|
 :           ความจริงนายก็ไม่ใช่คนอ้วน(เท่าไหร่) เพียงแต่ท้วมนี้ด ๆ แล้วก็มีพุงเกินขนาดปกติไปหน่อยนึงเท่านั้นเอง แต่ก่อนแต่ไรเอมก็ไม่ได้ฉุกใจว่านายอ้วน เพราะจะอ้วนหรือไม่อ้วนเพียงใดก็ หาได้เดือดร้อนอะไรแก่เอมไม่ เอมเพียงแต่รำคาญนิดหน่อยเมื่อเห็นพุงของนายล้ำเข้าประตูห้องมาทุกเช้า แล้วนายกับหน้าของนายจึงค่อยทยอยตามพุงมาอย่างเชื่องช้าเท่านั้น           "ไม่อึดอัดมั่งหรือยังไง" เอมนึกนินทา           ในบางโอกาสที่มีคนเขาพาออกไปกินข้าวกลางวันด้วยกะนาย เอมก็มองนายกินอย่างปลงตก           "จะไม่อ้วนได้ยังไง้ ไอ้โน่นก็ดี ไอ้นี่ก็ชอบ ชอบแต่มัน ๆ แป้ง ๆ อนาคตจะต้องใช้ซัปปอร์ตเตอร์พยุงพุงเสียละกระมัง" เอมนึกในใจ           วันหนึ่ง นายรูดเข็มขัดออกให้ลูกน้องผู้ชายซึ่งกำลังจะไปนอก ดูตรารับรองว่าของแท้ที่หัวเข็มขัดด้านหลัง เอมมองดูความยาวเหยียดของเส้นหนังสีดำ ๆ นั่นแล้วก็หน้าเสีย           "อย่างนายนี่เอวสักกี่นิ้วคะ" เอมกลั้นใจถาม ความจริงไม่อยากพูดว่าเอว แต่ครั้นจะใช้คำว่าพุงก็ผิดวิสัยเลขาที่ดีที่จะทำให้นายใจเสีย           นายมองหน้าเอม อย่างนึกรู้ว่าเอมกำลังคิดอะไรอยู่           "35 นิ้ว" นายตอบอ่อย ๆ "...ความจริงก็ 35 กว่าหน่อย ๆ น่ะ ประมาณ 36 เห็นจะได้ เอ้อ...อาจจะถึง 37 ไปแล้วก็ไม่รู้ซิ"           "37" เอมบอกตัวเองอย่างเด็ดเดี่ยวตามวิสัยเลขาที่อยู่กับนายมานานจนรู้เล่ห์เหลี่ยมกันดี ลองเอ้อ ๆ อ้า ๆ ยังงี้ละ 37 แหง ๆ ไม่ต้องสงสัย แล้วเอมก็กลั้นยิ้ม ขนาดว่าถ้า 35 นิ้วจริงอย่างที่พูดตอนแรกก็ปาเข้าไปเท่าขนาดตะโพกเอมเสียแล้ว เจ้าประคุณเอ๋ย ไม่หนักบ้างหรือยังไง ถ้ามีท้องมีใส้ใกล้จะคลอดเหมือนผู้หญิงก็ยังพอให้อภัยกันได้บ้าง           เอมอยู่กับนายมาหลายปี ตั้งแต่นายยังเป็นหัวหน้างานจิ๋ว ๆ จนเลื่อนขึ้นเป็นหัวหน้างานใหญ่ แล้วก็ เป็นผู้อำนวยการกองอยู่ในขณะนี้ อยู่กันมาตั้งแต่เอมยังเป็นโสด จนเอมแต่งงาน และตั้งแต่ลูกคนแรกของนายยังเล็ก ๆ จนลูกคนเล็กของนายขึ้นชั้นประถมไปแล้ว           เมื่อหนุ่ม ๆ นายเคยหล่อ รูปร่างปราดเปรียว ปากคอเราะร้าย แล้วก็เปรี้ยวอย่าบอกใคร แฟนของนายมีเป็นกระบุง ๆ เข่ง ๆ จนนายเองก็แทบจำชื่อไม่ได้ กว่านายจะแต่งงานได้ก็หวุดหวิดจะเอาตัวไม่รอด มี เมียโดยประมาทเสียหลายครั้งหลายครา (หรือมีไปแล้วบ้างก็ไม่รู้ได้ อันนี้เอมไม่ยืนยัน ด้วยว่าหน้าที่ของเลขานั้นคือการเปิดตาก็จริงอยู่ แต่ทว่าต้องปิดปากให้แน่น ๆ เข้าไว้จึงจะถูก)           เมียของนายแม้จะไม่ค่อยสวยเท่าบรรดาแฟนานุแฟน (แฟน - อนุแฟน) ที่นายเคยมี แต่ก็เป็นคนแสนดีเท่าที่คนเจ้าชู้จะพึงหาได้ กล่าวคือเป็นคนมีขันติ โสรัจจะ เมตตา กรุณา อุเบกขา มุทิตา เบญจศีล เบญจธรรม ครบถ้วนทุกประการ (ถึงได้อยู่กับนายได้) เอมเห็นหน้าเมียนายครั้งใดแล้ว ก็ให้กลุ้มใจปนปีติ อยากจะเข้าไปปิดทอง แต่จะไม่เอาเป็นเยี่ยงอย่างแต่อย่างใด สาบานได้           นายของเอมอายุก็แค่ 45-46 แต่ก็เริ่มผมน้อยถอยจำนวนลงไปมาก ใบหน้าที่เคยหล่อสมัยโน้น อูมอิ่มขึ้นมากจนดูคอโต และเห็นคางเป็นสองลอนได้ถนัด แต่นายเคยเดินเร็ว ท่าทางคล่องแคล่วอย่างหนุ่ม ๆ อย่างไร ก็ยังคล่องปรี๊ดอยู่เหมือนเดิมทุกประการ           "เหมือนหมีเล่นสเกต" เพื่อนของเอมแอบค่อน           นายเป็นคนใจร้อนมาก และไม่เคยทนรออะไรได้เลย สั่งงานใดไปแล้วต้องรู้ผลภายใน 10 นาที และภายใน 1 ชั่วโมงก็ต้อง "น่าจะเสร็จ" ดังนั้นวันใดที่มีงานยุ่ง เอมจึงต้องวิ่งห้อไปมา หัวยุ่ง ท่าทางกระเซอะกระเซิง "เหมือนลิงถูกผีเข้า"...ตามคำของเพื่อน           "เคราะห์ดีนะที่แกมีแฟนแล้ว ถ้ายังไม่มีจะไปหาที่ไหนได้ งกงานจนโทรมเหมือนกระเหรี่ยงรื้อไข้ออกยังงี้" เพื่อนอีกนั่นแหละที่ว่ายังงี้ และเอมก็เห็นจริง           พอเอมบ่นว่าเหนื่อยเพราะงานมาก พ่อแม่พี่น้องของเอมก็ทำหน้าเหมือนเอมแต่งนิยาย           "ราชการจะทำอะไรกันนักหนา"           เอมก็ได้แต่ยิ้ม งานนั้นมีอยู่เสมอ เพียงแต่ใครจะทำมากน้อยแค่ไหนเท่านั้นเอง บางคนทำพอให้เสร็จไปวันหนึ่ง ๆ บางคนทำพอให้งานจบชิ้น แต่บางคนก็ทำอย่างทุ่มเทเหมือนงานนั้นเป็นงานชิ้นเดียวในชีวิตของเขา คนประเภทหลังนี้แหละที่จะได้ดีต่อไป และนายของเอมก็อยู่ในจำพวกของข้าราชการประเภทนี้ แล้วนายก็ได้ดีจริง ๆ เสียด้วย           นายเป็นคนช่างพูด เที่ยวฉุยฉายโปรยปรายไปทั่ว ตั้งแต่กับแม่ค้าข้าวแกง อาบังขายถั่ว เด็กขายข้าวโพดต้ม ไปจนถึงคนที่ขรึมแสนขรึม ที่ทำท่าว่าไม่อยากพูดกับใครทั้งโลก           กินข้าวแกงนายก็ล้อเด็กเสิร์ฟ           "เฮ้ย ไอ้หนู ไม่มีปลาสลิดทอดบ้างเรอะ ปลาแห้งนี่ไม่อร่อยนี่หว่า"           เด็กเสิร์ฟหางเปียยาวยิ้มจนตาหยี           "เมื่อวานก็มี น้าไม่มาเองนี่"           "อ้าว ไม่รู้นี่หว่า รู้ยังงี้มาเสียต๊ะเมื่อวานก็ดีนะ"           หรือมีสาวสวยเข้ามาในห้อง นายก็วางปากกาทำตาปรอย           "เห็นคุณแล้วผมใจหาย"           "ต๊าย ! ทำไมคะ"           "กลัวคุณจะไปเร็ว สวย ๆ อย่างนี้ อยากจะชวนให้นั่งนาน ๆ แต่ก็ไม่กล้า"           สาว ๆ เวลาเห็นหน้านายจึงสะเทิ้นอายเสียจนกระฉอกไปทั้งตัว มีแต่เอมเท่านั้นที่เห็นเสียจนปลงตก นึกขอบใจสวรรค์ที่บรรจบสามีของตัวเองเป็นคนเฉยเสียจนคนใบ้นึกว่าได้เพื่อน           แต่ถึงนายจะเปรี้ยวหรือเปรียวอย่างไร นายก็ไม่เห็นเคยหลงใหลได้ปลื้มไปกับสาวไหนมากกว่ากระเซ้าเย้าแหย่เขาไปตามประสาคนปากว่าง หนักเข้าสาว ๆ ที่หลงคารมปากก็ค่อยถอยไปทีละรายสองราย นานทีปีครั้งจึงจะมี สาวช่างตื๊อสักคนโทรศัพท์มาชวนแล้วชวนเล่าไม่สร่างซา           นายทำหน้าเรี่ยเหมือนเด็กแอบกินขนมในห้องเรียนแล้วครูจับได้ เมื่อเอมทำหน้าตึง ๆ ส่งหูโทรศัพท์ให้ พลางเอ่ยชื่อผู้หญิงคนไหนที่โทรฯ มาบ่อยในยุคนั้น แล้วผู้หญิงคนนั้นก็มักจะเลิกราไปในเวลาไม่ช้าไม่นาน เมื่อเอมทำเสียงเปรย ๆ กับลมฟ้าในกาลต่อมา           "จะฟ้องคุณกนกวรรณสักที"           หรือไม่ก็           "คุณกนกวรรณสั่งไว้นะ ให้รายงานความประพฤติ"           แต่คุณกนกวรรณภรรยาของนายไม่เคยสั่งอะไรเอมในเรื่องนี้เลย เอมก็ขู่นายเล่นไปยังงั้นเอง นึกถึงวันข้างหน้าว่าถ้าบรรจบเป็นใหญ่เป็นโต เลขาของเขาคงช่วยรักษาผลประโยชน์ให้เอมยังงี้มั่งหรอกน่า คุณกนกวรรณเธอไม่เคยถามเสียด้วยซ้ำไปว่านายมีอะไรกับใครที่ไหนหรือไม่ เอมเองแหละที่อยากจะช่วยถนอมดอกไม้ดี ๆ เอาไว้บูชาพระ ถึงได้เที่ยวได้ฉีดยาฆ่าแมลงวุ่นวายไปอย่างนี้           เอมไม่ได้พบคุณกนกวรรณบ่อยนัก นอกจากตามงานศพ งานแต่งงาน หรืองานสังสรรค์อันจำเป็น คุณกนกวรรณทักทายเอมอย่างมารยาทดี ชวนคุยชนิดไม่มากไม่น้อย ดูเธอจะเป็นคนอ่อนโยน ใจดีและใจเย็นขนาดหนัก ถึงได้อยู่กับคนใจร้อนผ่าวอย่างนายได้ราบรื่นปานนี้ คุณกนกวรรณไม่เคยมายุ่มย่ามที่ทำงานของนาย ไม่เคยโทรฯมาสั่งโน่นสั่งนี่ ส่วนที่ว่าจะโทรฯมาเช็คว่า นายมาหรือยัง ออกไปแล้วกับใคร หรือไปต่างจังหวัดจริงหรือไม่นั้น เป็นอันเลิกถามได้ |