ก่อนอื่นต้องบอกก่อนนะว่าภาพทั้งหมดนี้ถ่ายโดยใช้กล้องดิจิทัล ก็เลยมีภาพมาให็ดูนิดหน่อยเพราะส่วนใหญ่เราจะใช้กล้องธรรมดาถ่าย แล้วก็พอดีตอนนี้ปิดเทอมอยู่ ก็เลยไปสแกนรูปไม่ได้ ก็ดูแก้ขัดไปก่อนแล้วกันนะ
     ออกจากCaberra มาตอนบ่ายนิดๆ มาด้วยกัน ๔ คน คือ เรา คุณแสวง และเพื่อนจากฝรั่งเศสอีก ๒ คน (คู่นี้เขากำลังจะไปทำงานที่ USA)
ขับรถลงมาทางใต้เลาะชายฝังด้านตะวันออกเฉียงใต้ ที่พักแรมคืนแรกคือที่นี่ Merimbulaเป็น National Park ติดมหาสมุทร จากข้อมูลที่อ่านมา ที่นี่สามารถมองเห็นปลาวาฬได้จากฝั่ง (ถ้าโชคดี!)
    เห็นในภาพดูสดใส แต่ในสถานที่จริง ขอบอกว่า ร้ อ น ม า ก !!! แถมแมลงวันเยอะสุดๆๆ ที่สำคัญมันไม่ตอมอาหารหรือสิ่งเน่าเหม็นใดๆ มันตอมคน! มันจะตามคุณไปทุกที่ ประมาณว่า๒๐๐ตัวต่อ๑คน

หาดนี้ในอดีตมีเรือของพวก Aborigine มาอับปางบ่อย

ที่เห็นหันหลัง คือ Cécile (เซซิน) เพื่อนคุณแสวง
    รูปนี้มีคนหาว่าเป็นรูป XXX แต่ความจริงกำลังเล่นยูโดอยู่น่ะ ภาพต่อมาก็คือเราลงไปนอนแบะหมดท่าอยู่บนพื้น แต่ขอโทษในมือเรามีกุงเกงว่ายน้ำคุณแสวงติดมือมาด้วย เสียดาย! ช่างภาพมัวแต่ขำกลิ้งเลยไม่ภาพX ของจริงมาอวด
 
      วันที่ ๓ ขัขรถมาถึงที่ Great Ocean Road
เป็นถนนขนานกับชายฝังทางตอนใต้ ระหว่าง รัฐ Victoria กับ รัฐ South Australia ถนนคดเคี้ยวยิ่งกว่างู แต่สวยสุดๆ เมือ ๔ ปี ก่อนเคยขี่จักรยานเส้นนี้มาแล้ว
วันนี้ขับรถมาถึง Lorne เป็นเมืองท่องเที่ยวระหว่างทาง ที่นี้มีหาดยาวให้เล่นน้ำได้ คนก็เลยเยอะมาก มีcaravan park ๓-๔ แห่งแต่ก็เต็มเกือบหมด กว่าจะหาที่กางเต้นท์ได้ก็วนอยู่หลายเที่ยว

หาดนี้ไม่มีคนเพราะห้ามเล่นน้ำเนื่องจาก คลื่นแรงมาก

ดูคลื่นซิ

เจอหมูหมาระหว่งทางก็แวะถ่ายไปเรื่อยสัตว์แถวนี้โชคดีจังได้เห็นทะเลทุกวัน วัวตัวนี้สงสัยจะอาบแดดนานไปหน่อย

ช่วงนี้แกะเริ่มมีขนขึ้นบางๆ ไม่โป๊เหมือนตอยตัดขนใหม่ๆ
และก็มาถึงจุดสุดยอดของ Great Ocean Road

เริ่มด้วย Loch Ard Gorge
 
    อันนี้เรียกว่า12 Apostles(๑๒นักบุญ) แต่มากี่ครั้งก็ไม่เคยนับได้ครบ ๑๒ เลย
 
ต่อด้วย London Bridge
      เมื่อก่อนมันติดกัน แต่อยู่มาวันหนึ่งส่วนที่เชื่อมกับแผ่นดินก็พัง โชคดีไม่คนบาดเจ็บ แต่มี๒คนติดอยู่ส่วนที่เป็นเกาะใหม่ เลยต้องเอา ฮ.ไปรับกลับบ้าน

อ่า...อันนี้เรียกว่าอะไรจำไม่ได้ประมาณว่าThe Arch (ประตูโค้ง)
 
เช้าวันที่ ๖ ก็ได้ขึ้นเรือไป เกาะจิงโจ้

คนซ้ายคือเพื่อนคุณแสวงชื่อ คุณแบกทอง (Bertrand)

และนี้ก็คือโฉมหน้าของเกาะจิงโจ้
 
เห็นเส้นขาวๆตรงกลางมัย มันคือถนนสายหลักของเกาะ (มีจิงโจ้ตายข้างทางทุก ๑ กม.) ภาพทางขวาคือตรงปลายแหลมของภาพทางซ้ายงัย
ตรงนี้เขาเรียกว่า Remarkable rock ชื่อสถานที่ต่างๆบนเกาะนี้ส่วนใหญ่ เป็นภาษาฝรั่งเศส เพราะเกาะนี้ถูกค้นพบโดยชาวฝรั่งเศส ก้อนหินทางซ้ายเหมือนรูปนกอินทรีย์มัย? ก้อนนี้ผ่านวันคืนมากว่า ๕๐๐ ล้านปี กว่าจะมาเป็นรูปนี้
ส่วนรูปทางขวานี้คิดว่าเป็นลิงเผือก ที่ติดมากับเรือของชาวฝรั่งเศส (หาดูยากใก้ลสูญพันธุ์แล้ว)
    New Zealand Fur Seals มีแมวน้ำพันธุ์ขนนิวซีแลนด์ อยู่ที่เกาะนี้ประมาณ5000-6000ตัว ช่วงนี้(เดือนมกรา) เป็นช่วงที่แมวน้ำให้กำเนิด ลูกอ่อน แมวน้ำตัวผู้และตัวที่เจริญเต็มที่แล้ว พากัน อพยพกลับไปที่ นิวซีแลนด์ และจะกลับมาใหม่ช่วงฤดูหนาว ส่วนแม่แมวน้ำลูกอ่อน จะอยู่ที่นี่ตลอดปี
    ที่นี่เขาทำทางเดินลงไปดูแมวน้ำใกล้มาก แต่ก็ไม่รบกวนแมวน้ำเลย ทางเดินสวยมากด้วยแล้วจะสแกนรูปมาให้ดู
    จิงโจ้ ที่นี่ก็เยอะสุดๆ เป็นพันธุ์ Western Grey ตัวไม่ใหญ่มากสีเข้มแล้วก็ขนยาวกว่าพันธุ์อื่น
ก็อย่างที่เห็นหล่ะ มันเชื่องพอๆกับหมาเลย มีการเอาขาหน้ามาสะกิดขออาหารด้วย บางตัวก็พาลูกมาเพิ่มความคะแนน ก็ต้องใจแข็งกันสุดๆ Keep Wildlife Wild! Please do not feed the animals!!!
   ลูกจิงโจ้จะอยู่กับแม่ถึง ๓ ปี ปีแรกเนี้ย จะตัวเล็กมาก(แรกเกิดตัวเท่าเม็ดถั่วเขียวเลย) และจะอยู่แต่ในกระเป๋า พอขึ้นปีที่ ๒ ลูกจิงโจ้ก็จะเริ่มโผล่หัว ออกมาชมโลกภายนอก มีโดดออกมาหากินเองบ้าง แต่ก็ยังขี้เกียจไม่ค่อยยอมออกมาเท่าไร พอปีที่ ๓ ก็จะออกมากระโดดโลดเต้นอยู่ข้างๆแม่ แต่ก็ยังคงติดอู้ชอบโดดลงกระเป๋าแม่บ่อยๆ ช่วงนี้แม่จิงโจ้มักจะมีลูกตัวใหม่อยู่ในกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว (สงสัยแอบไปXXตอนลูกเผลอ)

ตัวนี้ Goanna

เจ้านี้คือPossum ที่ตัวเท่าแมวแต่หน้าเหมือนหนู ปกติเราจะเจอเจ้าตัวนี้บ่อยๆ ตามสวนหลังบ้าน หรือดึกๆเดินตามถนนก็มักจะเจอ แต่เจ้าตัวนี้ กล้ามาก กระโดดขึ้นกลางโต๊ะเลย แถบกระดิกนิ้วเรียกก็มา...
 
   ที่เกาะจะมีเฉพาะถนนสายหลัก เพราะฉะนั้น ถ้าจะไปชายหาดก็ต้องเดินผ่านป่า ก็มีทางให้เลือกหลายทาง ไปได้หลายหาด ตามกำลัง ทั้งยาก ทั้งง่าย บางเส้นก็เดินทางเรียบแค่๓๐นาที บางเส้นก็เป็นเนิน ๘ ช ัวโมงไปกลับ

ต้นไม้ยุคดึกดำบรรพ

เกาะนี้มีเพนวิกด้วย เดียวจะหาว่าโม้
 
    ผ่านไป ๓ คืนก็นั่งเรือกลับฝั่ง แวะพักที่ Adelaide(เมืองหลวงSouth Australia) จากนั้นก็ขับรถขึ้นมาทางเหนือเฉียงไปทางตะวันออกนิดๆ แล้วก็มาโผ่นที่ Mildura อยู่เกือบกลางทวีป อากาศแถบนี้ร้อนสุดๆๆๆๆๆ แดดแจ๋ ฟ้าใสไม่มีเมฆซักก้อน ที่นี้มีแม่น้ำใหญ่ชื่อ Murray คั่นกลางระหว่างรัฐ VIC กับ รัฐ NSW
ภาพล่าง: King Billabong ภาษา Aborigine แปลว่าราชาแห่งน้ำ เป็นคล้ายๆอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ มีนกเยอะมากเขาสร้างบ้านกลางน้ำไว้แอบดูนกด้วย (แล้วจะสแกนรูปให้ดู)
    แล้วก็มาถึงวันที่(ไม่ได้)รอคอยเลย Mungo National Park ที่นี่อยู่ห่างจาก Mildura ไปอีก เกือบ ๑๐๐ กิโล ต้องไปทัวร์ เพราะทางค่อนข้างแย่ และต้องอาศัยคนนำทาง+เล่าเรื่อง ไกด์มารับถึงเต้นท์แต่เช้า ทั้งคณะมีด้วยกัน ๗ คน หลังจากแนะนำตัวกันไป ไกด์ก็บอกว่าแต่ทำงานมา ๑๕ ปีเพิ่งมีลูกทัวร์คนไทยคนแรก ก็ไม่น่าแปลกใจหรอก มีแต่ทรายกับทรายใครไม่บ้าก็คงไม่มา!
    ทะเลทรายที่เห็นสุดลูกหูลูกตานี้ เมือประมาณ ๕๐๐๐ปีที่แล้ว (ยุคน้ำแข็ง) ที่นี้เคยเป็นทะเลสาป ขนาดใหญ่ที่อุดมไปด้วยสัตว์น้ำ มีป่าไม้สมบูรณ์ไปด้วย สัตว์บก นานา ชนิด มีชุมชน Aborigine ขนาดใหญ่อาศัยอยู่ (มีการพบโครงกระดูกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมคล้ายแรด แต่ตัวใหญ่น้องๆช้าง) ต่อมาทะเลสาปเริ่มแห้งลง แห้งลง จนไม่เหลือน้ำ ฝนก็เลิกตก ไม่มีสัตว์เหลือให้ล่า พวก Aborigine จึงอพยพไปที่ แม่น้ำMurray แทน
    หลังจากนั้น พวกคนขาวก็เข้ามา ทำฟาร์มลี้ยงแกะ ตัดต้นไม้จนเลี่ยนเตียน เพื่อก่อสร้างที่พัก ทำเชื้อเพลิงฯลฯ (ยังมีโรงตัดขนแกะเก็บไว้ให้ดู ใช้ไม้เยอะมาก) ที่นี่ก็เลยกลายเป็นทะเลทราย และทุ่งแห้งๆอย่างที่เห็น แต่เป็นทะเลทรายที่มี ก้างปลา และเปลือกหอยน้ำจืด
    ปัจจุบันที่นี่กลาย เป็น มรดกโลก ไปแล้ว
 
    เห็นทุ่งข้างหลังก้อนหินสุดลูกหูลูกตานั้นมัย นั้นหล่ะที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นทะลสาป ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยสัตว์นานาชนิด ตอนนี้เห็นแต่แพะ แต่แกะ แล้วก็จิงโจ้ผอมๆ ปะปลาย.
ดูท้องฟ้าซิ ฟ้าสุดๆไม่มีแม้แต่ขี้เมฆสักก้อน เห็นภาพแล้วคงไม่ต้องบอกนะว่า ...แม่ง! ร้อนชิบXายเลย!!!!!
 
ภาพสุดท้าย ประจานผลงานการ กางเต้นท์(ห่วยๆ)ของคุณแสวง เต้นท์หลังสุดนั้นเป็นเต้นท์caravanของครอบครัว อยู่กันเป็นอาทิตย์ มีทุกอย่างตั้งแต่ ทีวี ตู้เย็น พัดลม ฯลฯ ที่นี่เขาไม่นิยมสร้างบังกาโลหรือบ้านพัก เขาจะมีแค่ caravan park คือเป็นที่โล่งๆ แบ่งเป็นsite ให้กางเต้นท์หรือจอดตู้caravan มีห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ ขนาดใหญ่ มีที่ทำBBQ มีที่ซักผ้า อบผ้า แค่นั้น และแต่ละ siteก็จะมีที่สำหรับต่อไฟฟ้า ต่อท่อน้ำเข้าตู้caravan เพราะฉะนั้น พอหมดหน้าท่องเที่ยว ทุกอย่างก็จะกลับสู่สภาพเดิม.
Hosted by www.Geocities.ws

1