การประหารชีวิตแบบต่างๆ

   วันนี้เราได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งเล่น   เห็นหัวข้อว่า "ยกเลิกโทษประหาร หรือเปลี่ยนวิธีประหาร(ฉีดยากันดี) เห็นแล้วน่าสนใจดี เลยเอามาลงให้อ่าน(จากหนังสือคู่สร้างคู่สม)

   เมื่อวันที่ 11 มกราคมปีนี้มีรายงานข่าวสำคัญเรื่องหนึ่งออกมาจากทำเนียบรัฐบาลว่า คณะรัฐมนตรีไม่ผ่านร่างแก้ไขพระราชบัญญัติประมวลกฎหมายอาญามาตรา 19 ตามการเสนอของกระทรวงมหาดไทยที่ ต้องการเปลี่ยนวิธีการประหารชีวิตจากการยิงเป้า ซึ่งใช้มาตั้งแต่ พ.ศ. 2478 มาเป็นการฉีดสารพิษให้ตายแทน   โดยคณะรัฐมนตรีขอให้กระทรวงใหาดไทยนำเรื่องกลับไปพิจารณาใหม่ ตั้งแต่คณะกรรมการขึ้นพิจารณาข้อดีข้อเสียโดยละเอียดอีกครั้ง   รวมทั้งรับฟังความเห็นจากประชาชนด้วย   เหตุผลสำคัญข้อหนึ่งของกระทราวงมหาดไทย คือ การประหารชีวิตด้วยการยิงเป้านั้นไม่เหมาะสม บางครั้งนักโทษที่ถูกยิงยังไม่ตายต้องยิงซ้ำเป็นการทรมาน จึงเห็นควรให้ประหาีวิตแบบให้ตายอย่างสงบ โดยฉีดสารพิษเข้าร่างการแทน   ซึ่งนอกจากไม่เป็นการทารุณแล้ว ยังเสียค่าใช้ต่ายต่ำ โดยยกตัวอย่าง ฟิลิปปินส์ที่ประหารชีวิตนักโทษด้วยวิธีนี้ว่า เสียค่าใช้จ่ายเพียง 1000 บาท ต่อครั้งเท่านั้น

    ทางองค์การต่างๆเช่นศาสนา สิทธิมนุษยชนได้ออกมายื่นหนังสือร้องเรียนขอให้กระทราวงหมาดไทยหันมาเสนอแก้กฏหมายยกเลิกโทษประหารชีวิตเสียเลยจะดีกว่า เพราะการประหากชีวิตนั้นเป็นการทำลายสิทธิพื้นฐานประการแรกของมนุษย์ในการที่จะมีชีวิตอยู่ และเห็นว่าการจำคุกตลอดชีวิตนั้นก็โทษหนักหนาแล้ว   เพราะการประกาีวิตอาจไม่ใช่การแก้ปัญกาที่ถูกต้องก็ได้  

    การประหารชีวิตสมัยโบราณมีวิธีการที่น่าสยดสยองตั้งแต่สับร่างออกเป็นชิ้นๆแล้วโยนลงในกระทะน้ำมันเดือด   ไปจนถึงโบนเข้ากรงเสือหรือสิงโตที่กำลังหิวโหย   ต่อมาจึงมีผู้คิดวิธีประหารให้นักโทษตายเร็วขึ้นให้ได้รับความทรมานน้อยลงด้วยวิธีการต่างๆ ซึ่งจากการวิจัยของดร.ฮาโรลด์ ฮิลล์แมน แห่งองค์การนิรโทษกรรมสากลเมื่อไม่นานมานี้บอกว่า การประหารชีวิตที่มีอยู่ทั่วโลกในปัจจุบันพอแยกออกได้ดังนี้

1. ยิงเป้า เป็นวิธีที่นิยมมากที่สุดใช้ถึง 86 ประเทศรวมทั้งประเทศไทยด้วย

2. แขวนคอ  นิยมอันดับสอง มีใช้กันอยู่ 78 ประเทศ

3. ตัดคอ   หลังจากกระประหารชีวิตด้วยกิโยตินโนฝรั่นเศสการตัดคอด้วยดาบหรือขวานในอังกฤษได้หมดไป แต่ก็ยังมีอีกอย่างน้อย 6 ประเทศในอาหรับและตะวันออกกลางที่ลงโทษประหารชีวิตด้วยการตัดศรีษะอยู่ พูดถึงการตัดคอ   ถ้าตัดครั้งเดียวขาดก็โชคดีไป แต่ถ้าไม่หล่ะ...ลองคิดดูสิ...

4. ใช้ก้อนหินขว้างจนตาย   เป็นการลงโทษแบบโบราณที่สุดที่ยังหลงเหลืออยู่ในบางพื้นที่ของอิหร่าน มัวริทาเนีย ปากีสถาน ซาอุดิอาระเบีย ซูดาน แาฟกานิสถาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และเยเมน   วิธีนี้นักโทษจะถูกจับฝังทรายเหลือแค่คอเพื่อให้คนที่เคยถูกนักโทษคนนั้นทำร้ายใช้ก้อนอิ,ที่ทางการจัดไว้ให้เฉพาะขว้างใส่ศรีษะ   คนที่ผ่านไปมาจะร่วมขว้างด้วยก็ได้จนกว่านักโทษจะตาย (ก้อนหินต้องมีขนาดพอเหมาะ ถ้าใหญ่ไปอาจตายเลยไม่ทรมาน ขว้างไปเรื่อยๆ   บางรายประกฏว่าสมองไหล..กะโหลกแตก ทรมานน่าดู..!!)

5. รมด้วยแก๊ส   มีใช้อยู่ในบางรัฐของสหรัฐอเมริกานักโทษประหารจะดูกนำไปมัดไว้ในห้องอับอากาษแล้วปล่อยให้โซเดียวไซยาไนด์ในบูกแก้ว แตกออกไปผสมกับกรดกำมะถันในอ่าง เกิดปฏิกิริยาทางเคมีเป็นแก๊สไซยาไนด์  

6.   ใช้กระแสไฟฟ้า อเมริกาเริ่มใช้วิธีก่อนเพื่อนเมื่อ100ปีมาแล้วหลังจากพบว่ามีผู้เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุจากกระแสไฟฟ้า จึงดัดแปลงเป็นเครื่องมิอประหารชีวิตเสียเลย

7. ฉีดสารพิษ   เชื่อกันว่าเป็นวิธีที่ทำให้นันกโทษเจ็บปวดและทรมานน้อยที่สุด ตายอย่างสวบที่สุดใช้กันอยู่ในบางรัฐของอเมริกาตั้งแต่ปี 2520 ในเอเซียมีฟิลิปปินส์นำมาใช้เป็นประเทศแรก   ที่ตายอย่างสงบที่สุดเพราะว่า นักโทษจะถูกมัดไว้บนเตียงพิเศษคล้ายๆเตียงคนไข้แต่มีปลอกรัดปขนขาทั้ง 4 ข้างและรัดตรงกลางลำตัวอีก 1 รวมเป็น 5 ปลอก เพื่อกันดิ้นและมีอุปกรณ์สำคัญอีก 1 ชุดคือเข็มฉีดยาหร้อมสายยางฝังอยู่ในเส้นเลือดดำของนักโทษแระหาร พอได้เวลาเจ้าหน้าที่จะปล่อยยา 3 ชนิดที่เตรียมไว้ให้ไหลผ่านสายยางและเข็มฉีดยาเข้าสู่เส้นเลือด ชนิดแรกเป็นยาชาให้หมดความรู้สึกภายใน 10 -15 วินาที แล้วตามด้วยยาคลายกล้ามเนื้อและอันดับสุดท้ายคือโปแตสเซียมคลอไรด์ นัดโทษจะเสียชีวิตจากการที่กล้ามเนื้อปอดไม่ทำงานสารพิษจะเข้าไปทำให้หัวใจหยุดเต้นในขณะเจ้าตัวกำลังสลบไสลอยู่จังเป็นการตายอย่างไม่ทรมาน  

   การประหารชีวิตด้วยการตัดศรีษะ   เป็นการที่รักษาอวัยวะทุกชิ้นบนใบหน้าให้อยู่ในสภาพเดิมที่สุด   เพราะในประวัติศาสตร์ตอนหนึ่งของฝรั่งเศส ฌอง-พอล มารัดหนึ่งในนักแฏิวัติที่ถูกประหารชีวิตด้วยกิโยตินนั้นเมื่อถูกคมมีดตัดโครมเดียว จนศรีษะกระเด็นหลุดจากบ่าแล้วเพชณฆาตคนหค่งยังไม่หนำใจตามไปหยิบเอาหัวของเธอขึ้นมาตบแก้ม 2 ข้างเข้าอีก 2 ฉาด ปรากฏว่าแก้มนั้นแดงก่ำและตาของเธอกะพริบส่งประกายแห่งความโกรธแค้นออกมาให้เธอ กสดงว่าคนที่คอขาดแบบแบบฉับเดียวอย่างนี้   ส่วนศรีษะที่หลุดออกไปจะนังมีความรู้สึกต่อไปอีกชั้วหนึ่ง   นั่นคือเหตุการณ์เมื่อ 200 ปีที่แล้ว...

กลับไปเรื่องฆาตกรรม

Hosted by www.Geocities.ws

1