คุณพ่อปีโอเตือนเรื่องนรก I วิญญาณนรกสอนเรา I เขาจะตกนรกไหม? I ท่านเชื่อหรือไม่ว่านรกมีจริง? I นรกมีจริง และเราอาจจะต้องไปที่นั่น
เวลายาวนานในไฟชำระ I มิสซาช่วยปลดปล่อยวิญญาณไฟชำระ I บทเทศน์เกี่ยวกับไฟชำระ I ความลึกลับเกี่ยวกับโลกหน้า I วิญญาณในไฟชำระ I วันระลึกถึงผู้ตาย
จากเหวลึก พ่อแม่กำลังเรียกหาลูกๆ
โดย นักบุญยอห์น มารีย์ เวียนนีย์

นำเสนอโดย... สิริโรจนา    

ข้าพเจ้ามาในนามของพระเป็นเจ้า พี่น้องที่รัก วันนี้ทำไมข้าพเจ้าจึงขึ้นธรรมาสน์? ข้าพเจ้ากำลังจะพูดอะไรกับท่าน? อ้า! ข้าพเจ้ามาในนามของพระเป็นเจ้าเอง และของบิดามารดาผู้น่าสงสาร เพื่อปลุกให้ตื่น ความรักและพระคุณ ที่ท่านเป็นหนี้เขาทั้งหลาย ข้าพเจ้านำมาวางข้างหน้าจิตใจของท่าน ความมีใจเมตตากรุณาและความรัก ที่เขาทั้งหลายได้มอบให้ท่านขณะยังมีลมหายใจบนแผ่นดินนี้ ข้าพเจ้ามาบอกท่านว่า เขาทั้งหลายเจ็บปวดทรมานอย่างแสนสาหัสในไฟชำระ ร้องไห้ และขอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนจากท่าน:

คำภาวนาและกิจการดีงาม ดูเหมือนข้าพเจ้าได้ยินเขาทั้งหลายกำลังร้องไห้จากเหวลึก จมอยู่ในพระเพลิง ซึ่งห่อหุ้มและเผาผลาญเขาทั้งหลาย: "จงบอกคนรัก ลูกๆ และญาติของเราถึงความร้ายกาจอันใหญ่หลวง ซึ่งเขาทั้งหลายได้ทำให้เราต้องเจ็บปวดทรมานอย่างแสนสาหัส เราขอโยนตัวของเราลงที่ปลายเท้าของเขาทั้งหลาย เพื่อวอนขอความช่วยเหลือโดยคำภาวนา อ้า! บอกเขาทั้งหลายว่า ตั้งแต่เราได้จากไป เราถูกเผาอยู่ในไฟตลอดเวลาจนกระทั่งทุกวันนี้!"

"โอ้! ไม่มีใครสนใจใยดีกับความเจ็บปวดทรมานอย่างแสนสาหัสของเรา?" ท่านเห็นหรือยัง พี่น้องที่รัก ท่านได้ยินหรือเปล่า แม่ผู้มีใจอ่อนหวานคนนั้น พ่อผู้อุทิศชีวิตเพื่อลูก และญาติๆผู้ช่วยเหลือดูแลเอาใจใส่ท่าน? เพื่อนรัก เขาทั้งหลายร้องไห้: "โปรดปลดปล่อยเราออกจากความเจ็บปวดทรมานอย่างแสนสาหัสเหล่านี้เถิด ท่านทำได้" พี่น้องที่รัก จงพิจารณา:
(ก) ความเจ็บปวดทรมานซึ่งวิญญาณในไฟชำระต้องทนทรมาน และ
(ข) วิธีบรรเทาทุกข์ของเรา : การสวดภาวนา กิจการศรัทธา และ เหนือสิ่งอื่นใด การขอมิสซาอุทิศให้

ข้าพเจ้าไม่ปรารถนาพิสูจน์ให้ท่านเห็นว่า ไฟชำระมีจริง นั่นจะเป็นการเสียเวลา ไม่มีใครในพวกท่านสงสัยในเรื่องนี้ พระศาสนจักรซึ่งพระเยซูคริสตเจ้าทรงเป็นผู้นำทาง โดยการดลใจของพระจิตเจ้า จะไม่มีการผิดพลาด หรือนำเราไปสู่การหลงผิด จึงสอนเราเรื่องไฟชำระอย่างชัดเจนและไม่มีข้อสงสัยใดๆทั้งสิ้นว่า
มีสถานที่แห่งหนึ่งที่ซึ่งวิญญาณของผู้ชอบธรรมต้องไปใช้โทษบาปอย่างครบถ้วน ก่อนที่เขาทั้งหลายจะได้เข้าสู่พระสิริโรจนาแห่งเมืองสวรรค์ จุดหมายปลายของเขาทั้งหลาย
ถูกต้อง พี่น้องที่รัก นี่เป็นข้อความเชื่อ: ถ้าเราไม่ได้ใช้โทษตามความหนักเบาของบาปที่เราได้ทำในโลกนี้ ถึงแม้บาปของเราได้รับอภัยแล้ว เราจำเป็นต้องใช้โทษบาปเหล่านั้นจนครบบริบูรณ์ในไฟชำระ

ในหนังสือพระคัมภีร์ มีข้อความหลายอันบ่งบอกอย่างจะแจ้งว่า แม้บาปของเราได้รับอภัยแล้ว พระเป็นเจ้าทรงกำหนดให้เรามีหน้าที่ต้องชดเชยบาปของเรา เราควรยอมรับความยากลำบากต่างๆในโลกนี้ หรือเราจะต้องเจ็บปวดทรมานอย่างแสนสาหัสในพระเพลิงของไฟชำระในโลกหน้า
ดูซิว่าอะไรได้เกิดขึ้นกับอาดำ เนื่องจากเขาเป็นทุกข์เสียใจที่ไม่ได้นบนอบพระเป็นเจ้า พระองค์ได้ยืนยันกับเขาว่า พระองค์ได้ทรงให้อภัยเขาแล้ว และ แน่นอน พระองค์ได้ให้เขาใช้โทษบาปเป็นเวลานานถึง 900 ปี ซึ่งเป็นระยะเวลาแห่งการใช้โทษบาปที่เกินความนึกคิดของมนุษย์
อีกเรื่องหนึ่ง กษัตริย์ดาวิดได้ทรงออกคำสั่งให้มีการสำรวจสำมะโนประชากรขัดต่อพระประสงค์ของพระเป็นเจ้า แต่มโนธรรมได้ติเตียนพระองค์ ให้มองเห็นความผิดของพระองค์ พระองค์ได้คุกเข่าบนพื้น ขอพระเป็นเจ้าโปรดให้อภัยพระองค์ พระเป็นเจ้าได้ให้อภัยกษัตริย์ดาวิด เมื่อพระองค์ได้เป็นทุกข์ถึงบาปอย่างจริงใจ และ นอกจากนั้นแล้ว พระเป็นเจ้าได้ส่งแก๊ดมาบอกกษัตริย์ดาวิดว่า พระองค์จะต้องเลือกการใช้โทษบาป 1 อย่างจากภัยพิบัติ 3 อย่าง: โรคระบาด สงคราม หรือความอดอยาก ซึ่งพระเป็นเจ้าได้เตรียมไว้ให้พระองค์
กษัตริย์ดาวิดได้ตรัสว่า: "ข้าพเจ้าขออยู่ในพระหัตถ์ของพระเป็นเจ้า (เพราะพระองค์ทรงเมตตาเหลือล้น) ดีกว่าอยู่ในมือของมนุษย์" พระองค์ได้เลือกโรคระบาด ซึ่งได้ทำร้ายประชากรของพระองค์เป็นเวลา 3 วัน และฆ่าเขาทั้งหลายประมาณ 70,000 คน ถ้าพระเป็นเจ้ามิได้ยับยั้งมือเทวดาเอาไว้ ซึ่งได้กางออกปกคลุมทั้งเมือง ชาวเยรูซาเล็มคงไม่มีเหลือแม้แต่คนเดียว
กษัตริย์ดาวิดได้เห็นความชั่วร้ายต่างๆที่บาปของพระองค์เป็นสาเหตุ พระองค์ได้ขอพระหรรษทานจากพระเป็นเจ้า โปรดลงโทษพระองค์แต่ผู้เดียว และไว้ชีวิตประชากรของพระองค์ ผู้ซึ่งเป็นคนบริสุทธิ์
และอีกเรื่องหนึ่ง การใช้โทษบาปของนักบุญมารีย์ แมกดาเลน บางทีสิ่งเหล่านี้อาจทำให้ดวงใจของท่านอ่อนลงบ้าง อนิจจา! พี่น้องที่รัก เราจะต้องไปทรมานในไฟชำระนานกี่ปี? เราเป็นคนบาป เรา ผู้ซึ่งได้สารภาพบาปแล้ว ยังไม่ได้ใช้โทษบาปเลย หรือร้องไห้เสียใจที่ได้ทำเคืองพระทัยพระเป็นเจ้า

เราจะต้องเจ็บปวดทรมานอย่างแสนสาหัสในชีวิตหน้านานกี่ปี? แต่ข้าพเจ้าจะวาดภาพที่สะเทือนใจแห่งความเจ็บปวดทรมานอย่างมหันต์ของวิญญาณในไฟชำระให้ท่านมองเห็นได้อย่างไร ในเมื่อบรรพชนผู้ศักดิ์สิทธิ์ได้เตือนเราว่า การทรมานในสถานที่แห่งนี้ดูเหมือนเท่ากับการเจ็บปวดทรมานอย่างแสนสาหัสของพระเยซูคริสตเจ้า ในพระมหาทรมานอันเศร้าระทมขมขื่นของพระองค์ อย่างไรก็ตาม แน่นอน ถ้ามนุษย์ได้มีส่วนร่วมเพียงนิดเดียวในพระมหาทรมานของพระองค์
เขาทั้งหลายต้องขาดใจตายเพราะเขาทั้งหลายทนความเจ็บปวดทรมานอย่างแสนสาหัสของพระองค์ไม่ไหว พระเพลิงในไฟชำระเป็นชนิดเดียวกับพระเพลิงในนรก ข้อแตกต่าง คือ พระเพลิงในไฟชำระไม่ชั่วนิรันดร โอ้! ถ้า ในพระเมตตาล้นพ้นของพระองค์ พระเป็นเจ้าทรงอนุญาตวิญญาณน่าสงสารดวงหนึ่งจากไฟชำระ มาปรากฎตัว ณ ที่แห่งนี้ ในธรรมาสน์ของข้าพเจ้า ล้อมรอบด้วยพระเพลิง ซึ่งกำลังเผาเขาทั้งตัวแต่ไม่ไหม้ และถ้าเขาเปิดโอกาสให้ท่านได้ลิ้มรสความเจ็บปวดทรมานอย่างแสนสาหัสของเขา
พี่น้องที่รัก วัดนี้จะส่งเสียงสะท้อนก้องกังวาลแห่งความเจ็บปวดทรมานและการร้องไห้ของเขาอย่างสะอึกสะอื้น และ บางที นั่นอาจทำให้หัวใจของท่านทั้งหลายอ่อนลงในที่สุด "โอ้! เราช่างเจ็บปวดทรมานอย่างแสนสาหัส!" เขาทั้งหลายกำลังร้องหาเรา

พี่น้องที่รัก "โอ้! ท่านช่วยปลดปล่อยเราออกจากความทุกข์ทรมานเหล่านี้ได้! ท่านทำได้! อ้า! ถ้าท่านเพียงแต่สัมผัสกับความเศร้าโศกเสียใจ ที่เราจะต้องแยกจากพระเป็นเจ้า! . . .
การแยกจากกันอันแสนทารุณโหดร้าย! เราถูกเผาผลาญในพระเพลิงที่จุดด้วยพระยุติธรรมของพระเป็นเจ้า เราต้องเศร้าโศกอย่างที่มนุษย์ไม่อาจเข้าใจได้! . . . เราต้องระทมขมขื่นอย่างที่สุด รู้แก่ใจว่าเราสามารถหลีกเลี่ยงความเศร้าโศกเหล่านั้นได้อย่างสบาย! . . .
โอ้! ลูกรัก พ่อแม่ร้องเรียก ลูกทิ้งเรา ผู้ซึ่งรักลูกสุดดวงใจ ได้ลงคอหรือ? ลูกนอนหลับอย่างสบายใจ และปล่อยให้เรานอนขึงอยู่บนเตียงไฟหรือ? ลูกจะไม่ยอมเสียสละความสุขส่วนตัวในขณะที่เรากำลังทุกข์ทรมานในเหวลึกนี้ และร้องไห้ทั้งวันทั้งคืนหรือ?
ลูกได้ครอบครองทรัพย์สมบัติของเรา บ้านของเรา ลูกได้รับความสุขจากหยาดเหงื่อแรงงานของเรา และลูกได้ทิ้งเราอยู่ในสถานที่แห่งการทรมาน ที่ซึ่งเราได้เจ็บปวดทรมานอย่างแสนสาหัสนานเป็นปีๆ! . . . และไม่มีการบริจาคเงินแก่คนยากจน หรือการขอมิสซาอุทิศให้ ซึ่งช่วยปลดปล่อยเราได้! . . .
ลูกช่วยบรรเทาทุกข์เราได้ ลูกสามารถเปิดที่คุมขังของเรา เพราะกุญแจอยู่ในมือของลูก แต่ลูกได้ทอดทิ้งเราโดยสิ้นเชิง โอ้! ความเจ็บปวดทรมานเหล่านี้ช่างทารุณโหดร้ายเหลือเกิน!" . . .

ใช่ พี่น้องที่รัก เมื่ออยู่ในพระเพลิงของไฟชำระ คนจะเห็นความผิดเล็กๆน้อยๆ แตกต่างจากความคิดของเรา ความจริง เราจะเรียกความผิดเหล่านั้นเบาๆได้ไหมในเมื่อเราต้องเจ็บปวดทรมานอย่างแสนสาหัส ผู้ทำนายเชื้อสายกษัตริย์ได้ร้องออกมา ถ้าพระเป็นเจ้าทรงพิพากษามนุษย์ โดยปราศจากพระเมตตาของพระองค์ มนุษย์ รวมทั้งคนชอบธรรมด้วย ต้องพินาศอย่างแน่นอนที่สุด ถ้าพระเป็นเจ้าทรงพบจุดบอดในดวงอาทิตย์และความบกพร่องของเหล่าเทวดา แล้วมนุษย์คนบาปจะเป็นอย่างไร? และสำหรับเรา ผู้ซึ่งมีบาปหนา และไม่ได้ทำอะไรเลยเป็นที่สบพระทัยพระเป็นเจ้า เราจะต้องอยู่ในไฟชำระนานกี่ปี?

นักบุญเทเรซาได้อุทานว่า: "ข้าแต่พระเป็นเจ้า วิญญาณจะต้องบริสุทธิ์แค่ไหน จึงไม่ต้องผ่านพระเพลิงอันทารุณโหดร้าย?" ในความเจ็บป่วยครั้งสุดท้าย เธอได้ร้องทันทีว่า: "โอ้ พระยุติธรรมและพระฤทธานุภาพขององค์พระเจ้า พระองค์นี้ช่างน่ากลัวยิ่งนัก!" ในระหว่างที่เธอเข้าตรีทูต พระเป็นเจ้าทรงอนุญาตให้เธอเห็นความศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ เหมือนอย่างที่เหล่าเทวดาและนักบุญทั้งหลายมองเห็นในสวรรค์ ซึ่งเป็นต้นเหตุแห่งความหวาดกลัวสยองขวัญของเธอ
นักบวชหญิงของเธอได้เห็นเธอสั่นทั้งตัวและตกใจเสียขวัญอย่างผิดปกติ และได้พูดกับเธอน้ำตานองหน้าว่า: "อ้า! คุณแม่อธิการคะ ได้เกิดอะไรขึ้นกับคุณแม่ แน่นอนคุณแม่ไม่กลัวความตาย หลังจากคุณแม่ได้ทำกิจการใช้โทษบาปมากมายด้วยน้ำตาอย่างขมขื่นใจ"
นักบุญเทเรซาได้ตอบว่า: "แม่ไม่กลัวตาย ตรงกันข้าม แม่ปรารถนาความตาย เพื่อจะได้มีชีวิตสนิทกับพระเป็นเจ้าชั่วนิรันดร" "แล้วบาปของคุณแม่ใช่ไหมที่ทำให้คุณแม่หวาดกลัว คุณแม่ก็ได้ทำพลีกรรมมากมายแล้ว ไม่ใช่หรือคะ?"
เธอได้บอกนักบวชของเธอว่า: "ใช่ ลูกรัก แม่กลัวบาปของแม่อย่างที่สุด แต่แม่กลัวอีกสิ่งหนึ่งมากกว่า" "แม่กลัวการพิพากษาใช่ไหมคะ?" "ใช่ แม่กลัวจนตัวสั่นที่จะต้องสะสางบัญชีของแม่กับพระเป็นเจ้า ผู้ซึ่งในเวลานั้นจะไม่มีพระเมตตาอีกแล้ว แต่ยังมีอีกสิ่งหนึ่ง ซึ่งเมื่อแม่คิดถึงแล้ว ทำให้แม่กลัวอย่างสยองขวัญ" นักบวชทั้งหลายผู้น่าสงสารรู้สึกหนักใจมากได้พูดว่า: "อนิจจา! คุณแม่กลัวนรกใช่ไหมคะ?"
เธอได้บอกเขาทั้งหลายว่า: "ไม่ใช่ ขอบพระคุณพระเป็นเจ้า นรกไม่ใช่สำหรับแม่ โอ้! ลูกรัก สิ่งนั้น คือ ความศักดิ์สิทธิ์ของพระเป็นเจ้า! ข้าแต่พระเป็นเจ้า โปรดทรงเมตตาข้าพเจ้า! ชีวิตของแม่จะต้องปรากฎต่อหน้าบัลลังก์ยุติธรรมของพระเยซูคริสตเจ้า! แม่จะต้องแย่แน่ๆถ้าแม่มีความผิดแม้แต่เพียงเล็กน้อย! แม่จะต้องแย่แน่ๆถ้าแม่อยู่แม้แต่ในเงาของบาป!" นักบวชผู้น่าสงสารได้ร้องออกมาว่า: "อนิจจา แล้วความตายของพวกเราจะเป็นอย่างไรคะ?"

พี่น้องที่รัก บางทีเราได้ทำกิจใช้โทษบาปและการกุศลมากมาย เราก็ยังไม่ได้เป็นที่สบพระทัยพระเป็นเจ้าในการชดเชยบาปแม้แต่ข้อเดียว ที่ได้รับอภัยแล้วในศีลอภัยบาป แล้วความตายของพวกเราจะเป็นอย่างไร?

อ้า! เราจะต้องทรมานเป็นเวลานาน กี่ปี กี่ศตวรรษ! . . . เราจะต้องชดเชย ด้วยราคาแพงที่สุด ความผิดเหล่านั้นซึ่งเราเห็นเป็นของธรรมดา เช่น การโกหกเล็กๆน้อยๆที่เราพูดเพื่อความสนุกสนานเพลิดเพลิน ความผิดเล็กน้อยเหล่านั้นหมิ่นประมาทพระหรรษทานซึ่งพระเป็นเจ้าทรงประทานแก่เราทุกเวลา การบ่นเล็กๆน้อยๆในความยากลำบากที่พระองค์ทรงส่งมาให้เรา! พี่น้องที่รัก เราจะไม่ยอมทำบาปเล็กๆน้อยๆอีกเลย ถ้าเราเพียงแต่เข้าใจว่ามันช่างทำเคืองพระทัยพระองค์อย่างเหลือล้น! และเราก็จะต้องชดเชยความผิดอย่างเหลือล้นเช่นเดียวกันแม้แต่ในโลกนี้
พี่น้องที่รัก พระเป็นเจ้าทรงไว้ซึ่งความยุติธรรมในทุกสิ่งที่พระองค์ทำ เมื่อพระองค์ให้เราชดเชยความผิดที่น้อยที่สุด พระองค์ทรงให้เราใช้โทษอย่างรุนแรง เหนือความคิดอ่านของเรา ความตั้งใจในการทำดีในเมื่อเราไม่อยากทำ พระองค์ไม่ทรงปล่อยให้สิ่งนี้ผ่านไป โดยไม่ประทานรางวัลแก่เรา แต่เมื่อถึงคราวลงโทษ พระองค์ก็ลงโทษอย่างรุนแรง และถึงแม้เราได้ทำผิดเพียงนิดเดียว เราก็จะถูกส่งไปลงไฟชำระ นี่เป็นความจริง เพราะเราได้อ่านในประวัตินักบุญ หลายๆท่านต้องผ่านไฟชำระก่อนเข้าสวรรค์

นักบุญเปโตรเดเมียนบอกว่า น้องสาวของท่านต้องทรมานอยู่ในไฟชำระหลายปี เพราะเธอได้ฟังเพลงไม่บริสุทธิ์เพื่อความเพลิดเพลินเพียงเล็กน้อย

มีเรื่องเล่าว่า นักบวช 2 องค์ได้สัญญาต่อกันว่า คนที่ตายก่อนจะมาส่งข่าวให้คนที่ยังมีชีวิตอยู่รู้ว่าเขาอยู่ในสภาพอะไร พระเป็นเจ้าทรงอนุญาตให้นักบวชองค์หนึ่งมาปรากฎตัวให้เพื่อนได้แลเห็น เขาบอกว่า เขาจะต้องทรมานอยู่ในไฟชำระเป็นเวลา 15 ปี เพราะเขาได้ชอบทำอะไรตามใจตัวเองตลอดเวลาจนมากเกินควร และในขณะที่เพื่อนชมว่า เขาอยู่ที่นั่นเพียงเวลาสั้นๆ นักบวชผู้ตายได้ตอบว่า: "ถ้าเลือกได้ ข้าพเจ้าขอมีชีวิตใช้โทษบาปในใลกนี้เป็นเวลา 1,000 ปีติดต่อกัน ยังจะสบายกว่า เพราะแม้แต่การทรมานขนาดนั้น ยังไม่อาจเปรียบเทียบกับความเจ็บปวดทรมานอย่างแสนสาหัสในพระเพลิงของไฟชำระ"
พระสงฆ์องค์หนึ่งได้บอกเพื่อนคนหนึ่งว่า พระเป็นเจ้าได้ลงโทษเขาใช้โทษบาปในไฟชำระ เป็นเวลาหลายเดือน ที่เขาชอบผลัดวันประกันพรุ่งในการทำกิจศรัทธา อนิจจา! พี่น้องที่รัก กี่คนในพวกเราที่กำลังฟังเทศ มีความผิดชนิดเดียวกัน ที่เราจะต้องตำหนิตัวเรา?

กี่คนในที่นี้ ผู้ซึ่งในระยะเวลา 8 หรือ 10 ปี บางทีได้รับคำสั่งจากบิดามารดาหรือเพื่อนๆให้ขอมิสซาหรือทำบุญทำทานอุทิศแก่เขาทั้งหลาย ได้ปล่อยปละละเลยให้กิจศรัทธาเหล่านี้อันตรธานหายไปจากความทรงจำของเขาทั้งหลาย? กี่คน ผู้ซึ่งกลัวจะพบว่าตัวเองจะต้องทำกิจศรัทธาบางอย่างอุทิศแก่ผู้ตาย ไม่สนใจที่จะไปตรวจพินัยกรรมของพ่อแม่หรือเพื่อนฝูงดูว่า ท่านได้สั่งเสียให้ช่วยทำอะไรบ้าง? อนิจจา! วิญญาณน่าสงสารเหล่านี้ยังต้องติดอยู่ในพระเพลิง เพราะไม่มีใครต้องการทำตามคำสั่งของท่านทั้งหลายในพินัยกรรม!
พ่อแม่ผู้น่าสงสาร ท่านได้เสียสละชีวิตเพื่อความสุขของลูกและทายาทของท่าน! บางทีท่านได้เฝ้าสะสมทรัพย์สมบัติให้ลูกๆจนลืมกอบกู้วิญญาณของตัวเอง ท่านถูกหลอกที่ได้ขอร้องลูกหลานของท่านในพินัยกรรมให้แผ่บุญกุศลไปให้ท่าน! . . . บิดามารดาผู้น่าสงสาร! ท่านนี้ช่างตาบอดเสียจริงๆ! . . .
ท่านผู้ฟังอาจจะบอกข้าพเจ้าว่า: "พ่อแม่ของเราได้ดำรงชีวิตอย่างดี เขาทั้งหลายเป็นคนดีมาก" อ้า! เขาทั้งหลายคงอยู่ในพระเพลิงเป็นเวลาสั้นนิดเดียว!

ให้เราฟังคำพูดของนักบุญอัลเบิร์ตเดอะเกรต ผู้ซึ่งมีคุณธรรมความดีฉายแสงออกมาอย่างเหนือธรรมชาติ เกี่ยวกับเรื่องนี้ วันหนึ่งท่านได้เปิดเผยให้เพื่อนคนหนึ่งฟังว่า พระเป็นเจ้าได้พาท่านลงไปในไฟชำระ เพราะว่าท่านมีความภูมิใจในความรู้ของตัวเองมากเกินควร สิ่งที่น่าพิศวงที่สุด คือ มีนักบุญหลายองค์ แม้แต่องค์ที่ได้เป็นบุญราศีแล้ว ยังต้องผ่านไฟชำระ
นักบุญซีเวียรินัส พระอัครสังฆราชแห่งเมืองโคโลญได้ปรากฎตัวให้เพื่อนคนหนึ่งได้แลเห็น นานแล้วหลังท่านได้มรณะภาพ และบอกเขาว่าท่านต้องทรมานอยู่ในไฟชำระ เพราะท่านได้เลื่อนการสวดภาวนาในตอนเช้าไปอยู่ตอนเย็น
โอ้! คริสตชน ผู้ซึ่งได้เลื่อนการสวดภาวนาไปเวลาอื่น อย่างไม่รู้สึกลำบากใจ โดยแก้ตัวว่าเขาทั้งหลายจะต้องทำงานเร่งด่วนก่อน จะต้องทรมานในไฟชำระเป็นเวลากี่ปี?
ถ้าเราปรารถนาอย่างจริงจังในการมีชีวิตสนิทกับองค์พระเจ้าอย่างมีความสุข เราควรหลีกเลี่ยงไม่ใช่แต่เพียงความผิดใหญ่ๆ เราจะต้องไม่ทำแม้แต่ความผิดเล็กๆน้อยๆด้วย เพราะการที่เราจะไม่ได้เห็นพระเป็นเจ้าอีกจนกว่าบาปทุกข้อของเราได้รับการชดเชยอย่างบริบูรณ์ นั่นคือความเจ็บปวดทรมานอย่างแสนสาหัสของวิญญาณผู้น่าสงสารในไฟชำระ!!!

บทเทศน์เกี่ยวกับไฟชำระ / ความลึกลับเกี่ยวกับโลกหน้า / นรกมีจริง และเราอาจจะต้องไปที่นั่น


bCentral Counter  
  Send mail to [email protected] with question or comments about this web.
Copyright @ 2000 Data Computer's House.  2123-2125 Suebsiri Rd. Nai-muang,
Nakorn-Ratchasima. 30000 Thailand.   Last  

 

1