
![]() |
ชีวิตช่วงวัยรุ่น...อยากจะบอกว่าเป็นช่วงชีวิตที่ผกผันมากที่สุด เป็นวัยระเริง วัยแมงเม่าบินเข้ากองไฟอะไรประมาณนั้น อย่างที่เค้าบอกว่าเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อมันก็มีส่วนอยู่นะ เพราะวัยรุ่นใหม่ๆนี่ จะทำอะไรก็ไม่ค่อยคิดหรอก ฉันอยากทำฉันก็ทำ ผลที่ตามมาจะเป็นยังไงค่อยมาว่ากันอีกที ยังไงก็มีพ่อกะแม่คอย Support ได้ เพราะฉะนั้นเราก็เลยค่อนข้างเสียคนพอสมควรนะ ตอนนั้น เรื่องรงเรื่องเรียนนี่รู้ๆกันอยู่ ไม่เอาอยู่แล้ว จบป.6 มาก้าวเป็น teenager ใหม่ๆนี่ก็เลยโง่น่าดู ไปสอบเข้าร.ร.พระโขนงพิทยาลัยได้ ก็แบบเครียดมากน่ะตอนนั้น อะไรๆก็ใหม่ คือแบบว่าร.ร.เก่านี่จะปล่อยมากไง แต่ที่นี่ไม่ใช่เลย เข้มงวดโคดๆ คนละเรื่องกันเลย เพื่อนเพิ่นก็ไม่มีกะเค้าเท่าไหร่ เลยต้องเกาะติดเจ้ากิฟท์เพื่อนที่ร.ร.เก่าตลอดเวลา แต่อย่างว่านะ เราไม่ได้อยู่ห้องเดียวกัน ไปๆมาๆต่างคนก็ต่างมีเพื่อนเป็นของตัวเอง ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นความเหลวไหลของเรา....ซึ่งจะสาธยายให้ฟัง....
![]() |
รูปข้างบนนี้ถ่ายกับกิฟท์ เพื่อนซี้สมัยประถม (แต่รูปนี้ถ่ายตอนม.4) ทั้งห้องมีมาเข้าร.ร.พระโขนงพิทยาลัยกันอยู่สองหน่อ นอกนั้นเค้าก็ไปร.ร.วชิรธรรมสาธิตกันมั่ง ร.ร.ราชวินิตบางแก้วกันมั่ง ไปร.ร.ศรีวิกรม์ก็ไม่น้อย สรุปแล้วเราเลยต้องเกาะกิฟท์มันแจ แต่พอผลออกมาปรากฏว่าเราได้อยู่ห้อง 6 แต่กิฟท์มันได้อยู่ห้อง 11 ก็เลย...เอาล่ะวา..จะทำยังไงกันดีงานนี้ ตอนแรกๆเหงามากเลยนะ เลขก็โง่ อิ๊งก็ไม่ฉลาดเท่าไหร่ โอ๊ย เรียนมะรู้เรื่อง เพื่อนก็ยังหาลงตัวไม่ได้ แย่แน่ๆ แต่ไปๆมาๆก็ได้เพื่อนจนได้ ยังจำได้ว่าในกลุ่มมี อ้อ - - -คนนี้น่ารักมาก แต่ตอนหลังทะเลาะกันเลยเป็นศัตรูกันชั่วกัลปาวสานไปซะ...แล้วก็ปาน- - -กับปานนี่เราคิดว่าเราเข้ากะเค้าได้มากที่สุดแล้วมั้งในกลุ่ม เพราะมันฮาๆดี เหมือนเรา เลยไปกันได้...ยุ้ย- - -ชอบคนนี้นะ แรกๆสนิทมาก แต่หลังๆกลายเป็นไม่สนิทได้ไงไม่รู้....วาสน์- - -ทะเลาะกะมันตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้ายเลย...ฟา- - -เป็นน้องน้อยว่าง่าย น่ารักดี...ฟอ- - -ห้าวๆ นิสัยก็โอเคดีเหมือนกัน...แค่นี้ล่ะ... แรกๆก็คบกันดีนะ เฮไหนเฮนั่น แต่ไปๆมาๆเริ่มชวนกันโดดเรียน ชวนไปเที่ยว ตอนนั้นเราก็เพิ่งเจอสังคมใหม่นินะ ใช่มะ ก็ไปกะเค้าเลย จำได้ว่าเย็นๆเลิกเรียนปุ๊บ เอาล๊ะ แจ้นไปอิมสำโรงทันทีทันใด (เป็นที่รู้ๆกันว่าที่นี่จะเป็นแหล่งชุมนุมเด็กม.ต้นกะเด็กช่างกล,พาณิชย์เกๆ) ไปเที่ยว ไปส่องหนุ่ม ตามประสาเด็กวัยรุ่นใจแตก เราก็อ่ะ เธอไปฉันไปด้วย จนตอนนั้นแม่ด่าแล้วด่าอีกนะ จะตีก็หลายครั้งแต่เราก็ไม่เชื่อเลย เถียงแม่ฉอดๆๆเลย มาคิดตอนนี้ยังรู้สึกผิดมากๆ หลงผิดจริงๆนะนั่น...
ช่วงนั้นโดดเรียนบ่อยมากกก แต่ไม่เคยโดดไปเที่ยวหรอกนะ ส่วนใหญ่จะอยู่บ้านตลอดเพราะไม่ชอบไปเรียน พอไปเรียนก็ไม่ค่อยจะเรียน เลิกเรียนก็ไปเที่ยว ประมาณนี้ทุกวัน ไม่อยากจะโทษเพื่อนซะทีเดียว แต่มันก็มีส่วนมากๆ ก็ใช้ชีวิตแบบนี้ไปซักระยะ จนถึงจุดที่คิดว่า ไม่ไหวแล้วนะ เราไม่ได้ชอบแบบนี้ ชีวิตแบบนี้เราไม่ต้องการ ก็เลยเปลี่ยนกลุ่มซะ อยากจะบอกว่าทุลักทุเลมากกว่าที่จะหากลุ่มลงตัว ไม่รู้ยังไงนะ เราคิดว่าเด็กผู้หญิงม.ต้นนี่งี่เง่ามากเลย อิจฉาริษยากัน แบ่งพรรคแบ่งพวกกัน แทบไม่ต่างอะไรกะประถมซักนิดเดียว ตอนนั้นเป็นทุกข์มากกับความรู้สึกที่ว่า ทำไมเราเข้ากับใครไม่ได้เลย วันๆนึงเหงามาก แล้วก็เป็นแบบนี้นานนนนเลย ทุกข์โดยแท้ แต่พอมาเจอกลุ่มที่ใช่มันก็โอเคล่ะ =D
![]() |
คนขวาสุดชื่อ เอ๋ เราชอบเรียกเค้าว่าสุปราณีน่ะ เป็นคนเดียวที่เราคบได้นานที่สุด เพราะเค้ากะเรามีอะไรคล้ายๆกัน ความชอบในหลายๆอย่าง ความรักสงบ แล้วเค้าก็ทำให้เราค้นพบว่าความห่วงใยระหว่างเพื่อนโดยไม่อิจฉาริษยากันมันมีอยู่จริง บางทีไม่ต้องพูดอะไรกันมากก็เข้าใจกันแล้ว เป็นความรู้สึกที่เราไม่เคยเจอน่ะ ก็เลยรักเพื่อนคนนี้มากๆเลย เคยทะเลาะกะเค้าครั้งนึงนี่ร้องไห้เป็นเผาเต่าเลยอ่ะ กะแฟนยังไม่ได้ขนาดนี้เลยนะเนี่ย ก็คบกะเค้ามาตั้งแต่ม.3 จนขึ้นม.ปลาย ปัจจุบันนี้เค้าไปเรียนรามก็ยังติดต่อกันประจำเลย ส่วนคนอื่นในรูปจากขวาก็มี หญิง นก แล้วก็อุ๋ม กลุ่มนี้นะ โขวโบกว่าเป็นเพื่อนที่ดีมาก มาก-มาก นิสัยดีทุกคนเลย
เนื่องจากขึ้นม.ปลายแล้วสุปราณีกะเราเรียนคนละห้อง เราก็เลยสนิทกับอุ๋มมาก จำได้ว่าตอนม.ต้นโคตรไม่ถูกกันเลย แต่พอมาม.ปลายกลายเป็นว่าสนิทกันไปได้ ก็แปลกดี แรกๆที่เรายังไม่เข้าใจอุ๋มดี บอกตรงๆว่าน้อยใจหลายอย่างเลย เพราะบางทีอารมณ์อุ๋มขึ้นๆลงๆ แล้วเราก็ไม่เข้าใจ บางทีน้อยใจมากๆแอบไปร้องไห้ก็มี แต่หลังๆเริ่มรู้ทางแล้ว ก็เลยรับได้ และก็ได้รู้ด้วยว่าอุ๋มเป็นเพือ่นที่ดีมาก เนื่องด้วยเราขี้เกียจมาเรียนเป็นที่หนึ่ง จนจะเป็นราชินีมส.อยู่แล้ว แต่ก็ได้อุ๋มนี่แหละ คอยจิกให้มาร.ร. คอยตามงานให้ ไม่งั้นคิดว่าคงไม่จบแหงๆ เป็นอะไรที่ซึ้งใจมากเลย ให้พูดถึงอุ๋มคงต้องทำเว็บใหม่ขึ้นมาเว็บนึงเลยอ่ะ เพราะทำอะไรให้เราเยอะมาก รักเพื่อนคนนี้จริงๆ...ขอบอก
![]() |
ตั้งแต่คบกะเพื่อนๆกลุ่มใหม่ ปุ๊กก็กลายร่างค่ะ เหอๆๆ จากเด็กโดดเรียน ชอบเที่ยว และฯลฯ ก็กลายมาเป็นเด็กคงแก่เรียนไปในที่สุด ถือเป็นการปฏิวัติตัวเองครั้งใหญ่เลย ดวงเรื่องเรียนเลยพุ่งสุดๆเลยนะ ได้รู้จักกะคำว่าท็อป ได้รู้จักกับคำว่าชนะเลิศ ได้รู้จักกับคำว่าดีเด่น จากที่แต่ก่อนนี่อาจารย์เคยตราหน้าไว้แท้ๆว่าน้ำหน้าอย่างเธอไม่มีทางจบหรอก (เราไม่ชอบเค้ามากๆเลยอ่ะ ถ้าเป็นครูเราจะไม่ขอเป็นแบบนี้เด็ดขาด) ก็เลยรู้สึกดีกับตัวเองขึ้นมาก เลย
![]() |
สำหรับเรื่องรักๆในวัยนี้ก็มีเหมือนกันนะ ;P (ไม่มีก็แปลกสิเนอะ) เท่าที่นึกได้ คนแรกที่เราคบด้วยตอนม.1ชื่อ พี่หนุ่ม เป็นรุ่นพี่เราสองปี ก็น่ารักดีนะ ตี๋ๆ ขาวๆ แล้วก็คารมดีมาก ด้วยอารามที่ว่าเพิ่งมีแฟนกะเค้าคนแรกน่ะนะ ก็เลยหลงเค้าน่าดู เป็นอารมณ์ใฝ่ฝันแบบเด็กๆน่ะ ไปเดทกันวันวาเลนไทน์ก็ตื่นเต้นน่าดู จนเพื่อนมาบอกทีหลังว่าเราอ่ะ 1 ในแคตตาล็อกเค้านะ นอกจากเราเค้ายังไปจีบคนอื่นอีก บางคนเป็นเพื่อนเราเองก็มี ก็เลย...โห เด็กน้อยตาสว่าง เห็นสัจธรรมชาย เราก็เลยชิ่งหนีก่อนเลย สรุปแล้วก็เลยจบกันง่ายๆแบบนั้นโดยที่ไม่ได้บอกกันเป็นเรื่องเป็นราว.รวมๆแล้วสองอาทิตย์กว่าๆเอง...เร็วจริงๆ
หลังจากนั้น....ขึ้นม.2 ก็ได้เจอกับไมค์...เป็นเพื่อนของเพื่อนเราอีกที (ไม่ใช่คนในรูปข้างบนนะ ข้างบนนั่น ปุ๋ม หญิง แล้วก็อีดมเพื่อนเราเอง)...จำได้ว่าเจอเค้าที่ไอซ์ เดอะมอลล์ วันนั้นเราไปยังเล่นไม่เป็นเลย จับกบได้หลายชะลอมอยู่ ก็ได้เค้านี่แหละ คอยเทคแคร์ให้ ก็รู้สึกดีเหมือนกัน เพราะเค้าสุภาพดี มาส่งเราอีกตะหาก หลังจากวันนั้นก็เลยคบๆกัน จนไปๆมาๆก็เป็นแฟนไปในที่สุด แต่ขอบอกว่าเราแย่มาก เพราะเราไม่มีเวลาให้เค้าเลย แบบว่าติดเพื่อนมากๆ ไม่ค่อยอยากไปไหนมาไหนกะเค้า ก็เด็กๆน่ะนะ อารมณ์ก็ประมาณนี้ แต่เค้าก็ยังทน ท๊น ทน...ทนจริงๆ ทนได้ปีกว่าๆ จนเราทนไม่ได้เอง บวกกับตอนนั้นมีเรื่องไม่เข้าใจกันด้วย เลยทำให้เราเข้าใจตัวเองน่ะ ว่าตอนนี้เรายังไม่พร้อม ดังนั้นเลยกลับมาเป็นเพื่อนกันดีกว่า ก็เลยเลิกกันไป รู้สึกไม่ดีเลย....>_<.....
หลังจากนั้นก็มีใครเข้ามาในชีวิตบ้างประปรายนะ ทั้งโจ้ เหลิม(คนนี้เป็นทอม น่ารักมากกกก) รุ่นพี่แถวบ้าน แล้วก็...จำไม่ได้แล้ว...แต่ไม่ได้คบกะใครเป็นจริงเป็นจังเลย เพราะเรื่องของเรื่องคือเราขี้อายมาก ไม่มีใครทนเราได้นานหรอก เราเองก็ทนไม่ได้นานด้วย คบๆไปพอรู้สึกว่าไม่ใช่ก็อยากเลิกแล้ว ไม่มีการคิดแก้ปัญหาอะไรทั้งสิ้น ก็เลยอยู่คนเดียวซะมากกว่า จน..........
![]() |
จนมาเจอรุ่นพี่ที่ชื่อ หนุ่ม โห...คนนี้นะ เหมือนฟ้าสาปมาให้เราหัวปักหัวปำ...ชอบเค้ามาก มากๆแต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ชอบเค้าข้างเดียวประมาณ 2-3 ปีได้ นานมากเลยอ่ะนะ เป็นอะไรที่เก็บเค้าไว้เป็นกำลังใจน่ะ แบบว่ามีเค้าอยู่ในใจแล้วมันมีกำลังจะทำอะไรดีๆ แต่สุดท้ายก็ไม่สมหวังอยู่ดี เพราะความขี้อายเจ้ากรรมอีกแล้ว ....จนทุกวันนี้ก็บอกได้เลยนะว่ายังรู้สึกดีกะเค้าอยู่เลยนะ แต่ก็ได้แต่เก็บไว้เป็นความทรงจำแล้วล่ะ :(
พอตอนม.5....บอกตรงๆเลยว่าเป็นช่วงที่ท้อแท้มาก เรื่องอะไรก็จำไม่ได้แล้วสิ รู้แต่ว่าอยากออกจากโรงเรียนมาก ไม่อยากเรียนแล้ว เป็นช่วงชีวิตที่เศร้าแล้วก็หดหู่สุดๆ ก็มี " เอก " เพื่อนร่วมห้องเข้ามาในชีวิต แรกๆนี่ไม่เชื่อเลยนะว่าเค้าจะมาชอบจริงๆ เพราะไม่มีวี่แววเลย แค่พอสังเกตุเห็นหน่อยๆว่าเค้าชอบมองมา จนเค้ามาบอกด้วยตัวเองนั่นล่ะ ถึงจะเชื่อ ด้วยความที่ตอนนั้นกำลังท้อแท้ พอมีเค้าเข้ามาก็เลยเป็นอะไรที่ดี เลยกลายเป็นแฟนกันไปในที่สุด จากเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เราได้รับบทเรียนว่า...การตัดสินใจแบบนี้มันผิด เพราะคบๆกันไปแล้วปรากฏว่าเราเข้ากันไม่ได้ แทบไม่มีอะไรที่พอจะจูนกันติดเลย บวกกับมีอะไรเกิดขึ้นหลายๆอย่าง ก็เลยต้องแยกกันไปในที่สุด...อยากจะบอกว่ายังรู้สึกไม่ดีอยู่เลยนะ ถ้าเราคิดซักหน่อยเรื่องให้เสียความรู้สึกทั้งสองฝ่ายแบบนี้ก็คงไม่เกิด...เฮ้อ....
![]() |
ก็ใช่ว่าจะมีแต่เรื่องรักเศร้าๆนะ เรื่องหนุกๆมันส์ๆก็มีบ้างเหมือนกันล่ะ สำหรับรูปข้างบนนี่ ถ่ายกะมิเชล เด็ก AFS จาก เมลเบิร์น AUSTRALIA ตัวจริงน่ารักมากกก ขาวีนไปหน่อย แต่นิสัยโอเคเลย อย่าเพิ่งนึกว่ามีงานแฟนซีแล้วเราสองคนแต่งตัวเป็นกิ้งก่าล่ะ เพราะจริงๆแล้วนี่เป็นชุดของการแสดงพิธีปิดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ชุดบูรพประทีปตะหาก (ก็ชุดที่มันมั่วๆนั่นล่ะ) ฮิฮิ แม่นแล้วล่ะ เราก็ได้ไปแสดงกะเค้าด้วย เป็นปลื้มก็เป็น แต่เห็นชุดแล้วเหนื่อยใจ...เฮ้อ....ของจริงอ่ะ ตลกมาก โขวโบก -___-' แต่งแล้วเหมือนกิ้งก่าเดินไปเดินมา แถมช่างแต่งหน้าก็ไร้ซึ่งฝีมือ ออกมาหน้าเหมือนลิเกเลย คิดดูสิอายแชโดว์สีเหลืองบาดจิค ปากสีบานเย็นน่าจุมพิตบาดใจ แก้มเปล่งปลั่งเป็นปื้นๆ โห...พอส่องกระจกแล้วอยากตายตรงนั้นเลย ก็เลยลบๆๆแล้วแต่งใหม่ ออกมาดีกว่าเดิมหน่อย แต่เหมือนตัวกินไก่เลย 555 ปากแดงซ้าาา
![]() |
พองานเลิกก็มีสภาพกันเช่นนี้แล.....ใจหายเหมือนกันนะ เพราะว่าสนุกมากเลย ที่อยู่ข้างหลังเป็นพวกพี่ๆสต๊าฟจาก JSL ที่มาฝึกการแสดงให้ จำชื่อไม่ได้หมดแล้ว แต่พี่เสื้อฟ้าชื่อพี่เอก ส่วนพี่เสื้อดำขวาสุดชื่อพี่สมชาย (ขวัญใจเรา) น่าเสียดายที่ไม่มีใครเป็นผู้ชายเลย เหอๆๆๆ อืม...ช่วงเวลาที่ฝึกแรกๆนะ ขอบอกว่าไม่อยากไปเลย ขี้เกียจมากก เหนื่อยอ่ะ เหนื่อยมากๆเลย ต้องวิ่งตลอดเลย แถมแดดก็ร้อนมากๆ ปกติเราเคยวิ่งซะที่ไหน แดดเดิดก็ไม่ได้ตาก ไปฝึกแรกๆนี่ โหย...จะตายเอา แต่ไปๆมาๆก็ปรับตัวได้นะ กลายเป็นคนวิ่งทนไปเลย อิอิ ยิ่งหลังๆนะฝึกหนักมาก ต้องนั่งท่อง 1 2 3 4 5 6 7 8/ 2 2 3 4 5 6 7 8 เอ้าาา ถวายบัว เอ้า นู้นน เอ้าาา นี่ ประสาทหลอนไปพักนึงเหมือนกัน -___-' หลังๆคนไม่พอ เอาเด็กจากที่ไหนไม่รู้ จำไม่ได้ กับเด็กพาณิชย์จากที่ไหนไม่รู้อีก จำไม่ได้ (จำไรได้มั่งเนี่ย?) มาแจมด้วย ปรากฏว่าไม่ถูกกัน ไปๆมาๆซ้อมด้วยกันดีๆพ่อเล่นจุดพลุยิงกันเฉยเลย เออ...เล่นกันแปลกดี ส่วนพวกผู้หญิงก็ชอบนั่งนินทากัน "อุ๊ย คนนั้นกล้าเนอะ ใส่เอวลอยมาซ้อม พุงปลิ้นแล้วนั่น" "โห ไอ้น้องคนนี้มันแต่งหน้าเข้มเนอะ อยู่วิกไหนวะเนี่ย" "ดูผู้หญิงคนนั้นดิ เดินโคตรส่ายเลย" นินทากันเผาขนงั้นล่ะ เกือบได้ฟาดปากกันตัวต่อตัวก็หลายครั้งอยู่ ถือว่าเป็นรสชาติในการฝึกเล็กๆน้อยๆ =D
งานครั้งนี้ก็จบลงอย่างประทับใจพอสมควร ได้เจอนักกีฬาดังๆเพียบเลย รู้จักมั่งไม่รู้จักมั่ง ไอ้เราก็มั่วขอจับมือเค้าไปเรื่อย 555 พอจบงานแล้วก็ใจหายเลย แต่อีกใจนึงก็โล่งเพราะจะได้มีเวลาหายใจซักที ทุกวันนี้ก็ยังคิดถึงช่วงเวลานั้นอยู่เลยนะ มันส์จริงๆ...
จริงๆช่วงเวลาช่วงนี้มีอะไรเกิดขึ้นมากมายนะ...ให้เล่าคงเล่าไม่หวาดไม่ไหว เป็นความทรงจำที่ดีบ้าง ร้ายบ้าง แต่ก็เป็นความทรงจำที่ควรค่าต่อการระลึกถึงทั้งนั้น คิดถึงขึ้นมาทีไรก็ยังอดเหงาๆในใจไม่ได้ทุกที เฮ้อ.....
อีกอย่างนึง จะสังเกตุเห็นได้ว่าไม่มีรูปสมัยม.ต้นเลย เป็นเพราะว่าเราทำอัลบั้มหายไป บวกกับม.ต้นไม่ค่อยมีไรพิเศษด้วย ความทรงจำเลวร้ายทั้งนั้น เลยมีแต่รูปม.ปลายมาให้ดู จริงๆแล้วมีรูปงานวันปัจฉิมอีกนะ แต่ยังไม่ได้แสกนเลย รูปอยู่ที่เพื่อนอีกตะหาก ไว้ได้มาเมื่อไหร่จะเอามาให้ดูนะ ฮิฮิ CLICK ไปดูตอนเป็นสาวแล้วกันดีก่า Let's goๆๆๆๆๆ
![]()