วันเวลาช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน ผมยังเข้าใจว่าเพิ่งเขียนบล็อกนี้ไปเมื่อเร็วๆนี้ พอมาอ่านดูจึงเห็นว่าเขียนไปตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เกือบจะครบเดือนแล้วสินะ.....
วันนี้จึงต้องมาเขียนใหม่ มิเช่นนั้นทีมงานของเว็บฯอาจจะเข้าใจผิดว่าผมคงไม่กลับมาเขียนอีก เพราะทุกวันนี้ผมมีบล็อกจำนวนมากกว่าสิบบล็อกแล้ว ไม่ทราบว่าจะบ้าเปิดบล็อกไปทำไมมากมาย อาจจะเป็นโรคจิตชนิดหนึ่งก็ได้นะท่าน เรียกว่าบล็อกขึ้นสมองไงท่าน...
วันนี้ตั้งชื่อบล็อกเสียเก๋ไก๋ว่า "คิดไปเขียนไปตามใจฉัน"
เรื่องของเรื่องก็ไม่มีอะไรสลับซับซ้อนหรอกครับท่าน อาศัยว่าคิดอะไรได้ก็เขียนไปตามที่คิด เพราะไม่มีเวลาจะมาตั้งพล็อตเรื่องว่าจะเขียนเรื่องอะไรสำหรับบล็อกไหน เพราะดูมันจะเกินสติปัญญาอันน้อยนิดของชายชราคนนี้มากไป
ถ้างั้นเรามาเข้าเรื่องกันดีกว่าว่าวันนี้จะเขียนเรื่องอะไร ก่อนจะมาเปิดบล็อกนี่ก็ไปอ่านเจอว่า สถานีทีวีผ่านดาวเทียมที่ตั้งใหม่จะแกะกล่องออกอกาศวันที่ 1 มีนาคม นี้ ไปเชิญชวนให้สองพิธีกรนักจ้อรุ่นเก๋าสองท่านมาร่วมจัดรายการด้วยคือ สมัคร สุนทรเวช และดุสิต ศิริวรรณ
พูดถึงทั้งสองท่านนี้ฝีมือก็คงไม่เป็นสองรองใคร ผมก็แอบติดตามผลงานของท่านทั้งสองมาเงียบๆ เพราะไม่รู้จะไปร้องแรกแหกกะเฌอให้ใครฟัง พูดถึงท่านสมัครผมยังติดใจในลีลาการแสดงข้อมูลของท่าน ที่มักจะแสดงข้อมูลได้อย่างละเอียดยิบชนิดที่นักวิชาการได้ฟังแล้วอายไปเลย และก็ไม่มีใครกล้าหาญพอที่จะมาพิสูจน์ว่าข้อมูลนั้นถูกหรือผิด ถือว่าเป็นจุดขายของท่านก็แล้วกัน เราไม่ว่ากันอยู่แล้ว
สำหรับท่านดุสิต ก็มีลีลาการพูดในแบบเนิบๆ และมีทีเด็ดในการขมวดเรื่องให้ผู้ฟังสนใจได้ดี ทั้งสองท่านนี้ถือเป็นนักการเมืองรุ่นเก๋าที่ยังมีจุดขายของตน ถึงแม้ว่าบางเวลาบางครั้งจุดยืนจะโอนเดียงไปตามกระแสการเมืองบ้าง นั่นก็เป็นธรรมชาติของไม้ประเภทล้มลุกอย่างหนึ่ง
ขืนยืนต้นแข็งทื่อป่านนี้คงจะสูญพันธ์ไปแล้ว เห็นใจท่านเถอะนะ...โยม เจริญพร