|
คุณภาพน้ำ ( Water Quality ) เนื่องจากผิวโลก
ประกอบด้วย หิน แร่ และดิน ที่ปกคลุมผิวโลก จะประกอบด้วยเกลือหลายชนิดที่ละลายน้ำได้ เมื่อน้ำฝนไหลผ่านผิวโลก
ก็จะทำให้เกลือต่าง ๆ เหล่านี้ละลายปนมาอยู่ในน้ำด้วย
น้ำจากแหล่งต่าง ๆ ในธรรมชาติ
ก่อนที่จะนำไปใช้
เพื่อการชลประทานควรจะต้องตรวจสอบถึงคุณภาพน้ำในลำน้ำนั้น ๆ เสียก่อน
ทั้งนี้เพราะว่าเมื่อน้ำฝนตกลงในต้นน้ำ
ลำธารได้ละลายเอาแร่ธาตุในเนื้อดินไหลปนมากับน้ำด้วย แร่ธาตุบางอย่างละลายปนอยู่ในน้ำนั้น จะมีทั้งที่เป็นประโยชน์ต่อพืช
และเป็นโทษต่อพืช เช่น จะทำให้ผลผลิตลดลง
หรือทำให้ดินเสื่อมคุณภาพไป
จึงนับได้ว่าเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทดสอบคุณภาพน้ำของน้ำเสียก่อนที่จะนำไปใช้ในกิจการชลประทาน
แร่ธาตุต่าง ๆ
ที่ละลายปนอยู่ในน้ำท่าตามธรรมชาตินั้น พวกที่มีเป็น จำนวนมากมีอยู่
9 ชนิด คือ Calciam , Magnesium ,
Sodium , Potassium , Cabonate , Bicarbonate , Chloride , Sulphate
และNitrate
ส่วนพวกที่อาจ มีอยู่บ้างเป็นจำนวนเพียงเล็กน้อยก็
คือ Aluminum , Boron , Fluoride , Iron , Silicon ,
Selenium และ Sulphide จำนวน
ที่จะเป็นอันตรายต่อพืช และทำลายเนื้อดินนั้นได้แก่สารจำพวกคลอไรด์
, ซัลไฟด์ และโซเดียม
น้ำทีมีสารจำพวกโซเดียมอยู่เป็นจำนวนมากนั้นทำให้ดินมีด่างมาก
ซึ่งจะเป็นพิษต่อพืช และจะทำให้เนื้อดินแน่นทึบ ระบายน้ำได้ยาก
ส่วนจำพวกแคลเซียมและแมกนีเซียมจะทำให้เป็นประโยชน์ต่อพืช คือ
ทำให้ดินร่วนซุย น้ำซึมได้ง่าย
ประกอบกับจังหวัดนราธิวาส
มีพื้นที่ราบลุ่มติดทะเล ได้อิทธิพลจากน้ำทะเลรุกล้ำพื้นที่เพาะปลูก
และพื้นที่ที่เป็นพรุ ประมาณ 261,860 ไร่
ประกอบด้วย พรุบาเจาะซึ่งอยู่ทางด้านทิศเหนือของจังหวัดมีพื้นที่
52,000 ไร่
และพรุโต๊ะแดงอยู่ทางทิศใต้ของจังหวัดมีเนื้อที่ 187,400
ไร่ ส่วนพื้นที่ที่เหลือ 22,820
ไร่ เป็นพรุขนาดเล็กซึ่งเกิดเป็นแนวแคบ ๆ
ระหว่างสันทราย อาทิเช่น พรุสะปอม ,
พรุกาบแดง และ พรุปลักปลา เป็นต้น
เนื่องจากดินในป่าพรุเนื้อดินชั้นล่างเป็นดินเลนทะเล
มีสารประกอบกำมะถัน (Pyrite)
และการสะสมของซากอินทรีย์วัตถุ เมื่อมีฝนตก
น้ำในป่าพรุมีความเปรี้ยวทำให้ดินขอบพรุเป็นดินเปรี้ยว
|