เกี่ยวกับรถไฟฟ้าใต้ดิน

รถไฟฟ้าใต้ดินสายแรกของไทย

     รถไฟฟ้าใต้ดินสายเฉลิมรัชมงคลหรือสายสีน้ำเงิน เกิดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรในกรุงเทพมหานครและเพื่อให้ประชาชนมีทางเลือกในการเดินทางที่มีประสิทธิภาพ รถไฟฟ้าใต้ดินเป็นระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่(Heavy Rail) ที่สามารถขนผู้โดยสารได้สูงสุดถึงขบวนละ 1,000 คน ขณะที่การเดินทางด้วยรถยนต์ต้องใช้รถยนต์จำนวนถึง800คัน รถไฟฟ้าสายเฉลิมรัชมลคลเป็นระบบใต้ดินตลอดสายไม่กีดขวางการจราจร และไม่ทำให้เสียทัศนียภาพของเมืองสะดวก รวดเร็ว ประหยัดเวลาในการเดินทาง ปลอดภัย และไร้มลพิษ

 

รถไฟฟ้าใต้ดิน สะดวกสำหรับทุกคน

     เมื่อรถไฟฟ้าใต้ดินเปิดให้บริการแล้ว ประชาชนจะได้รับความสะดวกสบายในการใช้บริการระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ และสามารถเดินทางได้อย่างรวดเร็วและตรงเวลาและภายในสถานีรถไฟฟ้าจะมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกและทันสมัยไว้บริการแก่ผู้โดยสาร ดังนั้น ผู้โดยสารควรศึกษาถึงระบบการใช้เครื่องมือและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น การผ่านเข้า–ออกประตูอัตโนมัติ โดยใช้ตั๋วที่ถูกต้องเพื่อไม่ให้มีปัญหาเมื่อผ่านเครื่องตรวจตั๋วช่วงขาออก ไม่ทิ้งหมากฝรั่งที่ประตูกั้นชานชาลา เพราะจะทำให้ประตูไม่สามารถเปิด–ปิดได้ ไม่นำวัสดุที่เป็นเชื้อเพลิงเข้าไปในสถานี ช่วยสอดส่องดูแลอาชญากรรม หรือการก่อการร้าย และแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบทันที และปฏิบัติตามเจ้าหน้าที่ภายในสถานีอย่างเคร่งครัด

 

ประโยชน์ที่จะได้รับจากรถไฟฟ้าใต้ดิน

     ประชาชนจะได้รับประโยชน์จากการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าดังนี้
1) มีความรวดเร็ว สะดวก สบาย ปลอดภัย และตรงต่อเวลาในการเดินทาง
2) ลดความเครียดในการเดินทางของประชาชน เนื่องจากปัญหาการจราจร
3) ไม่ทำให้เกิดมลภาวะ เนื่องจากใช้พลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อนตัวรถ
4) ลดอุบัติเหตุ เพราะมีทางวิ่งเฉพาะและมีระบบควบคุมการเดินรถด้วยคอมพิวเตอร์
5) ส่งเสิรมให้ประชาชนใช้บริการขนส่งสาธารณะแทนรถยนต์ส่วนตัว
6) ขยายและกระจายการพัฒนาเมืองออกไปสู่ส่วนต่างๆ ตามแนวเส้นทางและสถานีรถไฟฟ้า
7) ช่วยส่งเสริมให้สภาพแวดล้อมของเมืองดีขึ้น และเพิ่มคุณภาพชีวิตให้แก่ประชาชน
8) ทำให้ระบบเศรษฐกิจมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น

 

อัตราค่าโดยสารช่วงปีแรก

     อัตราค่าโดยสารของโครงการรถไฟฟ้ามหานคร ในปีเปิดบริการอยู่ในอัตรา 14 - 36 บาท โดยจะมีการปรับทุกๆ 2 ปี ตามสภาพเศรษฐกิจ ทั้งนี้จะมีการปรับลดอัตราค่าโดยสารลงเป็นกรณีพิเศษ ร้อยละ 15 ในระยะ 1 ปีแรกที่เริ่มเปิดบริการเดินรถ

 

จุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าบีทีเอส

     โครงการรถไฟฟ้ามหานครสายเฉลิมรัชมงคล กับ โครงการรถไฟฟ้า BTS จะมีจุดเชื่อมต่อที่สถานี
รถไฟฟ้ามหานคร รถไฟฟ้า BTS ที่ตั้ง
1. สถานีสีลม สถานีศาลาแดง บริเวณแยกสีลม - พระราม 4
2. สถานีอโศก สถานีอโศก บริเวณแยกอโศก - สุขุมวิท
3. สถานีหมอชิต สถานีหมอชิต บริเวณหน้าสวนจตุจักร

 

สถานีที่ใหญ่ที่สุดในโครงการ

     โครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล มีสถานีทั้งสิ้นจำนวน 18 สถานี โดยทั่วไปสถานีต่างๆ จะมีขนาดใกล้เคียงกัน คือ กว้างประมาณ 18-25 เมตร ยาวประมาณ 150 – 200 เมตร และระดับชานชาลาอยู่ลึกประมาณ 15-25 เมตร แต่สถานีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดสถานีเดียวคือสถานีสวนจตุจักร ซึ่งมีขนาดสถานีกว้าง 30 เมตร ยาว 369 เมตร ระดับชานชาลาอยู่ลึก 17 เมตรจากผิวดิน โครงสร้างสถานีมี 3 ชั้น ประกอบด้วย ชั้นรวมผู้โดยสาร ชั้นโถงผู้โดยสาร และ ชั้นชานชาลา โดยเป็นชานชาลาแบบกลาง สถานีดังกล่าวตั้งอยู่ในบริเวณสวนจตุจักร มีจุดขึ้น-ลงทั้งหมด 4 จุด คือ บริเวณใกล้กับทางขึ้น-ลงสถานีหมอชิตของรถไฟฟ้าบีทีเอส ซึ่งผู้โดยสารสามารถเดินทางจากสถานีสวนจตุจักรเพื่อเชื่อมต่อกับสถานีหมอชิตของรถไฟฟ้าบีทีเอสได้ใกล้และสะดวก

 

รถไฟฟ้าใต้ดินของไทยเป็นแบบ Heavy Rail Transis System

     รถไฟฟ้าระบบรางที่มีทั่วโลก จะแบ่งตามขีดความสามารถในการขนส่งผู้โดยสารจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
1) ระบบขนส่งมวลชน (Light Rail Transit System,LRT) เป็นระบบขนส่งมวลชนเบาที่ขนส่ง ทางราง โดยขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าและวิ่งบนรางเหล็ก มีทั้งที่วิ่งบนท้องถนนและบนเขตทางของตัวเองโดยเฉพาะมีความจุของผู้โดยสารประมาณ 20,000 – 40,000 คน ต่อชั่วโมงต่อทิศทาง ประเทศที่ใช้ระบบนี้คือประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์

2) ระบบขนส่งมวลชนหนัก (Heavy Rail Transit System, HRT) เรียกกันทั่วไปว่ารถไฟฟ้าขนส่งมวลชนหรือ “รถไฟฟ้า” เป็นระบบหนึ่งของยานพาหนะประเภทขนส่งมวลชนที่มีเส้นทางเป็นรางอยู่ใต้ดินหรือรางยกระดับ โดยทั่วไปอาจจะเรียกว่า รถไฟฟ้าใต้ดิน (Underground หรือ Subway) หรือระบบรางในอุโมงค์ (Tube) หรือรถไฟลอยฟ้า (Elevated Rail) เป็นการขนส่งตามเส้นทางไม่เปลี่ยนแปลงและเป็นไปตามตารางเวลา สำหรับความจุของผู้โดยสารประมาณ 40,000 คนต่อชั่วโมงต่อทิศทาง

 

ระบบป้องกันกระแสไฟฟ้าขัดข้อง

     กระแสไฟฟ้าที่ใช้ในสถานี และการเดินรถนั้น จะรับมาจากการไฟฟ้านครหลวง 2 แหล่งจ่ายที่แยกจากกัน หากแหล่งจ่ายแหล่งใดแหล่งหนึ่งขัดข้อง จะยังสามารถรับกระแสไฟจากอีกแหล่งจ่ายที่เหลือเพื่อส่งไปยังส่วนที่สำคัญได้ แต่หากเกิดขัดข้องทั้ง 2 แหล่งจ่าย ก็จะมีระบบจ่ายไฟฉุกเฉิน (UPS) เพื่อจ่ายไฟให้กับระบบที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย เช่น ระบบป้องกันอัคคีภัย ระบบอาณัติสัญญาณ ระบบแสงสว่างฉุกเฉิน ทางหนีไฟ เป็นต้น

 

มาตรการป้องกันน้ำท่วม

     โดยปกติในกรณีที่เกิดน้ำท่วม บริเวณหลักที่น้ำจะสามารถไหลเข้าสถานีและอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดินได้ คือ ทางขึ้น-ลงสถานี และอาคารระบายอากาศ ในการออกแบบป้องกันน้ำไหลเข้าสู่สถานีและอุโมงค์ รฟม.ได้ยึดถือสถิติของระดับน้ำท่วมสูงสุดในรอบ 200 ปีเป็นเกณฑ์ในการออกแบบ และได้พิจารณาการป้องกันน้ำท่วมเป็น 2 กรณี

1. กรณีน้ำท่วมฉับพลัน
     ในกรณีนี้ความสูงของระดับน้ำที่ท่วมขึ้นมาโดยทั่วไปจะไม่เกิน 0.5 เมตรจากระดับทางเท้าหรือประมาณ 1.3 เมตร จากระดับน้ำทะเล ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันน้ำไหลเข้าสู่สถานีและอุโมงค์ จึงได้ออกแบบให้ระดับความสูงของทางขึ้น-ลงสถานี และทางเข้า-ออกของอาคารระบายอากาศ ให้สูงกว่าโดยเฉลี่ย 1.2 เมตรจากระดับทางเท้า หรือประมาณ 2 เมตร จากระดับน้ำทะเล ซึ่งทำให้น้ำไม่สามารถไหลเข้าไปได้ กรณีเกิดน้ำท่วมในลักษณะนี้ การเดินรถสามารถทำได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม รฟม.ได้มีการกำหนดมาตรการในการติดตาม และตรวจสอบระดับน้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะส่งผลต่อการเดินรถได้

2. กรณีเกิดอุทกภัย
     ในกรณีที่เกิดอุทกภัย ระดับน้ำท่วมสูงสุดอยู่ที่ระดับ 2.5 เมตรจากระดับน้ำทะเล (สถิติน้ำสูงสุดในรอบ 200 ปี) หรือประมาณ 1.7 เมตร จากระดับทางเท้า ซึ่งจะสูงกว่าระดับความสูงของทางขึ้น-ลง และทางเข้า-ออกอาคารระบายอากาศ ประมาณ 0.5 เมตร เพื่อเป็นการป้องกันน้ำไหลเข้าสถานีและอุโมงค์ รฟม.จะทำการติดตั้งผนังกันน้ำ (STOP LOG) ซึ่งมีความสูง 1.5 เมตร ไว้บนทางขึ้น-ลงสถานีและทางเข้า-ออกอาคารระบายอากาศอีกชั้นหนึ่ง ดังนั้นระบบป้องกันน้ำท่วมที่ออกแบบไว้ จะสามารถป้องกันน้ำได้สูงกว่าสถิติน้ำสูงสุดในรอบ 200 ปีถึง 1 เมตร

 

ประตูกั้นชานชาลา (Screen Door)

     โครงการรถไฟฟ้ามหานคร ได้ถูกออกแบบให้ภายในชานชาลามีการติดตั้งประตู ชานชาลา (Platform Screen Door) ซึ่งมีลักษณะเป็นกระจกตลอดความยาวของชานชาลาเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารขณะรถไฟฟ้าเข้า-ออกในสถานี โดยประตูชานชาลานี้จะเปิดออกได้ ก็ต่อเมื่อมีรถไฟฟ้าเข้ามาจอดสนิทที่ชานชาลา และจะเปิดปิดพร้อมกันกับประตูรถไฟฟ้าเท่านั้น นอกจากนี้ภายในบานประตูชานชาลายังมีระบบตรวจจับสิ่งกีดขวางเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้โดยสารติดอยู่ระหว่างประตูอีกด้วย ผู้โดยสารจึงสามารถมั่นใจได้ว่าจะใช้รถไฟฟ้าใต้ดินของ รฟม. ได้อย่างปลอดภัย

 

ระบบระบายอากาศภายในอุโมงค์

     ภายในอุโมงค์และสถานีรถไฟฟ้าจะมีอากาศเพียงพอ เนื่องจากทุกสถานีจะมีระบบปรับอากาศและระบบระบายอากาศที่เพียงพอ โดยแต่ละสถานีจะมีพัดลมระบายอากาศสถานีละ 4 ตัวและปล่องระบายอากาศละ 2 ตัวซึ่งปล่องระบายอากาศจะอยู่บริเวณหัวและท้ายสถานี โดยระบบระบายอากาศดังกล่าวจะดูดความร้อนภายในอุโมงค์ ซึ่งเกิดจากการเบรกและการเร่งเครื่องของรถไฟฟ้าออกไปทางหนึ่งและจะดูดอากาศดีเข้ามาอีกทางหนึ่ง และเมื่อเกิดเพลิงไหม้พัดลมก็จะทำงานในลักษณะเดียวกันคือดูดควันและความร้อนออกไปทางหนึ่งและดูดอากาศดีเข้ามาอีกทางหนึ่ง แต่การทำงานจะเพิ่มเป็น 2 เท่าเพื่อให้สามารถดูดควันและความร้อนออกจากอุโมงค์ภายในเวลาอันรวดเร็ว

 

ผู้ให้เงินกู้ในการก่อสร้าง

     โครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล เป็นโครงการที่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม จึงได้รับความสนับสนุนด้านการเงินจากธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (Japan Bank for International Cooperation หรือ JBIC) สนับสนุนเงินกู้ อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.75 ต่อปี โดยมีระยะเวลาปลดหนี้ 10 ปี

 

โครงการส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าใต้ดิน และสายใหม่

     นอกเหนือจากโครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล ช่วงหัวลำโพง – บางซื่อ ระยะทาง 20 กิโลเมตรที่จะเปิดให้บริการในวันที่ 13 เมษายน 2547 นี้แล้ว รฟม.ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบโครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนตามแผนแม่บทอีก 3 โครงการ คือ
1. โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง – บางแค ระยะทาง 13.8 กิโลเมตร (ใต้ดิน 4.8 กิโลเมตร และยกระดับ 9.0 กิโลเมตร)
2. โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงบางซื่อ – สะพานพระนั่งเกล้า ระยะทาง 11.6 กิโลเมตร (ทางยกระดับทั้งหมด)
3. โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางกะปิ – ราษฎร์บูรณะ ระยะทาง 34.6 กิโลเมตร (ใต้ดิน 28.1 กิโลเมตรและยกระดับ 6.5 กิโลเมตร)

 

หน้าที่ของผู้รับสัมปทาน

     ผู้รับสัมปทานมีหน้าที่จะต้องจัดเตรียมเรื่องความปลอดภัยตามมาตรา 54 พ.ร.บ. การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2543 โดยจะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับของคณะกรรมการว่าด้วยการรักษาความปลอดภัย ในการใช้และรักษาทรัพย์สินของ รฟม. และกฎกระทรวงเกี่ยวกับความปลอดภัยของระบบรถไฟฟ้าคนโดยสาร และบุคคลอื่นที่อยู่ในเขตระบบรถไฟฟ้า และต้องจัดให้มีการประกันภัยสำหรับความเสียหาย ซึ่งการจัดให้มีการประกันภัยนี้จะต้องมีผู้รับประกันตั้งแต่สองรายขึ้นไป
นอกจากนี้ผู้รับสัมปทานจะต้องรับผิดชอบสำหรับการจัดให้มีบุคลากรรักษาความปลอดภัยทั้งหมดตามที่เห็นสมควรสำหรับการดำเนินการระบบรถไฟฟ้า รวมทั้งจะรับผิดชอบจัดหาสถานที่ปฏิบัติงานและอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งปฏิบัติหน้าที่โดยตรงในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในบริเวณสถานีรถไฟฟ้าหรือสถานที่อื่นตามที่คู่สัญญาได้ตกลงกัน

     
ผู้รับสัมปทานโครงการ รถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล คือ บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด  ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ณ สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท ตามทะเบียนเลขที่ (2) 154/2541 เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์  2541   มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า Bangkok Metro Company Limited  ใช้อักษรย่อว่า  BMCL

ที่มา : การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย

Hosted by www.Geocities.ws
GridHoster Web Hosting
1