, Good Afternoon, Good evening and Good night คือต้องทำทั้งสวันและต้องระวังถ้าเกิดมีแหม่มที่ไม่มช่แหม่มเวรเดินผ่าน และพวกเราไม่เห็นไม่ได้มาสเตอร์ก็จะถูกทำโทษด้วยการนั่งมาสเตอร์นานมากแล้วก็ต้องกล่าวคำทักทายตามเวลา จนเสียงแหบเสียงแห้งเชียว ในการนั่งมาสเตอร์จะห้ามพูดเด็ดขาดไม่ว่าเวลากินข้าวหรือเวลานอน ถ้ามีแหม่มผ่านมาก็ต้องหยุด และมาสเตอร์ทันที

    ประมาณ 7 โมงเช้าเราจะได้รับแจกกาแฟหรือชา จากคุกกี้พร้อมขนมปัง 2 แผ่น คงไม่ต้องบอกนะคะสำหรับรสชาติของชาหรือกาแฟ   11โมงเช้าจะเป็นการกินอาหารจะเป็นถาดมีช่องใส่ข้าวและกับ ผลไม้จะได้รับในมื้อนี้ด้วยคือกล้วยหรือส้มคนละ 1 ลูก 3โมงครึ่งคือมื้อที่ 2   4โมงครึ่งหรือ5โมงเตรียมตัวอาบน้ำซึ่งแหม่มจะปล่อยน้ำเป็นเวลา 45 นาที  28คนอาบต่อ1ฝักบัว   เวลาอาบน้ำสนุกมากค่ะ เพราะถ้าใครอาบไม่ทันก็คงอยู่ที่สบู่เต็มตัว ในช่วงรอคิงอาบน้ำ ถ้ามีแหม่มมาตรวจทุกคนที่ไม่ได้อาบหรือาบแล้วแต่ใส่ผ้าไม่เสร็จต้องรีบใส่ผ้าเพื่อมานั่งมาสเตอร็แหม่ม คือวิ่งกับอุตลุด คนที่อาบก็อาบ ถ้านั่งมาสเตอร์ไม่ทันหรือไม่เรียบร้อยถูกทำโทษให้กล่าวกู๊ดอีฟนิ่งนานๆ

    คนที่อาบน้ำอยู่ข้างในก็ต้องยืนคอยก่อน พออนุญาตให้คนที่มาสเตอร์อาบได้ น้ำก็ไม่ไหลเสียแล้ว อ้อ!ลืมบอกไปว่าในช่วงก่อนอาบน้ำต้องรองน้ำเอาไว้ดื่มก่อน 2 ถังคือตลอดวัน และใช้แปรงฟันในตอนเช้าด้วย 1 ทุ่ม คือการมาสเตอร์ใหญ่ นานมาก 3 ทุ่มก็ปูเสื่อนอน คงไม่ต้องบอกถึงปัญหานะคะ นอนแบบติดกันหรือต้องนอนตะแคงเอาจึงจะพอนอน แต่อย่าเผลอตัวนอนเอามือหรือขาเข้าไปก่ายคนข้างๆนะ เพราะว่าดึกๆจะมีแหม่มมาฉายไฟตรวจ ถ้าพบจะโดนขังเดี่ยวหรือคู่ ข้อหาคิดจะเป็นทอมกับดี้โดยไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ ประมาณ 4-5 ทุ่มถ้ามีแหม่มที่ไม่ใช่แหม่มเวรมาตรวจก็ต้องลุกขึ้นมามาสเตอร์อีกก่อน แต่จะนั่งมาสเตอร์ในแแถวที่นอนนั่นแหละ

    ต่อไป เป็นกฎข้อห้ามในห้องขัง

  1. ห้ามจับมือกัน

  2. ห้ามหาผมคัน

  3. ห้ามถอนขนรักแร้

  4. ห้ามพูดคุย

  5. ห้ามส่งเสียงดัง

  6. ห้ามคิดรักเป็นทอมดี้

  7. ห้ามทะเลาะวิวาท

    ในแต่ละห้องจะรวมปะปนกัน มีไทย อินเดีย จีน อินโด มาเลย์ ฟิลิปปินส์ บังคลาเทศ   พวกเราถูกส่งออกมาตัดผมในวันต่อมา การเดินออกจากห้องขังจะมีกรคุมเข้มและเป็นระเบียบมาก ต้องใช้ปลอกแขนไปใส่รหัสใสคอมทุกครั้ง   การออกไปทำอะไรแต่ละครั้งใช้เวลาเป็นวัน เพราะต้องนั่งมาสเตอร์แหม่มตลอดทาง ฉันไม่เข้าใจเลย เพราะอะไรทำไมเขาจึงต้องตัดผมทุกคนด้วย ตัดแบบสั้นจู๋และแสนทุเรศสุดๆ และถ้าใครเกิดร้องไห้เสียดายผมตอนตัด ก็จะยิ่งถูกตัดแบบน่าเกลียดที่สุด ช่างที่ตัดก็นักโทษด้วยกันนี่แหละ รุ่งอีกวันก็ไปซีซุบ

    ซีซุบคือฃื่อของหัวหน้าแหม่มที่มียศใหญ่ในซังฮี ซีซุบจะมีล่ามแปลตลอดคือนักโทษที่พูดอังกฤษได้คือผู้แปล ซีซุบจะเป็นผู้บอกวันกลับว่าเราจะได้กลับวันไหน ฉันตัดสิน 1 เดือน 2 อาทิตย์ ลดเหลือ 40 วัน ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอีก อีกประมาณ 5 วัน ฉันและทุกคนในเกือบทุกห้องของชั้นนี้ก็ไปยังหัองใหญ่ห้องหนึ่งเพื่อทำเอกสารเกี่ยวกับพาสปอร์ตของแต่ละประเทศ จากนั้นก็ย้ายมาอีกตึก คือตึกกลางชั้น 2 คุกซังฮีจะมีรูปลักษณะคล้ายตัว E มากคือมี 3 ตึกในระหว่างตึกจะเป็นสถานที่ออกกำลังกายของนักโทษสิงคโปร์ ช่วงยาวเป็นตึกทำการทุกอย่างชั้น 1 ของตึกฉันไม่ทราบว่าสำหรับอะไร ชั้น  2 สำหรับคนที่ติดและทำเรื่องเสร็จแล้ว ติดยาวจนกลับ ชั้น 3 สำหรับผู้ต้องหาใหม่ จะอยู่ประมาณ 7-10 วัน และจะถูกแยกส่งไปชั้น 2

   ชั้น 4 เป็นชั้นที่นักโทษที่นี่กลัวมาก จะเป็นห้องเดี่ยวและห้องสำหรับนักโทษรอประหาร ถ้านักโทษคนไหนทำผิดกฏจะต้องถูกใส่กุญแจมือ เพื่อขังเดี่ยวในห้องไม่มีอะไรเลย นอนกับปูนใส่กุญแจมือตลอด และแหม่มจะมากดชักโครกให้วันละครั้ง จะได้ดื่มน้ำวันละครั้ง คือช่าและกาแฟในตอนเช้า ถ้าหิวน้ำก็จะไม่มีดื่มและไม่มีอาบด้วย จะถูกทำโทษประมาณ 3-7-10 วัน ประมาณนี้และแต่ซีซุบจะพิจารณาอีกครั้ง และจะไม่ได้กลับบ้านตามกำหนด มีนักโทษที่ติดคุกนานๆ เล่าให้ฉันฟังว่า บางคนที่เข้าห้องชั้นสี่แล้วไม่เคยได้พบอีกเลยก็มี แต่ถ้ากลับออกมาก็คงไม่ต้องบอกว่าสภาพเป็นอย่างไร

    สำหรับผู้ที่ติดคุกที่นี่ 1 ปีขึ้นไป จะได้รับอนุญาตให้เขียน จดหมาย ส่งไปบ้านได้ แต่ต้องเขียนและอ่านภาษาอังกฤษได้เท่านั้น ที่นี่จะห้ามนักโทษต่างชาติ ออกกำลังกาย แต่กฎข้อนี้คือข้อเดียวที่พวกเราทุกคนฝ่าฝืนเพราะทนไม่ไหวอยู่แต่ในห้องสี่เหลี่ยมนั่งแต่มาสเตอร์ ฉันกลับวันกลับไม่สามารถเดินได้ ฉันและทุกคนจึงแอบทำผิดในข้อนี้ประจำ แต่ไม่เคยถูกจับได้เลย เพราะเราพร้อมใจกัน

นี่ก็เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับคนไทยของเรา   ลองคิดดูเอาเองละกันว่ามันขนาดไหน..................

กลับไปหน้าจอหลัก

Hosted by www.Geocities.ws

1