ประวัติโรงเรียนประชานิเวศน์ฝ่ายประถม
การก่อตั้ง
ตามที่กรุงเทพมหานครได้โอนบรรดากิจการทรัพย์สินสิทธิและความรับผิดชอบของ
สำนักงานปรับปรุงแหล่งเสื่อมโทรมให้แก่การเคหะแห่งชาติตามประกาศของ
คณะปฏิวัติฉบับที่ 316 ลงวันที่ 13
ธันวาคม 2515 ตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคม
2516 แล้ว
นั้นปรากฎว่ามีโฉนดที่ดิน"ประชานิเวศน์
1" บางโฉนด
ซึ่งรวมอยู่ในบรรดาโฉนดที่ดินกรุงเทพมหานครได้มอบหมายให้การเคหะแห่งชาติ
ไปแล้วนั้นเป็นที่ดินที่กันไว้มิได้จำหน่ายเพราะมีโครงการที่จัดสร้างบริการ
สาธารณะต่างๆ เช่น
สร้างเป็นย่านการค้า
ที่ทำการไปรษณีย์ สวนสาธารณะ
ตามที่ประกาศไว้ในระเบียบการจัดสรรที่ดินของเทศบาลกรุงเทพมหานครเดิมลงวันที่
4 กรกฎาคม 2505 ซึ่งโฉนดที่ 62797 เลขที่
1162 หน้า สำรวจ 7291 ระหว่าง 5-6 น.3 - 3 อ.
เนื้อที่ 15 ไร่ 47
วาและที่ดินแปลงนี้ประมาณ 5
ไร่เศษได้กำหนดให้
ฝ่ายการศึกษาและสวัสดิการสังคมกรุงเทพมหานครสร้างโรงเรียนประถมศึกษา
ขึ้นซึ่งในทางกรุงเทพมหานครสร้างโรงเรียนประถมศึกษาขึ้นซึ่งในทาง
กรุงเทพมหานครได้ดำเนินการปลูกสร้างเป็นอาคารแบบ
ร.ร.800 เป็นอาคาร 3 ชั้น 12
ห้องเรียนแล้วเสร็จเมื่อเดือนกันยายนเปิดทำการสอนตั้งแต่ชั้น
ป.1-5 รวม 5 ห้องเรียน มีนักเรียน 50 คน
ครู 5 คน
เรื่องราวต่างๆ
ได้พัฒนามาโดยลำดับ
โดยสร้างอาคารเรียน
อาคารประกอบเพิ่ม
ทำให้รับนักเรียนได้มากขึ้น
และเริ่มบรรจุครูใหม่
ทำให้บุคลากรในโรงเรียนมีมากขึ้น
ในขณะเดียวกัน ผอ.เสาวนีย์
คันธาแก้ว (สมัยนั้น)
ได้พยายามสร้างโรงเรียนให้มีเอกลักษณ์ที่เป็นของตัวเอง
เช่น การจัดทำหลักสูตรบ้านไทย
ซึ่งเป็นหลักสูตรการสอนของโรงเรียนประชานิเวศน์เอง
ฯลฯ จนโรงเรียนได้รับความยอมรับ
อย่างสูง จากสังคม ในด้าน วิชาการ
คุณธรรม จริยธรรม
สื่ออุปกรณ์การสอนที่ทันสมัย
ฯลฯ
.....ซึ่งสามารถเปลี่ยนความคิดในอดีต
กลับมาเป็นโรงเรียนที่ผู้ปกครอง-ประชาชน
ทั่วไปต่างชื่นชมศรัทธา
พยายามให้ลูกหลานเข้ามาเรียน
- พ.ศ.2536
โรงเรียนได้เปิดขยายโอกาสทางการศึกษาในชั้น
มัธยมศึกษาตอนต้น
ใช้อาคารเรียนร่วมกับนักเรียนประถม
- พ.ศ.2536 กทม.
ได้พื้นที่ในหมู่บ้านประชานิเวศน์
1 จำนวน 7 ไร่ ซึ่งทาง กทม.
ได้ยกพื้นที่ดังกล่าวให้กับ
โรงเรียนประชานิเวศน์
และพื้นที่นั้นจึงกลายเป็นโรงเรียนฝ่ายมัธยม
ในปัจจุบัน ...
- พ.ศ.2542 โรงเรียนประชานิเวศน์
เป็นโรงเรียนนำร่องการศึกษา 12 ปี
แห่งแรกของ กทม.
- พ.ศ.2542 เดือนตุลาคม
นางเสาวนีย์ คันธาแก้ว
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ได้เกษียณอายุราชการ ทาง
กทม.จึงแต่งตั้ง นางจรีย์
ศิลาพันธ์ ผู้อำนวยการ
รร.เพชรถนอม
มาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ
รร.ประชานิเวศน์ (ฝ่ายประถม-มัธยม)
- พ.ศ.2543 เดือนตุลาคม
น.ส.ประทุม เข็มวิลาศ
ได้รับคำสั่งแต่งตั้งจากกรุงเทพมหานครให้มาดำรงตำแหน่ง
ผอ. โรงเรียน
อาคาร
* อาคารเรียนหลังแรกคืออาคารแบบ
รร.800 เป็นอาคาร 3 ชั้น 12 ห้องเรียน
(พ.ศ.2520) ปัจจุบันได้รื้อทิ้งไปแล้ว
* สร้างอาคาร 3 ชั้นขนาด 25
ห้องเรียน (พ.ศ.2521)
* สร้างอาคาร 4 ชั้นขนาด 20
ห้องเรียน (พ.ศ.2522)
* สร้างโรงครัว
*
สร้างอาคารหอสมุดศรีเฟื่องฟุ้ง
* สร้างอาคารสายสัมพันธ์
4 ชั้น
*
สร้างอาคารศูนย์วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี
4 ชั้น
ประวัติโรงเรียนประชานิเวศน์ฝ่ายมัธยม
การก่อตั้ง
ทางกรุงเทพมหานครมีที่ดิน
ที่อยู่ในหมู่บ้านประชานิเวศน์ 1
แขวงลาดยาว เขตจตุจักร จำนวน 7 ไร่
เป็นที่ปลูกอาคาร เรือนแถว 2 ชั้น
ต่อมาสำนักการโยธา
กรุงเทพมหานคร
มีนโยบายให้ใช้พื้นที่นี้เป็นที่ก่อสร้าง
บ้านพักข้าราชการชั้นผู้น้อย
จึงเริ่มดำเนินการไล่รื้อและอพยพชุมชนที่อาศัยอยู่ให้ออกไป
จากพื้นที่ตั้งแต่ปีพุทธศักราช
2530 เป็นต้นมา
แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ทั้งหมด
เพราะมี
ประชาชนผู้บุกรุกบางส่วนไม่ยอมเคลื่อนย้ายออกนอกพื้นที่การดำเนินการเคลื่อนย้ายจึงหยุด
ชะงักไป ต่อมาปีพุทธศักราช 2535
กรุงเทพมหานครได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี
เมื่อ วันที่ 3 มีนาคม 2535
ให้กรุงเทพมหานครดำเนินการขยายโอกาสทางการศึกษาขึ้น
และในปี การศึกษา 2536
กรุงเทพมหานครได้กำหนดให้โรงเรียนประชานิเวศน์
เปิดขยายโอกาสทางการ
ศึกษาโดยใช้หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนต้น
พุทธศักราช 2521
ซึ่งในสมัยนั้นนักเรียนมัธยมได้เรียนโดย
ใช้อาคารเรียนร่วมกับนักเรียนประถม
ต่อมากรุงเทพมหานครได้แปร
นโยบายให้ใช้พื้นที่ของสำนักการโยธาที่จะสร้างที่พักของข้าราชการชั้นผู้น้อยมาเป็นสถานที่สร้าง
โรงเรียนประชานิเวศน์ ฝ่ายมัธยม
.....
ซึ่งทำให้ความฝันที่ว่าโรงเรียนประชานิเวศน์
จะได้เปิดโรงเรียนมัธยมก็เป็นจริง
แต่ในขณะนั้นมีประชาชนผู้บุกรุกยังอาศัยอยู่
สำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร
และโรงเรียนประชานิเวศน์
จึงได้ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการไร่รื้อชุมชนขึ้น
เพื่อให้
ประชาชนเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่โดยประสานกับสำนักพัฒนาชุมชนการเคหะแห่งชาติ
เพื่อขอ
ที่อยู่อาศัยให้กับประชาชนในส่วนนี้
ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี
ดังนั้นโรงเรียนประชานิเวศน์
จึงมีพื้นที่เพียงพอต่อการก่อสร้างอาคารเรียนโรงเรียนประชานิเวศน์
ฝ่ายมัธยม
เรื่องราวต่างๆ
ได้รับงบ
ประมาณการก่อสร้างจากกรุงเทพมหานครในปีงบประมาณ
2536 เป็นเงิน 24.2 ล้านบาท โดย
สร้างเป็นอาคาร 5 ชั้นจำนวน 40
ห้องเรียน
สถาปัตยกรรมรูปทรงไทยประยุกต์
เป็นการเปลี่ยนรูปแบบอาคารเป็นลักษณะรูปทรงใหม่ตามที่ได้
เรียกร้องขอได้เป็นหลังแรกของกรุงเทพมหานคร
ต่อมาได้สร้างอาคารศูนย์วิทยาศาสตร์กายภาพ
ซึ่งได้รับงบจาก กทม.
เป็นอาคารฝึกงานสูง 4 ชั้น
ใช้งบประมาณ 7 ล้านบาท - และ
สระว่ายน้ำเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมาร
ที่มีอักษรพระนามาภิไธย "สธ"
ประดิษฐาน, สระแบ่งเป็นสระเด็ก
และสระแข่งขันมาตรฐาน
สร้างจากการหารายได้ของโรงเรียน
จำนวน 10 ล้านบาท ฯลฯ
ในวันที่ 27 ธันวาคม 2537
ได้ดำเนินการวางศิลาฤทษ์อาคารโรงเรียนประชานิเวศน์
ฝ่ายมัธยม
ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 14
มกราคม 2538 และในโอกาสวันครู (16
มกราคม 2538) ได้ย้าย
สถานที่เรียนของนักเรียนมัธยม
ซึ่งแต่เดิมใช้อาคารเรียนร่วมกับนักเรียนประถมมาอยู่
ที่โรงเรียนมัธยมที่พึ่งสร้างเสร็จ
ในวันที่ 16 มกราคม 2538 เวลา 14.29 น.
ได้ทำพิธีขึ้นที่โรงเรียนแห่งใหม่
ต่อมานักเรียนในฝ่ายมัธยมได้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น
จนเกิดปัญหาห้องเรียนห้องพิเศษต่างๆ
มีจำนวนไม่เพียงพอกับจำนวนบุคลากรในโรงเรียนที่เพิ่มมากขึ้นทุกปี
จึงเกิดความคิดว่าจะต้องมีการสร้างอาคารหลังใหม่ขนาด
7-9 ชั้น
เพื่อแก้ปัญหาด้านอาคารสถานที่
และเพื่อเป็นรากฐานในการขยายตัวของโรงเรียนในอนาคต
แต่เนื่องจากปัญหางบประมาณการก่อสร้างอาคารเรียนของกรุงเทพมหานครที่มีอยู่จำกัด
จึงไม่สามารถสร้างอาคารตามแผนที่วางไว้ได้
แต่ต่อมาก็ได้งบประมาณสร้างอาคารหลังใหม่จากสำนักงบประมาณ
จำนวน 70 ล้านบาท
ซึ่งเกิดจากความพยายามและความสามารถ
ของอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนประชานิเวศน์
(นางเสาวนีย์ คันธาแก้ว)
นั้นเป็นเสมือนมรดกของการจัดการศึกษาของโรงเรียนประชานิเวศน์
...โดยสร้างเป็นอาคารแบบพิเศษ 7
ชั้นขนาด 60 ห้องเรียน ค่าก่อสร้าง
44.7 ล้านบาท
เริ่มสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542
ซึ่งปัจจุบันอาคารนี้ได้สร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว
และเริ่มเข้าใช้งานในต้นปีการศึกษา
2544 ...คาดว่าในอนาคต
จะสามารถรับนักเรียนมัธยมได้มากขึ้น
และเป็นโรงเรียนมัธยมศึกษา
สังกัดกรุงเทพมหานคร
ที่สามารถจัดการเรียนการสอนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย
ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
อาคาร
1.
ได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคารเรียนจากกรุงเทพมหานครจำนวน
24.2 ล้านบาท โดยสร้างเป็นอาคาร 5
ชั้นขนาด 40 ห้องเรียน บันไดขึ้นลง
2 ชุด
ซึ่งเป็นอาคารเรียนหลังแรกของกรุงเทพมหานครที่ได้เปลี่ยนรูปแบบอาคารเป็นรูปแบบใหม
2.
สร้างอาคารศูนย์วิทยาศาสตร์
เป็นอาคารฝึกงานโดยใช้แบบอาคารเรียนมาตรฐานของ
กทม. สูง 4 ชั้น ใช้งบประมาณ 7
ล้านบาท
3.
สร้างสระว่ายน้ำเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพฯ
ซึ่งเป็นสระว่ายน้ำมาตรฐาน 5 ลู่
และสระเด็กเล็ก
สร้างโดยการหารายได้ของโรงเรียน
จำนวน 10
ล้านบาทโดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี
เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานในพิธีเปิด
4.
สร้างพระบรมราชานุเสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวหน้าอาคาร
5
ชั้นโดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี
เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานในพิธีเปิด
5. สร้างอาคารเรียนแบบพิเศษ 7 ชั้น
มีห้องเรียนและห้องพิเศษรวม 60
ห้องเรียน ติดตั้งลิฟต์ 2 ตัว
บันไดขึ้นลง 3 ชุด
ชั้นล่างเปิดโล่ง
ใช้เวลาก่อสร้าง 2 ปี
เป็นอาคารเรียนที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพมหานคร
สร้างเสร็จสมบูรณ์ในต้นปี 2544
ใช้งบประมาณก่อสร้างและครุภัณฑ์ประกอบจำนวน
44.7 ล้านบาท
โรงเรียนในปัจจุบัน
ปัจจุบัน โรงเรียนประชานิเวศน์
เป็นโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ
...ดำเนินการสอนมาแล้วเป็นเวลา 25
ปี
จำนวนนักเรียนทั้งหมดจำนวนประมาณ
2,700 คน (ป.เตรียม
,ป.1-ม.6) ที่สำคัญโรงเรียนประชานิเวศน์
เป็นโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร
โรงเรียนเดียวที่ดำเนินการสอน
ถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย(ทั้งสายวิทย์
และสายศิลป์)
ที่สามารถผลิตบุคลากรเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา
นับเป็นความภาคภูมิใจของโรงเรียน
และกรุงเทพมหานคร เป็นอย่างยิ่ง
การจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนในปัจจุบัน
เปิดสอนหลักสูตรสายสามัญ
ตั้งแต่ชั้น ป.เตรียม ,ป.1-ม.6
จึงได้รับการจัดตั้งเป็น
"โรงเรียนนำร่องการศึกษาขั้นพื้นฐาน
12 ปี" นอกจากนี้ทาง รร.
ยังได้เพิ่มเติมหลักสูตรที่จะพัฒนาศักยภาพของนักเรียนด้านต่างๆ
เช่น ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ 2
,เน้น EQ - IQ ให้เกิดกับนักเรียน ฯลฯ
ซึ่งจะสอดแทรกในกิจกรรมการเรียนการสอน
และได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9002
ทุกระบบงาน
จากสถาบันรับรองมาตรฐาน ไอ เอส โอ
..นับเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง
,ด้านอาคารสถานที่ได้พัฒนาให้ร่มรืน
มีบรรยากาศเหมาะสำหรับเป็นบ้านแห่งการเรียนรู้
สิ่งหนึ่งที่ทำให้โรงเรียนประชานิเวศน์ก้าวมาสู่ขณะนี้
ก็เพราะความร่วมมือระหว่าง
นักเรียน-ครู-ผู้ปกครอง
และบุคลากรอื่นๆ
ซึ่งทางโรงเรียนต้องขอบพระคุณบุคลากรทุกท่าน
.
. |