การเรียกชื่อ (Nomenclature
of Alcohols)
การเรียกชื่อสารประกอบแอลกอฮอล์นั้นมีหลายแบบ
ซึ่งทุกแบบก็มีประโยชน์ที่ใช้ระบุบ่งชนิดของสาร
แต่การที่มีวิธีเรียกชื่อหลายวิธีนั้น ทำให้เกิดการสับสนในการศึกษา
ชื่อที่ใช้เรียกแอลกอฮอล์นั้นมีสามวิธีด้วยกัน
1. การเรียกชื่อตามระบบอัลคิลแอลกอฮอล์
(Alkyl Alcohoi System)
วิธีนี้เป็นชื่อสามัญที่เรียกแอลกอฮอล์ที่มีสูตรโครงสร้างง่าย
ๆ ไม่ซับซ้อน ซึ่งเรียกชื่อหมู่อัลคิลนั้น ๆ ตามหลักการเรียกชื่ออัลคิลข้างต้น
แล้วลงท้ายด้วยคำว่าแอลกอฮอล์ เช่น
CH3-CH2-CH2-CH2-OH n-butyl alcohol
ถ้ามีหมู่อื่น ๆ ต่ออยู่ด้วยในตำแหน่งต่าง ๆ ของแอลกอฮอล์
การเรียกชื่อสามัญนั้นจะระบุเป็นอักษรกรีกเพื่อบอกตำแหน่งของหมู่นั้น ๆ
แทนเลขจำนวนนั้น
2. ระบบคาร์บินอล (The Carbinol
System)
ในระบบนี้เรียกแอลกอฮอล์ที่มีขนาดโมเลกุลเล็กที่สุด
ได้แก่ CH3OH เป็นคาร์บินอล (Carbinol)
ถ้ามีหมู่อื่นต่ออยู่ด้วยให้เรียกเป็นหมู่อัลคิลเรียงตามอักษรแล้วเขียนติดต่อเป็นคำเดียว
ดังตัวอย่างดังต่อไปนี้ (CH3CH2)3COH
Triethylcarbino ชนิดของคาร์บอนที่ต่อโดยตรงกับคาร์บินอลสามารถบอกเป็นไพรมารี
เซคันดารี และเทอร์เชียรีคาร์บินอลระบบคาร์บินอลปัจจุบันเลิกใช้
ถึงอย่างไรเราก็ยังพบอยู่ในตำราเก่า ๆ
3. ระบบ IUPAC (The
IUPAC System)
การเรียกชื่อตามระบบ IUPAC นั้น
เรียกชื่อตามอัลเคน โดยแทนที่อักษร e ที่ลงท้ายของ alkane ด้วย Ol แทนดังเช่น
alkane เป็น alkanols เช่น CH3-OH methanol คำว่า alkane นั้น
จะเป็นส่วนที่มีจำนวนคาร์บอนมาต่อกันยาวที่สุดของโมเลกุลซึ่งมีหมู่ต่ออยู่
ดังนั้นการบอกตำแหน่งจึงใช้เลขนั้นจำนวนน้อยที่สุด ดังนี้
CH3-CH2-CH2-CH2-OH 1-butanol of
butan-1-ol ถ้ามีหมู่อื่นต่ออยู่ด้วยให้เขียนไว้หน้า alkane
พร้อมทั้งบอกตำแหน่งที่หมู่เหล่านั้นต่ออยู่ด้วย ดังตัวอย่าง Cl
CH3-CH-CH2-OH 2-chloro-1-propanol
แอลกอฮอล์บางพวกยากที่จะเรียกตามชื่อของ alkanol โดยเฉพาะพวกที่มีชื่อเรียกเป็น
hydroxy alkyl อยู่ข้างหน้าชื่อ
คุณสมบัติทางกายภาพ (Physical
Properties of Alcohols)
แอลกอฮอล์ที่มีขนาดโมเลกุลเล็ก ๆ
เป็นของเหลวที่มีกลิ่นฉุน จุดเดือดสูงกว่าสารไฮโดรคาร์บอนทั้งนี้เพราะหมู่ O-H
เป็นหมู่ที่มีความเป็นโพลาร์และมีไฮโดรเจนบอนด์เกิดขึ้นระหว่างโมเลกุล
ถ้าเปรียบเทียบกับไฮโดรคาร์บอนที่มีขนาดโมเลกุลเท่ากัน แรงดึงดูดจะต่างกันมาก เช่น
ethanol (mol. Wt 46, b.p. 78.50) ส่วน propane mol. Wt 44.b.p.
420 ค่าคงที่ของคุณสมบัติทางกายภาพ การที่แอลกอฮอล์มีจะเดือดสูงผิดปกติ
เมื่อเทียบกับไฮโดรคาร์บอน เนื่องจากแรงดึงดูดระหว่างไดโพล(dipole) ในของเหลว
ทั้งพันธะ C-O และ O-H เป็นพวกโพลาร์
เพราะคาร์บอนและออกซิเจนและไฮโดรเจนมีค่าอิเล็กโตรเนกกาตีฟต่างกันมาก
การที่มีพันธะโพลาร์จึงโยงไปถึงค่าไดโพลไมเมนต์ซึ่งค่าไดโพลโมเมนต์ในแอลกอฮอล์มีค่าน้อยกว่าสารประกอบอัลคิลเฮไลด์
ดังนี้ CH3-OH u = 1.71 3Clu = 1.94 D
3-CH2-OHu = 1.70 DCH3-CH2Clu = 2.04
C ถ้าเราคำนึงถึงแรงจากค่าไดโพลโมเมนต์อย่างเดียว
ค่าจุดเดือดเมื่อเปรียบเทียบกับอัลคิลเฮไลด์จะเห็นว่า
แอลกอฮอล์มีจุดเดือดสูงกว่าอัลคิลคลอไรด์อยู่มาก
จากความจริงข้อนี้แสดงให้เห็นว่าค่าไดโพลโมเมนต์นั้นไม่ทำให้จะดเดือดเปลี่ยนแปลงไปมากนัก
แต่แอลกอฮอล์ที่จุดปลายของไดโพลลบอยู่นอกโลนแพร์ของออกซิเจน
และไดโพลบวกอยู่ใกล้ไฮโดรเจน ดังนั้นจึงสามารถเกิดไฮโดรเจนบอนด์ขึ้นได้
ซึ่งมีความยามประมาณ 2.07 A0
ฉะนั้นแอลกอฮอล์จึงมีแรงยึดเหนียวระหว่างโมเลกุลอีกแบบหนึ่ง
ซึ่งถ้าจะทำลายแรงนี้จะต้องใช้พลังงานมากขึ้น และไอโดรเจนบอนด์มีค่าประมาณ 5
kcal-mole-1 แม้มีค่าไม่มากแต่ถ้ามีหลาย ๆ พันธะ
ดังนั้นทั้งแอลกอฮอล์และน้ำซึ่งมีหมู่ OH ด้วยกัน สารทั้งสองนี้จึงมีคุณสมบัติคล้าย
ๆ กันหลายประการ ในสารละลายนี้ จะมีแรงยึดระหว่างไอออนน้อย
ดังนั้นจึงเป็นตัวทำละลายที่ดีสำหรับสารพวกไอออน แอลกอฮอล์เล็ก ๆ
มีค่าไดอิเล็กตริคมาก ดังนั้นหมู่ OH จึงเป็นหมู่ที่เพิ่มค่าไดอิเล็กตริค
แต่ถ้าหมู่อัลคิลใหม่ขึ้นค่าไดอิเล็กตริคก็จะน้อยลง
แต่สารที่สำคัญและใช้เป็นตัวทำละลายมากที่สุดคือเอทานอล และ เมทานอล
ซึ่งใช้เป็นตัวทำละลายส่วนมากในปฏิกิริยาของสารอินทรีย์
| หน้าหลัก
|
บทนำ | ข้อมูลทั่วไป
| การเตรียมทั่วไป
| ปฏิกริยาของแอลกอฮอลล์
| คณะผู้จัดทำ |
|
|