ค่ำคืนแจ่มกระจ่างแห่งฤดูใบไม้ผลิ
หลังจากพายุฝน ผ่านพ้น
ดาวประกายพฤกษ์ พราวแสงอยู่เหนือลำน้ำ
ทางช้างเผือก ขาวสะอ้าน ราวหิมะ
ฟากฟ้ามืดทมึน ห้วงมหรรณพแผ่ไพศาล
บรรพตอุดร เลือนรางอยู่ในความมืด
ดวงจันทร์คล้ายกระจกใส
ผุดขึ้นมาจากความว่าง และเมื่อค่อยโคจรขึ้นสูงหว่างฟากฟ้า
สาดส่องแสงโสม หยาดน้ำค้างพราวพร่าง บนกลีบดอกไม้.
~~~~~ กวีจีน " ตู ฟู " ~~~~~
พายเรือไป ในแสงจันทร์สกาว
ความคิดคำนึงของข้าพเจ้า
ล่องลอยไป ถึงใครคนหนึ่ง
ที่สุดขอบฟากฟ้า.........
~~~ กวีจีน " ซูตงปอ " ~~~
โอ้ ราตรีนี้งามนัก
แสงจันทร์แจ่มกระจ่าง
สาดอาบทัศนียภาพรอบกาย
ภาพฝันอันตระการตา
ประหนึ่งภาพแห่งสรวงสวรรค์
ฉุดให้เราทุกคนจมดิ่ง
สู่ห้วงภวังค์อันเปี่ยมสุข
เราดื่มกันจนเมามาย
แล้วต่างคนต่างก็เอนกาย
ลงเหนือลานดิน
เอาก้อนหินต่างหมอน
ท้องฟ้ากว้าง
แทนผ้าคลุมกาย
สายลมและหริ่งเรไร
เป็นมโหรีขับกล่อม
สู่นิทราอันฉ่ำสุข.....
เออโอ้ละหนอจันทรา
เจ้าหลบหน้าไปไหนนั่น
ข้าก็คอยมองทุกวัน
หรือว่าเจ้านั้นหลงทาง
หรือว่าเจ้าลืมหน้าที่
ยามราตรีให้แสงสว่าง
หรือแอบอิ่มจนพุงกาง
หรือไม่ว่างสักวันเดียว
คิดจะประกาศจับเจ้าเหมือนกัน
เกรงเจ้านั้นหนีเที่ยว
แถมไม่ได้ไปคนเดียว
พาผู้เสี่ยวไปด้วยคน
หนึ่งดวงจันทร์กับพันดาว
คงพร่างพราวไปทั่วหน
หนึ่งตะวันในสกล
ใครหลุดพ้นวงจร
แฟนแฟนพระจันทร์ไปไหน
ทำไมไม่ช่วยกันอ้อน
สงสารดาวศรัทธามาวอน
ใจไม่อ่อนเลยหรือจันทร์
~~~ กวีจีน " หลี่ไป๋ " ~~~
|
เดือนเพ็ญสวยเย็นเห็นอร่าม
นภาแจ่มนวลดูงาม เย็นชื่นหนอยามเมื่อลมพัดมา
แสงจันทร์นวลชวนใจข้า คิดถึงถิ่นที่จากมา
คิดถึงท้องนาบ้านเรือนที่เคยเนาว์
เรไรร้องดังฟังว่า เสียงที่เจ้าเฝ้าครวญหา
ลมเอยช่วยพากระซิบข้างกาย
ข้ายังคอยอยู่ไม่หน่าย มิเลือนห่างจากเคลื่อนคลาย
คิดถึงมิวายเมื่อเราจากกัน
คนเสเพลพกพาห้องใต้ดินติดตัวเหมือนบัตรประชาชน
คนซื่อสัตย์แบกรับเกียรติยศดุจคำจารึกหน้าหลุมศพ
ดูสิ - ฟ้าสีทองกำลังแหวกว่าย
กับละลอกเงาสะท้อนของคนตาย
ว่ากันว่า ยุคน้ำแข็งสิ้นสุดไปนมนาน
ทำไมยังมีหยาดน้ำแข็งทุกแห่งหน
แหลมกูดโฮปถูกค้นพบแล้ว
ทำไมเรือใบเหล่านั้นถึงยืนกรานกลางเดดซี
ข้ามาสู้โลกนี้ตัวเปล่า
นอกจากกระดาษ เชือก และเงา
บัดนี้ ข้ามารับการพิพากษา
และข้าไม่มีอะไรจะพูด นอกจากสิ่งนี้
จงฟัง ข้าไม่เชื่อ!
โอเค คุณเหยียบย่ำ
ศัตรูนับพัน นับข้า
พันหนึ่ง
ข้าไม่เชื่อฟ้าเป็นสีฟ้า
ข้าไม่เชื่อสิ่งที่ฟ้าร้องบอก
ข้าไม่เชื่อความฝันเป็นเท็จ
ข้าไม่เชื่อหลังความตายไม่มีการแก้แค้น
หากทะเลทลายพนัง-ทะเล
ขอน้ำเค็มเติมเต็มหัวใจของข้า
หากแผ่นดินผุดจากทะเลอีกครั้ง
อีกครั้งเราจะเลือกอยู่ในที่สูง
โลกโคจร หมู่ดาวระยิบระยับ
แทงฟ้ากว้างใหญ่ไร้การปกป้อง
ที่นั่น คุณเห็นไหม อักษรโบราณ---
ดวงตาแห่งอนาคต มองกลับมา |
ต้นไม้ต้นใหญ่ยืนตระหง่าน
นก กา ยืดถือเป็นบ้าน
พื้นดินแผ่ไพศาล
คนกลับ ไม่รู้จะอยู่ไหน
วางแจกันใหญ่ไว้มุมห้อง
ต่างมองเห็นและหยุดชื่นชม
แม่เฒ่านั่งอยู่หน้าบ้าน
ต่างเดินผ่านแล้วยิ้มให้
แม่เฒ่าใช่เห็นรอยยิ้มหรือไม่หนอ
พิ้นดินแผ่ไพศาล
แม่เฒ่านั่งอยู่หน้าบ้าน
คนมากมายไม่รู้จะอยู่ไหน
แม่เฒ่านั่งเดียวดาย ใจไม่รู้อยู่ไหน ..
นอนเหยียดกาย ใต้ต้นไผ่ ลมพัดไหว
ใบไผ่พริ้วพัด สบัดโบย โรยทำนอง
ยินสรรพสิ่ง เสียงรอบชัด สดับนิ่ง
ไม่มีต้นไผ่ ไม่มีใบไผ่ ไม่มีลม ....
.ขอถามไถ่ในโลกหล้า
ว่าความรักนี้หนอคือสิ่งใด
จึงมอบให้แก่กันและกัน...ด้วยชีวิต |