
| หน้าแรก | ทำเนียบเจ้าหน้าที่ | มาตรฐานข้อกำหนด | ถาม-ตอบความปลอดภัย | กฎหมายความปลอดภัย | ชมรมความปลอดภัย | อ่านคำแนะนำติชม |
SA 8000 มาตรฐานใหม่ปกป้องแรงงาน
"SA
8000 " มาตรฐานใหม่ปกป้องแรงงาน ยกภาพลักษณ์ -
หลีกคู่แข่งไร้มาตรฐาน
ตลาดโลกเรียกร้องผู้ประกอบการ สอบผ่านมาตรฐาน SA 8000
ก่อนส่งสินค้าเข้าประเทศ ซึ่ง SA 8000 จะเป็นมาตรฐานตัวใหม่
ที่สร้างความสนใจให้ทั่วโลก ปรับองค์กรของตนเข้าสู่มาตรฐาน เพื่อยกระดับการบริการ
และป้องกันตัวจากองค์กรสิทธิมนุษยชน และคู่แข่งที่ตั้งป้อมโจมตี
หากเป็นผู้ค้าขายสินค้า ที่มาจากโรงงานไม่ผ่านมาตรฐาน ปกป้องแรงงาน ปัจจุบันทั่วโลก
กำลังเริ่มหันมาสนใจมาตรฐาน การค้าสากลตัวใหม่ "SA8000" กันอย่างมาก
SA8000
เป็นมาตรฐาน ความรับผิดชอบสังคม เป็นมาตรฐานที่กำหนดขึ้น เพื่อทำการตรวจสอบ
สภาพการใช้ แรงงาน จ้างแรงงาน และสภาพแวดล้อม ของสถานที่ทำงาน ของสถานประกอบการ
ทุกแห่งทั่วโลก เพื่อเป็นหลักประกันว่า สินค้าและบริการนั้น
ผลิตโดยผู้ผลิตที่ปฏิบัติตาม ข้อกำหนดของ SA8000 ซึ่งมีข้อกำหนดที่สอดคล้อง
กับกฎหมายแรงงานระหว่างประเทศ และกฎหมายแรงงาน ของประเทศนั้นๆ
อย่างมีศีลธรรมและจริยธรรม ที่พึงปฏิบัติต่อคนงาน โดยมิได้มีการใช้แรงงานเด็ก
หรือข่มขู่ฝืนใจคนทำงาน
จากข้อกำหนดการได้รับมาตรฐาน
รวมทั้งการแพร่หลายของมาตรฐาน SA8000 ซึ่งเป็นมาตรฐานตัวใหม่นี้
จะส่งผลกระทบกับโรงงาน และผู้ประกอบการของประเทศไทยหลายส่วน
โดยเฉพาะกิจการที่ใช้แรงงาน เป็นต้นทุนหลัก อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาผู้ประกอบการ
ที่สั่งสินค้าเข้าจากประเทศต่างๆ จะมีตัวที่ใช้มอนิเตอร์โรงงาน
ที่ตนสั่งสินค้าเข้ามา ว่าเป็นโรงงานได้มาตรฐานหรือไม่ ซึ่งอาจจะออกมาในรูปแบบ
ของการตรวจสอบ เป็นเอกสารแบบฟอร์มที่เขียนขึ้น
และให้ส่งกลับมาว่าโรงงานที่ตนสั่งสินค้านั้น ได้มาตรฐานตามกำหนดหรือไม่
เช่นเป็นโรงงานที่ไม่ใช้แรงงานเด็ก ไม่ใช้แรงงานล่วงเวลา
และปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานทุกประการ ซึ่งผู้สั่งเข้าสินค้า ก็จะเชื่อถือไปตามนั้น
ทั้งที่บางครั้งโรงงานผู้ผลิต อาจไม่มีการปฏิบัติตาม ตามข้อมูลที่ส่งไปให้ก็ได้
เพราะไม่มีการรับรองจากหน่วยงานใด
ในขณะที่มาตรฐาน SA 8000
นี้ผู้ที่ได้รับจะได้ต้องเป็นผู้ที่ผ่านการตรวจสอบ ว่าเป็นโรงงานหรือองค์กร
ที่ปฏิบัติตามข้อกำหนด ของมาตรฐานอย่างเคร่งครัด ในเรื่องแรงงาน
รวมทั้งยังต้องเป็นโรงงาน ที่ผ่านการตรวจสอบซ้ำทุก 6 เดือนว่ายังได้มาตรฐาน
ในระดับดีอยู่หรือไม่ ซึ่งปัจจุบันนี้ผู้นำเข้าสินค้า โดยเฉพาะประเทศในแถบยุโป
และอเมริกา ต่างให้ความสำคัญกับบริษัทที่ส่งสินค้า เข้าประเทศของตน
ต้องเป็นบริษัทที่ได้รับใบรับรอง SA 8000 แล้วเท่านั้น
เพื่อป้องกันตัวเองจากการโจมตีของคู่แข่ง ว่าขายสินค้าจากโรงงาน ที่ไม่ได้มาตรฐาน
เป็นภาพลักษณ์ที่ไม่ดีของบริษัท
นอกจากนี้ยังมีแรงผลักดัน
จากองค์กรกลางของประเทศต่าง ๆ ที่ต้องการใช้มีการปฏิบัติ
ต่อผู้ใช้แรงงานในแต่ละประเทศ อย่างมีความยุติธรรม ซึ่งบริษัทไหนที่ได้ SA8000
ก็จะได้รับการยอมรับ ว่าบริษัทนั้น ได้มีการปฏิบัติต่อคนงานที่ได้มาตรฐาน
ซึ่งจะช่วยให้ทำธุรกิจได้ง่ายขึ้น
"เราไม่อยากพูดให้มีการแตกตื่นไปมาก
แต่ความเป็นจริงขณะนี้ คือผู้นำเข้ารายใหญ่ๆ ในอเมริกา บอกความต้องการมาทางผู้ผลิต
ที่ผลิตสินค้าส่งไปขายว่า ต้องการได้ใบรับรอง SA8000 จากผู้ประกอบ
ด้วยเพื่อให้ผู้นำเข้าสบายใจได้ว่า เขาซื้อสินค้าจากโรงงานที่ได้ใบรับรองแล้ว
เพื่อป้องกันการถูกกดดัน จากองค์กรสิทธิมนุษยชนต่างๆ หรือบริษัทคู่แข่ง
หรือผู้ผลิตในท้องถิ่น ที่จะเอาตัวนี้มาบีบเขาได้
"
ขณะนี้ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจ เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจ อยู่บนรากฐาน
ของจริยธรรมกันอย่างมาก โดยมีบริษัทที่ใหญ่ๆ ทั่วโลกได้ทำรายงาน ออกไปทั่วโลกว่า
บริษัทตนได้ดำเนินธุรกิจ โดยใช้หลักหลักมนุษยธรรม ต่อพนักงาน
โดยใช้ข้อนี้เป็นจุดขายของบริษัท ในการประชาสัมพันธ์ ภาพลักษณ์ของบริษัท
พร้อมเตรียมตัวให้ตรวจสอบ
เพื่อรับมาตรฐานนี้กันมาก
ในส่วนของผู้ประกอบการที่เป็นคนไทย
มีความสนใจในมาตรฐาน SA 8000 โดยเฉพาะบริษัทที่ใช้แรงงาน เช่น
โรงงานผลิตเครื่องนุ่งห่ม ซึ่งที่ผ่านมาโรงงานไม่อยากขอมาตรฐาน
เพราะมองว่าเป็นต้นทุนอย่างหนึ่งในการดำเนินงานเพราะต้องมีค่าใช้จ่าย ประมาณ 1
แสนบาท เป็นค่าตรวจสอบ นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายในการจ้างบริษัทที่ปรึกษาเข้ามาด้วย
ซึ่งหากไม่มีใครบังคับ ก็เป็นที่เข้าใจกันดีว่าคงไม่มีโรงงานไหนที่อยากขอ
นอกจากมีการร้องขอมาจากผู้สั่งสินค้าให้บริษัทที่รับออร์เดอร์ไปต้องได้มาตรฐานด้วย
"โรงงานที่ต้องการค้าขายกับทางยุโรป
โดยเฉพาะโรงงานที่ใช้แรงงาน และอยู่ในอุตสาหกรรม ที่เป็นที่สนใจกับต่างประเทศ
ควรจะได้รับมาตรฐาน SA 8000 เพื่อยกระดับบริษัทของตนเองด้วย"
โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม ซึ่งมีผลกระทบที่จะได้รับ
เมื่อมีมาตรฐานนี้ขึ้นแล้ว
"SA 8000 เป็นใบรับรอง ที่แสดงให้คนภายนอก
หรือผู้ซื้อเชื่อถือได้ว่าโรงงานที่ผลิต
เป็นโรงงานที่ได้มาตรฐานสากลในการจ้างแรงงาน และมีความรับผิดชอบต่อสังคม
ซึ่งเท่ากับเป็นการยกระดับ มาตรฐานการจ้างงาน ของประเทศเราได้ระดับหนึ่ง
ปัจจุบันมีหลายองค์กรเริ่มรณรงค์ ในเรื่องการปฏิบัติกับมนุษย์
อย่างเป็นธรรมและมีศีลธรรมอันดี ในขณะที่มีหลายคนมองว่า
มาตรฐานนี้จะเป็นตัวกีดกันทางการค้า แต่ในความคิดของผมแล้วไม่น่าจะใช่ เพราะมาตรฐาน
ISO 9000 ซึ่งคนมองว่า เป็นตัวหนึ่งที่กีดกันทางการค้า
ก็น่าจะเป็นความคิดที่ผิดอย่างหนึ่ง"
อย่างไรก็ตาม ถ้าประเทศไทยในขณะนี้
ในฐานะผู้ประกอบการ จึงควรหันมาให้ความสำคัญ
เริ่มศึกษาในการปรับตัวเพื่อให้ได้รับมาตรฐาน SA 8000 กันเสียตั้งแต่บัดนี้
เพื่อเป็นข้อได้เปรียบทางการค้า เป็นเป้าหมายหลัก
ที่มา :
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ วันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2543 , เว็บเพจ
thaienvironment.net
By: Created by ว. ลีลาวิมลวรรณ

เว็บไซต์แห่งถูกจัดทำขึ้นโดย สำนักงาน ศูนย์ความปลอดภัยในการทำงานพื้นที่ 2
550/10-11 ถ.พิชัยฯ ต.ปากเพรียว อ.เมือง จ.สระบุรี 18000
โทรศัพท์ 036-319214-6 แฟ็กซ์ 036-319217
Email [email protected]