แมลงสัตว์พิษและการป้องกันกำจัด


ประพันธ์ เชิดชูงาม วทบ, สม, ศุภชัย รัตนมณีฉัตร, พบ, สม

สาขาวิชาพิษวิทยาและอาชีวเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม, ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

แมงป่อง (Scorpion), แมงมุม (Spider), ต่อและแตน (Wasp and hornet) เป็นสัตว์จำพวก Arthropod ไม่จัดอยู่ในกลุ่มแมลงพาหะนำโรคสู่คน แต่สามารถทำให้เกิดการบาดเจ็บต่อร่างกายจากน้ำพิษซึ่งอาจทำให้เกิดอาการรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต

แมงป่อง(Scorpion) เป็นสัตว์ที่จัดอยู่ใน Class Arachnida, Order Scorpiones มีรูปร่างคล้ายปู ลำตัวยาวเป็นปล้อง ๆ ประมาณ 2-10 เซนติเมตร มีก้ามคล้ายก้ามปู 1 คู่ และลำตัวติดกัน มีขาเป็นปล้อง ๆ 4 คู่ติดอยู่ ท้องยาวออกไปเป็นหาง มี 5 ปล้อง ที่ปลายหางมีอวัยวะสำหรับต่อย (Stinger) แมงป่องชอบออกหากินในเวลากลางคืน เวลากลางวันมักจะหลบซ่อนตัวอยู่ใต้โพรงก้อนหิน ใต้กองไม้ ท่อนไม้ กองกระดาน ใต้ใบไม้ ตามรอยแตกใต้พื้นบ้านที่มีความชื้น การถูกแมงป่องต่อยมักถูกต่อยโดยบังเอิญหากถูกรบกวน ทั้งในบริเวณบ้านหรือนอกบ้าน ผู้ที่ถูกต่อยจะมีอาการไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับพันธุ์ของแมงป่อง จำนวนน้ำพิษ บางรายอาจมีอาการเจ็บเพียงเล็กน้อย บางรายอาจมีอาการมากจนถึงขั้นเป็นอันตราย พิษของแมงป่องมีพิษต่อระบบประสาท (Neurotoxin) ส่วนน้อยมีพิษต่อระบบโลหิต (Haematotoxin) รายที่ถูกต่อยรอยแผลจะมีลักษณะคล้ายเข็มแทงรูเดียว บางครั้งอาจเป็นรอยไหม้ รายที่แพ้พิษจะมีอาการปวดมาก จำเป็นต้องนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลทันที การใช้น้ำแข็งปะคบหรือวางบนตำแหน่งที่ถูกแมงป่องต่อย จะบรรเทาอาการปวดที่เกิดจากพิษแมงป่องต่อยได้มาก รายที่มีอาการรุนแรง จะรู้สึกปวดทันที กล้ามเนื้อกระตุก อาเจียน ชัก น้ำลายฟูมปาก กระหายน้ำมาก ตัวเขียว การหายใจล้มเหลว อย่างไรก็ตามแมงป่องในบ้านเรา มีพิษน้อยกว่าชนิดที่พบในสหรัฐอเมริกา, อาฟริกาตอนเหนือ และแถบประเทศในยุโรปตอนใต้ พันธุ์ที่มีพิษมากได้แก่ Centruroides, Tityus, Androctonus, Buthus, Buthotus, Leiurus และ Parabuthus ทั้งหมดอยู่ใน Family Buthidae ชนิดแมงป่องที่พบในบ้านเราคือ Keterometrus longimanus พบบ่อยทางภาคเหนือ

การป้องกันกำจัด :

การทำลายแหล่งหลบซ่อนของแมงป่อง จะเป็นการช่วยลดอัตราเสี่ยงจากการถูกแมงป่องต่อย หากไ ม่สามารถทำลายแหล่งที่อยู่อาศัยหรือพื้นที่ซึ่งแมงป่องชอบอาศัยอยู่ จำเป็นต้องใช้สารเคมีช่วยในการกำจัด สารเคมีที่นำมาใช้ในการกำจัดแมงป่องอาจอยู่ในรูปของสารละลาย สารแขวนลอย หรืออยู่ในรูปของน้ำมัน (Emulsion) เช่น azamethiophos, bendiocarb, malathion, dioxacarb, propoxur หรือ propoxur ผสม DDVP ฉีดพ่นบริเวณที่มีแมงป่องอาศัยและชอบหลบซ่อนตัว เช่น กองไม้กระดาน ข้างโถส้วม บริเวณที่วางท่อน้ำประปา รอยแตกใต้พื้นบ้านที่มีความชื้น เป็นต้น ควรฉีดพ่นทุก ๆ 3-4 เดือน.

แมงมุม (Spider) : แมงมุมจัดอยู่ใน Class Arachnida, Order Araneae หรือ Araneida ลักษณะที่สำคัญคือ มีลำตัวเป็นปล้อง ๆ ส่วนหัวและอกรวมกัน ส่วนท้องซึ่งเป็นถุงแยกออกจากส่วน หัวและอกมี pedicel คั่นอยู่ แมงมุมมีขา 4 คู่ ปากมีเขี้ยวพิษที่เรียกว่า chelecerae ซึ่งมีท่อต่อถึงส่วนที่เป็นส่วนหัวและอกซึ่งเป็นที่อยู่ของต่อมพิษ แมงมุมหลายพันธุ์มีพิษ แต่มีเพียงไม่กี่ชนิดที่มีพิษร้ายแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งชนิดที่เรียกว่า Latrodectus mactan หรือ แมงมุมแม่ม่ายดำ (Black widow spider) ชนิดที่มีพิษรุนแรง (Severe human poisoning) ได้แก่ Latrodectus, Loxosceles, Phonentria และ Atrax พันธุ์ที่มีพิษมากที่สุดพบในสหรัฐอเมริกา น้ำพิษมีพิษร้ายแรงทำให้คนเสียชีวิตได้ ขนาดของตัวเมียโตประมาณ 13 มิลลิเมตร ลำตัว ท้อง และขามีสีน้ำตาลดำ หน้าท้องจะมีรูปลักษณะคล้ายนาฬิกาทรายสีส้มแดง เห็นได้ชัด มักอาศัยอยู่ในที่มืด ในกองไม้ ตอไม้ รอยแตกของพื้น อย่างไรก็ดี แมงมุมชนิดนี้ที่พบในประเทศไทยเคยมีรายงานผู้ป่วยถูกแมงมุมชนิดนี้กัดที่จังหวัดขอนแก่น เป็นหญิงอายุ 20ปี หลังจากถูกกัดมีอาการเจ็บบริเวณที่ถูกกัด เหงื่อออกมาก ปวดท้อง หายใจและพูดลำบาก อาการเป็นชั่วคราวแล้วก็หายเป็นปรกติในหนึ่งวัน แมงมุมมีสีน้ำตาลอยู่บนพื้นดินและวินิจฉัยว่าเป็น พันธุ์ Lactrodectus sp. แมงมุมที่พบในบ้านเราโดยทั่วไปชอบอาศัยอยู่ตามเพดานห้อง มุมห้อง เช่น ห้องน้ำ ห้องครัว หรือตามผนังที่มีรอยแตก บางชนิดชักใย เพื่อดักแมลงตัวเล็ก ๆ เพื่อกินเหยื่อ.

การป้องกันกำจัด :

การใช้สารเคมีกำจัดแมงมุม ที่มีจำหน่ายในท้องตลาดมีหลายชนิด ได้แก่ azamethiophos, bendiocarb, diazinon, และ malathion, ควรฉีดพ่นทุก ๆ 2-3 อาทิตย์ ต่อครั้ง การฉีดพ่นสารเคมี ตามมุมห้อง หรือเพดาน ควรระวังแมงมุมหากตกใจอาจตกลงมาจากเพดานห้องและกัดได้

ต่อ และแตน (Wasp & hornet) เป็นแมลงจัดอยู่ใน Class Insecta, Order Hymenoptera ต่อ มีขนาดลำตัวยาว 1.5 ซ.ม. ขึ้นไป ส่วนแตน มีขนาดต่ำกว่า 1.5 ซ.ม. ต่อและแตนมีเหล็กไนอยู่ที่ส่วนปลายของลำตัว มีลักษณะคล้ายเข็มฉีดยา ต่อและแตนมีลักษณะและวงจรชีวิตคล้ายกัน ตัวต่อหนึ่งตัวสามารถต่อยศัตรูได้หลายครั้งโดยตัวเองไม่ตาย ต่อในประเทศไทยมีหลายชนิด เช่น ต่อหัวเสือ ต่อป่า ต่อหลวง ต่อรัง ต่อหลุม ต่อนอนวัน เรียกตามลักษณะการทำรัง พฤติกรรม หรือที่อยู่อาศัย ส่วนแตนมีหลายชนิด เช่น แตนบัว แตนฝักบัว แตนลิ้นหมา แตนกล้า แตนลาน เป็นต้น ซึ่งเรียกตามลักษณะของรังแตน อาการแสดงที่เกิดจากการถูกต่อต่อย ขึ้นอยู่กับชนิดของต่อ ปริมาณน้ำพิษ จำนวนต่อที่ต่อย รวมทั้งปฏิกิริยาของคนแพ้แมลงเป็นต้น ผู้ที่ไม่แพ้แมลง (non-allergic) หลังจากถูกต่อต่อย อาจรู้สึกเจ็บและบวมเพียงเล็กน้อย ต่อมาจะหายเองได้ ส่วนในรายที่มีปฏิกิริยาปานกลาง หรือรุนแรง จะปวดมากบริเวณที่ถูกต่อต่อย มีอาการหน้ามืด และเป็นลมได้ บางรายเหงื่อออกมาก ตัวสั่น หาวบ่อยครั้ง อาจมีลมพิษทั่วตัว คัน เจ็บและมีไข้รายที่เกิดปฏิกิริยาอย่างรุนแรง ผู้ป่วยจะหายใจลำบาก เขียวคล้ำ ความดันโลหิตต่ำจนช็อกเกิดภาวะการไหลเวียนของโลหิตล้มเหลว และจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา

การป้องกันกำจัด :

การกำจัดตัวต่อโดยใช้สารเคมี เช่น bendiocarb, carbaryl, diazinon, DDVP หรือ malathion ฉีดพ่นที่รังต่อ การทำลายรังต่อเสือ ซึ่งรังมีขนาดใหญ่ มีตัวต่ออาศัยอยู่ภายในเป็นจำนวนมาก การทำลายรังต่อเสือจึงต้องกระทำอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ ต้องอาศัยผู้ที่มีความรู้ความชำนาญ วิธีที่ปลอดภัยมากที่สุดในการทำลายรังต่อเสือ จะกระทำในเวลากลางคืน เมื่อตัวต่อทุกตัวอยู่ภายในรัง รังของต่อเสือจะสร้างทางเข้าออก มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2-3 นิ้ว ก่อนฉีดสารเคมีเข้าไปในรังต่อ จำเป็นต้องอุดทางเข้าออกของรังต่อด้วยสำลี อุดที่รู ตัวต่อจะไม่สามารถหนีออกจากรังได้ จึงใช้สารเคมีชนิดบรรจุกระป๋องอัดก๊าซชนิดที่ปลายหัวฉีดมีท่อยาวเล็ก ๆ สวมบนหัวฉีด พยายามใช้หัวฉีดเจาะบริเวณข้าง ๆ ของรังต่อแล้วฉีดพ่นสารเคมีเข้าไปภายในรัง ทำเช่นนี้จนรอบรังต่อ จะทำให้ต่อในรังตายทั้งหมด หากจำเป็นต้องกำจัดรังต่อในเวลากลางวันต้องสวมใส่เสื้อผ้าหนาหรือหลายชั้นเพื่อป้องกันต่อต่อยและต้องสวมถุงมือหนา รองเท้าบู้ท และสวมหมวกเพื่อป้องกันต่อรุมต่อย

เอกสารอ้างอิง :

1. WHO. Chemical methods for the control of arthropod vectors and pests of public health importance. Geneva, 1984: 74-6.

2. วิชัย รุ่งปิตะรังสี. แมงป่อง.ใน:มุกดา ตฤษณานนท์, บก. สัตว์มีพิษและการรักษาพิษสัตว์.กรุงเทพฯ:โรงพิมพ์พิฆเณศ,2522:151-4.

3. บุญเยือน ทุมวิภาต. พิษจากแมลง. ใน:ไพโรจน์ อุ่นสมบัติ, ประพันธ์ เชิดชูงาม, บก.เวชศาสตร์ป้องกัน. กรุงเทพ ฯ:สหประชาพาณิชย์, 2532:821-41.

4. Sucharit S. A poisonous spider bite by Latrodectus sp. from Northeast Thailand. Siriraj Hosp Gaz 1980;32:675-6.

5. วิชัย รุ่งปิตะรังสี. แมงป่อง. ใน: มุกดา ตฤษณานนท์, บก. สัตว์มีพิษและการรักษาพิษสัตว์. กรุงเทพฯ :โรงพิมพ์พิฆเณศ, 2522:146-51.

Links to other sites on the Web

พิษจากพืชและสัตว์มีพิษบางชนิด
มะกล่ำตาหนู:เมล็ดมีพิษ

© 2000 [email protected]

Hosted by www.Geocities.ws

1