คุณรู้เรื่องผม

คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้ไม่ค่อยสนใจเรื่องเส้นผม จนกระทั่งมีภาวะผมร่วงเกิดขึ้นมาก คือเวลาสระผมมองเห็นผมร่วงเป็นกระจุกอยู่ที่ช่องระบายน้ำแล้วตกอกตกใจ พอหยิบขึ้นมานับดูก็ยิ่งตกใจ เมื่อพบว่าผมมันร่วงตั้ง 50 เส้น บางคนอาจจะร้อง "อื้อ ฮือ มากเหลือเกิน" แต่ที่จริงผมร่วงแค่ 50 เส้นต่อวันมันไม่มาก แต่เนื่องจากไม่รู้จึงตกใจ ที่จริงแล้วผมเส้นเล็กๆ ที่อยู่บนหัวของเรานี้มีรายละเอียดที่น่าสนใจมากมาย แต่คนไม่รู้จึงมองไม่เห็นเหมือนเส้นผมมันบังภูเขาเอาไว้
เส้นผมเส้นเล็กๆ ที่เราเห็นเรียบง่ายธรรมดาๆ ที่จริงแล้วมันน่าทึ่ง เส้นผมเป็นส่วนหนึ่งคล้ายแขนขาของผิวหนัง ผมงอกมาจากเซลล์แรกเริ่มที่เรียกว่า เดอร์มัล แปปิลลา (Dermal Papilla) ซึ่งจะเจริญพัฒนาไปเป็นเซลล์ต่อมผม (hair follicle) และแบ่งตัวสร้างเส้นผม สีผม ความหยิกของผม ฯลฯ หนังศีรษะของคนเรามีต่อมผมประมาณ 80,000 ถึง 1,200,000 ต่อม พันธุกรรมเป็นตัวกำหนดจำนวน ชนิด และสีของเส้นผม หน้าที่หลักของเส้นผมคือป้องกันผิวหนัง หรือศีรษะไม่ให้เสียความร้อนมากเกินไป ส่วนความสวยงาม
ไม่ใช่หน้าที่หลัก (แต่ในสายตาของคนหลายคน ความสวยงามคงเป็นหน้าที่หลักมิฉะนั้นอุตสาหกรรมเสริมความงามของเส้นผมคงจะไม่ทำเงินมากมายหลายพันล้านบาทต่อปี) ปกติหนังศีรษะของคนเรามีเลือดมาเลี้ยงมากและทำหน้าที่ควบคุมการกระจายความร้อนของร่างกาย


ผมแต่ละเส้นงอกจากเดอร์มัล แปปิลลา ไปเป็นเซลล์ที่เรียกว่าแมทริกซ์ (Matrix) ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อที่ผลิตเซลล์ผม เมื่อเซลล์นี้แบ่งตัวมากขึ้นมันจะดันเซลล์นี้ขึ้นไปข้างบนจนอยู่เหนือผิวหนัง เซลล์ผมที่ถูกผลักขึ้นมาเรื่อยๆ จะค่อยๆ ตาย ขณะเดียวกันมันก็ผลิตสารเคอราติน (Keratin) พอกพูนขึ้น สารเคอราตินนี้จะเรียงตัวเป็นเส้นขนานกัน แต่ละเส้นของเคอราตินจะถูกยึดติดกันด้วยพลังไดซัลไฟด์บอนด์ (disulfide bond) เมื่อสารเคอราตินถูกผลักให้สูงขึ้นๆ จะมีการเรียงตัวแบ่งออกเป็น 3 ชั้นชัดเจนขึ้น ชั้นแกนกลางเรียกว่า เมดดุลา (medulla) ชั้นถัดออกไปเรียกว่า คอร์เท็กซ์ (cortex) ส่วนชั้นผิวนอกสุดเรียกว่า คิวติเคิล (cuticle)

ชั้นเมดดุลามีเซลล์รูปร่างกลม ระหว่างเซลล์มีช่องอากาศแทรกอยู่ ทำให้แลดูคล้ายฟองน้ำ ส่วนชั้นคอร์เท็กซ์มีเซลล์รูปร่างกระสวยซึ่งเป็นเซลล์ตายที่เต็มไปด้วยเคอราติน ชั้นคอร์เท็กซ์นี้เป็นชั้นที่แสดงคุณลักษณะของผม ไม่ว่าจะเป็นความอ่อนนุ่ม สีสันและความอวบอ้วนหรือความผอมของผม ส่วนชั้นคิวติเคิล ที่อยู่นอกสุดเป็นชั้นที่ประกอบด้วยเซลล์ตายทับซ้อนกัน 7 ชั้น แต่ละเซลล์เต็มไปด้วยเคอราตินใสๆ ส่วนคิวติเคิลนี้มีลักษณะคล้ายเกล็ดปลาผายออก (ซึ่งช่วยทำให้การดึงผมหลุดออกมาได้ยาก) เส้นผมส่วนที่โผล่พ้นผิวหนังขึ้นมามีแต่เซลล์ตายที่เต็มไปด้วยเคอราติน

วัฎจักรชีวิตของเส้นผม

เส้นขนในแต่ละส่วนของร่างกายคนเราไม่เหมือนกัน คนเรามีขนหลายชนิด ภาษาไทยเรียกขนบนหัวว่า ผม แต่ขนที่อื่นเรียกว่า ขน ส่วนภาษาอังกฤษเรียกว่า Hair หมดทุกที่ ขนที่มีเส้นหนาและทำให้แลดูดีบนศีรษะเรียกว่า ขนเทอร์มินัล (Terminal Hair) ขนชนิดนี้นอกจากพบที่หัวแล้วอาจจะพบได้ที่หัวหน่าว รักแร้ หน้าอก เป็นผมชนิดที่จะมีปัญหาเมื่อขาดไปทำให้เกิดภาวะผมบาง หรือหัวล้าน ส่วนผมอีกชนิดหนึ่งเรียกว่า ขนเวลลัส (Vellus Hair) เป็นขนอ่อนที่มักพบตามหน้า ตามลำตัว และแขนขาของเด็กและผู้หญิง ขนอีกชนิหนึ่งเรียกว่า ขาลานูโก (Lanugo Hair) เป็นขนอุยที่พบตามตัวทารก มักไม่มีสี แม้ว่าขนอุยนี้จะไม่มีประโยชน์อะไรมากนัก แต่เป็นต้นตอที่จะเจริญพัฒนาไปเป็นขนเทอร์มินัลหรือขนเวลลัสได้ ยารักษาศีรษะล้านบางชนิดที่ใช้ทาเฉพาะที่อย่างเก่งก็จะทำให้ขนลานูโกงอกขึ้นอ้วนพีขึ้น ไม่ได้ทำให้ภาวะศีรษะล้านหายไป

สัตว์ส่วนใหญ่มีขนเป็นขนเทอร์มินัลที่เริ่มงอกพร้อมกันแล้วงอกไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงฤดูกาลที่อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงไปทำให้ผมร่วงพร้อมกัน เช่นที่เห็นได้ชัดคือประเทศที่อยู่ในเขตหนาวอย่างเมืองฝรั่ง พอถึงฤดูใบไม้ร่วงม้าที่นั่นจะสลัดขนออก แล้วงอกขนใหม่ที่ยาวกว่าพร้อมกันทั่วตัว พอถึงฤดูใบไม้ผลิวัฏจักรของผมก็จะเปลี่ยนไปในทางตรงข้าม ส่วนในคนเราแตกต่างออกไป ผมบนศีรษะแต่ละเส้นมีวัฏจักรของมันเองไม่ขึ้นต่อกัน เขาเรียกแบบแผนของวัฏจักรในคนนี้ว่า การร่วงแบบโมเสค (Mosaic Pattern of Shedding)

วัฏจักรของชีวิตเส้นผมมีขั้นตอนที่มีชื่อเรียกต่างๆ กันไปคือ

ระยะอะนาเจน (Anagen Phase) เป็นระยะเวลางอกงามของขนซึ่งมีระยะเวลายาวนานประมาณ 3 ปี หรืออาจถึง 7 ปี (เช่นในเด็ก) เมื่อคนเราอายุมากขึ้นระยะอะนาเจนนี้จะสั้นลงๆ ในระยะนี้ผมของคนเราจะงอกเร็วประมาณ 1 ซ.ม.ต่อเดือน คนที่ไม่ตัดผมเลยตลอดชีวิต ก็จะมีผมยาวได้อย่างมากก็ 36 ซ.ม. (ในคนแก่) ถึง 84 ซ.ม. (ในสาวๆ)

เมื่อสิ้นสุด ระยะอะนาเจน ก็เข้าสู่ ระยะคะทาเจน (Catagen Phase) หรือระยะหยุดงอก ในระยะนี้ส่วนของเนื้อเยื่อ เดอร์มัล แปปิลลา จะแยกออกจากแมทริกซ์ ทำให้เส้นผมขาดอาหารมาเลี้ยง ณ ระยะนี้ต่อมผมจะหดเล็กลง แล้วจะหยุดทำงานนานประมาณ 1 สัปดาห์กว่าๆ หลังจากนั้นก็จะเข้าสู่ระยะเทโลเจน (Telogen Phase หรือระยะพักซึ่งกินเวลาประมาณ 3 เดือน ในระยะนี้ผมจะหลุดร่วงออกไป ปกติแล้วประมาณร้อยละ 10 ของต่อมผมทั้งหมด (มีประมาณ 100,000 ต่อม) จะอยู่ในระยะนี้ในทุกขณะของชีวิตของคนเรา ผมของคนเราจึงร่วงไม่พร้อมกัน ไม่เหมือนของม้า คนเราจึงไม่มีภาวะศีรษะล้านเป็นฤดูกาลเหมือนม้า เนื่องจากผมของคนเราผลัดกันร่วง ผลัดกันงอกใหม่นั่นเอง

การที่ผมของเราจะร่วงบางล้านเลี่ยนอย่างถาวรนั้น ขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัย คือ อายุ พันธุกรรม และฮอร์โมนเพศชาย ซึ่งมีรายละเอียดที่น่าสนใจอีกมาก

กลับสู่หน้าหลัก

 

Hosted by www.Geocities.ws

1