|
หมวด ๒
การยกเว้น
มาตรา
๑๓ บุคคลดังต่อไปนี้ ยกเว้นไม่ต้องเข้ารับราชการทหารกองประจำการ
คือ
(๑) พระภิกษุที่มีสมณศักดิ์ หรือที่เป็นเปรียญ และนักบวชในพระพุทธศาสนาแห่งนิกายจีนหรือญวนที่มีสมณศักดิ์
(๒) คนพิการทุพพลภาพ ซึ่งไม่สามารถเป็นทหารได้
(๓) บุคคลซึ่งไม่มีคุณวุฒิที่จะเป็นทหารได้เฉพาะบางท้องที่ ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา
๑๔ บุคคลดังต่อไปนี้ เมื่อลงบัญชีทหารกองเกินแล้วไม่เรียกมาตรวจเลือก
เข้ารับราชการทหาร กองประจำการในยามปกติ คือ
(๑) พระภิกษุ สามเณร และนักบวชในพระพุทธศาสนาแห่งนิกายจีน หรือญวน
ซึ่งเป็นนักธรรมตามที่ กระทรวงศึกษาธิการรับรอง
(๒) นักบวชศาสนาอื่นซึ่งมีหน้าที่ประจำในกิจของศาสนาตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
และผู้ว่าราชการจังหวัดออกใบสำคัญให้ไว้
(๓) บุคคลซึ่งอยู่ในระหว่างการฝึกวิชาทหารตามหลักสูตรที่กระทรวงกลาโหมกำหนดตามกฎหมาย
ว่าด้วยการส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร
(๔) นักเรียนโรงเรียนเตรียมทหารของกระทรวงกลาโหม
(๕) ครูซึ่งประจำทำการสอนหนังสือหรือวิชาการต่าง ๆ ที่อยู่ในความควบคุมของกระทรวงทบวง
กรม หรือราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง และผู้ว่าราชการจังหวัดออกใบสำคัญให้ไว้
(๖) นักศึกษาของศูนย์กลางอบรมการศึกษาผู้ใหญ่ของกระทรวงศึกษาธิการ
(๗) นักศึกษาของศูนย์ฝึกการบินพลเรือนของกระทรวงคมนาคม
(๘) บุคคลซึ่งได้สัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ
(๙) บุคคลซึ่งได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุด ให้จำคุกครั้งเดียวตั้งแต่
สิบปีขึ้นไป หรือเคยได้รับโทษจำคุก
โดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกหลายครั้งรวมกันตั้งแต่สิบปีขึ้นไป หรือเคยถูกศาลพิพากษาให้กักกันการไม่เรียกมา
ตรวจเลือกเข้ารับราชการทหารกองประจำการในยามปกติ และการออกใบสำคัญตาม
(๒) และ (๕) ให้เป็นไปตาม
หลักเกณฑ์ วิธีการ และแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา
๑๕ บุคคลซึ่งพ้นจากฐานะตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๑๓ (๑) มาตรา
๑๔ (๑) (๒) (๓) (๕) (๖) หรือ (๗)
มาตรา ๒๗ (๒) หรือมาตรา ๒๙ (๓) ให้แจ้งด้วยตนเองต่อนายอำเภอท้องที่ที่ตนอยู่หรือทำการประจำ
ภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่พ้นจากฐานะเช่นนั้นและให้นายอำเภอออกใบรับให้
ถ้าผู้นั้นมีภูมิลำเนาทหารอยู่ในท้องที่อำเภออื่น ให้นายอำเภอที่ได้รับแจ้งแจ้งต่อไปยังนายอำเภอท้องที่ที่เป็นภูมิลำเนาทหารของผู้นั้น
หมวด ๓
การลงบัญชีทหารกองเกินที่อำเภอ
มาตรา
๑๖ บรรดาชายซึ่งมีสัญชาติไทย เมื่อมีอายุย่างเข้าสิบแปดปีในพุทธศักราชใด
ให้ไปแสดงตน เพื่อลงบัญชีทหารกองเกินภายในพุทธศักราชนั้นผู้ใดไม่สามารถไปลงบัญชีทหารกองเกินด้วยตนเองได้
ต้องให้บุคคล
ซึ่งบรรลุนิติภาวะและเชื่อถือได้ไปแจ้งแทน ให้นายอำเภอสอบสวน เมื่อเห็นว่าถูกต้องให้ลงบัญชีทหารกองเกินไว้ถ้าไม่
มีผู้มาแจ้งแทนให้ถือว่าผู้นั้นหลีกเลี่ยงขัดขืน ไม่มาลงบัญชีทหารกองเกินเมื่อได้รับการขอลงบัญชีทหารกองเกินตามมาตรานี้
ให้นายอำเภอออกใบสำคัญหรือใบรับให้ผู้ขอลงบัญชีทหารกองเกินไว้เป็นหลักฐาน
หากใบสำคัญชำรุดหรือสูญหาย
ให้ผู้ถือแจ้งต่อนายอำเภอท้องที่เพื่อขอรับใบสำคัญใหม่โดยเสียค่าธรรมเนียมฉบับละหนึ่งบาท
แต่ถ้าการชำรุดหรือสูญหายนั้น
เป็นเพราะเหตุสุดวิสัยก็ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมผู้ซึ่งได้ลงบัญชีทหารกองเกินตามมาตรานี้แล้วให้ถือว่า
เป็นทหารกองเกินตั้งแต่
วันที่ ๑ มกราคม ของพุทธศักราชถัดไปการลงบัญชีทหารกองเกินตามมาตรานี้
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา
๑๗ ในเดือนกันยายนทุกปี ให้นายอำเภอจัดการประกาศให้ผู้ที่มีอายุถึงเขต
ที่จะต้องลงบัญชีทหารกองเกิน
ไปลงบัญชีทหารกองเกินตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๑๖ประกาศเช่นว่านี้ ให้นายอำเภอปิดไว้
ณ ที่ว่าการอำเภอและ ณ ที่เปิด
เผยตามชุมนุมชนในท้องที่นั้นกับให้นายอำเภอส่งประกาศให้ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน
เพื่อนำไปแจ้งให้ราษฎรในท้องที่ของตนทราบด้วย
มาตรา
๑๘ บุคคลซึ่งยังมิได้ลงบัญชีทหารกองเกินที่อำเภอพร้อมกับคนชั้นปีเดียวกันเพราะเหตุใด
ๆ ก็ดี ถ้าอายุยังไม่ถึงสี่สิบหกปีบริบูรณ์ ให้ปฏิบัติทำนองเดียวกับมาตรา
๑๖ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่สามารถจะปฏิบัติได้
แต่จะให้ผู้อื่นแจ้งแทนไม่ได้ถ้านายอำเภอจะเรียกตัวลงบัญชีทหารกองเกินก็ย่อมทำได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงกำหนดเวลาดังกล่าวแล้ว
เมื่อได้รับการลงบัญชีทหารกองเกินตามมาตรานี้ ให้นายอำเภอออกใบสำคัญ
หรือใบรับให้ไว้เป็นหลักฐาน หากใบสำคัญชำรุดหรือสูญหาย ให้ผู้ถือแจ้งต่อนายอำเภอท้องที่เพื่อขอรับใบสำคัญใหม่โดยเสียค่าธรรมเนียมฉบับละหนึ่งบาท
แต่ถ้าการชำรุดหรือสูญหายนั้นเป็นเพราะเหตุสุดวิสัย ก็ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมผู้ซึ่งได้ลงบัญชีทหารกองเกินตามมาตรานี้แล้ว
ให้ถือว่าเป็นทหารกองเกินตั้งแต่วันลงบัญชีทหารกองเกิน แต่ถ้ามีอายุครบกำหนดปลดเป็นทหารกองหนุนประเภทที่
๒
ตามมาตรา ๓๙ เมื่อได้ลงบัญชีทหารกองเกินแล้วให้ปลดเป็นทหารกองหนุนประเภทที่
๒ ทันที การลงบัญชีทหารกองเกิน ตามมาตรานี้ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา
๑๙ เมื่อจำเป็น นายอำเภอมีอำนาจประกาศเรียกบุคคลที่ได้ลงบัญชีทหารกองเกินไว้
ที่อำเภอตามมาตรา ๑๖ หรือมาตรา ๑๘ แล้วไปแสดงตนเพื่อลงบัญชีทหารกองเกินใหม่ได้
ภายในกำหนดเก้าสิบวันนับตั้งแต่วันประกาศประกาศเช่นว่านี้
ให้นายอำเภอปิดไว้ ณ ที่ว่าการอำเภอ และ ณ ที่เปิดเผยตามชุมนุมชนในท้องที่นั้นกับให้นายอำเภอส่งประกาศให้กำนันผู้ใหญ่บ้าน
เพื่อนำไปแจ้งให้ราษฎรในท้องที่ของตนทราบด้วยผู้ใดไม่สามารถจะไปลงบัญชีทหารกองเกินด้วยตนเองได้
ต้องให้บุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะ และพอจะเชื่อถือได้ไปแจ้งแทน ถ้าไม่มีผู้แทนให้ถือว่าผู้นั้นหลีกเลี่ยงขัดขืนเมื่อได้รับการ
ขอลงบัญชีทหารกองเกินตามมาตรานี้ ให้นายอำเภอออกใบสำคัญหรือใบรับให้ผู้ขอลงบัญชีทหารกองเกินไว้เป็นหลักฐาน
ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง หากใบสำคัญชำรุด หรือสูญหายให้ผู้ถือแจ้งต่อนายอำเภอท้องที่เพื่อขอรับใบสำคัญใหม่
โดยเสียค่าธรรมเนียมฉบับละหนึ่งบาท แต่ถ้าการชำรุดหรือสูญหายนั้นเป็นเพราะเหตุสุดวิสัย
ก็ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม
มาตรา ๒๐ บุคคลตามมาตรา ๑๓(๑) และ (๓)
ให้ยกเว้นไม่ต้องลงบัญชีทหารกองเกิน
มาตรา ๒๑ บุคคลดังต่อไปนี้ไม่ต้องไปแสดงตนต่อนายอำเภอ
ตามมาตรา ๑๖ มาตรา ๑๘ หรือมาตรา ๑๙ คือ
(๑) สามเณรเปรียญ
(๒) ผู้ซึ่งอยู่ในระหว่างควบคุมหรือคุมขังของเจ้าพนักงานแต่ให้ลงบัญชีทหารกองเกินไว้ตามหลักเกณฑ์
วิธีการ และแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง
หมวด ๔
การเรียกคนเข้ากองประจำการ
มาตรา
๒๒ บุคคลที่อยู่ในกำหนดออกหมายเรียกมาตรวจเลือกเข้าเป็นทหารกองประจำการนั้นคือ
ผู้ที่เป็นทหารกองเกิน
มาตรา
๒๓ การที่จะเรียกทหารกองเกินเข้ารับราชการกองประจำการเมื่อใด
อายุใดบ้างและกี่ครั้งนั้นให้เป็นไปตาม
ที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา
๒๔ การเรียกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการนั้น ให้นายอำเภอออกหมายเรียกทหารกองเกิน
ซึ่งลงบัญชีทหารกองเกินไว้ตามมาตรา ๑๖ มาตรา ๑๘ และมาตรา ๑๙ มาตรวจเลือก
ทั้งนี้ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา
๒๕ ทหารกองเกินเมื่อมีอายุย่างเข้ายี่สิบเอ็ดปีในพุทธศักราชใดต้องไปแสดงตนเพื่อรับหมายเรียก
ที่อำเภอท้องที่ซึ่งเป็นภูมิลำเนาทหารของตนภายในพุทธศักราชนั้นทหารกองเกินที่พ้นจากฐานะการยกเว้นตามมาตรา
๑๔ (๓)
หรือการผ่อนผันตามมาตรา ๒๗ (๒) และมาตรา ๒๙(๓) ในพุทธศักราชใด ต้องไปแสดงตนเพื่อรับหมายเรียกหรือ
เพื่อจำหน่ายบัญชี เรียกทหารกองเกินตามแต่กรณี ที่อำเภอท้องที่ซึ่งเป็นภูมิลำเนาทหารของตน
ภายในพุทธศักราชนั้นผู้ใด
ไม่สามารถจะไปรับหมายเรียกด้วยตนเองได้ ต้องให้บุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะ
และพอจะเชื่อถือได้ไปรับหมายเรียกแทน
ถ้าไม่มีผู้แทนให้ถือว่าผู้นั้นหลีกเลี่ยงขัดขืน
มาตรา
๒๖ ในเดือนตุลาคมทุกปี ให้นายอำเภอจัดการประกาศให้ทหารกองเกินที่มีอายุย่างเข้ายี่สิบเอ็ดปี
ในพุทธศักราชนั้นไปแสดงตนเพื่อรับหมายเรียกที่อำเภอตามที่กำหนดไว้ในมาตรา
๒๕ ประกาศเช่นว่านี้ให้นายอำเภอปิดไว้ ณ
ที่ว่าการอำเภอ และ ณ ที่เปิดเผยตามชุมนุมชนในท้องที่นั้นกับให้ นายอำเภอส่งประกาศให้
กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อนำไปแจ้ง
ให้ราษฎรในท้องที่ของตนทราบด้วย
มาตรา
๒๗ ทหารกองเกินซึ่งถูกเรียกต้องมาให้คณะกรรมการตรวจเลือกทำการตรวจเลือกตามกำหนดหมายนั้น
โดยนำใบสำคัญทหารกองเกินบัตรประจำตัวประชาชน และประกาศนียบัตร หรือหลักฐานการศึกษามาแสดงด้วย
ถ้าไม่มาหรือมา
แต่ไม่เข้ารับการตรวจเลือก หรือไม่อยู่จนกว่าการตรวจเลือกแล้วเสร็จให้ถือว่าทหารกองเกินนั้นหลีกเลี่ยงขัดขืนไม่มา
ให้คณะกรรมการตรวจเลือกทำการ ตรวจเลือกเว้นแต่
(๑) ข้าราชการซึ่งได้รับคำสั่งของผู้บังคับบัญชาโดยปัจจุบันทันด่วนให้ไปราชการอันสำคัญยิ่งหรือไปราชการ
ต่างประเทศโดยคำสั่งของเจ้ากระทรวง
(๒) นักเรียนซึ่งออกไปศึกษาวิชา ณ ต่างประเทศ ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
(๓) ข้าราชการหรือผู้ปฏิบัติงานในสถานที่ราชการ หรือโรงงานอื่นใดในระหว่างที่มีการรบหรือการสงคราม
อันเป็นอุปกรณ์ในการรบหรือการสงครามและอยู่ในความควบคุมของกระทรวงกลาโหม
(๔) บุคคลซึ่งกำลังปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยทหารในราชการสนาม
(๕) เกิดเหตุสุดวิสัย
(๖) ไปเข้าตรวจเลือกที่อื่น
(๗) ป่วยไม่สามารถจะมาได้ โดยให้บุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะและเชื่อถือได้มาแจ้งต่อคณะกรรมการ
ตรวจเลือกในวันตรวจเลือก กรณีตาม (๑) (๒) (๓) หรือ (๔) ต้องได้รับการผ่อนผันเฉพาะคราวจากรัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงมหาดไทย หรือผู้ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมอบหมาย
หน้า 1 2 3 กลับหน้าแรก
|