โปรแกรม PowerTab เป็นอีกตัวนึงที่มีประสิทธิภาพ และน่าสนใจซึ่งเหมาะกับการทำ tablature แบบมืออาชีพในลักษณะของ score คือมีความสวยงาม สัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่จำเป็นใน tab รวมทั้งแสดงตัวโน๊ตหรือระบบ notation ให้ด้วย ลักษณะการใช้งานโดยรวม ๆ จะคล้าย ๆ กับ guitar pro สามารถ import หรือแปลงไฟล์ midi มาเป็น tab ได้ และแปลงจากไฟล์ powertab เป็น midi, text file หรือ html file ก็ได้ปัจจุบันเป็น version 1.7 และที่ดีที่สุดคือตัวนี้เป็น freeware ครับ หน้าตาคร่าว ๆ ของโปรแกรมนี้คือ
หลักของโปรแกรมนี้คือจะต้องทำเป็น section ซึ่งใน 1 section คุณอาจจะมี tab มากกว่า 1 ชิ้นได้(มีกีตาร์มากกว่า 1 ตัวได้) จากนั้นเมื่อใส่ tab ครบ 1 section ก็ต้องเพิ่ม section ใหม่ต่อไป โดยอาจจะไม่มี จำนวน tab เท่ากับ section ก่อนก็ได้ ซึ่งแล้วแต่เพลงครับ 1 section ในโปรแกรมคือ 1 บรรทัดที่ประกอบด้วย 1 staff+1tablature เป็นอย่างน้อย (ที่เห็นกรอบสีจาง ๆ ครอบอยู่ครับ) อย่างไรก็ตามก่อนใช้โปรแกรมเพื่อน ๆ ต้องมีความรู้ทางดนตรีพื้นฐานพอสมควรนะครับ ไปศึกาาได้ที่ส่วนทฤษฎีดนตรีเบื้องต้นก่อนนะครับ
ต่อไปเรามารู้จักกับคำสั่งที่สำคัญ ๆ กันนะครับ
1. File เป็นส่วนจัดการเกี่ยวกับไฟล์ครับได้แก่ เปิดไฟล์ใหม่ (New) ,เปิดไฟล์ที่มีอยู่แล้ว (Open) ,บันทึกไฟล์ (Save,Save As), ตั้งค่าหน้ากระดาษ (Page Setup), ปริ๊นไฟล์ (Print) ,คุณสมบัติของไฟล์ (Properties), แปลงไฟล์ midi ให้เป็น powertab format (import) ,แปลงไฟล์จาก powertab format ไปเป็น midi, text หรือ html format (Export), เรียกไฟล์เก่า ๆ ที่เคยเปิดไฟล์ล่าสุด (Recent File), และคำสั่งสุดท้ายคือ ออกจากโปรแกรม (Exit)
2. Edit เป็นส่วนคำสั่งที่ใช้แก้ไขไฟล์มีคำสั่งต่าง ๆ คือ ยกเลิก และ ทำซ้ำ (Undo,Redo),ตัดหรือลบออก (Cut) ,ก็อปปี้ (Copy) ,ก็อปปี้แบบพิเศษ (Copy Spacial) คือเลือกก็อปปี้ทั้ง section (Copy Section) หรือ ก็อปปี้เฉพาะจุด (Copy Position) ,แปะสิ่งที่ก็อปปี้เอาไว้ (Paste) ,ลบ (Delete) , ย้ายไปยังจุดที่ต้องการ (Goto) แบ่งเป็นไปยัง mesure หรือห้องที่ต้องการ และไปยังส่วนที่ต้องการหรือ Passage
3. View เพื่อดูส่วนต่าง ๆ ได้แก่ Guitar Score ,Bass Score ,File Information หรือรายละเอียดของไฟล์ ,Performance Notes คือการบอกรายละเอียดพิเศษในไฟล์ ,Lyrics เนื้อเพลง และ Fonts หรือรูปแบบตัวอักษร ,Tools Bar คือ ใช้เลือกว่าจะให้แสดง tool bar ตัวไหนบ้าง คำสั่งสุดท้ายคือ option ใช้ตั้งค่าต่าง ๆ ได้แก General Option ตั้งค่าทั่วไป เช่น auto save ,Printing Option ,Tablature Notation Option และ Chord Name Suffix Display Option ตั้งค่าการแสดงชื่อคอร์ดต่าง ๆ
4. Position เป็นคำสั่งในการเข้าถึงตำแหน่งต่าง ๆ ของ score ได้แก่
- Section คือย้ายไปยัง section ต่าง ๆ มี 4 คำสั่งคือย้ายไป section แรก (First) ไป section ก่อนหน้านี้ (Previous) ไป section ถัดไป (Next) และ และไปยัง section สุดท้าย (Last)
- Staff คล้าย ๆ กับ section แต่เป็นการย้ายไปยังห้องต่าง ๆ ภายใน section เดียวกันมีคำสั่งต่าง ๆ คือ ย้ายไป ห้องแรก (First) ไป ห้องก่อนหน้านี้ (Previous) ไป ห้องถัดไป (Next) และ และไปยัง ห้องสุดท้าย (Last)
- Clear Tab Number เป็นการลบตัวเลข tab ที่ลงไว้ในตำแหน่งนั้น ๆ
- Shift Forward และ Shift Backward เป็นคำสั่งเลื่อนโน๊ตเดินหน้าและถอยกลับไป เพื่อเพิ่มหรือลดช่องว่างในห้องนั้น ๆ
- Shift Tab Number Up และ Shift Tab Nuber Down เป็นการย้ายโน๊ตจากอีกสายไปอยู่สายอื่นที่สูงขึ้น (สายเล็กลง) หรือต่ำลง (สายใหญ่ขึ้น) ซึ่งยังเป็นโน๊ตตัวเดียวเสียงเดียวกันอยู่
5. Text ใช้เพิ่มข้อความเข้าไป tab มีคำสั่งต่าง ๆ ได้แก่
- Chord Name ใช้แทรกชื่อคอร์ดลงใน tab โดยเราสามารถเลือกรายละเอียดต่าง ๆ ของคอร์ดในช่องตัวเลือกต่าง ๆ ที่มีให้ เมื่อได้ตามต้องการก็ Enter
- Insert ใช้แทรกข้อความลงไปใน tab เมื่อเลือกจะมี box ปรากฎใน tab ให้ใส่ข้อความลงใน box นั้นได้เลย จากนั้นสามารถเลื่อน box นั้นไปมาโดยคลิ๊กค้างแล้วลากไปวางยังตำแหน่งที่ต้องการก็ได้
-Spacial แทรกข้อความพิเศษ ได้แก่ Insert Italian Music Term แทรกคำสั่งทางดนตรีในรูปของ italian music term และ Time Stamp แทรกเวลาลงใน tab
- Align คือการจัดวางข้อความได้แก่ จัดชิดซ้าย(left) จัดกึ่งกลาง(center) และจัดชิดขวา(right)
- Bold, Italic และ Under Line ใช้เปลี่ยนตัวอักษรเป็นตัวเข้ม, ตัวเอียง และขีดเส้นใต้
6. Section เป็นคำสั่งในการจัดการกับ Section ต่าง ๆ ได้แก่
- Attach Staff เป็นการเพิ่ม staff และ tab อีก 1 ชุดใน section เดียวกันนั้น เช่นว่าช่วงนี้เล่นด้วยกีตาร์ 2 ตัว (ช่วงอื่นเล่นตัวเดียว) เป็นต้น
- Insert Before และ Insert After เป็นการแทรก section ก่อนหรือหลัง section ปัจจุบัน
- Remove Section เป็นการลบ section ที่ไม่ต้องการออก
- Spacial แทรก section พิเศษได้แก่ Fill คือส่วนที่เล่นเสริมใน tab และ Rhythm section แสดงส่วนที่เป็น Rhythm
- Justify คำสั่งนี้ไม่แน่ใจครับไม่เคยใช้และไม่มีข้อมูลด้วย
- Position Width คือเพิ่มหรือลดความกว้างของห้อง ใน section เพื่อให้การลงโน๊ตนั้นเหมาะสมไม่ดูรกเกินไปแบ่งเป็นเพิ่ม(increase) จะทำให้ช่วงห่างโน๊ตแต่ละตัวมากขึ้น และ ลด(decrease) จะทำให้ช่วงห่างโน๊ตแต่ละตัวลดลง
- Line Height เป็นการเพิ่มหรือลดความสูงของ tab เพื่อให้เหมาะสม แบ่งเป็นเพิ่มความสูง(increase) และ ลดความสูง(decrease)
- Tablature Staff Type เลือกชนิดของ tab มีตั้งแต่ 3 สายจนถึง 7 สาย
- Output As Bitmap ใช้แปลง section ให้เป็นไฟล์รูปภาพ แบ่งเป็น 2 อย่างคือ To Clipboard ซึ่งจะเอาไปเก็บไว้ที่ clipboard โดยเราสามารถนำไปแปะลงในโปรแกรมรูปภาพอื่น ๆ ได้เช่น Paintbrush หรือ Adobe Photoshop ได้และ To File คือแปลงเป็นไฟล์รูปภาพสกุล bmp เลย
7. Note เป็นคำสั่งในการเลือกชนิดตัวโน๊ต และใส่ลูกเล่นบางอย่างให้ตัวโน๊ต เช่น การเน้นเสียง (accent) เพิ่ม octave เป็นต้น
8. Rests เป็นคำสั่งเกี่ยวกับการใช้ตัวหยุดได้แก่
- Multi-Bar Rest เมื่อต้องการหยุดจังหวะหลาย ๆ ห้องก็เลือกตัวนี้
- Normal/High Melody Rest ใส่ตัวหยุดแบบปกติหรือในตำแหน่งด้านบนของ staff
- Low Melody Rest ใส่ตัวหยุดในตำแหน่งด้านล่างของ staff
9. Music Symbols เป็นคำสั่งในการใส่เครื่องหมายหรือสัญญลักษณ์ทางดนตรีได้แก่
- Rehearsal Sign เป็นการกำหนดชื่อ section ดังกล่าว เช่น section นี้เป็น Intro section นี้เป็น solo เป็นต้น โดยต้องตั้งชื่อสัญลักษณ์ (A,B,C...) แล้วจึงเลือกคำอธิบายของแต่ละชื่อว่าเป็นอะไร (intro,verse,solo,outro....)
- Alteration of Pace เป็นการเปลี่ยนความเร้วของจังหวะในช่วงที่กำหนดได้แก่ accel เล่นเร็วชึ้น และ rit เล่นช้าลง
- Tempo Marker เป็นส่วนของการกำหนดจังหวะความเร็วของเพลง โดย (ทั่ว ๆ ไป) กำหนดจากการเล่นโน๊ตตัวดำใน 1 นาที และมีส่วนของการกำนด triplet feel เพื่อเล่นจังหวะ swing หรือ shuffle ซึ่งเป็นการเล่นฝืนจังหวะ (syncopation) และช่องเลือกคำอธิบายจังหวะเพลง
- Key Signature และ Time Signature ใช้ตั้งค่าทั้งสอง
- Music Direction เป็นการใส่เครื่องหมายควบคุมลำดับการเล่นเพลงของแต่ละ measure
- Repeat ending เป็นการกำหนดการเล่นซ้ำห้อง
- Music Bar ใช้ใส่เส้นกั้นห้องแยกแต่ละ measure ออกจากการ ซึ่งมีประเภทต่าง ๆ ให้เลือกใช้ตามความเหมาะสมในตำแหน่งของเพลง
- Dynamic ใช้ควบคุมการเล่นเสียงดังเบาของโน๊ต
- Fade In/Out ควบคุมการเล่นแบบค่อย ๆ ให้เสียงดังขึ้น และค่อย ๆ เบาลง โดยใส่ค่าที่ต้องการดูจาก ตารางด้านขวามือ
- Volume Swell อันนี้เป็นการเล่นดังเบา(เหมือนกับ)จากการอาศัยการหมุนปุ่ม volume ต่างกับ dynamic ที่เกิดจากการดีดแรงดีดเบา โดยเลือกเสยงเริ่มต้นแลเสียงสุดท้าย
10. Tab Symbols จะเป็นส่วนที่ใช้ใส่เทคนิค ลูกเล่นต่าง ๆ ให้กับ tab ได้แก่ การดันสาย การสไลด์ hammer on pull off และเทคนิคอื่น ๆ ที่มัใช้ในกีตาร์ไฟฟ้าซึ่งมีค่อนข้างสมบูรณ์มาก
11. Rhy. Slashes (Rhythm Slashes) เป็นการใส่จังหวะการตีคอร์ดลงไป โดยเลือกจังหวะตามต้องการ ซึ่งจะโชว์อยู่ด้านบนของโน๊ต
12. Guitar เกี่ยวกับการตั้งค่ากีตาร์ได้แก่
- Setup ใช้ตั้งค่ากีตาร์ต่าง ๆ ได้แก่ ชื่อ ประเภทกีตาร์ การตั้งสาย และ effect ต่าง ๆ เป็นต้น
- Chord Diagram List จะ list หรือแสดงคอรืดที่ใช้ในเพลงนั้นขึ้นมา ถ้ายังไม่มีก็จะว่างเปล่า เราสามารถใส่คอร์ดลงไปได้ด้วยการกด ไอคอนรูปตารางคอร์ด
- Guitar In เป็นการใส่ชื่อกีตาร์ว่าเป็น guitar 1 หรือ guitar 2...3..4 เป็นต้นแล้วแต่ในเพลงเราใช้กีตาร์กี่ตัว
13. Midi ใช้ตั้งค่า midi และใช่เล่นเพลงที่เราทำอยู่เพื่อฟังได้ รวมทั้งปิดเปิดเสียงของ metronome
14. Tool เป็นเครื่องมือเสริมอื่น ๆ ได้แก่
- Chord Dictionary เป็นส่วนที่เก็บรวบรวม chord ต่าง ๆ ไว้ ก็คือเป็นหนังสือรวมคอร์ดนั่นเองเราสามารถหาดูว่าคอร์ดชื่อย่างนี้จะจับยังไงได้บ้าง
- Tuning Dictionary เก็บรวบรวมรูปแบบการตั้งสายแบบต่าง ๆ ของเครื่องดนตรีตั้งแต่ 3 - 7 สาย
- Score Checker ใช้ช่วยตรวจสอบเพื่อหาว่าใน score เราใส่จังหวะผิดพลาดหรือไม่ ถ้ามีมันจะแจ้ง measure ที่มีข้อผิดพลาดให้ทราบ
- Score Polisher ช่วยจัดเรียงตัวโน๊ตใน score ให้เหมาะสม เช่นช่องไฟต่าง ๆ ให้เท่ากัน เป็นต้น
- Chord Identification Tool ใช้เพื่อวิเคราะห์ว่าเป็นคอร์ดอะไร โดยเลื่อนเคอเซอร์ไปไว้ที่จุดที่ต้องการทราบชื่อคอร์ดที่เป็นไปได้ของกลุ่มโน๊ตนั้น แล้วคลิ๊กเลือกคำสั่งนี้ มันจะแสดงชื่อคอร์ดที่เป็นไปได้ให้ทราบ
- Recovery tool ใช้เรียกไฟล์ที่ได้ back up ไว้กลับมาเมื่อเครื่องหรือโปรแกรมแฮงค์
- Replacement tool ใช้เพื่อเปลี่ยน note duration ที่ไม่เมาะสมให้ดีขึ้น โดยเฉพาเมื่อ import มาจาก midi มักจะมี duration แปลก ๆ สามารถใช้คำสั่งนี้ช่วยได้
- Rhythm Slash converter เปลี่ยนโน๊ตใน tab ให้เป็นโน๊ตสัญลักษณ์การดีด (ไม่แสดงเป็นตัวเลขใน tab) เหมือนเช่นการตีคอร์ด แต่ไม่สามารถเปลี่ยนจาก rhythm slash ไปเป็นโน๊ตใน tab ได้
- Shifter Tool มี 2 คำสั่งคือ
1. shift string-wise คือเปลี่ยนสายที่เล่นโน๊ตตัวนั้นให้ไปอยู่บนสายอื่น ซึ่งจะยังคงให้โน๊ตตัวเดิมเสียงเดิม
2. shift fret-wise คือการที่กดสายคงเดิมแต่เลื่อนไปจับใน fret ที่สูงขึ้นหรือต่ำลง ซึ่งจะทำให้เปลี่ยนโน๊ตไปด้วย
โดยเลือกชนิดของ shifter แล้วเลือกว่าจะทำเฉพาะส่วนที่เลือกหรือจะทำทั้งหมด แล้วกด OK.
- Tonality Tool ใช้ในการวิเคราะห็ว่าเพลงนี้น่าจะใช้ บันไดเสียงอะไร (ใช้ Key Signature อะไร) ใช้โดยเลือกคำสั่งนี้ขึ้นมา จะมี dialog bog ขึ้นมา คลิ๊กที่รูปแว่นขยาย มันจะอ่านโน๊ตทั้งหมดแล้วเช็คให้ว่า ควรจะอยู่ในบันไดเสียงหรือ key ไหนมากที่สุดเรียงตามลำดับความเป็นไปได้ โดยอาจจะหาทั้งเพลงหรือเลือกวิเคราะห์เฉพาะบางส่วนของเพลงก็ได้
- ASCII Tablature File Fixer ใช้ fix ไฟล์ tab ที่เป็น text ซึ่งอาจจะมีปัญหาจากเรื่องของ line feed หรือการเลื่อนเปลี่ยนบรรทัด ทำให้ได้เสียงไม่ต่อเนื่อง จะใช้คำสั่งนี้แก้ไขไฟ text ดังกล่าวได้บ้างให้ดีกว่าเดิม สามารถเลือกได้ว่าจะ fix เป็นไฟล์ หรือ fix ทั้งไดเร็คทอรีก็ได้
- Customize ใช้เรียกซอฟแวร์หรือโปรแกรมอื่นที่เราใช้เป็นประจำเวลาทำ tab ได้ง่าย ๆ โดยให้อยู่ในเมนู tool เลย ทำโดยเรียก customize แล้ว add (ไอคอนซ้ายสุด) แล้วเลือกโปรแกรมที่ต้องการเช่น winamp เป็นต้น จากนั้นชื่อโปรแกรม winamp จะปรากฎบนเมนู tool ให้เราเรียกใช้ได้เลยผ่าน powertab
15. Help เป็นส่วนที่ให้ความช่วยเหลือ และบอกรายละเอียดของโปรแกรม ขอมูลอัฟเดท รวมทั้ง Homepage ของโปรแกรมนี้ด้วย