การปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน
( Hydroponics)

ภาพการปลูกแบบไฮโดรโปนิคส์ ( Hydroponics
) หรือปลูกโดยใช้สารละลายธาตุอาหารจากสวัสดีการ์เด้น
คราวนี้ผมจะกล่าวในรายละเอียดเรื่องการปลูกพืชไม่ใช้ดิน ( Hydroponics
) แบบค่อนข้างละเอียด เอาแบบว่าอ่านแล้วสามารถไปปลูกไปทำเองที่บ้านได้
ถ้าชอบจะทำเป็นอาชีพปลูกผักขายก็ได้ ไม่ได้โม้ครับทำได้จริงๆ แต่ขอออกตัวก่อนครับว่าเนื้อเรื่องอาจจะละเอียดหน่อย
จะได้เอาไว้ให้ค้นหาเวลามีเครื่องหมายคำถามขึ้นมาในความคิด ถ้ายังไม่มีคำตอบอยู่ดีก็สามารถถามเข้ามาได้ทั้งในจดหมายและใน
webboard ครับ
ไฮโดรโปนิคส์คือ การปลูกพืชในน้ำผสมสารละลายธาตุอาหาร
หรือการปลูกพืชไม่ใช้ดิน ( Soiless Culture ) โดยผสมธาตุอาหารที่พืชต้องการ
เติมอากาศในสัดส่วนที่เหมาะสม ปรับความเป็น กรด - ด่าง ของสารละลายภายในให้เหมาะสมกับความต้องการของพืช
( ค่า pH อยู่ในช่วง 6 - 6.5 )
หลักการของไฮโดรโปนิกส์คือ การปรับสภาพแวดล้อมของรากพืชให้เหมาะสมกับความต้องการและเหมาะกับสรีระของพืชดังต่อไปนี้ครับ
1 ผสมธาตุอาหารที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตของพืช 16 ชนิด
ในสัดส่วนที่เหมาะสมกับความต้องการของพืชแต่ละชนิด แร่ธาตุต่างๆที่พืชต้องการมีดังนี้ครับ
| 1 |
คาร์บอน |
9 |
ซัลเฟอร์ |
| 2 |
ไฮโโดรเจน |
10 |
เหล็ก |
| 3 |
ออกซิเจน |
11 |
แมงกานีส |
| 4 |
ไนโตรเจน |
12 |
โบรอน |
| 5 |
ฟอสฟอรัส |
13 |
สังกะสี |
| 6 |
โปแตสเซียม |
14 |
ทองแดง |
| 7 |
แคลเซียม |
15 |
โมลิบตินัม |
| 8 |
แมกนีเซียม |
16 |
คลอรีน |
2 เติมอากาศลงในสารละลายธาตุอาหารในสัดสวนที่เหมาะสม
3 ปรับค่าความเป็นกรด - ด่าง ของสารละลายให้เหมาะสมกับความต้องการและสรีระของพืช
( ค่า pH ประมาณ 6-6.5 )
4 ปรับอุณหภูมิของสารละลายธาตุอาหารให้ต่ำ
5 ป้องกันรากพืชไม่ให้กระทบแสงสว่างโดยตรง
ระบบของไฮโดรโปนิกส์
เราแบ่งออกเป็น 2 ระบบใหญ่ๆ คือ
1 การปลูกแบบไม่นำสารละลายธาตุอาหารหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ ( Non Recirculate )
1.1 การรดสารละลายธาตุอาหารด้วยมือ
1.2 การให้สารละลายธาตุอาหารไปพร้อมกับการให้ระบบน้ำหยด
( Fertigation )
การปลูกไม่หมุนเวียน เราใช้วัสดุปลูก
เช่น หินภูเขาไฟหรือเม็ดดินเผา ใส่ในกระถางพลาสติกหรือกระบะปลูก
ปลูกพืชในวัสดุเพาะ แล้วให้น้ำที่มีส่วนผสมของสารอาหารพืชที่โคนต้นเพื่อปล่อยน้ำหยด
( Drip Irrigation ) ตลอดเวลา หรือปล่อยน้ำเป็นช่วงๆโดยการตั้งเวลาก็ได้
ระบบนี้มีข้อดีคือ ถ้ามีโรคระบาดที่ระบบรากพืชก็จะไม่แพร่กระจายไปต้นอื่นครับ
2 การปลูกแบบนำสารละลายธาตุอาหารหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ ( Recirculate )
2.1 การปลูกแบบรากลอย ( Deep Flow Technic ) เป็นการปลูกบนโฟมและมีรากพืชลอยอยู่ในสารละลาย
มีการเติมอากาศ หรือหมุนเวียนสารละลายกลับมาใช้

ผังแสดงส่วนต่างๆของการปลูกแบบรากลอย
สามารถนำไปสร้างได้เลย

ภาพแสดงกระบะที่เพิ่งสร้างเสร็จ
2.2
การปลูกแบบท่วมระบาย ( Flood And Drain Technic ) เป็นการปลูกแบบใช้วัสดุปลูกโดยปล่อยสารละลายท่วมวัสดุปลูกและระบายออกโดยการตั้งเวลาเป็นช่วงๆให้สารละลายหมุนเวียนวันละ
3 - 7 ครั้ง
2.3 การปลูกแบบรากลอยในอากาศ ( Airoponics ) เป็นการใช้สารละลายฉีดพ่นใส่รากพืช
2.4 การปลูกแบบ NFT ( Nutrient Film Technics ) เป็นการปลูกโดยใช้สารละลายวิ่งเป็นฟิลม์บางๆไหลผ่านราก
 |
 |
| เราจะเห็นท่อส่งน้ำสารละลายธาตุอาหารที่มาจากปั้ม |
เมื่อดึงขี้นมาจะเห็นรากอย่างชัดเจน |
วัสดุที่ใช้ปลูก ( Glowing Media )
เราใช้วัสดุปลูกที่เป็นกลางแล้วให้สารละลายอาหารที่เหมาะสม วัสดุที่ใช้ปลูกได้แก
่ เปอร์ไลท์ (Perlite) เวอร์มิคูไลท์ (Vermiculite)
ใยหิน (Rock Wool) เม็ดดินเผา (Exfanded Clay) หิน
กรวด ทราบล้าง ขุยมะพร้าว ขี้เถ้า แกลบ
 |
 |
| เปอร์ไลท์ |
ไฮโดรตรอน |
ระบบที่น่าสนใจ มีอยู่ 2 ระบบ คือ
1 ระบบการปลูกแบบรากลอย ( Deep Flow )
เป็นระบบที่เราทำที่โรงเรียนลาดปลาเค้าพิทยาคม เริ่มด้วยการสร้างกระบะกว้างยาวตามความเหมาะสมกับสถานที่ที่จะจัดวาง
ให้น้ำขังสูงจากพื้นกระบะไม่น้อยกว่า 4 เซนติเมตร มีทางส่งน้ำเข้าและออกจากกระบะอยู่ในทิศทางตรงข้ามกันเพื่อให้น้ำหมุนเวียนในกระบะได้
ตัวกระบะใช้วัสดุทึบแสงที่ป้องกันความร้อนบุด้านนอกกระบะ ติดตั้งปั้มน้ำขนาดที่เหมาะสมกับขนาดกระบะเพื่อดูดน้ำจากถังใส่สารละลายธาตุอาหารไปส่งลงกระบะ
นำวัสดุทึบแสงที่สามารถป้องกันความร้อนได้เช่น โฟม เจาะรูให้มีเส้นผ่าศูนย์กลาง
1 นิ้ว เพื่อปลูกพีชในรูนี้ เว้นระยะระหว่างรูตามความเหมาะสมของพืชแต่ละชนิด
เช่น คื่นช่าย ระยะระหว่างรูประมาณ 10 เซนติเมตร ผักกาดขาว ระยะระหว่างรูประมาณ
20 เซนติเมตร
เพาะเมล็ดในฟองน้ำที่ตัดเป็นชิ้นขนาด 1 นิ้ว คูณ 1 นิ้ว ตรงกลางกรีดเป็นร่องเพื่อใส่เมล็ด
รดน้ำเช้า เย็น พออายุได้ 1 สัปดาห์ เริ่มรดน้ำผสมสารละลายธาตุอาหาร
( ค่า C.F. 15 ) เมื่อต้นกล้าอายุครบ 2 สัปดาห์ก็ย้ายลงกระบะปลูกโดยใส่ต้นกล้าลงแผ่นโฟมที่เจาะรู
ปรับความเข้มข้นละความเป็นกรด - ด่างของสารละลายทุกวัน ( ค่า pH
= 6.4 ค่า C.F.=30 )
2 ระบบ NFT ( Nutrient Film Technics )
เป็นการปลูกพืชในรางขนาดกว้าง 10 เซนติเมตร สูง 5 เซนติเมตร ความยาวไม่เกิน
18 เมตร รางมีคุณสมบัติป้องกันความร้อนจากภายนอกไม่ให้ถึงสารละลายธาตุอาหารและรากพืช
รางต้องมีความลาดเอียงพอสมควร เจาะรูสำหรับใส่ถ้วยปลูก ปล่อยสารละลายธาตุอาหารให้ไหลไปตามรางและไหลกลับไปที่ถังสารละลายธาตุอาหารโดยอาศัยปั้มเป็นตัวดูดให้วนไหลกลับมาตลอดเวลา
นำเมล็ดมาเพาะลงในถ้วยเพาะซึ่งมีลักษณะคล้ายถ้วยใส่เยลลี่ เจาะรูที่ก้นถ้วย
ใช้วัสดุที่เป็นเปอร์ดไลท์หรือไฮโดรตรอน รดน้ำสม่ำเสมอ เมื่อต้นกล้าอายุ
2 สัปดาห์จึงย้ายลงโต๊ะปลูก ปรับความเข้มข้นและความเป็นกรด - ด่างของสารละลายธาตุอาหาร
เช้า กลางวัน เย็น สำหรับแฟนซีสลัดภายใน 2 สัปดาห์แรกรดน้ำผสมสารละลายธาตุอาหาร
ปรับค่า EC = 4 หรือ สารละลายธาตุอาหาร 2 ซีซีต่อน้ำ 1 ลิตร เมื่อลงโต๊ะปลูกปรับค่า
EC เป็น 8 หรือ 4 ซีซีต่อน้ำ 1 ลิตร ( จะกล่าวถึงค่าpH และค่า
EC ในหน้าถัดไป )
รางที่ใช้ปลูกอาจดัดแปลงใช้กระเบื้องลอนคู่และใช้แผ่นพลาสติกลูกฟูกปิดด้านบน
เจาะรูสำหรับใส่ถ้วยปลูกเป็นระยะๆห่างตามความเหมาะสม
อุปกรณ์ที่จำเป็น
1
EC มิเตอร์ วัดค่าความเข้มข้นของสารอาหาร
2 pH มิเตอร์ วัดค่าความเป็นกรด - ด่างของสารละลาย
3 สารอาหาร
4 ปั้มน้ำหรือปั้มอากาศที่ใช้กับตู้ปลา
|