St.John Baptist

  
ฑูตสวรรค์ ของพระเจ้ามาปรากฎแก่เศคาริยาห์ และกล่าวแก่ท่านว่า

"เศคาริยาห์เอ๋ยอย่ากลัวเลย พระเจ้าทรงฟังคำอธิษฐานของท่าน นางเอลิซาเบธภรรยาของท่านจะมีบุตรเป็นชาย และท่านจงตั้งชื่อบุตรนั้นว่า"ยอห์น"

เศคาริยาห์ตอบฑูตสวรรค์ ว่า "ข้าพเจ้าจะแน่ใจได้อย่างไร เพราะข้าพเจ้าก็ชราและภรรยาก็อายุมากแล้ว"

ฑูตสวรรค์ กล่าวว่า " เราคือ คาเบรียล ( St.Gabiel) ซึ่งคอยรับใช้อยู่ต่อพระพักตร์พระเจ้าและพระองค์ทรงใช้ข้าพเจ้ามาแจ้งข่าวดี นี่แน่ะ เพราะท่านมิได้เชื่อถ้อยคำของเรา ท่านจะเป็นใบ้ไปจนถึงวันที่เหตุการณ์เหล่านี้จะสำเร็จ"


    ต่อมานางเอลิซาเบธ ภรรยาของท่านก็ตั้งครรภ์ และคลอดบุตรเป็นชาย เพื่อนบ้านและญาติพี่น้องแสดงความยินดีกับเธอ เขาทั้งหลายจะให้ชื่อทารก ว่า เศคาริยาห์ ตามชื่อบิดา แต่เธอไม่ยอม พวกเขาจึงใช้ภาษาใบ้กับเศคาริยาห์ ถามว่าท่านอยากจะให้บุตรนั้นชื่ออะไร เศคาริยาห์จึงขอกระดานชนวนมา เขียนว่า "ยอห์น" ทันใดนั้นท่านก็สามารถพูดได้ดังเดิม

    ท่านได้กล่าวสรรเสริญพระเจ้า บรรดาเพื่อนบ้านและคนที่ได้เห็นและได้ยินเหตุการณ์นี้ ก็จดจำไว้ในใจและว่า"ทารกนี้จะเป็นอะไรในวันข้างหน้า ด้วยพระหัตถ์ของพระเจ้าอยู่กับเขา"

    นักบุญยอห์น บัปติสต์
    ในปี 63 ก่อน ค.ศ (63 ปีก่อนพระเยซูเจ้าประสูติ) กองทัพโรมันได้ยึดครองประเทศปาเลสไตน์ และต่อมารัฐบาลโรมได้แต่งตั้งเฮโรด ขึ้นเป็นกษัตริย์ ปกครองปาเลสไตน์(37 ก่อน ค.ศ.- ค.ศ.4) และมีกรุงเยรูซาแลมเป็นเมืองหลวงในขณะนั้น

    ในรัชสมัยกษัตริย์เฮโรด มหาราช นี้เอง ปุโรหิต(พระสงฆ์) คนหนึ่งชื่อ เศคาริยาห์ มีภรรยา ชื่อ เอลีซาเบธ (สังคมก่อนพระเยซูเจ้าประสูติ พระสงฆ์มีภรรยาได้) อยู่ในตระกูลอาโรน เขาทั้งสองเป็นคนดีต่อพระพักตร์พระเจ้า แต่ไม่มีบุตร เพราะนางเอลีซาเบธเป็นหมันและเขาทั้งสองก็ชรามากแล้ว

    วันหนึ่งขณะที่เศคาริยาห์ทำหน้าที่ปุโรหิต เฝ้าพระเจ้าในวิหาร ประชาชนก็อธิษฐานอยู่ข้างนอก ขณะเผาเครื่องหอมนั้น ฑูตสวรรค์องค์หนึ่งของพระเจ้ามาปรากฎแก่เศคาริยาห์และกล่าวแก่ท่านว่า
    "เศคาริยาห์เอ๋ยอย่ากลัวเลย พระเจ้าได้ทรงฟังคำอธิษฐานของท่านแล้ว นางเอลิซาเบธภรรยาของท่านจะมีบุตรเป็นชาย และท่านจงตั้งชื่อบุตรนั้นว่า"ยอห์น"
    เศคาริยาห์ทูลฑูตสวรรค์นั้นว่า "ข้าพเจ้าจะแน่ใจได้อย่างไร เพราะข้าพเจ้าก็ชราและภรรยาก็อายุมากแล้ว"
    ฝ่ายฑูตสวรรค์จึงตอบว่า " เราคือ คาเบรียล ( St.Gabiel) ซึ่งยืนคอยรับใช้ต่อพระพักตร์พระเจ้า และพระองค์ทรงใช้ข้าพเจ้ามาแจ้งข่าวดี นี่แน่ะ เพราะท่านมิได้เชื่อถ้อยคำของเรา ท่านจะเป็นใบ้ไปจนถึงวันที่เหตุการณ์เหล่านี้จะสำเร็จ

    ต่อมานางเอลิซาเบธภรรยาของท่านก็ตั้งครรภ์ และคลอดบุตรเป็นชาย เพื่อนบ้านและญาติพี่น้องก็มาแสดงความยินดี และเขาทั้งหลายจะให้ชื่อทารกว่า เศคาริยาห์ ตามชื่อบิดา แต่เธอไม่ยอม พวกเขาจึงใช้ภาษาใบ้กับเศคาริยาห์ ถามว่าท่านอยากจะให้บุตรนั้นชื่ออะไร เศคาริยาห์จึงขอกระดานชนวนมา เขียนว่า "ยอห์น" ทันใดนั้นท่านก็สามารถพูดได้ดังเดิม ท่านได้กล่าวสรรเสริญพระเจ้า บรรดาเพื่อนบ้านและคนที่ได้เห็นและได้ยินเหตุการณ์นี้ก็จดจำไว้ในใจและว่า"ทารกนี้จะเป็นอะไรในวันข้างหน้า ด้วยพระหัตถ์ของพระเจ้าอยู่กับเขา"

    ยอห์นได้ออกจากครอบครัวและใช้ชีวิตในถิ่นทุรกันดาร นุ่งห่มขนอูฐ ใช้หนังสัตว์คาดเอว ทานจั๊กจั่นและน้ำผึ้งป่าเป็นอาหาร และพระวจนะของพระเจ้ามาถึงยอห์นในถิ่นทุรกันดาร ให้ท่านไปที่ลุ่มแม่น้ำจอร์แดน ประกาศว่า
    "จงกลับใจใหม่ และรับบัปติสมา (คือพิธีชำระ ใช้น้ำเป็นสัญญลักษณ์ เล็งถึงการที่พระเจ้าทรงให้อภัยคนบาป) เพื่อพระเจ้าจะทรงยกความผิดบาปเสีย"

    คนทั้งหลายกำลังคอยพระเยซูคริสต์อยู่ ได้ถามยอห์นว่า ท่านเป็นพระเยซูคริสต์หรือ ยอห์นบอกว่าท่านไม่ใช่พระเยซูคริสต์ "เราให้เจ้ารับบัปติสมาด้วยน้ำ แต่จะมีอีกองค์หนึ่งเสด็จมา ทรงมีอิทธิฤทธิ์ยิ่งกว่าเราอีก ซึ่งเราไม่คู่ควรแม้จะแก้สายฉลองพระบาทของพระองค์ พระองค์จะทรงให้เจ้าทั้งหลายรับบัปติสมาด้วยพระจิตและด้วยไฟ… " ยอห์น ได้กล่าวตักเตือนอีกหลายประการ

    ต่อมา กษัตริย์เฮโรด อันติพาส ผู้ครองแคว้นกาลิลี (โอรสกษัตริย์เฮโรดมหาราช) เป็นชู้กับนางเฮโรเดียส ภรรยาของน้องชายและรับนางมาเป็นภรรยาของตน ยอห์นได้กล่าวติเตียนเฮโรดในเรื่องนี้ว่า "ท่านไม่มีสิทธิ์รับภรรยาของน้องมาเป็นภรรยาของตน" เฮโรดกริ้วมากจึงใช้คนไปจับยอห์นล่ามโซ่ขังคุกไว้ นางเฮโรเดียส มีใจอาฆาตพยาบาทยอห์นอย่างมาก และปรารถนาจะฆ่าเสีย แต่ทำไม่ได้เพราะกษัตริย์เฮโรดยังยำเกรงยอห์นอยู่ เพราะรู้ว่าท่านเป็นคนชอบธรรม เฮโรดจึงป้องกันไว้ เมื่อเฮโรดได้ยินคำสั่งสอนของยอห์น ท่านก็เกิดความฉงนสนเท่ห์และยินดีอยากจะฟัง

    เมื่อมาถีงวันครบรอบ วันประสูติของกษัตริย์เฮโรด เฮโรดได้จัดงานเลี้ยงขุนนางกับนายทหารชั้นผู้ใหญ่และคนสำคัญ ๆ ทั้งปวงในแคว้นกาลิลี บุตรีของนางเฮโรเดียสได้เต้นรำหน้าพระที่นั่ง เป็นที่พอพระทัยแก่กษัตริย์เฮโรดและแขกทั้งปวง กษัตริย์เฮโรด จึงตรัสกับหญิงสาวนั้นว่า "เธอจะขอสิ่งใดก็จะให้สิ่งนั้น" และกษัตริย์ยังทรงสัญญาว่า "เธอจะขอสิ่งใด ๆ เราก็จะให้ แม้กึ่งหนึ่งของราชสมบัติ" หญิงสาวจึงถามมารดาว่า "ฉันจะขอสิ่งใดดี" มารดาแนะนำว่า"จงขอศีรษะของยอห์น บัปติสต์เถิด" หญิงสาวจึงรีบไปเฝ้ากษัตริย์ ทูลว่า"หม่อมฉันขอศีรษะของยอห์น บัปติสต์ ใส่ถาดมาให้หม่อมฉันเดี๋ยวนี้เพค่ะ"

    กษัตริย์เฮโรดทรงเป็นทุกข์ยิ่งนัก แต่เพราะเหตุที่ได้ทรงสัญญาไว้และเห็นแก่หน้าแขกก็ขัดไม่ได้ จึงสั่งเพชฌฆาตให้ไปตัดศีรษะของยอห์นมา เพชฌฆาตจึงไปตัดศีรษะของยอห์นจากในคุก ใส่ถาดมาให้หญิงสาว หญิงสาวก็นำไปให้มารดาของตน เมื่อศิษย์ของยอห์นรู้ข่าวก็พากันมารับศพของยอห์นไปฝังไว้ในอุโมงค์

    พระศาสนจักรได้แต่งตั้ง ท่านยอห์น บัปติสต์ เป็นนักบุญผู้ยิ่งใหญ่ และกำหนดให้วันที่ 24 มิถุนายน เป็นวันสมโภชนักบุญยอห์น ปัปติสต์ เพื่อเทิดเกียรติท่านนักบุญผู้รักความจริง และพิทักษ์ไว้ซึ่งความถูกต้องชอบธรรม แม้จะเอาชีวิตเข้าแลก
เคล็ดลับการเป็นนักบุญ I คำทำนายของนักบุญนิลัส I นักบุญลูเซีย I นักบุญลอเรนซ์ I นักบุญยอห์นเวียนนีย์ I นักบุญจอห์นเวียนนี่กับชายโปรเตสตัน I นักบุญยอแซฟเดอะเวสเตอร์ I นักบุญฟอสติน่า โกวอลสก้า
นักบุญยอห์นแบบติสท์ I นักบุญอิสิดอร์ I นักบุญมารีอากอแรตตี

bCentral Counter  
  Send mail to [email protected] with question or comments about this web.
Copyright @ 2000 Data Computer's House.  2123-2125 Suebsiri Rd. Nai-muang,
Nakorn-Ratchasima. 30000 Thailand.   Last  

 

1