การบังเกิดของพระมารดา I การบังเกิดของพระนางมารีอา I พระนางมารีพรหมจารีตลอดกาล I วาระสุดท้ายของพระนางมารีอา I พระหรรษทานเจ็ดประการ
แม่พระมหาทุกข์แห่งควิโต I แม่พระทรงคลอดคนบาป I นักบุญบริดยิทเห็นแม่พระ I บทรำพึงถึงพระมหาทรมานของพระเยซูคริสตเจ้า

การเกิดของมารดาพระเจ้า
นำเสนอโดย... สิริโรจนา  Last  


นักบุญบริดยิทได้บันทึกคำบอกเล่าของพระมารดามารีอาดังนี้

การปฏิสนธินิรมลทิน

แม่เกิดมาไม่มีบาปกำเนิดและบาปอื่นๆ เพราะพระบุตรและแม่เป็นผู้บริสุทธิ์ แม่ได้ปฏิสนธิจากการแต่งงานอันศักดิ์สิทธิ์ยิ่ง

แม่เกิดมาในชั่วโมงแสงเงินแสงทอง เวลาแห่งพระเกียรติและพระสิริโรจนาของพระเป็นเจ้า จุดเริ่มต้นแห่งการไถ่บาปมนุษยชาติ ความมืดกลายเป็นความสว่าง พระเป็นเจ้าปรารถนาทำงานชิ้นหนึ่งด้วยพระองค์เอง ลับสุดยอด ไม่ทรงอนุญาตให้โลกรู้ พระองค์บันดาลให้ต้นไม้แห้งแล้งต้นหนึ่งออกดอกบานสะพรั่ง ไม่มีใครรู้ว่าแม่ได้เกิดมา เพราะพระองค์ปรารถนาให้ทุกสิ่งดำเนินไปตามธรรมชาติ มีการถกเถียงกันก่อนที่จะมีการออกกฎ แล้วกฎก็ออกมาเหนี่ยวรั้งความคิดเห็นต่างๆที่ไม่ถูกต้องทำนองคลองธรรม พระเป็นเจ้าพอพระทัยที่ผู้ทรงธรรมอาจสงสัยอย่างศรัทธาในการปฏิสนธินิรมลทินของแม่ และแสดงความศรัทธาอย่างเร่าร้อนเมื่อความจริงไม่มีข้อสงสัยใดๆทั้งสิ้นเกิดขึ้นในกาลเวลาที่พระเป็นเจ้าทรงกำหนดไว้

ความหวาดกลัวของอำนาจมืด และความปิติยินดีของผู้ชอบธรรม

เมื่อแม่เกิดมา ปิศาจไม่รู้เรื่องเลย อำนาจมืดใคร่ครวญว่า: “หญิงพรหมจารีคนหนึ่งได้เกิดมาแล้วและพวกเราจะต้องลงมือทำอะไร? หลักฐานบอกว่า สิ่งมหัศจรรย์จะอุบัติขึ้นในตัวเธอ ถ้าเราเหวี่ยงร่างแหแห่งความชั่วร้ายครอบคลุมตัวเธอ ๆ จะฉีกมันขาด ถ้าเราทดสอบดวงใจของเธอ กองทัพแสนยานุภาพจะลงมาปกป้องคุ้มครองเธอ ไม่มีเป้าในตัวเธอสำหรับให้อาวุธเจาะเข้าไป เพราะฉะนั้น เราเกรงว่า ความบริสุทธิ์ของเธอจะเป็นเครื่องมือทรมานพวกเราอย่างฉกาจฉกรรจ์ พระหรรษทานของเธอจะบดขยี้กำลังของเรา ความมั่นคงของเธอจะเหยียบย่ำเราใต้เท้าเธอ” แต่พระสหายของพระเป็นเจ้ารอคอยเป็นเวลานานและโดยการดลใจของพระจิตเจ้าพูดว่า: ”เราจะเศร้าโศกอีกต่อไปทำไม เราควรจะยินดี เพราะแสงสว่างเกิดแล้ว และขับไล่ความมืดออกไป ความปรารถนาของเราบรรลุผล” ถึงแม้ความยินดีของเขาอยู่ที่การเชยชมพระพักตร์ของพระองค์ก็ตาม เทวดาของพระเป็นเจ้าชื่นชมยินดีและพูดว่า: “สิ่งที่เป็นความปรารถนาอันโปรดปรานของพระเป็นเจ้าโดยเฉพาะได้บังเกิดบนแผ่นดิน ด้วยเหตุนี้ สันติสุขเที่ยงแท้ได้กลับคืนสู่สวรรค์และโลก ของที่ได้สูญหายไปกลายเป็นของที่ได้กลับคืนมา” จริงๆ ลูกรัก แม่ยืนยันว่า การเกิดของแม่เป็นจุดเริ่มต้นแห่งความปิติยินดี เพราะต้นไม้ได้ผลิดอกออกผล พระมหากษัตริย์และประกาศกทั้งหลายอยากเชยชม เมื่อแม่มีอายุพอรู้จักพระผู้สร้าง แม่เข้าหาพระองค์ด้วยความรักที่ยังพูดไม่เป็น และรักพระองค์สุดดวงใจ แม่ได้รับการพิทักษ์รักษาด้วยพระหรรษทานพิเศษ ถึงแม้มีอายุน้อยแม่ก็ไม่ปลงใจทำบาป เพราะความรักต่อพระเป็นเจ้า การดูแลเอาใจใส่ของคุณพ่อคุณแม่ การศึกษาเล่าเรียนอย่างดี การเจริญชีวิตในคุณความดี และความเร่าร้อนในการู้จักพระเป็นเจ้า

แม่คือสตรีที่รักพระเป็นเจ้าตั้งแต่นิรันกาล เปี่ยมด้วยพระจิตตั้งแต่เป็นเด็กทารก ยกตัวอย่างผลไม้จำพวกเปลือกแข็ง เมื่อภายนอกเติบโต ภายในก็ขยายตัวขึ้นเรื่อย ๆ จนเต็มเปลือก ไม่มีช่องว่างเหลือสำหรับสิ่งอื่นใด ในทำนองเดียวกัน แม่เปี่ยมด้วยพระจิตตั้งแต่เล็ก ขณะร่างกายและอายุของแม่เพิ่มขึ้น พระจิตเจ้าทรงประทับอยู่ในแม่ครบบริบูรณ์จนไม่มีที่ให้บาปเบียดตัวเข้าไป ฉะนั้น แม่ไม่เคยทำบาป หนักหรือเบา เพราะแม่เร่าร้อนด้วยความรักต่อพระเป็นเจ้า ไม่มีอะไรที่แม่พอใจนอกจากทำตามน้ำพระทัยของพระองค์อย่างบริบูรณ์ ความรักพระเจ้าลุกเป็นไฟในดวงวิญญาณของแม่ พระเป็นเจ้าองค์ความศักดิ์สิทธิ์ เนรมิตแม่ รักแม่อย่างเร่าร้อน และบันดาลให้แม่เปี่ยมด้วยพระคุณของพระจิตทุกประการด้วยพระฤทธานุภาพของพระองค์

ชีวิตในวัยเด็ก

ทันทีที่แม่รู้ว่ามีพระเป็นเจ้า จิตใจของแม่คอยจดจ่ออยู่ที่ความรอดของวิญญาณ และระมัดระวังไม่ทำผิดพระบัญญัติ เมื่อแม่เรียนรู้ว่า พระเป็นเจ้าสร้างเราและจะพิพากษามนุษย์แต่ละคนอย่างยุติธรรม แม่ก็รักพระองค์อย่างร้อนรน เกรงกลัวพระองค์ทุกเวลา พิจารณามโนธรรมเสมอ เพื่อแม่จะไม่ทำเคืองพระทัยพระองค์ด้วยคำพูดหรือการกระทำ เมื่อแม่ทราบว่าพระองค์ประทานกฎข้อบังคับและพระบัญญัติสิบประการแก่ประชากรของพระองค์ และทำมหัศจรรย์มากมายเพื่อช่วยเหลือเขาทั้งหลาย แม่ตั้งใจแน่วแน่จะรักพระองค์แต่ผู้เดียว จิตใจของแม่ไม่ผูกพันกับสิ่งของในโลกเลย เมื่อแม่รู้ว่าพระเป็นเจ้าจะเสด็จมาไถ่บาปโลก บังเกิดจากพรหมจารี แม่รักหญิงคนนั้นเต็มดวงใจ แม่คิดถึงพระเป็นเจ้า ปรารถนาพระองค์แต่ผู้เดียว แม่ปลีกตัว เท่าที่ทำได้ ออกจากการสนทนากับญาติมิตร แม่แจกทุกสิ่งให้คนจน เหลือไว้สำหรับตัวเองพอกินพอใช้ ไม่มีอะไรทำให้แม่อิ่มเอิบใจนอกจากพระเป็นเจ้า ในดวงใจของแม่ ๆ ปรารถนามีชีวิตอยู่จนถึงวันประสูติของพระองค์ โดยบังเอิญ แม่อาจจะได้รับเลือกเป็นคนรับใช้ผู้ต่ำต้อยของพระมารดาพระเจ้า ในดวงใจ แม่สัญญาจะรักษาพรหมจรรย์ สละทุกสิ่งในโลกถ้าพระเป็นเจ้าเห็นชอบด้วย แต่ถ้าพระองค์ไม่เห็นด้วย ก็ขอให้เป็นไปตามน้ำพระทัย อย่าเป็นไปตามน้ำใจของแม่ เพราะแม่เชื่อในพระเป็นเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพ พระองค์ไม่ปรารถนาอะไรนอกจากให้แม่เป็นคนดีบริบูรณ์ เพื่อแม่จะได้นบนอบน้ำพระทัยของพระองค์โดยสิ้นเชิง

ขอให้ทุกสิ่งเป็นไปตามน้ำพระทัยของพระเป็นเจ้า

เมื่อถึงเวลาปฏิบัติศาสนากิจ มีการถวายพรหมจรรย์แด่พระเป็นเจ้าในพระวิหาร แม่ก็ได้ถวายตัว ด้วยความนบนอบต่อคุณพ่อคุณแม่ โดยคิดว่าไม่มีอะไรที่พระเป็นเจ้าทำไม่ได้ พระองค์ทราบว่าแม่ไม่ปรารถนาหรือต้องการอะไรนอกจากพระองค์ ถ้าเป็นที่พอพระทัย พระองค์สามารถพิทักษ์รักษาพรหมจรรย์ของแม่ มิฉะนั้น ก็ขอให้เป็นไปตามน้ำพระทัยของพระองค์ หลังจากฟังคำสั่งสอนอบรมในพระวิหาร แม่กลับบ้านด้วยความรักต่อพระเป็นเจ้าทวีขึ้น ทุกวันดวงใจของแม่ลุกเป็นไฟด้วยความเร่าร้อน ความปรารถนาที่จะรักพระเป็นเจ้า แม่เก็บเนื้อเก็บตัวผิดปกติ ไม่ติดต่อกับใคร อยู่คนเดียวทั้งวันทั้งคืน กลัวอย่างจับจิตจับใจว่า แม่อาจจะพูดจา เห็น ยิน หรือฟังสิ่งไม่เจริญหูเจริญตา ทำให้พระเป็นเจ้าเคืองพระทัย แม้ในความเงียบ แม่ก็ยังกลัว กังวลใจว่า เมื่อสมควรพูด แม่ก็ไม่ควรเงียบ ในเวลาที่แม่ไม่สบายใจขณะอยู่คนเดียว แม่วางใจในพระเป็นเจ้าสุดดวงใจ ทันทีแม่คิดถึงพระฤทธานุภาพปราศจากขอบเขตของพระองค์ เทวดาและทุกสิ่งที่พระองค์สร้าง รัก รับใช้ สักการบูชาพระองค์ นี่แหละคือพระเกียรติและพระสิริโรจนาของพระองค์ ไม่มีวันจบสิ้น ไม่อาจถ่ายทอดเป็นคำพูด แม่เห็นดวงอาทิตย์ ไม่เหมือนอย่างที่ส่องแสงในสวรรค์ แม่เห็นแสงสว่าง ไม่เหมือนอย่างที่ฉายแสงในโลก แม่ได้สูดกลิ่น ไม่ใช่ของดอกไม้หรือพันธ์ไม้ชนิดใด หอมหวนยิ่งนัก ไม่อาจพรรณนาเป็นคำพูด จนแม่เปี่ยมด้วยความปิติยินดี ทันใดนั้นแม่ได้ยินเสียง ไม่ได้ออกมาจากริมฝีปากของมนุษย์ แม่กลัวมาก ครุ่นคิดในใจว่าแม่ฝันไปหรือเปล่า? แล้วเทวทูตของพระเป็นเจ้าปรากฏกายให้แม่เห็น เป็นชายที่มีเรือนร่างงดงาม ไม่มีเนื้อหนังหุ้มห่อร่างกาย เขาพูดกับแม่ว่า: “วันทามารีอา เปี่ยมด้วยหรรษทาน พระเจ้าสถิตกับท่าน“ แม่อยากรู้ว่าคำทักทายนี้หมายถึงอะไร? ทำไมเขาจึงทักทายเช่นนั้น? แม่รู้จักตัวเองดี คิดเสมอว่าแม่ไม่สมควรรับการทักทายแบบนั้น แต่พระเป็นเจ้าทำทุกสิ่งตามน้ำพระทัยของพระองค์ แล้วเทวดาพูดว่า: ”อะไรก็ตามที่จะบังเกิดในตัวท่านเป็นองค์ความศักดิ์สิทธิ์ มีพระนามว่า พระบุตรของพระเป็นเจ้า ผู้โปรดปรานของพระองค์ยิ่งนัก” แม่คิดอยู่เสมอ แม่ไม่สมควรและไม่ได้ถามเทวดาว่า ทำไม หรือ เมื่อไร แต่ว่าเป็นไปได้อย่างไร? แม่ไม่สมควรได้รับเลือกเป็นมารดาพระเจ้า แม่ไม่เคยรู้จักผู้ชาย เทวดาตอบแม่ว่า: “ไม่มีอะไรที่พระเป็นเจ้าทำไม่ได้ อะไรก็ตามที่เป็นน้ำพระทัยของพระองค์ต้องสัมฤทธิ์ผล” เมื่อฟังคำพูดของเทวดาแล้ว แม่รู้สึกมีความปรารถนาเร่าร้อนอยากเป็นมารดาพระเจ้า วิญญาณแม่พูดด้วยความรักว่า: “ข้าพเจ้าอยู่ที่นี่ ข้าพเจ้ายินดีทำตามน้ำพระทัย” โดยคำพูดประโยคนี้ ทันทีพระบุตรเสด็จลงมาบังเกิดในครรภ์แม่ วิญญาณและร่างกายของแม่เปี่ยมด้วยความปิติยินดีอันใหญ่หลวง

แม่คลอดพระองค์ออกมา ไม่มีความเจ็บปวด ไม่รู้สึกหนักท้อง อุ้ยอ้าย หรืออึดอัดแต่อย่างไร ในทุกสิ่งแม่สงบเสงี่ยมเจียมตัว แม่รู้ว่าแม่จะคลอดองค์พระเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพ เมื่อเวลามาถึง แม่ก็คลอดพระองค์ โดยไม่เจ็บปวด ไม่มีบาปเหมือนเวลาที่แม่ตั้งครรภ์ ในความปิติยินดีเท้าทั้งสองของแม่รู้สึกยืนไม่ติดพื้นดิน เมื่อพระองค์เสด็จเข้ามาประทับในอวัยวะต่าง ๆ ของแม่ วิญญาณและร่างกายของแม่ชื่นชมยินดีไม่มีที่สิ้นสุด แม่เป็นพรหมจารีเวลาพระองค์บังเกิดมา ขณะแม่มองดูความสวยงามของพระองค์ด้วยความปิติยินดี วิญญาณแม่เกือบระเหยเป็นไอน้ำ แม่รู้แม่ไม่สมควรเป็นที่บังเกิดของพระบุตร เมื่อแม่มองดูพระหัตถ์และพระบาทของพระองค์ ตามคำทำนาย จะถูกเจาะด้วยตะปูบนไม้กางเขน ตาแม่นองด้วยน้ำตา ใจแม่ร้าวรานด้วยความทุกข์โศกเศร้า เมื่อพระบุตรเห็นดวงตาแม่เอ่อล้นด้วยน้ำตา พระองค์ทรงทุกข์ระทมขมขื่นแทบขาดพระทัย แต่เมื่อแม่รำพึงถึงพระฤทธานุภาพแห่งพระเทวภาพของพระองค์ แม่ก็ได้รับความบรรเทาใจ เพราะพระองค์เต็มใจยอมรับพระมหาทรมานนั้น แม่ทำใจสอดคล้องกับน้ำพระทัยของพระองค์ ด้วยเหตุนี้ ความปิติยินดีเข้าไปแทนที่ความทุกข์ระทมขมขื่น




bCentral Counter  
  Send mail to [email protected] with question or comments about this web.
Copyright @ 1995 Data Computer's House.  2123-2125 Suebsiri Rd. Nai-muang,
Nakhon-Ratchasima. 30000 Thailand.   Last  

 

1