|
การกลับมาของฝนดาวตกสิงโต ซึ่งปีนี้มีการคำนวณว่าจุดที่เห็นได้ดีที่สุดและมีมากที่สุด
คือ แถบเอเซีย
คงจำกันได้ว่า เมื่อปี พ.ศ. 2541 ประชาชนคนไทยให้ความสนใจกับฝนดาวตกสิงโตกันมากมายเพียงไร
หลายคนเคยผิดหวังจากการติดตามชมในคืนนั้น สำหรับในปีนี้ ฝนดาวตกสิงโตหรือลีโอนิคส์
จะกลับมาใหม่ในคืนวันที่ 18 ต่อกับเช้าวันที่ 19 พฤศจิกายน 2544
เราลองมาทำความรู้จักกับฝนดาวตกสิงโตกันเล็กน้อย
ก่อนอื่นคงทำความเข้าใจกับวิถีท้องฟ้าและการสังเกตจากโลกไปยังกลุ่มดาวต่าง
ๆ 12 ราศี
ในระบบสุริยะจักรวาล มีดาวเคราะห์ที่เห็นด้วยตาเปล่าชัดเจนห้าดวง
ดังนั้นมนุษย์ตั้งแต่สมัยโบราณได้เฝ้าสังเกตการเปลี่ยนแปลงของดาวเคราะห์
ซึ่งจะเห็นว่าทุกขณะที่สังเกต จะเห็นดาวเคราะห์อยู่ในกลุ่มดาวจักรราศี
และเคลื่อนที่เปลี่ยนแปลงตำแหน่งไปตามแนวของจักรราศี ส่วนใหญ่เคลื่อนที่ไปข้างหน้าคือ
จากราศีเมษ ก็ไป พฤษภ ไปราศี มิถุน แต่บางขณะเวลาดาวเคราะห์ก็เคลื่อนที่ถอยหลัง
การเคลื่อนที่ถอยหลังนี้เกิดจากจุดสังเกตบนโลกที่มองไป ขณะที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์บางขณะ
ทำให้มุมมองของโลกที่มองไปมีลักษณะสัมพัทธ์ที่ทำให้ดาวเคราะห์เคลื่อนถอยหลัง
จากรูปภาพของระบบสุริยะจักรวาลที่แสดงทำให้เห็นว่า
โลกมองเห็นดาวอังคารอยู่ในราศีมีน เห็นดาวศุกร์อยู่ในราศีพฤษภ
เห็นดาวอาทิตย์อยู่ในราศีกรกฏ เห็นดาวพุธอยู่ในราศีสิงห์ เห็นดาวพฤหัสอยู่ในราศีกันย์
และดาวเสาร์อยู่ในราศีพิจิก และถ้าดูดวงจันทร์ด้วยก็ขึ้นอยู่กับวันข้างแรมขณะนั้น
การสังเกตในลักษณะที่โลกเป็นจุดศูนย์กลาง จึงเป็นลักษณะที่คนโบราณเชื่อว่า
รังสีของดาวเคราะห์ทีแผ่ตรงมายังโลกจะมีอิทธิพลต่อชีวิตความเป็นอยู่
เดือนพฤศจิกายน ดวงอาทิตย์อยู่ที่ราศีพิจิก
หากดูจากรูปภาพที่กล่าวถึงจะเห็นว่า วันที่ 18-19 พฤศจิกายน
2544 นี้ โลกจะอยู่ในตำแหน่งที่มองดวงอาทิตย์แล้ว ดวงอาทิตย์จะตรงกับกลุ่มดาวแมลงป่อง
หรือราศีพิจิก นั่นคือ โลกจะโคจรอยู่บนเส้นตอนบนในรูปภาพ และเคลื่อนที่โดยมีดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางไปทางซ้าย
ฝนดาวตก คืออะไร
ย้อนกลับไปในอดีต โดยมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่บันทึกไว้ว่า
ในวันที่ 12 พฤศจิกายน ค.ศ. 1833 หรือเมื่อประมาณ 170 ปีมาแล้ว
ท้องฟ้าด้านตะวันออกของสหรัฐ มีจำนวนดาวตกมากมายเสมือนสายฝนร่วงมาจากสวรรค์
หลังจากนั้นมีการบันทึกต่อ ๆ มาว่าในทุกปีราวประมาณกลางเดือนพฤศจิกายน
จะมีปรากฏการณ์ฝนดาวตก และจะมีอัตราเพิ่มสูงมากเป็นพิเศษในทุก
ๆ 33 ปี
หลังจากได้ศึกษาความเป็นมาพบว่า เส้นทางที่โลกโคจรผ่านจากซ้ายไปขวา
(ดูรูปด้านบน) จะตัดผ่านเส้นทางหนึ่ง และเส้นทางนั้นสอดคล้องกับเส้นทางของดาวหางที่ชื่อ
เทมเพิล ทัตเทิล นักดาราศาสตร์จึงทราบว่า ฝนดาวตกเหล่านี้ก็คือเศษฝุ่นผงขนาดเล็กที่เหลือจาก
ดาวหางที่เคยเดินทางผ่านมา แต่อาจตั้งคำถามว่า เศษเหล่านี้ทำไมไม่กระจายหายไป
ทำไมเศษอุกกาบาตเหล่านี้ยังคงรักษาความหนาแน่นไว้ได้ นักดาราศาสตร์ได้คำนวณพบว่า
อิทธิพลของดาวพฤหัสบดีทำให้ฝุ่นผงอุกกาบาตเหล่านี้ วิ่งวนรอบดาวพฤหัสบดี
มีลักษณะเป็นวงแหวนคล้ายดาวเสาร์ เมื่อโลกโคจรเข้ามาบนเส้นทางนี้ก็จะถูกโลกดึงดูดเข้าหากลายเป็นฝนดาวตก
ทำไมฝนดาวตกจึงพุ่งออกจากหัวสิงโต
หากดูรูปภาพประกอบจะเห็นว่า ขณะที่โลกเคลื่อนที่ตามวงโคจรปกติ
เคลื่อนตัดเข้าสู่กลุ่มเศษอุกกาบาต อุกกาบาตจะเสมือนวิ่งสวนเข้าหาโลก
และถูกโลกดึงดูดเข้ามา ตำแหน่งมุมมองจากโลกออกไปบนท้องฟ้า ในตำแหน่งเส้นทางเคลื่อนที่ของโลกอยู่ที่กลุ่มดาวสิงโต
ดังนั้นจึงเห็นลูกไฟวิ่งเข้าใส่จากจุดหัวสิงโตแตกกระจายออกไปรอบ
ๆ
ปีนี้จะมีฝนดาวตกให้ตื่นเต้นได้เพียงไร
จากการคำนวณของนักดาราศาสตร์หลายสำนักฯ ตรงกันว่า ในปี พ.ศ.
2544 นี้ จะเกิดฝนดาวตกในคืนวันที่ 18 พฤศจิกายน 2544 ต่อกับเช้าวันที่
19 พฤศจิกายน 2544 โดยจุดที่เห็นดีที่สุดและมีจำนวนมากสุดคือ
แถบเอเซียตะวันออก เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ เอเซียกลางและออสเตรเลีย
โดยช่วงเวลาที่เป็นจุดที่มีฝนดาวตกมากสุดคือ เวลา 1:19 น. ของเช้าวันที่
19 พฤศจิกายน 2544 โดยการคำนวณของเดวิด แอชเชอร์ และโรเบิร์ต
แมกนอต คาดคะเนไว้สูงถึง 15,000 ดาวต่อชั่วโมง หรือประมาณ 80
ดาวต่อนาที สำหรับสมาคมดาราศาสตร์ของไทยได้คาดคะเนไว้ว่า ในช่วงเวลา
1:00-2:00 น. ของเช้าวันที่ 19 น่าจะได้เห็นดาวตกในอัตรา 10
ถึง 18 ดาวต่อนาที
จะดูฝนดาวตกได้ดีที่ใด
เราสามารถดูฝนดาวตกได้ทุกที่ โดยที่สถานที่ดูจะต้องไม่มีแสงไฟฟ้า
และฝุ่นละอองรบกวนมากนัก ทางที่ดีจึงควรอออกไปนอกเมืองในที่อากาศสดใส
ดาวดูดาวตกสิงโตนี้ จะปรากฏจากกลุ่มดาวสิงโตกระจายออกทุกทิศทาง
โดยไม่จำเป็นต้องจ้องไปที่จุดกลุ่มดาวสิงโต เพราะแสงดาวตกจะปรากฏให้เห็นไกลออกไป
การดูฝนดาวตกครั้งนี้ก็อยากให้นึกว่าเป็นการหาความรู้ทางด้านดาราศาสตร์ไปด้วย
เพราะในคืนนั้นจะเห็นดาวเคราะห์ที่สำคัญสามดาวคือ ดาวอังคารที่จะเห็นตั้งแต่หัวค่ำในกลุ่มดาวคนแบบหม้อน้ำ
ดาวเสาร์อยู่กลุ่มดาววัว และดาวพฤหัสบดีที่สุกสว่างอยู่กลุ่มดาวคนคู่
|