: ฉีเหริน-กวีจีนที่มีชื่อเสียง :

ฉีเหริน(Qi Ren) ผู้เป็นกวีวัย 42 ปีในปีนี้เป็นคนมีงานรัดตัวมาก เมื่อเร็วๆ นี้ หลังจากเสร็จสิ้นงานต้อนรับคณะผู้แทนกวีเกาหลีใต้ที่มาเยือนจีนแล้ว เขาก็เตรียมจะไปจัดงานกวีที่เมืองแห่งหนึ่งทางภาคใต้ของจีน รายการวันนี้ดิฉันขอเสนอเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับกวีผู้นี้พร้อมกับบทกวีของเขาให้ท่านฟังค่ะ

ฉีเหรินเกิดในครอบครัวชาวนาที่อำเภอหรงเซี่ยน มณฑลเสฉวน ถิ่นเกิดของเขาขุนเขาแวดล้อมไปด้วยเขียวขจีและธารน้ำใส เมื่อฟังจากคำพูดของฉีเหรินแล้ว ต้องถือว่าเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยอารมณ์ของกวีและภาพเขียนมากทีเดียว ฉีเหรินเกิดและเติบโตในผืนดินแห่งนี้ การเขียนบทกวีจึงเปรียบเสมือนเป็นเรื่องธรรมชาติ

"ตัวผมเองใช้ชีวิตที่ตำบลเล็กๆ ที่มีทัศนียภาพสวยงาม บนผืนดินนี้ก็จะมีอารมณ์ของกวีและภาพเขียนเกิดขึ้นมา ผมเองอายุประมาณสิบกว่าขวบก็เริ่มเขียนกวีแล้ว เคยถูกครูวิชาคณิตไล่ออกจากห้องเรียนเนื่องจากผมแต่งกลอนขณะเข้าเรียนวิชาคณิต ต่อมาในกลางทศวรรษ 1980 กลอนของผมเคยออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงประชาชนมณฑลเสฉวน ซึ่งเป็นเรื่องที่ให้กำลังใจแก่ผมมาก นับจากนั้นมา ผมก็เขียนกวีแบบไม่อั้นเลยจนกระทั่งเวลานี้"

ผลงานบทกวีของฉีเหรินในระยะแรกนั้น อย่างกลอนชุดเรื่อง "ฤดูใบไม้ร่วงแห่งตำบลเล็กๆ" และเรื่อง "เพลงวัยเด็ก" เป็นต้น มีเนื้อหากล่าวสดุดีถิ่นเกิดและชีวิตในวัยเด็กของตัวเอง เมื่อออกอากาศทางสถานีวิทยุแล้วก็ได้รับเสียงชื่นชมอย่างมากทีเดียว

ฉีเหรินจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยครุศาสตร์มณฑลเสฉวน เคยทำงานที่หน่วยงานของรัฐและองค์การสื่อสารมวลชน อย่างไรก็ตาม การอ่านบทกวีและการแต่งกลอนเสมือนเป็นเรื่องที่น่ารื่นรมย์ที่สุดสำหรับเขา ต่อมาในปี 1993 เขาย้ายไปอยู่ที่กรุงปักกิ่ง โดยเข้าทำงานที่สมาคมกวีแห่งประเทศจีน ซึ่งส่งผลต่อการสร้างสรรค์งานกวีของเขาเปรียบเสมือนปลาได้น้ำ ด้านหนึ่งเขาสร้างผลงานกวีมากมาย อีกด้านหนึ่งก็ลงมือจัดกิจกรรมด้านกวีอย่างแข็งขัน เช่น เป็นผู้ริเริ่มการประกวดกวีทางอินเตอร์เน็ตทั่วประเทศ เป็นต้น นอกจากนี้ เขายังจัดกิจกรรม "เดินทางหมื่นลี้แห่งกวีจีน" โดยจัดคณะกวีไปค้นพบความงามและกล่าวสดุดีความงามที่เขตเมืองและเขตชนบททั่วประเทศ จนถึงขณะนี้กิจกรรมดังกล่าวได้เดินทางมาแล้วกว่า 10 มณฑล ฉีเหรินกล่าวว่า เวลานี้ กวีของจีนกำลังอยู่ในช่วงการพัฒนาที่ดีที่สุด เขากล่าวว่า

"กวีสามารถสร้างคุณูปการให้แก่สังคมได้ คุณูปการที่ว่านี้คือทำอย่างไรจึงจะสามารถทำให้ผู้คนที่อยู่ในยุคนี้ตระหนักดีว่า นอกเหนือจากการแสวงหาด้านเศรษฐกิจแล้ว ยังควรมีการแสวงหาด้านจิตใจที่สูงส่งกว่านี้ สิ่งที่เป็นกวีนี้จึงสามารถสร้างคุณูปการได้ ด้วยเหตุนี้ เราจึงจัดกิจรรมต่างๆ เพื่อสังคม"

จนถึงขณะนี้ ฉีเหรินมีผลงานกวีที่จัดพิมพ์จำหน่ายแล้วหลายเล่ม เช่น "ประตูแห่งโชคชะตา" และ "ทัศนียภาพในอุ้งมือ" เป็นต้น นักวิเคราะห์ลงความเห็นว่า แรงบันดาลใจของฉีเหรินในการเขียนกวีนั้นไม่ได้อยู่ที่การระบายอารมณ์ แต่อยู่ที่ปรัชญาชีวิตและการแสวงหาความงามที่แฝงไว้ด้วยความดื่มด่ำ และส่งผลให้ผู้อ่านมีความรู้สึกร่วมเวลานี้ ฉีเหรินดำรงตำแหน่งเป็นรองเลขาธิการสมาคมกวีแห่งประเทศจีน แม้ในวันปกติ เขามักจะติดงานต้อนรับกวีต่างชาติที่มาเยือนจีนก็ตาม แต่เขายังคงหมั่นเขียนบทกวีอย่างไม่หยุดยั้ง เขามีความรู้สึกว่า การเขียนกวีไม่ได้มุ่งเป้าในการหาเสียงชื่นชมจากผู้อื่นแต่อย่างใด เพียงแต่ว่าเขาเขียนด้วยใจ ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความสุขสำหรับเขา

"กล่าวสำหรับผมแล้ว เริ่มแต่รักกวีในทศวรรษ 1980 เป็นต้นมา ผ่านการปฏิรูปและเปิดประเทศจีน จนมาถึงการเข้าสู่ศตวรรษใหม่ ผมยังคงมีความรักแบบดั้งเดิมที่สุดต่อกวี สิ่งที่แสวงหาคือกวี สิ่งที่ประกอบอาชีพคือกิจการกวี และสิ่งที่อยู่ในอุดมการณ์คือชีวิตที่มีอารมณ์กวี นี่คือความสุขประการใหญ่ที่สุด"

 

Hosted by www.Geocities.ws

1