เวลา:->
กฎกระทรวง

ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๔๙๘)

ออกตามความในพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. ๒๔๙๗

____________________


          อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕๑ แห่งพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. ๒๔๙๗ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงร่วมกันไว้ ดั่งต่อไปนี้
          วิธีนับอายุตามมาตรา ๔ (๑) คือ คนเกิดในพุทธศักราชใดก็ตาม เมื่อสิ้นพุทธศักราชที่เกิดนั้น ให้นับอายุครบหนึ่งปีบริบูรณ์ และนับอายุครบ สอง สาม สี่ ฯลฯ ปีบริบูรณ์เรียงตามลำดับเมื่อสิ้นพุทธศักราชต่อ ๆ ไป อายุครบสิบแปดปีบริบูรณ์ในพุทธศักราชใด ให้เรียกว่าคนชั้นปีนั้น เช่นคนเกิดในพุทธศักราช ๒๔๗๙ จะเป็นวันเดือนใดก็ตาม ให้นับอายุครบหนึ่งปีบริบูรณ์เมื่อสิ้นพุทธศักราช ๒๔๗๙ อายุครบสิบแปดปีบริบูรณ์ใน
พุทธศักราช ๒๔๙๗ และเรียกว่าคนชั้นปี ๒๔๙๗ เป็นต้นถ้าไม่ปรากฏปีเกิด ให้นายอำเภอท้องที่ถือเอา
ตามที่เพื่อนบ้านเชื่อกันว่าอายุเท่าใด ประกอบกับการสังเกตร่างกายเป็นเกณฑ์สำหรับกำหนดอายุ

                            ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๙ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๘


                                                           พลเอก ส. ธนะรัชต์

                                                 รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ รักษาการแทน
                                                   รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม


                                                          พลเรือโท สุนาวินวิวัฒ

                                                   รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

(๗๒ ร.จ. ๗๗๓ ตอนที่ ๔๔ ลงวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๔๙๘)

 

กฎกระทรวง

ฉบับที่ ๗ (พ.ศ. ๒๔๙๘)

ออกตามความในพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. ๒๔๙๗

________________________


          อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕๑ แห่งพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. ๒๔๙๗ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงร่วมกันไว้ ดังต่อไปนี้
          ข้อ ๑ นักบวชศาสนาอื่นซึ่งมีหน้าที่ประจำในกิจของศาสนา ซึ่งให้ลงบัญชีทหารกองเกินไว้ แต่ไม่เรียกเข้ากองประจำการในยามปกติตามมาตรา ๑๔ (๒) คือในสุเหร่าหนึ่ง อารามหนึ่ง หรือสำนักหนึ่ง
                (๑) สำหรับศาสนาอิสลาม
                     ๑. โต๊ะอิหม่ำ หนึ่งคน
                     ๒. โต๊ะบิลา หนึ่งคน
                     ๓. โต๊ะกาเตบ หนึ่งคน
                (๒) สำหรับศาสนาคริสตังหรือโรมันคาทอลิค
                     ๑. เจ้าอธิการวัด หนึ่งคน
                     ๒. ผู้ช่วยเจ้าอธิการวัด สามคน แล้วแต่เจ้าอธิการวัดจะเห็นสมควรขอใบสำคัญให้แก่ผู้ใด
                (๓) สำหรับศาสนาโปรเตสเตนท์ ผู้มีความรู้ความสามารถสอนศาสนาได้ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่หรือ
ผู้ช่วยหัวหน้าในสำนักสอนศาสนาสำนักใหญ่แห่งละสามคน แล้วแต่ผู้เป็นหัวหน้าจะขอใบสำคัญให้แก่ผู้ใด
          ข้อ ๒ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ออกใบสำคัญ เมื่อได้ออกใบสำคัญนักบวชให้แก่ผู้ใดแล้ว ต้องแจ้งให้นายอำเภอท้องที่ที่เป็นภูมิลำเนาทหารของผู้นั้นทราบด้วย

                           ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๙ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๘


                                                           พลเอก ส. ธนะรัชต์

                                               รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ รักษาราชการแทน
                                                  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

                                                           พลเรือโท สุนาวินวิวัฒ

                                                  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

(๗๒ ร.จ. ๘๓๖ ตอนที่ ๔๔ ลงวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๔๙๘)

 

กฎกระทรวง

ฉบับที่ ๙ (พ.ศ. ๒๔๙๘)

ออกตามความในพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. ๒๔๙๗

________________________


          อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕๑ แห่งพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. ๒๔๙๗ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงร่วมกันไว้ ดั่งต่อไปนี้ทหารกองเกินซึ่งจะเรียกเข้ารับราชการกองประจำการตามมาตรา ๒๓ คือ
           (๑) ทหารกองเกินซึ่งมีอายุยี่สิบเอ็ดปีบริบูรณ์ในปีที่จะเข้ากองประจำการ ถ้าไม่พอจึงให้เรียกทหารกองเกิน
ซึ่งมีอายุถัดจากอายุยี่สิบเอ็ดปีบริบูรณ์ขึ้นไปตามลำดับ
           (๒) ทหารกองเกินซึ่งมีอายุเกินกว่ายี่สิบเอ็ดปีบริบูรณ์ ในปีที่จะเข้ากองประจำการ               (ก)ซึ่งยังไม่เคยเข้ารับการตรวจเลือก               (ข)หลีกเลี่ยงขัดขืนไม่มาให้คณะกรรมการตรวจเลือกทำการตรวจเลือกตามมาตรา๓๓
              (ค) พ้นจากฐานะยกเว้น หรือผ่อนผัน
              (ง) จะได้รับการผ่อนผันตามมาตรา ๒๙ หรือ
              (จ) คณะกรรมการตรวจเลือกจัดเข้าเป็นคนจำพวกที่ ๓ ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๑ (พ.ศ. ๒๔๙๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. ๒๔๙๗การเรียกทหารกองเกินเข้ารับราชการกองประจำการนี้ ปีหนึ่งให้เรียกครั้งเดียวระหว่างเดือนเมษายนกับเดือนพฤษภาคม เว้นแต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะสั่ง
เป็นอย่างอื่น


                          ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๙ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๘

                                                      พลเอก ส. ธนะรัชต์

                                          รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ รักษาราชการแทน
                                             รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม


                                                     พลเรือโท สุนาวินวิวัฒ

                                              รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย


(๗๒ ร.จ. ๘๔๒ ตอนที่ ๔๔ ลงวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๔๙๘)


กลับหน้าแรก

 

 

Hosted by www.Geocities.ws

1