 | บุญราศีพระสันตะปาปายอห์นที่ 23 โดย " peter T. Farrelly, Jr. "
จากหนังสือนิตยสาร "Soul" ฉบับ May-June 2000 | แปลและเรียบเรียงโดย สิริโรจนา |
พระสันตะปาปา ลำดับที่ 262 John XXIII (1958-1963)
|
พระสันตะปาปายอห์นที่ 23 เป็น "นายชุมพาบาลที่ดี" และได้เปิดประตูพระศาสนจักรต้อนรับลูกแกะทั่วโลกที่พลัดจากฝูง
พระองค์จะได้รับสถาปนาเป็นบุญราศี หลังจากสมณะกระทรวงว่าด้วยการแต่งตั้งนักบุญได้ประกาศเมื่อวันที่ 27 มกราคมว่า พระเป็นเจ้าได้ทรงทำมหัศจรรย์
โดยการวอนขอจากองค์พระสันตะปาปา
พระอัครสังฆราช โฮเซ่ ซาไรว่า มาร์ตินส์ ประธานสมณะกระทรวงเป็นผู้แถลงข่าว ตอนจบพิธีสัปดาห์แห่งการภาวนาเพื่อคริสตชนจะได้เป็นหนึ่งเดียวกัน
นี่คือพยานหลักฐานของพระสันตะปาปายอห์น พระองค์ได้จัดตั้งองค์การแห่งสำนักวาติกันสำหรับความเป็นหนึ่งเดียวของคริสตชนในเดือนมิถุนายน
1960 ซึ่งได้กลายเป็นสมณะสภาในปี 1988
พระสันตะปาปาจอห์น ปอล ที่ 2 ทรงตระหนักถึงความเชื่อศรัทธาของคริสตชน ที่มีต่อบุญราศี พระสันตะปาปายอห์น ที่ 23 จึงทรงตัดสินพระทัย ย้ายพระศพของพระสันตะปาปายอห์น ที่ 23 จากใต้พระวิหารนักบุญโปโตร ขึ้นมาไว้ภายในพระมหาวิหารนักบุญเปโตรแทน ทั้งนี้เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้แสวงบุญที่มาสวดภาวนา และคารวะพระศพเป็นจำนวนมาก |
- สื่อมวลชนวาติกันยืนยันว่า พระศพของพระสันตะปาปายอห์น ที่ 23 ผู้ทรงเรียกประชุมสภาสังคายนาวาติกัน ครั้งที่ 2 ในวันที่ 11 ตุลาคม ค.ศ.1962 ได้ถูกย้ายจากสุสาน ภายใต้พระมหาวิหารแล้ว ตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม ค.ศ.2001
- พระสันตะปาปายอห์นที่ 23 ได้นำพระศาสนจักรคาทอลิกจากปี 1958 ถึง 1963 ซึ่งเป็นช่วงเวลาวิกฤติในโลก และภัยร้ายแรงต่อพระศาสนจักร ประเทศมหาอำนาจกำลังแข่งขันกันทางอวกาศ ประธานธิบดีครูเชฟได้ถอดรองเท้าเคาะโต๊ะในที่ประชุมขององค์การสหประชาชาติ
สถานะการณ์ตรึงเครียดทั่วโลก เนื่องจากสหภาพโซเวียตได้ตั้งฐานทัพจรวดในประเทศคิวบา ซึ่งอยู่ใกล้ชายแดนของสหรัฐอเมริกา และชาวโลกหวาดกลัวว่า จะเกิดสงครามปรมาณูระหว่างโซเวียตและอเมริกา
- พระสันตะปาปายอห์นได้รับการฝึกงานมาอย่างช่ำชองสำหรับยุคมหาภัยนั้น ประสูติเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 1881 ที่โซโตอิลมอนที พระองค์เป็นบุตรคนที่สาม ของครอบครัวที่มีลูกทั้งหมดสิบสามคน บิดามารดามีอาชีพรับจ้างทำนาให้กับเจ้าของที่นา พระองค์ได้เข้าศึกษาเล่าเรียนในบ้านเณร เมื่อมีพระชนมายุสิบสองพรรษา และรับราชการทหารในกองทัพอิตาลีก่อนที่พระองค์จะได้รับศีลอนุกรมในปี 1904 งานชิ้นแรกของพระองค์ คือ เป็นเลขานุการ ของพระสังฆราชใหม่ในสังฆมลทล เบอร์กาโม ซึ่งเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของพระองค์ คุณพ่อแองเจโล กิวเซปปี รอนเชลลี่ ได้รับความรู้ความชำนาญ
ในหน้าที่ของพระศาสนจักรบนแผ่นดินนี้จากพระสังฆราชกีเอโกโม ราดีนีเทดิชิ เมื่อสงครามโลกครั้งที่หนึ่งได้อุบัติขึ้น พระองค์ได้รับใช้ประเทศชาติในตำแหน่งศาสนสงฆ์ประจำกองทัพอิตาลี
- หลังสงครามไม่นาน พระองค์ได้รับศีลบวชเป็นพระสังฆราช เป็นทูตของสำนักวาติกันประจำประเทศบัลแกเรีย และอยู่ที่นั่นประสานงานกับพระศาสนจักร ทางภาคตะวันออกเป็นเวลาสิบปี ในปี 1935 พระองค์ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้แทนพระประมุขประจำประเทศกรีซและตุรกี และตั้งสำนักงานในกรุงอีสตันบูล ซึ่งในเวลาต่อมา ได้กลายเป็นแหล่งสำหรับค้นหาและช่วยเหลือนักโทษสงคราม หลังจากนั้น พระองค์ได้รับแต่งตั้งเป็นสมณะทูตประจำประเทศฝรั่งเศส
เพื่อสะสางงานหลังสงครามของพระศาสนจักร พระองค์ได้ทำงานให้สำนักวาติกันในตำแหน่งผู้สังเกตการณ์ที่ยูเนสโก (UNESCO) ซึ่งเป็นองค์การของสหประชาชาติ ว่าด้วยเรื่องการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมจากปี 1946 ถึง 1953 ซึ่งเป็นปีที่พระสันตะปาปาปิโอที่ 12 ได้แต่งตั้งพระองค์เป็นพระคาร์ดินัล
- ตลอดเวลาที่ดำรงตำแหน่งเหล่านี้ พระองค์เป็นพระสงฆ์ที่สุภาพถ่อมตน ยินดีทำงานอย่างตรากตรำร่วมกับพี่น้องของพระองค์ เมื่อพระองค์ได้รับเลือกเป็นพระสันตะปาปาในวันที่ 20 ตุลาคม 1958 พระองค์ทรงเรียกพระองค์เองว่า "ผู้รับใช้ของผู้รับใช้พระเป็นเจ้า"
- พระอัครสังฆราชมาร์ตินส์ ผู้ซึ่งได้ประกาศการสถาปนาพระสันตะปาปายอห์นที่ 23 เป็นบุญราศี ได้กล่าวว่า พระองค์ได้ปลูกฝังความสัมพันธ์อันดีงาม กับคริสตจักรอื่นๆ ในฐานะนายชุมพาบาลพระองค์ได้ติดต่อกับพี่น้องหลายนิกาย ที่ยังไม่มีความสัมพันธ์อย่างบริบูรณ์กับพระศาสนจักรคาทอลิกระหว่างที่พระองค์ ทำงานอยู่ในประเทศบัลแกเรียและตุรกี ประสบการณ์เหล่านี้ได้นำพระองค์ไปแสวงหาการกลับคืนสู่การเป็นหนึ่งเดียวกัน ซึ่งได้สูญหายไปเป็นเวลาหลายศตวรรษ
และซึ่งพระเยซูเจ้าได้วิงวอนพระบิดาอย่างเร่าร้อน โปรดประทานแก่พระองค์ ก่อนสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน
- ซิสเตอร์ เคเทอริน่า คาปิตานิ คณะธิดาแห่งพระเมตตา เป็นคนที่ได้รับผลมหัศจรรย์ จากการเร้าวิงวอนพระสันตะปาปายอห์น เธอทำงานอยู่ที่โรงพยาบาล นักบุญจอห์น ออฟ ก๊อดในเมืองอะกริเจนโต ทางภาคใต้ของประเทศอิตาลี เธอได้มาร่วมพิธีประกาศและให้สัมภาษณ์ว่า "ข้าพเจ้ารู้สึกปิติยินดีและปลาบปลื้ม
ที่ข้าพเจ้าได้รับพระพรพิเศษแห่งการรักษาหายจากโรคกระเพาะอาหาร โดยการวอนขอพระสันตะปาปายอห์น" เธอดีใจมากที่ได้มีส่วนร่วมในการสถาปนาองค์พระประมุขเป็นบุญราศี
- เธอได้เรียกพระสันตะปาปาจอห์นว่า "ผู้นำการเปลี่ยนแปลงมาสู่พระศาสนจักร" และชมเชยว่า พระองค์เป็นคนง่ายๆ ตรงไปตรงมา เพียบพร้อมด้วย คุณงามความดี และถือความยากจน นี่คือคุณค่าที่เราสามารถสัมผัสได้ในชีวิตของพระองค์ ถ้าคนส่วนใหญ่มีคุณค่าเหล่านี้ โลกเราก็จะแตกต่างจากที่เป็นอยู่ทุกวันนี้
- พระสันตะปาปายอห์นได้เปิดประตูพระศาสนจักรต้อนรับชาวโลก เมื่อพระองค์ได้จัดประชุมสังคายนาวาติกันครั้งที่สอง ซึ่งพระองค์ทรงเรียกว่า "การเสด็จมาใหม่ของพระจิตเจ้า" เพื่อช่วยสมานแผลแห่งการแตกแยกกันในศาสนาคริสต์ ในสมณะสาสน์ "สันติสุขบนแผ่นดิน" (pacem in Terris)
พระองค์ได้เรียกร้องให้ยุติการแข่งขันกันสร้างอาวุธยุทโธปกรณ์ ให้คืนดีกัน และให้ระบอบคอมมิวนิสต์และระบอบนายทุนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน
เนื่องจากพระองค์เป็นสะพานแห่งความมีน้ำใจดีที่เชื่อมภาคตะวันออกกับตะวันตก พระองค์ทรงมีบทบาทสำคัญมาก ในการผ่อนคลายความตรึงเครียดของวิกฤตการณ์ฐานทัพจรวดในประเทศคิวบาในต้นปี 1963
- ในเดือนมกราคมของปีเดียวกัน หนังสือนิตยสารไทม์ (Time magazine) ได้เลือกพระองค์เป็น"บุคคลสำคัญประจำปี 1962" บทความหน้าปกได้อธิบายว่า:
"พระสันตะปาปายอห์นได้ประทานแก่โลกสิ่งที่วิทยาศาสตร์และการทูตไม่อาจสรรหาได้ ความรู้สึกของการเป็นหนึ่งเดียวในครอบครัวมนุษยโลก" บางคนได้ตำหนิพระสันตะปาปายอห์นที่ 23 ที่ไม่ยอมเปิดเผยความลับฟาติมาข้อที่สาม อย่างไรก็ตาม พระองค์เชื่อมั่นในสารฟาติมา หลังจากอ่านความลับ ซึ่งซิสเตอร์ลูซีอา หนึ่งในสามคนที่ได้เห็นแม่พระประจักษ์และยังมีชีวิตอยู่ได้เขียน พระองค์ได้บอกพระสังฆราชเลอเรียแห่งฟาติมาให้เขียนหนังสือเวียน
ถึงพระสังฆราชทั่วโลก เชิญชวนคริสตชนทั้งหลายร่วมใจกับผู้แสวงบุญที่ฟาติมาในคืนวันที่ 12-13 ตุลาคม 1960 สวดภาวนา ชดเชยบาป และวิงวอนพระเป็นเจ้า
ขอให้รัสเซียกลับใจ และมีสันติภาพทั่วโลก
- นักแสวงบุญเกือบหนึ่งล้านคนได้อุตส่าห์ตากฝนที่เทลงมาในคืนนั้นขณะสวดภาวนาต่อหน้าศีลมหาสนิทที่โคว่า ดา อิเรียในฟาติมา สัตบุรุษทั่วโลกประมาณ
300 สังฆมลทลได้พร้อมใจกันสวดภาวนาร่วมกับผู้มาแสวงบุญ ที่ฟาติมา พระสันตะปาปายอห์นได้ประทานพระพรพิเศษ สำหรับคริสตชนที่มีส่วนร่วมในการชดเชยบาปอย่างพร้อมเพียงกันทั่วโลก
- พระสันตะปาปาปิโอที่ 12 ได้ตรัสว่า: "เวลาแห่งการสงสัยฟาติมาได้ผ่านพ้นไปแล้ว บัดนี้เป็นเวลาแห่งการปฏิบัติการ" ส่วนพระสันตะปาปายอห์นที่ 23
ได้ทรงประทานข้อคิดเห็นว่า: "ฟาติมา คือ ศูนย์กลางแห่งความหวังของคริสตชนทั้งมวล"
หมายเหตุ: peter T. Farrelly, Jr. เป็นนักเขียนคาทอลิกจาก Fairfield County Connecticut เขาเคยเป็นบรรณาธิการข่าว ของหนังสือพิมพ์ The Fairfield County Catholic ของสังฆมลทล bridgeport มาก่อน
ย้ายพระศพพระสันตะปาปาบุญราศียอห์น 23
- วาติกัน (ซีเอ็นเอส) พระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2 ทรงตระหนักดีถึงความเชื่อศรัทธาของคริสตชนที่มีต่อพระสันตะปาปาบุญราศี ยอห์น ที่ 23 จึงทรงตัดสินพระทัยย้ายพระศพของพระสันตะปาปาบุญราศี ยอห์น ที่ 23 จากใต้มหาวิหารนักบุญเปโตรแทน ทั้งนี้เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้แสวงบุญที่มาสวดภาวนาและคารวะพระศพเป็นจำนวนมาก
- สื่อมวลชนวาติกันยืนยันว่าพระศพของพระสันตะปาปาบุญราศี ยอห์น ที่ 23 ผู้ทรงเรียกประชุมสังคายนาวาติกันครั้งที่ 2 ในวันที่ 11 ตุลาคม ค.ศ.1962 ได้ถูกย้ายจากสุสานภายให้มหาวิหารแล้วตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม เนื่องจากไม่เหมาะสมที่จะกระทำระหว่างปีศักดิ์สิทธิ์ที่เพิ่งผ่านพ้นไป
 LONG POPE / 22 ปี สมณสมัย Pope John Paul II / พระสันตปาปา 265 องค์ / อวยพรวันครบรอบแต่งงาน / ประตูศักดิ์สิทธิ์ / Link to pope / Goto Menu |
|