Cartrust Guide จะซื้อรถมือสอง ?

พกคู่มือแนะนำเบื้องต้นในการเลือกรถมือสองไปด้วยสิครับ

     ขอต้อนรับท่านสู่ Cartrust Guide หรือคู่มือ Cartrust ซึ่งทางทีมงานได้เตรียมให้ท่านเป็นแนวทางดูรถมือสองด้วยตัวเองอย่างง่ายๆ ใช้คู่มือนี้ช่วยคุณตัดสินใจว่ารถคันที่คุณจะซื้อนั้นคุ้มค่ามั้ยหรือจะต้องต่อรองราคาเพิ่ม เพื่อมีงบไปฟื้นฟูสภาพรถ แน่นอนว่าการซื้อรถมือสอง คุณอาจจะได้รับกับปัญหาเล็กๆ น้อยๆ แต่คุณไม่ควรจ่ายเกินราคา และถ้าพบว่าเป็นรถที่มีปัญหาหนักก็ไม่ควรซื้อเลยน่ะครับ

 

คู่มือนี้ไม่ได้ครอบคลุมทุกจุด เพราะบางจุดต้องอาศัยช่างผู้ชำนาญการและมีอุปการณ์โดยเฉพาะ เพื่อการตรวจเช็ค Cartrust แนะนำให้คุณใช้บริการ Cartrust Check เพื่อตรวจรถอย่างละเอียดโดยหัวหน้าช่างของเราอีกครั้งก่อนตัดสินใจมัดจำเงินก้อนครับ

 

Bodywork / สภาพของสีและตัวถัง
    
 ข้อแรกในการตรวจรอบนอกของรถก็คือเราไม่ควรไปช่วงเย็นๆ หรือช่วงฝนตกน่ะครับ เพราะจะทำให้ตรวจสภาพรถไม่ละเอียด สิ่งที่เราควรจะสังเกตคือ สนิม ร่องรอยการชน และร่องรอยของการไม่เอาใจใส่จากเจ้าของเดิม
     วิธีนี้เริ่มต้นจากการยืนห่างจากตัวรถประมาณ 2 เมตร และดูว่าสีของตัวรถทุกแผ่นสม่ำเสมอ ระยะห่างของทุกๆ ช่องว่างของรอยต่อระหว่างชิ้นส่วน (panel) เท่ากันหรือไม่ มีรอยละอองสีตามชิ้นส่วน พลาสติกหรือเปล่า เปิดประตูหน้า และสังเกตตามจุดยึดว่ามีร่องรอยพ่นสีหรือไม่

     ให้ตรวจทุกๆจุด เพื่อหาร่องรอยผิดสังเกตที่อาจเป็นสาเหตุให้เกิดการเป็นสนิมอย่างช้าๆ โดยดูช่วงล่าง ซุ้มล้อ ถ้าตามตัวรถมีจุดโป่งพอง แสดงว่าสนิมได้ก่อตัวภายใต้ชั้นสีแล้ว สอบถามคร่าวๆ กับผู้ขายว่ามีการชนมาหนักมากน้อยแค่ไหน เป็นเรื่องปกติถ้ารถที่มีอายุผ่านการซ่อมเครื่อง หรือซ่อมสีมาบ้าง แต่ถ้าซ่อมโดยที่อู่ไม่ได้มาตรฐาน รถคันนั้นๆ ก็จะขับไม่ดีเหมือนเดิม หรืออายุรถก็คงน้อยกว่ารถที่ถูกซ่อมอย่างเอาใจใส่ ลองดูว่าสีรถดูเก่าเกินปีรถมั้ย โดยเฉพาะบนหลังคารถ ถ้ามีรอยด่าง หรือสีไม่สด อาจจะมาจากการที่เจ้าของเดิมไม่ใช้น้ำยาล้างรถที่ดี ซึ่งทำให้เราคิดต่อได้ว่าเจ้าของเดิมจะดูแลส่วนอื่นๆ ของรถดีแค่ไหน นอกจากนั้นก็ควรเช็คว่ากุญแจรถมีครบและสามารถเปิดทุกจุดได้

Top Ten Checks 10 / จุดที่ต้องตรวจ
- เช็คตัวถังเพื่อหาร่องรอยของสนิม
- สอบถามเจ้าของรถว่ารถเคยชนจุดไหนบ้าง - เปิดกระโปรงหน้ารถและตรวจสภาพและระดับน้้ำมันต่างๆ
- ตรวจสอบสภาพของระบบรองรับช่วงล่าง
- ตรวจให้มั่นใจว่าอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆทำงานนได้ดี
- ไฟเตือนหน้าจอควรจะหายไปหลังเครื่องยนต์์สตาร์ท
- ทดสอบขับรถ และสังเกตว่าเครื่องเดินเรียยบไหม เวลาเลี้ยวมีระยะฟรีไหม เกียร์และคลัทซ์มีปัญหาผิดสังเกตรึเปล่า
- เวลาเบรกรถควรจะหยุดรวดเร็วและไม่สั่นหรรือกินซ้าย ขวา
- ปลายท่อไอเสียมีควันมั้ย
- ตรวจเอกสารทุกตัวก่อนมัดจำเงินก้อน


Engine Bay / ภายในห้องเครื่องยนต์
     
คุณควรตรวจห้องเครื่องก่อนที่เจ้าของเดิมจะทำความสะอาด ถ้าเจ้าของเดิมสตาร์ทเครื่องก่อนคุณจะไปถึง ก็มีความเป็นไปได้ว่าเค้ากำลังไม่อยากให้คุณรู้บางปัญหา
เราเริ่มสังเกตตัวถังรอบๆเครื่องยนต์กันน่ะครับ ถ้าดูใหม่เกินไปก็มีความเป็นไปได้ว่า รถไปชนมาทำให้ต้องพ่นตัวถังใหม่
     ลองดูตามรอยเชื่อมต่างๆ ด้วยน่ะครับและพยายามดูว่าหัวน๊อตที่ยึดอุปกรณ์ต่างๆยังสภาพดี ต่อมาเรามาดูไฟหน้าและไฟเลี้ยวกัน ถ้าด้านใดด้านหนึ่ง ดูใหม่กว่าก็แปลได้ว่ารถไปชนมาแล้ว ต้องเปลี่ยนตัวโคมครับ
ต่อไปเรามาเปิดฝาน้ำมันเครื่องกันครับ เช็คฝาปิดช่องเติมน้ำมันเครื่องในเครื่องยนต์เบนซิน สิ่งที่เราจะต้องสังเกตก็คือใต้ฝามีคราบน้ำมันหรือไม่ ถ้ามีแปลว่าประเก็นฝาสูบมีปัญหา ฉะนั้นควรจะมองหาคันใหม่ดีกว่าครับ      คุณควรจะเช็คว่าน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ น้ำมันเบรก น้ำมันพาวเวอร์ รวมถึงระดับของน้ำหม้อน้ำ ถังหม้อพักน้ำ น้ำยาฉีดล้างกระจก อยู่ในระดับที่เหมาะสมหรือไม่ ถ้าน้ำมันเหล่านี้อยู่ในช่วง MIN (ต่ำ) แปลว่าเจ้าของเดิมไม่ได้ใส่ใจ นอกจากนั้นน้ำมันเครื่องเบนซินควรจะมีสีออกทองใสๆหรือน้ำตาล ถ้าสีดำแปลว่าเลยระยะเปลี่ยนถ่ายไป ถ้าน้ำมันเครื่องดีเซลสีดำเป็นปกติครับ และควรดูระดับน้ำยารักษาหม้อน้ำ coolant ด้วยถ้าอยู่ในระดับต่ำแปลว่า ท่ออาจจะซึม

 

 

Glass / กระจกต่างๆ
เดินรอบตัวรถและสังเกตรอยแตกของกระจก ถ้าเป็นรอยเล็กคุณสามารถนำไปซ่อมได้ แต่ถ้าแตกมาก ค่าใช้จ่ายก็จะมากตาม

Boot / ฝากระโปรงหน้าและหลัง
ตรวจดูว่าอุปกรณ์ยกรถและประแจต่างๆ อยู่ครบ นอกจากนั้นให้ดูว่าไม่มีคราบสนิมด้วยครับ สำหรับรถยุโรปบางรุ่น ฝากระโปรงจะใช้โช๊คแบบไฮโดรลิค ถ้าเสื่อมสภาพต่อข้างอาจสูงถึง 3,500 บาทครับ

Suspension / ระบบรองรับน้ำหนัก
     
ให้สังเกตว่า shock absorbers หรือ โช๊คอัพมีคราบน้ำมันไหม ถ้าเสื่อมสภาพแล้วต้องเปลี่ยนบางรุ่นเช่น Benz S-Class อาจจะสูงถึง 50,000 บาทหรือมากกว่า ช่วงทดลองขับก็อย่าลืมลองทั้งทางเรียบและทางขรุขระน่ะครับ และลองฟังสังเกตว่ามีเสียงดังผิดปกติเกิดขึ้นบ้างรึเปล่า ถ้ารถที่คุณสนใจมีระบบ air suspension ให้จอดรถแล้วดับเครื่องและออกมาสังเกตว่ารถเอียงไปข้างหนึ่งหรือไม่

Wheel and Tires / ล้อและยาง
     
ให้ตรวจดูว่าล้อกระทะหรือแม็กซ์ทั้งสี่ ลายเดียวกันหรือไม่ มีรอยเสียหายมากน้อยแค่ไหน ถ้าไม่มากก็ซ่อมได้ไม่เกินล้อละ 800 บาท ต่อมาก็มาดูยางกันครับ ตามปกติแล้วยางรถอยู่ได้นานกว่า 2 ปี 50,000 กิโลที่ร้านยางบอกคุณน่ะครับ เพียงแต่เราต้องดูให้แน่ใจว่ายังมีดอกยางเหลืออยู่พอสมควร แต่ถ้าทดลองขับแล้วรู้สึกยางแข็งเกินไปก็อย่าลืมตั้งงบไว้แล้วกันน่ะครับ

Interiors / ภายในห้องโดยสาร
      สิ่งแรกที่ต้องระวังคือกลิ่นครับ ถ้าเจ้าของเดิมสูบบุหรี่หรือเลี้ยงสัตว์ และทำให้ภายในรถมีกลิ่นไม่ค่อยดี ราคาก็จะตกลงมา เพราะกลิ่นจำพวกนี้แก้ให้หาย 100% ยากครับ อีกกลิ่นหนึ่งที่จะต้องระวังก็คือกลิ่นชื้น เพราะแปลว่ารถคันดังกล่าวมีน้ำรั่วเข้ามาเป็นประจำครับ คุณควรจะตรวจสอบพรมทุกผืนว่ามีจุดใดชื้นหรือไม่ ซึ่งอาจจะมาจากจุดรั่วตามขอบประตู หรือขอบยางกระจกหน้าเสื่อมก็เป็นสาเหตุของน้ำรั่วเช่นเดียวกันครับ ต่อมาก็คือสภาพของภายในรถโดยรวม ถ้ารถวิ่งมาเกิน 100,000 กิโล หรือ 4 ปี การมีรอยขูดขีดตามชิ้นส่วนพลาสติกหรือรอยที่เบาะบ้างเป็นเรื่องปกติครับ แต่ถ้าสภาพเก่ามากก็มีความเป็นได้สูงว่ารถอาจจะถูกปรับเลขกิโลมา

     สุดท้ายเราก็มาตรวจอุปกรณ์ภายในรถต่อเลยครับ แน่นอนว่าอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกตัว เช่น ไฟส่องทาง กระจกไฟฟ้า ระบบเซ็นทรัลล็อค ที่ปัดน้ำฝน ที่ฉีดน้ำ เครื่องเสียง ที่ปรับเบาะและกระจกข้างปรับไฟฟ้าต้องทำงานได้ ไม่ฉะนั้นคุณก็ต้องเตรียมงบเอาไว้ซ่อม เช่น มอเตอร์ฉีดน้ำอาจจะราคา 5,000 บาท รางกระจก 10,000 บาท กระจกปรับไฟฟ้า 8,000 บาท (ในบางรุ่น บางยี่ห้อ) ซึ่งเมื่อรวมค่าอะไหล่และค่าแรงอาจจะสูงหลายหมื่นบาทครับ

Air conditioning system / ระบบแอร์
     เช็คว่าแอร์สามารถปรับได้ทุกความแรง และใช้เวลาไม่นานที่จะให้ความเย็นในห้องโดยสาร ถ้าทำไม่ได้อาจจะต้องดูระดับน้ำยาแอร์ว่าน้อยไปหรือไม่ ถ้าเป็นรถอายุเกิน 5 ปี อาจมีปัญหาที่อะไหล่ด้วยครับ

Test Drive / ทดลองขับ
     การตรวจสอบรถมือสองจะไม่สมบูรณ์ ถ้าคุณยังไม่ได้ทดลองขับก่อน เรามาดูกันว่าจะต้องสังเกตจุดไหนบ้างน่ะครับ

ตอนคุณสตาร์ทเครื่องยนต์ ให้ดูว่าไฟเตือนต่างๆ ดับไป (ทุกตำแหน่ง) ถ้าไม่ดับอาจจะมีปัญหากับตัวเซ็นเซอร์หรืออะไหล่ที่เกี่ยวข้อง
     ถ้าคุณจะซื้อเครื่องเบนซิน ให้สังเกตว่ามีควันออกจากท่อไอเสียหรือไม่ ถ้ามีเล็กน้อยช่วงสตาร์ทรถตอนเช้าก็ไม่เป็นไรเพราะเกิดจากความชื้นสัมพัทธ์ แต่ถ้าควันออกมาเยอะ และมีกลิ่นน้ำมัน คุณควรจะหารถคันใหม่ครับ เครื่องที่สมบูรณ์ไม่ควรมีควันเมื่อเครื่องถึงอุณหภูมิการทำงานแล้ว นอกจากนั้นให้ฟังเสียงเครื่องยนต์ และดูว่ารอบเบานิ่งอยู่ในช่วง 750-800 RPM (รอบต่อนาที)
     ถ้าคุณจะซื้อดีเซล อย่าตกใจถ้ามีควันดำ นอกจากควันออกมาเยอะและตลอดเวลา นอกจากเครื่องยนต์ดีเซลรุ่นใหม่ราคาสูงที่มีอุปกรณ์เก็บและกรอง particulates เครื่องดีเซลจะมีควันออกมาบ้างช่วงสตาร์ทและเร่งเครื่อง นอกจากนั้นเครื่องดีเซลจะเสียงดังกว่าเครื่องเบนซินเป็นปกติ นอกจากควันแล้วก็ให้ดูว่าเครื่องเดินเรียบด้วยน่ะครับ

     ต่อจากเครื่องเราก็จะมาดูระบบท่อไอเสียกันครับ ให้ฟังเสียงช่วงที่คุณทดลองขับ อย่าลืมปิดวิทยุช่วงนี้น่ะครับ ถ้ามีเสียงดังหรือเสียงแตก ให้จอดและสังเกตจุดรั่วตามท่อครับ สังเกตง่ายๆ ว่ามีคราบสีดำซึ่งสามารถซ่อมได้ง่ายตามร้านท่อไอเสียหลังจากที่คุณตัดสินใจซื้อแล้ว      ในช่วงทดลองขับ เราควรทดสอบระบบเกียร์ง่ายๆโดยเปลี่ยนทุกๆเกียร์ ถ้ามีเสียงแปลกๆ หรือเกียร์เปลี่ยนช้า ก็คงถึงระยะการซ่อมหนัก ที่ช่างเรียกกันว่า overhaul แล้วครับ
ถ้าระหว่างการทดลองขับรถ มีอาการดังนี้ (1) เวลาเหยียบแป้นคลัทซ์รู้สึกว่าหนักกว่าปกติ (2) รอบเครื่องขึ้นสูง แต่รถไม่วิ่ง (3) เหยียบคลัทซ์เข้าเกียร์ 1 แล้วกระตุก อาการอันหนึ่งอันใดที่เกิด ก็มีโอกาสว่าคลัทซ์อาจจะหมดอายุการใช้งานแล้วครับ

ระบบพวงมาลัยของรถแต่ละคันอาจจะมีความรู้สึกที่แตกต่างกันบ้าง โดยเฉพาะความรู้สึกเบาหรือหนัก แต่ก็ควรมีระยะฟรี (ความรู้สึกว่าหลวมหรือเลี้ยวแล้ว แต่ล้อไม่เลี้ยวตามอย่างรวดเร็ว) ในช่วงขับทางตรงรถก็ไม่ควรจะกินซ้ายหรือขวา และช่วงเลี้ยวถ้ามีเสียงหอนแปลว่าพวงมาลัยพาวเวอร์อาจจะมีปัญหาครับ

     ระบบเบรกก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่สำคัญครับ เมื่อเราเบรก มีอาการรถเอียงไปด้านใดด้านหนึ่งหรือไม่ ถ้ามี อาจจะเป็นปัญหาเบรกหรือ ผ่านการชนหนักมาครับ ถ้ามีอาการสั่นก็แปลได้ว่าจานเบรคไม่เรียบ ต้องนำไปเจียรจานใหม่ ถ้าไม่สามารถหยุดรถได้รวดเร็วก็หมายความว่าอุปกรณ์ในระบบเบรคเสื่อมสภาพครับ

Paperwork / เอกสารต่างๆ
     
สุดท้ายก็อย่าลืมตรวจเอกสารก่อนมัดจำเงินก้อนนะครับ ว่ารถจดปีไหน รถผลิตปีไหน มีเจ้าของมากี่คน เป็นรถบ้านหรือรถบริษัท สีรถตรงกับที่เราเห็นหรือไม่ เข้าเช็คศูนย์ทุกครั้งหรือเปล่า เป็นต้น

 
 

Before you buy / ก่อนที่คุณจะตัดสินใจซื้อรถ
     
เมื่อคุณได้ตรวจรถตามที่คู่มือนี้แนะนำคุณก็คงจะพร้อมแล้วที่จะจ่ายค่ามัดจำและมองหาที่จัดไฟแนนซ์ที่ให้ยอดจัดที่สูง หรือดอกเบี้ยต่ำ และผ่อนได้ยาว

     Cartrust เป็นบริษัทที่มีบริการ one stop service (oss) ที่จะมาช่วงคนที่จะซื้อรถมือสอง เรามีบริการ Cartrust Check ที่จะช่วยคุณตรวจสอบสภาพรถ และทำรายงานอย่างเป็นกลางโดยช่างที่มีประสบการณ์จากศูนย์ใหญ่ด้วยอุปกรณ์นำเข้าที่ทันสมัยที่จะช่วยคุณลดความเสี่ยงเช่น ไฟเตือนที่ไม่หายแปลว่าเซนเซอร์ หรืออะไหล่ที่เสีย ราคาเปลี่ยนเท่าไหร่ หรือรถถูกชนหนักและคว่ำมาก่อน เป็นต้น
 

นอกจากนั้น Cartrust ยังมีบริการ Cartrust Easy ที่จะช่วยคุณหาแหล่งไฟแนนซ์ที่เหมาะกับคุณที่สุด เช่น คุณต้องการผ่อนยาว หรือดอกเบี้ยต่ำหรือยอดจัดสูงจะได้ใช้เงินสดน้อย เป็นต้น เรายังมีเจ้าหน้าที่ประกันภัยที่หาสินค้าที่คุ้มค่าที่สุดให้คุณได้เช่น พรบ.เพียง 500 บาทเท่านั้น หรือประกันภัยชั้น 1 ซ่อมห้างพร้อม พรบ. จากสถาบันชั้นนำสำหรับ Toyota Fortuner ปี 2006 ที่ 16,000 บาท เป็นต้น ถ้าคุณต้องการความคุ้มครองแบบ 3 + เรามีโปรโมชั่นพร้อม พรบ. ที่ 6,500 บาทเท่านั้นครับ

Want to sell? / ต้องการขายรถ
     
สำหรับผู้ที่ต้องการจะขายรถแต่ไม่ร้อนเงินและอยากได้ราคาที่สูง ก็ลองมา post รูปรถ และราคาที่ต้องการขายได้ที่ www.cartrust.net นะครับ เพราะรถคุณจะเป็นตัวเลือกให้กับผู้ที่สนใจรถบ้านคุณภาพดี ทางเราไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้นครับ ขอเพียงเป็นรถบ้านจริงๆ โดยชื่อในทะเบียนรถและคุณเป็นคนเดียวกัน

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อเราได้ที่ 02-440-0680-1 ทุกวัน หรือ www.cartrust.net ขอบคุณครับ

 

 

 

Hosted by www.Geocities.ws

1