
เอเปคเป็นกรอบความร่วมมือระหว่างเศรษฐกิจต่างๆ (economies) ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกที่สถาปนาขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2532 (ค.ศ. 1989) เพื่อตอบสนองต่อภาวะการพึ่งพาทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาค1 เอเปคเริ่มต้นจากการประชุมระดับรัฐมนตรีของกลุ่มสมาชิกจำนวน 12 ราย ก่อนที่จะยกระดับขึ้นมาเป็นกลุ่มความร่วมมือในภูมิภาคที่น่าเกรงขามในปี 2536 (ค.ศ. 1993) เมื่อมีการประชุมระดับผู้นำเริ่มขึ้นเป็นครั้งแรก เป้าหมายของเอเปคคือ การส่งเสริมพลวัตทางเศรษฐกิจและการสร้างความรู้สึกมีส่วนร่วมเป็นสังคมแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก
ปัจจุบันเอเปคมีสมาชิก 21 ราย ได้แก่ ออสเตรเลีย บรูไน ดารุสซาลาม แคนาดา ชิลี สาธารณรัฐประชาชนจีน เขตปกครองพิเศษฮ่องกง อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี มาเลเซีย เม็กซิโก นิวซีแลนด์ ปาปัวนิวกินี เปรู สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ สหพันธรัฐรัสเซีย สิงคโปร์ จีนไทเป ไทย สหรัฐอเมริกา และเวียดนาม เอเปคมีประชากรรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 2.5พันล้านคน มีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) รวมกันกว่า 18 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีสัดส่วนการค้าของกลุ่มรวมกันมากกว่าร้อยละ 47 ของมูลค่าการค้าโลกเมื่อปี 2542 (ค.ศ. 1999) เอเปคได้พัฒนาองค์กรของตนเองให้มาเป็นกลจักรสำคัญในการส่งเสริมระบบการค้าแบบเปิด และให้มีความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการอย่างเป็นรูปธรรม
ประเทศไทยเป็นหนึ่งในสมาชิกก่อตั้งของเอเปคตั้งแต่ปี
2532 (ค.ศ. 1989) ไทยและอาเซียนได้แสดงบทบาทอย่างสร้างสรรค์ในกรอบความร่วมมือเอเปค
และจะดำเนินการต่อไปเพื่อบรรลุถึง เป้าหมายของเอเปคในการมีระบบการค้าและการลงทุนเสรีและเปิดสำหรับสมาชิกกำลังพัฒนาภายในปี
2553 (ค.ศ. 2010) และสำหรับสมาชิกกำลังพัฒนาภายในปี 2363 (ค.ศ. 2020) เมื่อปี 2535
(ค.ศ. 1992) ประเทศไทยได้เคยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับรัฐมนตรีของเอเปคครั้งที่
4 ที่กรุงเทพฯ และในปี 2546 (ค.ศ. 2003)
ประเทศไทยจะได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับรัฐมนตรีและผู้นำเศรษฐกิจเอเปคอีกครั้งหนึ่ง
