รวมทิปและเทคนิคคอมพิวเตอร์ที่น่าสนใจสำหรับผู้ใช้เครื่องทั่วไปหรือช่างคอมฯ ตอน 5

  1. ถ้าเข้า regedit เข้าไม่ได้ โดยขึ้นว่า "registry editing has been disable by your administrator" วิธีการแก้คือ ให้นำข้อความนี้ไปใส่ใน Run --> REG add HKCUSoftwareMicrosoftWindowsCurrentVersionPoliciesSystem /v DisableRegistryTools /t REG_DWORD /d 0 /f


  2. http://www.mydigitallife.info/2006/04/26/disable-and-remove-windows-genuine-advantage-notifications-nag-screen/
  3. วิธีการนำรูปมาวางบน system properties มีวิธีการทำ (ปกติคอมพิวเตอร์แบนด์เนม จะมีการสร้างโลโก้ของบริษัทและบอกรายละเอียดของเครื่อง สำหรับเครื่องประกอบเองจะไม่มี แต่ถ้าคุณคิดจะทำโลโก้ในฉบับส่วนตัวก็ทำได้ครับ) วิธีการคือ
    หารูปภาพที่คิดว่าโดนใจที่สุดของคุณเสียก่อน แล้วใช้โปรแกรมปรับขนาดเสียก่อน ในที่นี่ผมขอใช้ ACDsee 6 เป็นผู้จัดการรูปภาพ --> เปิดรูปภาพมาแล้ว ก็ให้ไปที่ Modify > Resize -->จะมีเครื่องมือให้ปรับแต่งด้านขวา ให้คุณติกเอาเครื่องหมายถูกที่ Preserve Aspect Ratio: ออกก่อน เพื่อคุณจะได้ลดขนาดรูปภาพได้อย่างอิสระไม่อิง Ratio เสร็จแล้วก็ไปปรับขนาดรูปภาพโดยให้ความกว้างและยาวเท่ากับ 180x115 พิกเซล แล้วกดปุ่ม Done
    แล้วจัดการเซฟรูปภาพโดยไปที่ File --> Save As เลือกโฟลเดอร์เป็น \Windows\System32 ตั้งชื่อรูปภาพเป็น Oemlogo แล้วคลิกเลือกนามสกูลเป็น BMP กดปุ่ม Save เป็นอันว่าเสร็จขั้นตอนทำโลโก้
    มาถึงการทำรายละเอียดเครื่อง ให้คุณเปิด Notepad ขึ้นมาสร้างไฟล์ขึ้นมาโดยพิมพ์ตามรูปแบบนี้

    [General]
    Manufacturer=xxxxxxxxxx
    Model=xxxxxxxxxx
    [Support Information]
    Line1=xxxxxxxxxx
    Line2=xxxxxxxxxx
    Line3=xxxxxxxxxx
    เมื่อพิมพ์เสร็จแล้วให้เลือกคำสั่งเซฟให้เลือกเซฟไปที่โฟลเดอร์ \Windows\System32 ตั้งชื่อเป็น oeminfo.ini กดปุ่ม Save
    มาดูผลงานกัน ให้คุณคลิกขวาที่ My Computer แล้วเลือกคำสั่ง Properties ก็จะเห็นผลงานของคุณ, คลิกที่ปุ่ม Support Information ก็จะได้รายละเอียดที่คุณเขียนไว้ครับ


  4. วิธีการสร้างรายการชื่อไฟล์จากเมนูคลิกขวา บางครั้งที่คุณๆ ใช้ Windows Explorer เรียกไฟล์ในโฟลเดอร์ต่างๆมาดู และต้องการจะเก็บรายชื่อไฟล์เหล่านั้นเพื่อเอามาดูหรือพรินท์ออกทางเครื่องพรินท์ แต่ Windows Explorer ไม่มีคำสั่งมาให้ทำได้ มีวิธีทำให้มีคำสั่งโดยให้เอาไปไว้ที่เมนูคลิกขวา เพื่อความสะดวก โดยใช้คำสั่งของ DOS เขียนเป็น batch file มาดูกันเลยวิธีการทำอย่างไรบ้าง
    1.สร้าง Batch File
    ให้คุณสร้าง Batch File เพื่อเอาไปไว้ที่เมนูคลิกขวาโดยเปิด Notepad ชึ้นมาแล้วพิมพ์คำสั่งตามนี้
    ***ตรง your username ให้ใส่ชื่อ Log on ของคุณ***
    dir /a /b /-p /o:GEN >"C:\Documents and Settings\your username\Local Settings\Temp\filelist.txt"
    start notepad "C:\Documents and Settings\your username\Local Settings\Temp\filelist.txt"
    เมื่อพิมพ์เรียบร้อยให้คุณ Safe AS รูปแบบ .BAT ให้ชื่อว่า filelisting.bat โดยเซฟไว้ที่โฟลเดอร์ C:\Windows

    2.ปรับแต่งเมนูคลิกขวา
    เมื่อทำตามข้างตอนข้างต้นแล้ว ให้คุณเปิด Windows Explorer ขึ้นมาคลิกที่ Tools --> Folder Options ไปที่แท็บ File Types คลิกที่ Folder คลิกที่ Advanced จะมีหน้าต่าง Edit File Type ออกมา ให้คุณคลิกที่ New...จะมีหน้าต่าง New Action ที่ช่อง Action พิมพ์คำสั่ง Create File Listing ที่ช่อง Application used to perform action: พิมพ์คำสั่ง C:\windows\filelisting.bat (ฺิBatch File ที่สร้างไว้แล้ว) เสร็จแล้วคลิก OK

    3.ทดลองผลการปรับแต่ง
    ให้คุณลองเปิด Windows Exploror แล้วลองคลิกขวาที่โฟลเดอร์ใดก็ได้ ถ้าทำถูกต้องจะมีเมนูคำสั่งเพิ่มมาที่เมนูคลิกขวา ให้คุณคลิกที่คำสั่ง Create File Listing มันจะสร้างไฟล์รายชื่อไฟล์ต่างๆในโฟลเดอร์นั้นๆ
    ออกมา ซึ่งคุณก็จะได้รายชื่อไฟล์ตามที่คุณต้องการ คราวนี้ก็สั่งพิมพ์ออกมาเก็บได้เลย (รายชื่อไฟล์จะแสดงในโปรแกรม Notepad)

    ทิปเพิ่มเติม ในคำสั่ง Batch File คุณๆ สามารถแก้ไข option บางตัวได้ เช่น คุณต้องการจะเห็นเป็นโครงสร้างของโฟลเดอร์และรายละเอียดของไฟล์ มากกว่ารายชื่ออย่างเดียว ก็ให้คุณเอา "/b" ออกตามนี้
    cd %1
    dir /a /-p /o:GEN >"C:\Documents and Settings\your username\Local Settings\Temp\filelist.txt"
    start notepad "C:\Documents and Settings\your username\Local Settings\Temp\filelist.txt" %1

    4.การยกเลิกคำสั่ง
    ถ้าคุณๆ ไม่อยากใช้คำสั่งนี้แล้ว จะเอาออกก็ได้ ก็ให้เปิด regedit ขึ้นมาแล้วไปที่คีย์นี้ HKEY_CLASSES_ROOT>Folder>shell แล้วลบคีย์นี้ออกซัก "Create_File_Listing"


  5. ในส่วนของคำสั่งจัดการไฟล์ Open with หากคลิกขวาแล้วไม่มีคำสั่งนี้เราสามารถแสดงให้เห็นได้โดยการกดปุ่ม Shift แล้วคลิกขวาก็จะเห็นคำสั่ง Open With


  6. การซ่อมวินโดส์ XP กรณีบู๊ตไม่ขึ้น มีหลายวิธี วิธีแรกคือใช้ System Restore ใน Safe Mode โดยกดปุ่ม F8 ค้างไว้ ขณะบู๊ตเครื่องใหม่ แล้วเลือกไปที่หัวข้อ Safet Mode กู้วันที่ย้อนหลังครั้งล่าสุด วิธีที่สองก็คือในตอนบู๊ตให้เลือกหัวข้อ "Last Know Good Configuration" ก็จะกู้ระบบครั้งล่าสุดให้ทันที สาเหตุ :ถ้าวินโดว์สไม่บู๊ตหรือรันหน้าต่าง Start up...Windows XP เลย อาจเป็นที่ไฟล์ Boot Sector ของไฟล์ระบบเสีย หรือมีปัญหาขัดแย้งกับไฟล์ ntldr หรือ ntdetect.com ทำให้บู๊ตไม่ขึ้นภาพซึ่งเราต้องมาใช้วิธีที่สามโดยการ
    ให้ก๊อปปี้ไฟล์ระบบจากเครื่องอื่นที่ลง Windows XP เหมือนกันหรือคุณจะก๊อปปี้ไฟล์ระบบที่เครื่องคุณเอาไว้ก่อนที่เครื่องจะมีปัญหาก็ได้ ด้วยใช้คำสั่ง xcopy ผ่านโหมด command line โดยทำตามขั้นตอนดังนี้
    - ก๊อปปี้ 3 ไฟล์ข้างนี้ โดยใส่แผ่นเปล่า (1.44MB)ลงในไดรว์ a:
    xcopy c:\boot.ini a:/h
    xcopy c:\ntdetect.com a:/h
    xcopy c:\ntldr a:/h
    เมื่อก๊อปปี้เสร็จเอาเก็บไว้ใช้ในขั้นตอนต่อไป
    - บู๊ตเครื่องใหม่ แล้วกดปุ่ม F8 ค้างไว้ เพื่อไปหน้าจอ Safe Mode
    - เอาแผ่นดิสก์ที่ทำไว้แล้วตามข้อแรกใส่ไปที่เครื่อง ออกไปที่ DOS Prompt แล้วพิมพ์คำสั่งก๊อปปี้ไฟล์ตามข้างล่างนี้
    xcopy a:*.* c:\ /h
    - กดปุ่ม enter ตามหลังคำสั่ง
    - บู๊ตเครื่องใหม่อีกครั้ง ก็จะสามารถเข้าหน้าเดสก์ทอปของวินโดว์สได้ตามเดิม หากยังไม่สามารถเข้าวินโดส์ได้ ต้องใช้วิธีที่สี่คือให้บู๊ตจาก CD-ROM ซ่อมแล้ว โดยการเข้าไปที่โหมด Repair

    หมายเหตุ : การซ่อมดังกล่าว เป็นการซ่อมตามอาการที่เกิดขึ้น เรียกว่าการแก้ปัญหาไล่จากปลายเหตุไปหาต้นเหตุ บางทีก็แก้ได้ บางทีก็แก้ไม่ได้ วิธีที่ฉลาดสำหรับช่างซ่อมคอมฯ อีกวิธีคือการบริหารจัดการ Ghost อิมเมจเก็บไว้ล่วงหน้า เวลาเครื่องมีปัญหาและสรุปแล้วว่าซ่อมนานแน่ ก็สามารถ Ghost ได้เลย และก็ Setup ใหม่ในบางอย่างเท่านั้น :

    จากประสบการณ์ที่ไม่ค่อยแฉ แต่ก็จะแฉให้ทีละพอประมาณ ในองค์กรที่ใหญ่ๆ ที่นายเม้งได้เคยคลุกคลีทำงานทั้งประจำและชั่วครั้งชั่วคราว (ชั่วคราวนี่ไม่ใช่หมายถึงคืนละ 350 นะ แต่เป็นการทำงานครับ ทำงานได้วันละ 350 บาท)อาทิ องค์กรที่เกี่ยวกับรัฐสภา นั้นใช้หลักการ Ghost แบบ HDD แต่ปกติขั้นแรกก็ต้องลองซ่อมดูก่อนนะครับ ขั้นตอนการลงวินโดส์คือขั้นตอนสุดท้าย ซึ่งปกติช่างคอมฯ เก่งไม่ลงวินโดส์แบบปกติกัน แต่จะ Recover จาก Image Ghost เอา) ในบางองค์กรที่รับงานของสภากรุงเทพ-สำนักผู้ว่ากทม นั้นใช้ระบบ Ghost ทั้งสองแบบคือลงใน HDD กับลงใน DVD ซึ่งลง Image ขนาด 4.7 GB ได้สบาย (ปกติ Image ของ XP ราวๆ 2 GB แล้วแต่ขนาดของข้อมูล) ส่วนในองค์กรด้านพลังงานยักษ์ใหญ่ของเมืองไทย ใช้การ Ghost แบบผ่านระบบ Network ซึ่งทันสมัยดี เพราะเค้าเก็บ Image ใน Server แบ่งตามยี่ห้อและรุ่นของเครื่อง Client, อันส่วนบ.ด้านสินเชื่อการเงิน ที่มีคำว่า OK OK นี่ก็ใช้ระบบ Image ผ่าน Server ที่นี่มีตัว Image ถึงราว 20 Image นับว่าสุดยอด, แต่ที่เคยเจอว่าสุดยอดจิงๆ คือบ.ด้านผลิตยางรถยนต์ Mich.... เป็น Advance Ghost จิงๆ ที่บ. แม่จากฝรั่งเศสเขียนโปรแกรม Ghost เอง และ Ghost ผ่าน Network แบบ Auto Boot ได้ คือไม่จำเป็นต้องมีช่างเทคนิคไปประจำหน้าเครื่อง Remote Ghost มันผ่านระบบ Network นี่แหล่ะ ซึ่งหนังสือ Norton Ghost ในเมืองไทยกล่าวไม่ค่อยถึงครับ การ Remote Ghost นั้นต้องอ้างอิง IP ที่เรียกว่า Mac Address นะครับ
    อันส่วนการใช้พวก Goback หรือ HDD Guard นั่นเหมาะกับพวกร้านเนทมากกว่า ในองค์กรที่ต้องการมีการ Update ระบบหรือโปรแกรมเค้าไม่ค่อยใช้พวก Goback หรือ HDD Guard กัน เพราะเค้าต้องการสิ่งที่เรียกว่า Update เช่น Update PDF, Update Engine Anti-Virus, Update MS-OFFICE เป้งต้น






Last Update : 03/10/2551
โดยเม้ง 22/05/2549
[email protected]
1