|
วิโรจน์ จันทนิมิ
|
|
ผู้สมัครหมายเลข
7 พรรคไทยรักไทย
|
ถ้าท่านได้รับเลือกเป็น ส.ส. แล้ว จะพัฒนาเขต 1 ในจังหวัดปัตตานีของเราอย่างไร มีเรื่องอะไรบ้าง
ส.ส. ควรจะต้องมา รับฟังปัญหา ต้นตอ ของปัญหา เป็นอย่างไร ก็จะต้องนำไปสู่ การแก้ไข เพราะผม เชื่อว่า การแก้ปัญหา ถ้าหาก ส.ส.ไม่เข้ามาแก้ไขแล้ว การแก้ปัญหา จะปล่อยเป็นของ ข้าราชการประจำ ไม่มีกำลัง ความสามารถ ที่จะแก้ปัญหาได้ อย่างเฉียบพลัน เพราะปัญหา บางอย่าง เรื้อรังมานาน เพราะฉะนั้น ตรงนี้ ถ้าผมได้รับเลือกตั้งเข้ามา
1. ผมจะต้องเข้ามา ศึกษาปัญหา ที่ชาวบ้าน ได้รับ และได้รับ ผลกระทบ อยู่ทุกวันนี้ ว่าเขา ได้รับอะไรบ้าง
2. ผมต้องลงมาดูพื้นที่ ว่าพื้นที่เรา มีปัญหาอะไร ทำไม แนวทาง การพัฒนา ควรจะเป็นไป ในแนวทางใด ตรงนี้ อยู่ที่ความสนใจ ของ ส.ส. ผมเชื่อว่า ปัญหาทุกสิ่ง ทุกอย่าง ถ้า ส.ส. ได้มีการ ลงมาศึกษา ปัญหา และรับฟังปัญหา จากชาวบ้าน ลงมาดูพื้นที่ ว่าพื้นที่เรา มีปัญหาอะไร ไม่ใช่ฝนตกที น้ำท่วมที เราไม่ได้มีการ ตระเตรียม หรือ แก้ปัญหา ในส่วนตรงนี้ ตรงนี้ ถามว่า ราชการ ทำได้ไหม กว่าจะผ่าน งบประมาณ เสนอ งบประมาณ เป็นเรื่องลำบาก การที่จะดึงงบประมาณ มาได้ ผมเชื่อว่า ส.ส.จะมีอำนาจ ในการพัฒนา ถึง 50%ท่านคิดดูว่า คนๆ เดียว มีอำนาจ ในการพัฒนาถึง 50% ตรงนี้ กับข้าราชการประจำ และองค์กรเอกชนต่างๆ ซึ่งรวมกัน ทั้งจังหวัด มีอำนาจ ในการพัฒนา แค่ 50% เหมือนกัน ถ้าเกิดคนๆ เดียว ไม่ลงมาสนใจ ปัญหาบ้านเมือง ไม่ลงมา รับฟังปัญหา ชาวบ้าน ผมถามว่า อำนาจในการพัฒนา ประสิทธิภาพ ในการพัฒนา มันจะหายไป 50% ตรงนี้ คือความสำคัญของ ส.ส. ครับ คนเรา อาจจะรักใคร เลือกใคร พรรคการเมือง เราก็เลือกกันไป แต่ผม ยังเชื่อมั่นว่า ส.ส. ไม่ว่าจะเป็น ฝ่ายค้าน หรือฝ่ายรัฐบาล ถ้ามีความสนใจ ปัญหาบ้านเมือง มีหน้าที่ รับใช้สังคม มีหน้าที่ ในการสานต่อ กับผู้ที่มีอำนาจ หน้าที่ ในการแก้ไขปัญหา ผมเชื่อว่า ปัญหาต่างๆ มันจะหมดไป การแก้ไขปัญหา จะปล่อยให้ ผู้ใดผู้หนึ่งแก้ไม่ได้ จะปล่อยให้ ส่วนใดส่วนหนึ่งแก้ไม่ได้ ถ้าเป็นปัญหา ที่ถาวร ทุกฝ่าย ต้องลงมาร่วมมือ ร่วมใจกัน จะต้องลงมา รับฟังปัญหา และนำไปเสนอ สู่สภา ที่จะต้อง ได้รับการแก้ไข ผมมีความเชื่อมั่นว่า ปัญหาทุกอย่าง ในพื้นที่ จังหวัดปัตตานี ปัญหาทุกอย่าง ของพ่อแม่พี่น้อง ประชาชน ชาวจังหวัด ปัตตานี ถ้า ส.ส. โดดลงมา รับรู้รับฟัง โดยลงมา ศึกษา ผมมีความมั่นใจว่า ปัญหาต่างๆ สามารถแก้ไขได้ครับ ปัญหา ที่แก้ไข ไม่ได้นี้ เพราะไม่มี การนำไปสู่สภา นำไปสู่ ที่จะได้รับ การแก้ไข ถ้าผมเองได้เป็น ส.ส. แล้ว ถ้าผม ไม่ลงมา ทำหน้าที่ ตรงนี้ ผมก็เชื่อว่า ปัญหา มันก็จะหมักหมม อยู่อย่างนี้ต่อไป เพราะฉะนั้น ตรงนี้ ส่วนหนึ่ง ผมคิดว่า ถ้าเกิด มีการร่วมมือ ร่วมใจกันแล้ว ส.ส. รับฟังเสียง ของชาวบ้าน ลงมาดูแลพื้นที่ ปัญหาต่างๆ ต้องหมดไป แน่นอน ผมมีความเชื่อมั่นว่า การแก้ปัญหานั้น จะปล่อยให้ใครคนใดคนหนึ่งไม่ได้ คนที่อยู่กับปัญหา ย่อมรู้ปัญหาดีกว่า เพราะฉะนั้น ตรงนี้ ผมคิดว่า การเมืองเที่ยวนี้ ตามเจตนารมณ์ รัฐธรรมนูญใหม่แล้ว ผมเชื่อว่า อยากจะเห็น ส.ส. ที่มีคุณสมบัติ ที่ดี ในการที่จะมา แก้ไขปัญหา บ้านเมือง และแก้ไขปัญหา ของพี่น้องประชาชน ถ้าเราได้ ส.ส. ที่ไม่ดี ปัญหาบ้านเมือง ก็จะยิ่ง หมักหมม เข้าไปอีก ปัญหา ของบ้านเมือง ก็จะไม่ได้รับ การแก้ไข ปัญหา ของพี่น้องประชาชน ก็จะไม่ได้รับ การแก้ไข ก็คงจะปล่อยให้ เป็นไปตาม ยถากรรม เสร็จแล้ว มาโทษคนโน้น โทษคนนี้ว่า ทำไม ไม่แก้ไข ผมเอง ยังเคยได้รับ การโจมตีว่า ผมอยู่ข้าง เจ้าของเรืออวนรุน และ เป็นผู้ประกอบการ อวนรุน เพราะฉะนั้น ตรงนี้ ผมอยากจะกราบเรียน พ่อแม่พี่น้อง ทุกท่านว่า ทุกอย่างตรงนี้ อำนาจ ในการแก้ไข อำนาจ ที่นำเสนอ สู่สภานั้น ไม่ใช่นายกสมาคมประมงครับ อยู่ที่ ส.ส. ครับ ถ้าผมเป็น ส.ส. ผมจะเข้ามาแก้ไขในส่วนตรงนี้ก่อน
เรื่องการจ้างงาน ปัตตานีเรา เป็นเมืองประมง อันดับ 1 ของประเทศ เรามีทรัพยากรสัตว์น้ำ มากมาย การเกิด ของอุตสาหกรรม เราสามารถ ที่จะผลักดัน ให้เกิดขึ้นมาได้ ตรงนี้ จะนำมา ซึ่งการจ้างงาน จะนำมา ซึ่งการมีรายได้ ของพี่น้องประชาชน ถ้าพี่น้องประชาชน มีการมีงานทำ มีรายได้ การจับจ่ายใช้สอย ก็จะมีตามมา เศรษฐกิจ ก็จะมีการหมุนเวียน กันตลอด เพราะฉะนั้น ตรงนี้ แต่การขยายตัว ของภาคอุตสาหกรรม ก็อาจจะนำมา ซึ่งมลภาวะต่างๆ ที่จะทำให้เกิดปัญหา ติดตามมาได้ เพราะฉะนั้น ตรงนี้ ก็จะต้องมีการ กำหนดรูปแบบกัน จะต้องมีการ ตีกรอบกันว่า คุณจะสร้างโรงงาน อุตสาหกรรม คุณควรจะต้อง มีบ่อบำบัดน้ำเสีย คุณจะต้อง มีระบบขจัดมลภาวะต่างๆ ที่ดีพอ เพราะฉะนั้น ตรงนี้ ผมคิดว่า เราควรจะเอาจุดเด่น ของจังหวัดปัตตานี ของเรา มาก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ของจังหวัดปัตตานี จังหวัดปัตตานี เป็นเมืองประมง อันดับ 1 มีเรือประมง 4 พันกว่าลำ ท่านคิดดูครับ ปัญหามันเกิดตามมา มากมาย ที่เป็นรายได้ ของจังหวัด มาจากประมง คนในปัตตานี เกือบทุกอำเภอ มาทำงาน ในบริเวณ ท่าเทียบเรือ ประมง และในบริเวณ โรงงานอุตสาหกรรม ในเขตอุตสาหกรรม ของจังหวัดปัตตานี เพราะฉะนั้น ถ้าเรา มีการผลักดัน งบประมาณ ถ้าเรามีการ ผลักดัน ให้มีการจับจ่ายใช้สอย หรือในภาคเศรษฐกิจ โดยรวม จะมีการเคลื่อนตัว ไปนี้ ก็จะนำมา ซึ่งผลดี ต่อจังหวัดปัตตานี ของเรา ส่วนอีกเรื่องหนึ่ง ผมคิดว่า น่าจะเป็นไปได้ สำหรับจังหวัดปัตตานี คือพยายาม พัฒนา ให้จังหวัดปัตตานี เป็นเมืองท่องเที่ยว ให้จงได้ เพราะความพร้อม จังหวัดปัตตานี ของเรานั้น มีมากมายมหาศาล สามารถที่จะ ผลักดันได้ เรามีเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ที่มีชื่อเลื่องลือ ไปทั่วประเทศไทย และในต่างประเทศ เรามีมัสยิดกลาง ที่สวยที่สุด ในประเทศไทย เรามีมัสยิดกรือเซะ เก่าแก่ ที่ได้รับ การกล่าวขาน เป็นอย่างมาก เรามีชายหาด ที่สวยงาม ถึงกว่า100 กิโลเมตร และผมกล้ายืนยันว่า ชายหาดปัตตานี สวยไม่แพ้จังหวัดใด เรามีน้ำตก ที่สวยงาม อย่างเช่น น้ำตกทรายขาว เรามีสิ่งดีๆ อีกมากมาย แต่ตรงนี้ การผลักดัน ให้ปัตตานี เป็นเมืองท่องเที่ยวนั้น ก็คงจะต้อง ให้พี่น้องประชาชน ร่วมมือร่วมใจกัน ในการที่จะต้อง มาสร้างภาพลักษณ์ จังหวัดปัตตานี ของเราใหม่ ให้เป็นภาพลักษณ์ ที่เป็นเมือง ที่มีความปลอดภัย นักท่องเที่ยว ต้องการจะมาเที่ยว ถ้าเราผลักดัน ให้ปัตตานี เป็นจังหวัดท่องเที่ยวได้นั้น ผมเชื่อว่า การลงทุน ในการท่องเที่ยวนั้น งบประมาณของรัฐเอง ก็คงไม่ต้องใช้ มากมายนัก อยู่ที่ การประชาสัมพันธ์ อยู่ที่ การสร้างข่าว อะไรต่างๆ ให้มันเป็นสิ่งที่ดีงาม ออกมา พยายาม ที่จะไม่ให้ ภาพจังหวัดปัตตานี ออกมา ในทางลบ ซึ่งตรงนี้ ผมคิดว่า จะนำมา ซึ่งรายได้ เข้ามา ในจังหวัดเรา มากมาย
และสิ่งหนึ่ง ที่เราควรจะต้อง ติดตาม เป็นอย่างมาก ก็คือปัญหา ยาเสพติด เพราะผมคิดว่า ตรงนี้ ทุกท่าน ก็คงจะทราบดีว่า ปัญหายาเสพติด ของจังหวัดปัตตานี นั้น ก็มีไม่น้อย ถ้าโดยภาพรวม ทั้งประเทศแล้ว ขณะนี้ ปีที่ผ่านมา เรามีคดียาเสพติดถึง 2 แสนกว่าคดี แต่ละคดี จับที เป็นล้านเม็ด แสนเม็ด เป็น 10 ล้านเม็ด ก็มี เพราะฉะนั้น ตรงนี้นะครับ
1. เราจะต้อง มาสร้าง ความอบอุ่น ในครอบครัว สร้างชุมชน เข้มแข็ง ขึ้นมา ต้องพยายาม ที่จะส่งเสริม ชุมชนต่างๆ ให้มี ความเข้มแข็ง ถ้าชุมชนเข้มแข็งแล้ว มันเป็นอย่างไรครับ มันหมายถึง เกราะที่จะมา ป้องกัน ปัญหาต่างๆ ตรงนี้ ถ้าเกราะ เข้มแข็งแล้ว ชุมชนเข้มแข็งแล้ว สิ่งที่ไม่ดีเข้ามา ก็จะเจาะเกราะ ตรงนี้ ไม่ได้ คนในหมู่บ้าน ทั้งหมด ต่อต้านยาเสพติด ใครค้ายาเสพติดเข้ามา เราต้องช่วยกัน ต่อต้าน เพื่อที่จะให้เข้ามาไม่ได้
2. เราต้องให้ความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับ เรื่องยาเสพติด ทั้งคุณและโทษ ของยาเสพย์ติด ให้ประชาชนเรา ได้รับความรู้ ในส่วนตรงนี้ ให้มาก และ ผมเชื่อว่า การป้องกันตรงนี้ ทุกอย่าง พี่น้องประชาชน จะต้องเข้ามา มีส่วนร่วม ทั้งหมด และที่ขาดไม่ได้เลย คือ ครอบครัวครับ ครอบครัว จะเป็นสังคม ที่เล็กที่สุด และเป็นสังคม ที่สำคัญที่สุด และเป็นเกราะ ที่แข็งแรงที่สุด ในการที่จะป้องกัน ในสังคม ที่ไม่ดี ไม่ให้เข้ามา สู่ลูกหลาน เยาวชน ของเรา ถ้าครอบครัว ขาดความอบอุ่น ผมเชื่อว่า ปัญหาต่างๆ จะตามมา มากมาย ถ้าครอบครัว มีความอบอุ่น พ่อแม่ลูก อยู่ด้วยกัน มีเวลา อบรมสั่งสอน ซึ่งกันและกัน ตรงนี้ ผมคิดว่า จะทำให้ ปัญหาต่างๆ ทั้งเรื่อง ยาเสพติด ทั้งเรื่องอะไร ก็แล้วแต่ ก็จะหมดไป และ อีกประเด็นหนึ่ง ก็คือ เรื่องการศึกษา ผมอยากจะเห็น พี่น้อง ชาวจังหวัดปัตตานี ของเรานั้น ได้รับการศึกษา อย่างต่ำ ตามเป้าบังคับ คือ 12 ปี หรือถ้าเป็นไปได้ ควรจะเปิดโอกาส ให้จบถึง ปริญญาตรี ควรจะส่งเสริม ให้มีสถาบัน การศึกษา ในแบบ อาชีวศึกษา ให้มีการสอน ถึงระดับ ปริญญาตรี ในจังหวัดปัตตานี เพราะพ่อแม่พี่น้อง บางท่าน ไม่มีกำลัง มีรายได้น้อย ก็สามารถ ส่งบุตรหลาน เข้ามาเรียน ในจังหวัด ปัตตานีของเรา จนจบปริญญาตรีได้ ถ้าส่งไปเรียน ยังต่างจังหวัด ส่งไปเรียนยะลา ส่งไปเรียนกรุงเทพฯ ตรงนี้ ก็จะต้อง มีค่าใช้จ่าย ที่มากขึ้น เพราะฉะนั้น ตรงนี้ผมคิดว่า เรื่องเศรษฐกิจ เรื่องสังคม เรื่องการศึกษา และเรื่องการพัฒนาจังหวัด ตรงนี้จะเป็นผลรวม ทั้งหมด และเป็นสิ่งหนึ่ง ที่ผมคิดว่า เมื่อผมเข้าไปแล้ว ผมต้องทำ แต่ขาดไม่ได้เลยคือ ถ้าได้รับเลือกตั้งไปแล้ว จะต้องลงมา สัมผัสกับ ปัญหา ของพี่น้อง ประชาชน ทั้งหมด ในพื้นที่ ที่ตัวเองดูแล รับผิดชอบ และต้องลงมาดูแลพื้นที่ว่า พื้นที่เรา มีปัญหาตรงไหน จะต้องพัฒนา ไปในทิศทางใด ถ้า ส.ส. ไม่ลงมา ตรงนี้แล้ว ผมเชื่อว่า จะไม่มีการพัฒนาเกิดขึ้น และปัญหาทุกอย่าง จะหมักหมม จนกระทั่ง แก้ไขลำบาก มากยิ่งขึ้น อย่างเช่น ปัญหาหลายๆ ปัญหาที่เกิดขึ้น
คำถามต่อไป คงจะเป็นปัญหา ที่ทุกคน พูดถึง นั่นก็คือ เรื่องราว ของปัญหา ประมง ซึ่งพี่น้องในเขต 1 ส่วนใหญ่ ก็เป็นชาวประมง ทั้งในส่วนที่เป็น ประมงชายฝั่ง และ ประมงน้ำลึก รวมทั้ง ประมงอวนรุนด้วยนะคะ อยากจะให้เพิ่มเติม ในส่วนของ รูปธรรม เช่น ในเรื่องของการ จะซื้ออวนรุน ให้หมด จะมีแนวทาง เอาเงิน มาจากไหน อยากจะให้ อธิบาย รายละเอียด ที่เป็นรูปธรรม อย่างชัดเจนคะ
สำหรับปัญหาประมง ผมคิดว่า ในครึ่งชีวิตของผม ที่ทำมาหากินมา ก็อยู่ในอาชีพประมง และเป็นนายกสมาคม การประมง จังหวัดปัตตานี มา 4 สมัย เป็นประธาน สมาคม การประมง แห่งประเทศไทย มา 2 สมัย ผมกล้าพูดได้ว่า ปัญหาประมงนี้ ผมมีความรู้ ที่เข้าใจ ปัญหา อย่างลึกซึ้ง และปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นมา ในจังหวัดปัตตานี ระหว่างปัญหาอวนรุน กับประมงพื้นบ้านนั้น อย่างที่ผมเรียนนะครับว่า มีปัญหา มีความต่อเนื่องกันมา เป็นเวลานาน จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2541 ได้มีประกาศ ของกระทรวงเกษตรฯ ออกมา 1 ฉบับ ห้ามทำประมงอวนรุน ในพื้นที่ จังหวัดปัตตานี ผมขอถาม พ่อแม่พี่ร้องว่า ประกาศฉบับนี้ ออกมาใช้ กับจังหวัดปัตตานี ฉบับเดียว หลังจาก ประกาศออกมาแล้ว มีผลบังคับใช้ ในเดือนพฤษภาคม ก็ทางผมเอง ก็ได้นำเรื่องนี้ เสนอกับท่านผู้ว่าฯ อุดมศักดิ์ ท่านผู้ว่าฯ อุดมศักดิ์ ได้เรียกตัวแทน ประมงพื้นบ้าน และ ตัวแทนประมงอวนรุน ประชุมกัน โดยมีเงื่อนไขว่า เราจะต้อง ขอการสนับสนุน งบประมาณ จากรัฐบาลมา เพื่อที่จะ มารับซื้อ อุปกรณ์ เครื่องมือคืน ในครั้งนั้น เราทำของบประมาณไป 31,460,000 กว่าบาท และสิ่งที่ กระทรวงเกษตรฯ ให้มาคือ ได้งบประมาณ มาเพียงแค่ 3,400,000 บาท วันนั้น ผมเป็นคนเสนอ ในที่ประชุมว่า ขอให้ส่งงบประมาณนี้ คืนไปเลยครับ เพราะอะไรครับ แทนที่จะมาแก้ปัญหา มันกลับมาสร้างปัญหา ปัญหาของประมงอวนรุนและประมงพื้นบ้านนั้น ไม่ใช่การที่ที่เอา งบประมาณมา เล็กๆ น้อยๆ อย่างนี้ เพราะครั้งนั้น เราใช้งบประมาณ ไปเพียงแค่ 1,300,000 กว่าบาท แล้วมีการ ส่งงบประมาณ คืนไป 1,800,000 กว่าบาท เพราะอะไรครับ เพราะการที่ได้งบประมาณ มาเล็กๆ น้อยๆ นั้น แต่กับความต้องการ เปลี่ยนแปลงนั้น ที่ชาวประมงอวนรุน ที่จะเปลี่ยนแปลงนั้น มีจำนวนมาก ก็ไม่สามารถ จะรับซื้อคืน ได้หมด คือบางคน ก็ไม่อยากที่จะเปลี่ยน ก็เลยไม่มีใครมารับ งบประมาณ พอคนที่รับมาแล้ว ลำละ 20,000 บาท คนโน้นไม่รับ เขาก็เลยไม่รับ ทำให้มีงบประมาณเหลือ เพราะฉะนั้น ตรงนี้ ทางผมเอง กับทางท่านผู้ว่าฯ อุดมศักดิ์ มีการผลักดันนะครับ ให้รัฐบาล เอางบประมาณ มาให้เต็ม ซึ่งตรงนี้ อย่างที่ผมเรียนว่า ถ้าผมเป็น ส.ส. ครั้งนั้น ผมมั่นใจว่า ผมจะสามารถ ผลักดันงบประมาณ ตรงนี้ ออกมาได้ เพราะอะไรครับ ยกตัวอย่างเช่น ปัญหา ราคาปลาโอ ตกต่ำนี้ เราเอง ผมเอง ก็วิ่งเต้น ไปที่กระทรวงพาณิชย์ ก็ไปผลักดัน เอางบประมาณ มาชดเชยได้ เพราะฉะนั้น ตรงนี้ ปัญหาประมงอวนรุนนะครับ สิ่งที่จะต้อง แก้ไข และ ผมเป็นหนึ่ง ในคณะกรรมการ นโยบาย ประมงแห่งชาติ ผมได้เสนอ ขอให้ยกเลิกอวนรุน ทั่วประเทศไทย โดยให้รัฐบาล จัดหางบประมาณ มาจัดซื้อเครื่องมือ และเรือ คืนให้หมด แทนที่ รัฐบาล จะเอาเงิน ไปสร้างปะการังเทียม โดยหล่อเป็นลูกปูน ซึ่งบางครั้ง ยกยังไม่ทันทิ้งน้ำ ลูกปูนแตกหมดแล้วครับ ถามว่า ปะการังเทียม ตรงนั้น จะเป็นแหล่งอาศัย ของปลา ได้อย่างไร เพราะฉะนั้น เราต้องเอาความจริงมา คือว่า จะต้องมีการสำรวจ ปริมาณเรือใ ห้ชัดเจนว่า อวนรุน ในประเทศไทย มีเท่าไหร่ ในปัตตานี มีเรืออวนรุน พื้นบ้านอยู่ 170 กว่าลำ มีเรืออวนรุนขนาดกลาง ขนาดใหญ่อยู่ 60 กว่าลำ ในปัตตานีมี 200 กว่าลำ ในเมื่อประกาศ ออกมาใช้ จังหวัดปัตตานีแล้ว ควรจะต้อง ผลักดันงบประมาณ ออกมาให้ได้ ซึ่งตรงนี้ ถ้าผมเป็น ส.ส. ผมจะต้อง ทำหน้าที่ ผลักดันตรงนี้ ออกมา และผม จะต้องลงมาศึกษา ว่า ข้อตกลง ของตัวแทน ประมงพื้นบ้าน และ ตัวแทน ประมงอวนรุน ที่ผู้ว่าฯ อุดมศักดิ์ คราวนั้น ที่มีการตกลงกัน ที่ศาลากลาง มีเงื่อนไขอะไรบ้าง มีข้อตกลงอะไรบ้าง โดยมีระยะเวลา 2 ปี ที่ประมงพื้นบ้าน กับอวนรุน มีการตกลงกันว่า ผ่อนผันให้อวนรุนทำได้ 2 ปี และทางจังหวัด จะเป็นผู้ของบประมาณ จากกระทรวงเกษตรฯ ของบประมาณ จากรัฐบาลมา แต่ถามว่า เป็นเวลา 2 ปี งบประมาณ 31,460,000 กว่าบาท ทำไม ถึงเอาออกมา แก้ปัญหา ให้กับจังหวัดปัตตานี ไม่ได้ และ ก็มีการโยนว่า นายก สมาคม ประมง จะพร้อมเข้ามา แก้ปัญหานี้ อย่างที่ผมเรียนนะครับว่า นายกสมาคมประมง ไม่มีอำนาจ ที่จะไปเสนอ งบประมาณ แล้วก็แก้กฎหมาย ออกมา ผลักดันงบประมาณ ออกมา จากสภาได้ ผลักดัน งบประมาณ ออกมา จากสำนักงบประมาณได้ เพราะฉะนั้น ตรงนี้ ผมคิดว่า ถ้าได้เป็นแล้ว และผมเอง คลุกคลี อยู่กับประมง ปัญหาประมง และอาชีพประมง มาครึ่งชีวิต สิ่งแรก ที่ผมจะทำคือ ผมจะเข้ามา แก้ปัญหาประมง ในทุกเรื่อง ไม่เฉพาะ ประมงพื้นบ้าน กับประมงอวนรุน ไม่เฉพาะประมงพื้นบ้าน กับปลากะตัก ยังมีปัญหา ระหว่างลอบหมึก กับประมง อวนลอยอีก ซึ่งมีตามมา ซึ่งผมก็เชื่อมั่นว่า ปัญหาทางด้านการประมง จะมีอย่างต่อเนื่อง เพราะอะไรครับ เพราะปริมาณเรือ ในประเทศไทย ในขณะนี้ ไม่มีใคร สามารถบอกได้ว่า มีเรือประมงกี่ลำ ในประเทศ แม้กระทั่ง อธิบดีกรมประมง ผมกล้าพูดตรงนี้ เพราะอะไรครับ เพราะผม เป็นประธาน สมาคม การประมง แห่งประเทศไทย ทำงานคู่กัน มาโดยตลอด กับท่านอธิบดีกรมประมง เป็นคณะกรรมการ นโยบาย ประมงแห่งชาติ ในเมื่อเรา ไม่มีข้อมูลเบื้องต้น ซึ่งเป็นข้อมูลพื้นฐานเลย ในการแก้ปัญหา ผมถามว่า ปัญหา จะแก้ไปได้อย่างไร เพราะฉะนั้น ตรงนี้ ขอยืนยัน อีกครั้งหนึ่งว่า ปัญหาอวนรุน กับประมงพื้นบ้านนี้ เป็นปัญหา ที่แก้ไขได้ครับ เพราะอะไรครับ อีกฝ่ายหนึ่ง พร้อมที่จะเลิก เพียงแต่ จะรองบประมาณ เข้ามา 2 ปี งบประมาณ 31 ล้านกว่า เพื่อที่จะแก้ปัญหา ของพี่น้อง ประชาชน ที่ประกอบอาชีพ ประมงด้วยกันนี้ ทำไม ถึงไม่ออกมา มันอยู่ที่การนำเสนอครับ ในการที่จะผลักดัน งบประมาณ ออกมา
คุณวิโรจน์คะ ดิฉัน ขออนุญาต ถามเพิ่มเติม ในส่วนของ การแก้ไขปัญหา ของประมง เรามีหนทางเดียวหรือเปล่า ในการที่จะให้ งบประมาณ ไปอุดหนุน อย่างเดียว เพราะเมื่อวานนี้ ก็มีเสียงสะท้อน จากนักวิชาการ เหมือนกันนะคะว่า จะเป็นการยุติธรรม หรือเปล่า ที่จะเอา งบประมาณ ของคนทั้งชาติ มาซื้ออวนรุน เรามีแนวทางอื่น ในการแก้ไขปัญหา ไหมคะ
ผมคิดว่า ในเมื่อกฎหมาย กรมประมง ยังออกใบอนุญาต ให้กับอวนรุนได้ ผมถามว่า เขาผิดกฎหมายไหม ในเมื่อรัฐ ปล่อยให้เขา ทำประมงอวนรุน มาจนถึงทุกวันนี้ มีการออกใบอาชญาบัตร หรือ ใบจับสัตว์น้ำให้ ผมถามว่า เครื่องมืออวนรุน ผิดกฎหมายไหม การที่เรา อยากจะแก้ปัญหาตรงนี้ ผมคิดว่า อย่างไรก็ต้อง เมื่อเราปล่อยปละละเลย มาจนถึงวันนี้แล้ว และสิ่งหนึ่ง คือสิ่งที่ชาวประมงอวนรุนเอง พร้อมที่จะเลิก และผม ก็พยายาม ที่จะผลักดัน งบประมาณมา ให้อวนรุนเลิก ผมถามว่า ผมเข้าข้างอวนรุนหรือเปล่า ผมไม่ได้เข้าข้างใคร ในเมื่อรัฐ ปล่อยให้เขาออกใบอนุญาต ให้เขาได้ ผมถามว่า เขาผิดกฎหมายไหม ในเมื่อเขา ไม่ได้ผิดกฎหมาย แล้วจะให้เขา เปลี่ยนอาชีพ เราก็ควรจะต้อง มีการชดเชย ให้เขาบ้าง ก็อย่างราชการ จะมีการยุบหน่วยงานนี้ ยุบแผนกนี้ รัฐบอกให้คุณเลิกจากราชการ ไปเลยนะ ผมไม่มีตำแหน่งอื่น รองรับให้คุณแล้ว คุณต้องไปเป็นประชาชน ธรรมดา ไม่มีรายได้ ผมถามว่า มีความเป็นธรรม กับข้าราชการ ตรงนั้นไหม ในเมื่อเขา ประกอบโดยสุจริต เครื่องมือเขา รัฐบาล ไม่ได้ประกาศว่า อวนรุน เป็นเครื่องมือผิดกฎหมาย ไม่ใช่ เพราะฉะนั้น ตรงนี้ เราต้องมามอง ต้นเหตุ ของปัญหาให้ดี
คำถามต่อไปนะคะ จริงๆ มีท่านที่ฟัง อยู่ข้างล่าง เขียนคำถามขึ้นมา แล้วนะคะ แต่ว่า มีคำถาม อีกคำถามหนึ่ง ที่ดิฉัน อยากจะถาม และคิดว่า เป็นเรื่องที่สำคัญว่า ทุกท่าน พูดเหมือนกันหมด คือเรื่องอุตสาหกรรม ที่จะพัฒนา ในจังหวัดปัตตานี แต่ว่า สิ่งที่เกิดขึ้น และก็มีเสียง จากประชาชน เมื่อวานนี้ด้วยนะคะ ดิฉัน ขอต่อเนื่อง จากเวที เมื่อวาน ก็คือเป็นห่วง ในเรื่องปัญหามลพิษ อุตสาหกรรม ที่เกิดขึ้นในเขต 1 ของจังหวัด ปัตตานี ของเรา และถ้าผู้สมัครทุกท่าน พูดอีกว่า จะสนับสนุน ให้เกิดอุตสาหกรรม ในเขต 1 ในจังหวัดปัตตานีแล้ว ท่านมีแนวทาง ที่จะดูแล ป้องกัน และก็ ควบคุมปัญหา มลพิษ อุตสาหกรรม อย่างไร เพราะในปัจจุบันนี้ กลิ่นเหม็น จากโรงงาน ปลาป่น เราทุกคน ที่นั่งอยู่ที่นี่ สัมผัสมา ตลอดระยะเวลา 10 ปีแล้วนะคะ แต่ว่า ยังแก้ไขไม่ได้ ถ้าเป็นอุตสาหกรรมขึ้นมาอีก จะแก้ปัญหา อย่างไรนะคะ
ถามว่า ทำไมจะต้องผลักดัน ให้จังหวัดปัตตานีเรา เป็นเมืองอุตสาหกรรม ที่ในเขตอุตสาหกรรม ให้ได้ อย่างที่เรียนครับ ถ้าเราได้อย่างหนึ่งอาจจะเกิดปัญหาอีกอย่างหนึ่งได้ เรามีโรงงานอุตสาหกรรม อาจจะเกิดมลภาวะ แต่ปัญหานี้ สามารถแก้ไขได้ เพราะจริงๆ แล้ว กฎหมาย ได้ระบุ ไว้ชัดเจน สำหรับ การประกอบการ โรงงาน อุสาหกรรม ต่างๆ ว่าคุณ จะต้องมี บ่อบำบัดน้ำเสียนะ คุณจะต้อง มีระบบ ท่อระบายน้ำต่างๆ ที่ดีนะ ในรายละเอียดตรงนี้ เวลาไปขอใบอนุญาต จะมีหลักเกณฑ์ ไว้ชัดเจน ให้คุณ ไปปฏิบัติ ตรงนี้ ผมคิดว่า จะต้อง มีการติดตาม ตรวจสอบ การทำงาน เริ่มที่มี ตั้งแต่ การก่อสร้าง โรงงาน ขึ้นมา จะต้อง มีการ กำหนด และขอให้มี การติดตาม ตรวจสอบ อย่างใกล้ชิด ผมเชื่อว่า ปัญหาทุกอย่าง แก้ไขได้ เพราะระบบต่างๆ แม้กระทั่ง โรงงานปลาป่น ที่ทุกท่าน อาจจะมีคำถามว่า มีกลิ่นเหม็น จากโรงงาน ปลาป่นตรงนี้ ถามว่า โรงงานปลาป่นเรา มีอายุ อยู่ประมาณ 20 ปี ระบบขจัดกลิ่น ในสมัยนั้น ยังไม่ดีพอ ตอนนี้ ก็ได้มีการ ปิดโรงงาน บางแห่ง ที่ไม่มีระบบ ขจัดกลิ่น ที่ดีพอ เพื่อที่จะ ให้เจ้าของโรงงาน ไปปรับปรุง โดยท่าน อุตสาหกรรมจังหวัด เป็นผู้ดำเนินการ ในส่วนตรงนี้ ก็คิดว่า ตอนนี้ ทุกโรงงาน พยายามปรับปรุง ใช้ระบบตรงนี้อยู่ ซึ่งการอนุญาต ที่จะให้มี การประกอบ โรงงานอุตสาหกรรม ได้ การผลักดัน ส่วนต่างๆ นี้ จะต้องยึดถือ กฎเกณฑ์ ในการปฏิบัติ ให้ชัดเจน และจะต้อง ใกล้ชิด กับการปฏิบัติ ให้เป็นไปตาม กฎเกณฑ์ ตรงนั้น ของผู้ประกอบการ และผม เชื่อว่า ปัญหามลภาวะต่างๆ นั้น จะลดลงไป เพราะว่า การกำหนดกฎเกณฑ์ หรือหลักเกณฑ์ต่างๆ ในการประกอบกิจการ โรงงานอุคสาหกรรมนั้น ผมเชื่อว่า ทางราชการ ได้มีการตรวจสอบ และมีการศึกษา มาเป็นอย่างดีว่า คุณจะต้อง ทำระบบนี้นะ ต้องสร้าง ระบบนี้นะ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา มลภาวะ แต่ปัญหา ที่มันมีมา อาจจะต้องให้ โรงงาน ที่มีอยู่ เราพูดถึง ปัจจุบัน โรงงาน ที่มีอยู่นี้ อาจจะสร้างมาก่อน ก่อนที่ปัญหาจะมา เพราะสมัยก่อน ก็ยังมีโรงงานน้อย ตอนนี้ โรงงานมากขึ้น เพราะฉะนั้น เราเริ่ม ตั้งแต่วันนี้ วางระบบที่ดี มีการตรวจสอบที่ดี ให้เป็นไปตาม หลักเกณฑ์ และเป็นไปตาม ข้อกำหนด ที่ได้มีการศึกษา ทดสอบ มาแล้ว ผมเชื่อว่า มลภาวะต่างๆ จะหมดไป ตรงนี้ ผู้ประกอบการ ก็จะต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ ตรงนี้ด้วย และผมเชื่อว่า อย่างที่คุณวัยโรจน์ ได้พูดสักครู่ นะครับว่า เรื่องปัญหาประมงต่างๆ ถ้าผมได้เป็น ส.ส. ดู ถ้าผมเป็น ส.ส. แล้ว จะรู้ว่า มันลำบากแค่ไหน ก็ให้พ่อแม่พี่น้อง ประชาชน ลองเลือกผม ซิครับ ผมจะแก้ให้ดู ปัญหาประมง ถ้าผมเป็นนายกสมาคม การประมง ผมยังทำให้ ปัตตานี เป็นเมืองประมง อันดับ 1 ของประเทศได้ ในวันนี้ ถ้าผมเป็น ส.ส. ถ้าผมแก้ปัญหาตรงนี้ ไม่ได้ ผมยินดี จะลาออก จาก ส.ส.
ในปัจจุบันนี้ ในพื้นที่ จังหวัดปัตตานี มีปัญหา เรื่องยาเสพติด เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหายาเสพติด ในนักเรียน นักศึกษาต่างๆ ก็เลยอยากให้ท่าน ผู้สมัคร ซึ่งบางท่าน อาจได้พูดไปแล้วบ้างเล็กน้อย เมื่อสักครู่นี้ แต่อยากให้ลงรายละเอียด นิดหนึ่งคะว่า ถ้าหากท่าน ได้เป็น ส.ส. ปัตตานี เขต 1 แล้ว ท่านจะมี วิธีการ ที่จะช่วยกัน ป้องกัน และก็แก้ไข เยาวชนไทย เยาวชนของเรา ในเขต 1 ที่ติดยาเสพติด อย่างไร
สำหรับปัญหายาเสพติด ในโรงเรียน หรือว่านอกโรงเรียนด้วย ตรงนี้ เป็นสิ่งที่ค่อนข้าง จะทำลายเยาวชนเรา ค่อนข้างมาก ในโรงเรียน ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง อยู่กับเรื่องยาเสพติด ก็คือว่า
1. ครู อาจารย์
2. ตัวนักเรียนเอง
3. บิดา มารดา หรือผู้ปกครอง ของนักเรียนผู้นั้น ที่จะต้อง เข้ามา มีส่วนร่วมกัน
ทั้ง 3 ส่วน จะเป็นองค์ประกอบ ที่ดี ในการที่จะให้ ยาเสพย์ติด ระบาด หรือไม่ระบาด ครูไปโรงเรียน ก็ต้องอบรมสั่งสอน ให้ความรู้ และต้องคอยสังเกต พฤติกรรม และจะต้อง มีการประสานงาน กับผู้ปกครอง ของนักเรียนผู้นั้น ซึ่งผมคิดว่า ทั้งผู้ปกครองและครู จะได้มีการ ประสานงานกัน อยู่อย่างต่อเนื่อง ตรงนี้ น่าจะเป็นตัวหนึ่ง เมื่อพฤติกรรมเด็ก เปลี่ยนแปลง ครูก็จะต้องเห็น ที่โรงเรียน ถ้าพฤติกรรม ของลูก เปลี่ยนแปลง ผู้ปกครองที่บ้าน ก็จะต้องเห็น ก็จะต้องมีการ ประสานกัน จับตาดูกัน แต่สิ่งหนึ่ง ที่จะขาดไม่ได้ ก็คือ กำลังใจ เราจะต้องให้กำลังใจ กับนักเรียนผู้นั้น ผู้ใด ที่ติดยาเสพติด เราควรจะให้กำลังใจเขา อย่าไปสร้าง ความรังเกียจ แก่เขา ผู้เสพย์คือผู้ป่วย ส่งตัวไป บำบัดรักษาซะ อีกเรื่องหนึ่ง ก็คือเรื่อง จริยธรรม ที่เราจะต้อง อบรมสั่งสอน ให้นักเรียนเรา ยึดมั่น อยู่แต่สิ่ง ที่ดีงาม อย่าไปหมกมุ่น กับอบายมุข ยาเสพติดต่างๆ ถามว่า ทำยากไหม ยาก เพราะปัจจุบันนี้ การแพร่ระบาด ของอารยธรรม ตะวันตกนั้น ค่อนข้างจะรุนแรงมาก และเป็นสิ่งหนึ่ง ที่แพร่เข้ามา และระบาด อย่างรวดเร็ว ในเมืองไทย เดี๋ยวนี้ ไม่ได้มีเฉพาะยาบ้า ทั้งยาอี ยาอะไรต่างๆ ติดตามมา และเป็นสิ่งที่หดหู่ใจ เป็นอย่างมาก ที่ผมเอง เคยได้รับ เคยได้ยิน ได้ฟังมา ก็คือว่า มีเยาวชน บางกลุ่ม บางพวก ของเรา เอายากันยุง ที่เป็นขดๆ มาขูดให้เป็นผง และมาผสมน้ำโค้กทาน ซึ่งตรงนี้ รุนแรงมาก และเป็นตัวหนึ่ง ที่ในตัวกฎหมาย ไม่มีข้อบังคับเลย ไม่มีความผิด ตามข้อกฎหมายเลย เพราะฉะนั้น ตรงนี้ จะต้อง มาจากการ สอดส่อง ติดตามดูแล และความอบอุ่น ในครอบครัว ผมคิดว่า เป็นหลักใหญ่ อย่างที่ผม เรียนตั้งแต่ต้น แล้วว่า ครอบครัว คือสังคม ระดับแรก เป็นสังคมเล็กๆ ถ้าครอบครัว มีความอบอุ่น มีการสร้างเกราะ ป้องกัน ที่ดี ผมเชื่อว่า ปัญหายาเสพติด มันก็จะ เข้ามาไม่ได้ แต่สำหรับ โดยทั่วไปแล้ว จะต้องเพิ่ม มาอีกตัวหนึ่ง ก็คือเรื่อง โครงสร้าง ของตำรวจ ซึ่งตรงนี้ เรื่องนี้ ค่อนข้าง จะเป็นเรื่อง ค่อนข้างใหญ่ คือเรา น่าจะมีการตาม สถานีตำรวจต่างๆ น่าจะมีแผนก ที่รับผิดชอบ เรื่องยาเสพติด โดยตรง เพราะปัจจุบันนี้ คดีความต่างๆ มากมาย ที่มา ยังโรงพัก เราควรจะมี ตำรวจ แผนกยาเสพติด เช่นเดียวกับ แผนกจราจร ซึ่งมีหน้าที่ รับผิดชอบ โดยตรง ตรงนี้ ผมคิดว่า จะเป็นตัวหนึ่ง ที่จะมาช่วย กดดัน ให้การแพร่ระบาด ของยาเสพติดนั้น ให้ลดน้อย ลงไปได้ แต่สิ่งที่ผม ยังยึดมั่น อยู่ตลอดก็คือ ความอบอุ่น และกำลังใจ จากคนในครอบครัว ซึ่งเป็นสังคม ที่เล็กที่สุด จะเป็นเกราะป้องกัน ที่ดีที่สุด ขอบคุณครับ
เนื่องจากตอนนี้ เราก็นั่งอยู่ ใน มอ. ปัตตานี และก็ในเขต 1 ถือว่า มอ. ปัตตานี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ของเรา เป็นสถาบัน การศึกษา ที่ใหญ่ที่สุด ในเขต 1 และก็ถือว่า อยู่คู่กับปัตตานี มาเป็นเวลานาน และก็ถือว่า เป็นสถาบัน การศึกษา ที่สำคัญด้วย ในภาคใต้ มีนักศึกษา จากที่อื่น มาเรียนที่ มอ. ปัตตานี ค่อนข้างมาก อยากจะถามว่า ถ้าหากได้เป็น ส.ส. ท่านมีแนวทาง ที่จะพัฒนา มอ. ปัตตานี อย่างไรบ้าง เป็นแนวทาง ของท่านผู้สมัคร ส.ส. การพัฒนา ในท้องถิ่น คือ มอ. ปัตตานี
สำหรับแนวทาง พัฒนา มอ.ปัตตานี ผมคิดว่า ในศักยภาพ ของคณาจารย์ ของ มอ. ย่อมที่จะรู้ว่า มอ. ต้องการอะไร และมีปัญหาอะไร ในส่วนตรงนี้ ผมคิดว่า คนที่อยู่กับปัญหา และมีความต้องการ และรู้ปัญหา ที่แท้จริง จะต้องมีการประสาน กับ ส.ส. เพื่อที่จะนำปัญหา ตรงนั้น ไปแก้ไข ส่วนอีกเรื่องหนึ่ง ที่ชัดเจน ก็คือว่า น่าจะมี การเปิดโอกาส ให้กับลูกหลาน ชาวจังหวัด ปัตตานี เกี่ยวกับเรื่อง โควต้า อย่างที่คุณ รอสเด่นว่า เพราะฉะนั้น ตรงนี้ ในอัตราส่วน ที่เหมาะสม ซึ่งตรงนี้ ก็อยู่ในดุลยพินิจ ของคณะกรรมการ ของมหาวิทยาลัย ซึ่งผมคิดว่า ตรงนี้ น่าจะเป็นทางหนึ่ง ที่จะดึงลูกหลาน ชาวปัตตานี ให้ได้ร่ำเรียน ในมหาวิทลัย ที่อยู่ในจังหวัดปัตตานี ซึ่งตรงนี้ ถามว่า น่าเกลียดไหม ผมว่า ไม่น่าเกลียด เพราะเป็นสิ่งหนึ่ง ที่คู่กับปัตตานีมา 30 กว่าปีแล้ว ก็ควร จะให้พี่น้อง จังหวัดปัตตานี ลูกหลาน เยาวชน จังหวัดปัตตานี มีโอกาส ได้เข้ามา ศึกษาโดยตรง ส่วนหนึ่ง ตามโควต้า เพราฉะนั้น สรุปตรงนี้ ผมคิดว่า ผู้ที่รู้ปัญหาดีที่สุด ก็คืออาจารย์ และ ความต้องการต่างๆ ท่านอยู่กับปัญหา ต้องรู้ปัญหา แต่ ส.ส. ต้องมีหน้าที่ มารับฟังปัญหาตรงนั้น และนำไปแก้ไข หรือนำไปสานต่อ ผมคิดว่า ปัญหาต่างๆ และความต้องการต่างๆ ของทาง มอ. จะประสบ ความสำเร็จครับ ขอบคุณครับ
คำถามสุดท้าย เป็นคำถาม แม้ว่าจะไม่เกี่ยวกับ จังหวัดปัตตานี โดยตรง แต่ว่า เกี่ยวข้องกับ พื้นที่ภาคใต้ และคงเป็น วิสัยทัศน์ เกี่ยวข้อง กับการพัฒนา ของท่านด้วย มีท่านผู้ฟังคนหนึ่ง ถามว่า ขอความกรุณา ให้ท่านผู้สมัคร ส.ส. เขต 1 ทุกท่านนะคะ แสดงวิสัยทัศน์ เกี่ยวกับโครงการ ท่อก๊าซไทย - มาเลเซียคะ
สำหรับโครงการ ท่อก๊าซ โครงการ นำก๊าซธรรมชาติ ในเขตเศรษฐกิจร่วม มาใช้ ที่เราเรียกว่า JDA โครงการนี้ เริ่มมีการสำรวจ ตั้งแต่ปี 2537 มีการเริ่มสำรวจ และได้มีการสำรวจพื้นที่ โดยมีการตัดซั้ง ของชาวประมง ซึ่งที่เราเรียกว่า ที่อยู่อาศัย ของปลา ในทะเล ถามว่าตอนนั้น ผมดีใจไหม ในฐานะที่ผม คลุกคลีอยู่ใน วงการธุรกิจด้วย ผมดีใจ การที่เรา จะนำทรัพยากร ธรรมชาติ มาใช้ ให้เกิดประโยชน์ ต่อทางเศรษฐกิจ ซึ่งในปี 2537 นั้น ได้มีความเจริญอย่างมาก และได้มีการพัฒนา อย่างต่อเนื่อง ในเรื่องโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งมันจะหมายถึง การสร้างงาน สร้างอะไร ติดตามมา เป็นจำนวนมาก เพราะฉะนั้น ตรงนี้ ผมก็ดีใจว่า ข่าวออกมาว่า ขึ้นที่ปะนาเระ ในช่วงแรก ที่มีการเปลี่ยนแปลง สถานที่ ขึ้นที่ อ.จะนะ จ.สงขลา ผมเอง ก็ไม่ทราบ ด้วยสาเหตุใด หรือว่า ผมอาจจะได้รับข้อมูล ข่าวสาร ที่ผิด มาตั้งแต่เริ่มต้นว่า ที่จะขึ้น ที่ปะนาเระนั้น เพียงแต่ ประมาณการ หรือว่า มีการเริ่มต้น ของโครงการ ถามว่าโครงการนี้ มีประโยชน์ไหม ต่อทางเศรษฐกิจ มีประโยชน์อย่างมาก แต่ถามว่า วันนี้ ที่มันเกิดปัญหาขึ้นมา เพราะอะไรครับ เพราะไม่มีการ ทำความเข้าใจ ไม่มีการ ชี้แจงกับพ่อแม่พี่น้อง ประชาชน ให้เข้าใจ อย่างถ่องแท้ ซะก่อน ถ้าถามว่า ปัตตานีในปี 2537 ต้องการให้ขึ้น ที่ปะนาเระไหม ทุกคนต้องการ ทุกองค์การต้องการ ตรงนี้ผมกล้ายืนยันได้ ทางหอการค้า ทางสภาอุตสาหกรรม ทั้งสมาคมประมง เพราะตอนนั้น เรามีความเข้าใจ และมีการศึกษา ตรงนั้นอยู่ แต่การ ที่ไปขึ้นจะนะ โดยที่ชาวจะนะเอง อาจจะไม่ได้รับรู้ ข้อมูลมาก่อน ตรงนี้ จึงทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา มากมาย อย่างที่เป็นข่าว เพราะฉะนั้น ตรงนี้ ผมคิดว่า ควรจะมีการ ชี้แจง และทำความเข้าใจก่อน ถามว่า เสียดายไหม ถ้าไม่เอาขึ้นมาใช้ เสียดายครับ แต่การเสียดายตรงนี้ การได้ประโยชน์ตรงนี้ จะต้องไม่อยู่ บนพื้นฐาน ของความขัดแย้ง ของพี่น้อง ประชาชนชาว จ.สงขลา หรือชาวไทย ด้วยกัน ฉะนั้น ตรงนี้ผมคิดว่า การที่จะกระทำโครงการใหญ่ๆ หรือโครงการ ที่มีผลกระทบ ต่อความเป็นอยู่ ของพี่น้องประชาชน ไม่เฉพาะ จังหวัดปัตตานี หรือที่ไหน ควรจะให้มี ประชาชน เข้าไปมีส่วนร่วม ในการที่จะรับรู้ ทำความเข้าใจ กันเป็นระยะๆ เพื่อที่ให้เขา ได้รับทราบ ถึงผลกระทบ ที่จะตามมาเป็นระยะๆ เพื่อที่ให้เขา ได้รับทราบ ถึงผลกระทบ ที่จะตามมา ถามผม ถึงเรื่องความปลอดภัย เชื่อแน่ว่า ระบบความปลอดภัยนี้ ต้องเข้มงวด อย่างแน่นอน สำหรับโครงการนี้ แต่วันนี้ ควรจะต้อง เป็นเรื่องที่ ควรจะต้อง ทำความเข้าใจ กันใหม่ เพราะพื้นฐาน ความขัดแย้ง ค่อนข้างจะรุนแรงมาก เพราะฉะนั้น ตรงนี้ ถามว่า วันนี้เห็นด้วยไหม ยังเห็นด้วย ถ้านำทรัพยากรธรรมชาติมาใช้ แต่ไม่เห็นด้วย ถ้าอยู่บนพื้นฐาน ของความขัดแย้ง ของพี่น้องประชาชน
สำหรับวันนี้ เวลาของรายการ เวที เพื่อที่จะสะท้อน วิสัยทัศน์ ก็คงได้เวลา อันสมควรแล้ว และก็ในช่วงนี้ ถือว่า เป็นช่วงโค้งสุดท้าย ของผู้สมัคร ทุกท่านด้วย แต่ก็ต้องขอขอบคุณ ทุกท่าน ที่สละเวลา มาร่วมแสดงวิสัยทัศน์ ในเวทีวันนี้ ว่าแม้จะเป็นช่วง โค้งสุดท้าย ก็ตาม แต่ก็ถือว่า เป็น spirit ของท่าน ที่แสดงความร่วมมือ กับทางแผนกวิชารัฐศาสตร์ด้วย ต้องขอขอบคุณ เป็นอย่างยิ่ง ดิฉัน ในนามของ แผนกวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ขอขอบคุณ ผู้สมัครทุกท่าน อีกครั้งหนึ่ง แล้วก็ขอบคุณ ท่านผู้มีเกียรติ ที่อยู่ที่นี่ และก็คุณผู้ฟัง ที่รับฟัง จากทางสถานีวิทยุ มอ.ปัตตานี ที่นี่ ก็ได้ร่วมแสดงความคิดเห็นด้วย และก็ขอบคุณ ไปยังสถานีวิทยุ มอ. ปัตตานี ที่ร่วมถ่ายทอดสด ให้คุณผู้ฟังทางบ้าน ได้รับฟังในวันนี้ด้วยนะคะ สำหรับเวทีในวันนี้ ดิฉันคงต้องขอปิดเวที แต่เพียงเท่านี้ ขอบคุณ สวัสดีคะ