วอชิงตัน-นักวิทยาศาสตร์มะกันเตือนมนุษย์จะสูญพันธุ์จากโลกในอีก 500 ล้านปีข้างหน้า นายโดนัลด์ บราวน์ลี และนายปีเตอร์ วอร์ด สองนักวิทยาศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยวอชิงตัน เปิดเผยในหนังสือเรื่อง "ชีวิตและความตายของดาวเคราะห์โลก" หรือ "เดอะ ไลฟ์ แอนด์ เดธ ออฟ พลาเน็ตเอิร์ธ" ที่เริ่มวางแผงในสหรัฐเมื่อวันอังคาร (14 ม.ค.) ว่า วาระแห่งการอวสานของโลกได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว โดยโลกจะทำลายตัวเองอย่างช้าๆ ในอีก 7,500 ล้านปี จนในที่สุดก็จะค่อยๆ สูญสลายไป หลังจากนั้นยังจะต้องใช้เวลาอีก 500 ล้านปี กว่าบรรดาสิ่งมีชีวิตทั้งหมดรวมทั้งมนุษย์จะสูญหายไปจากโลก

โดยนักวิทยาศาสตร์ทั้งสองคน กล่าวว่า แนวความคิดในการโยกย้ายสิ่งมีชีวิตออกไปอยู่ที่ดาวอื่น ยังเป็นเรื่องที่ไกลเกินฝัน แม้มีใครพบดวงดาวใหม่ที่เหมาะสำหรับเป็นที่อยู่อาศัยแทนโลก แต่การเดินทางไปยังดาวนั้น ยังเป็นเรื่องลำบาก ซึ่งเมื่อรู้ว่าเวลาโลกใบนี้เหลือน้อยเต็มทีและมีจุดจบเช่นใด จึงสมควรอย่างยิ่งที่มนุษย์จะร่วมมือกันดูแลรักษาโลกใบนี้ให้ดีกว่าเดิม

ทั้งนี้ นักวิทยาศาสตร์ได้เปรียบเทียบให้เข้าใจง่ายขึ้นว่า อายุของโลกเหมือนกับนาฬิกาที่มีเวลา 24 ชั่วโมง ปัจจุบันซึ่งโลกมีอายุประมาณ 4,500 ล้านปี อยู่ที่เวลา 04.30 น. เมื่อเข็มนาฬิกาของโลกเลื่อนไปอยู่ที่เวลา 05.00 น. บรรดาสัตว์และพืชพันธุ์ทั้งหลายบนโลกจะสูญพันธุ์ หลังจากเกิดขึ้นมาบนโลกได้ประมาณ 1,000 ล้านปี

หลังจากนั้นเมื่อเข็มนาฬิกาของโลกอยู่ที่ 08.00 น.น้ำในมหาสมุทรต่างๆบนโลกจะเริ่มเหือดหายกลายเป็นไอและเมื่อเข็มนาฬิกาเดินไปถึงเวลาเที่ยงวันหรือเมื่อโลกมีอายุ 12,000 ล้านปี โลกก็จะถูกดวงอาทิตย์ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าในปัจจุบันมากกลืนหายไป ทำลายร่องรอยทั้งหมดที่ว่าเคยมีมนุษย์อยู่ ดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นกับเผ่าพันธุ์ของไดโนเสาร์ แต่จากนั้นโลกจะกลายเป็นเพียงอะตอมกับโมเลกุลกระจัดกระจายไปทั่วอวกาศ


Hosted by www.Geocities.ws

1