หน้านี้ก็ตามชื่อ ไร้สาระ แต่ผมชอบที่สุด เป็นบทความ-กลอนที่อ่านแล้วโดนใจ ประทับใจสุดๆ เลยได้เลือกมาแปะไว้ในหน้าเว็บตัวเอง
โดยส่วนใหญ่ลอกมาจาก http://www.carefor.org ของพี่นริศ มณีขาวครับ (recommended)

หมวดความรัก

คิดถึง คิดถึง คิดถึง...

คิดถึง  คิดถึง  คิดถึง  คิดถึง  คิดถึง  คิดถึง   ความคิดถึง ...
............
เคยมั๊ย เมื่อคุณคิดถึงใครบางคน คุณรู้สึกทรมาน เพราะคุณคิดไปว่า เขาคนนั้น ... อาจจะไม่ได้คิดถึงคุณอยู่
ถึงแม้ว่าการได้คิดถึงใครซักคนนั้น จะเป็นทุกข์บ้าง แต่ก็ชุ่มชื่นหัวใจ
ทำให้คุณต้องมานั่งคิดกระวนกระวายว่า ... คุณมีความหมายสำหรับเขาบ้างหรือเปล่านะ เขาจะแคร์คุณบ้างไหมนะ ...
คุณจะรีบรับโทรศัพท์ทันที เพราะคิดว่า... อาจเป็นเขาคนนั้น
คุณมองออกไปนอกหน้าต่าง เพราะคิดว่า... เขาอาจจะปรากฎตัวอยู่ที่นั่น
คุณนั่งอยู่หน้าทีวี แต่จิตใจกลับคิดถึงเขาคนนั้น ... จนทำให้พลาดตอนอวสานของละครเรื่องโปรด
คุณเอนกายลงบนเตียง ... ก็พลันคิดถึงช่วงเวลาที่ไปไหนต่อไหนด้วยกัน
คุณคิดถึงแต่ว่า ... เราคงจะได้มานั่งมองดาวด้วยกันอีก ... ...คุยกันทุกเรื่อง...ไม่ว่าจะเป็นความฝัน หรืออนาคต
คุณออนไลน์อินเตอร์เน็ท ... เพื่อหวังจะได้พบเขา และก็เริ่มวิตกกังวลว่าเขาจะเป็นอะไรไปหรือเปล่า เมื่อเขาไม่ได้ออนไลน์ หรือตอบกลับมา
คุณเฝ้ามองดูมือถือ... เพราะเขานั้นอาจจะส่ง SMS ข้อความน่ารักๆกลับมา ...............
การได้คิดถึงใครบางคน... เป็นหนทางหนึ่งที่ช่วยให้คุณเติบโต และได้สัมผัสกับความเปลี่ยวเหงา
มันสอนให้คุณเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับความอ้างว้าง...และทำให้คุณรู้จักอีกความรู้สึกหนึ่ง นั่นคือ ... ...ความว่างเปล่า ...
.........
บางครั้ง มันก็รู้สึกดีนะ ที่ได้คิดถึงใครซักคน เพราะมันทำให้คุณรู้ว่า ... คุณใส่ใจใครคนนั้น
และคุณปล่อยใจที่จะสัมผัสความรู้สึก... รักและใส่ใจที่มีเขา...
...............
แต่ในขณะเดียวกัน .... การที่คิดถึงใครคนนั้น ....โดยที่เราไม่รู้ว่า เขารู้สึกเหมือนเราหรือเปล่า....  ช่างเป็นความรู้สึกที่ทรมานเหลือเกิน ... และคุณกลับรู้สึกว่า.... คุณถูกทิ้งไว้เพียงลำพัง ...
.............
ดังนั้น หากคุณคิดถึงใคร... จงบอกให้เขาได้รับรู้บ้าง.. .และเช่นเดียวกัน ถามเขาซิว่า ......เขารู้สึกอย่างเดียวกันหรือเปล่า ...
อย่าปล่อยให้ความรู้สึกคิดถึง ... เปลี่ยนแปรเป็นความอิจฉา .....หรือความหวาดระแวง
หากใครคิดถึงคุณ และคุณรับรู้ ... จงบอกเขาเถิด ว่าคุณรับทราบแล้ว ...
หากคุณคิดถึงเขาตอบ ...ก็จงบอกเขาเช่นกัน...
อย่าให้เขา....รอ....เลยนะ

----------------------------
จาก Siamfun.com

19 ข้อคิดกับชีวิต-ความรัก

อ่าน แล้วลองปฏิบัติตามนี้ จะมีความสุขมากเลยละ
ความรักที่แท้จริงก็เหมือนกับเกมจิ๊กซอร์ ชิ้นส่วนทั้งหมดจะสามารถค้นพบตัวเองได้   ก็ต่อเมื่อแต่ละชิ้นสามารถหาชิ้นที่"ใช่"สำหรับตัวมันเอง คุณใช้เวลาในการอ่านและคิดตาม เพียง 2-3 นาทีเท่านั้น แล้วโปรดแบ่งให้คนอื่นด้วยนะ

1. ระลึกเสมอว่า การจะได้พบความรักและ ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ก็ต้องประสบกับความเสี่ยงอันมหาศาลเช่นกัน
2. เมื่อคุณแพ้ อย่าลืมเก็บไว้เป็นบทเรียน
3. จงปฏิบัติตาม 3Rs
- เคารพตนเอง (Respect for self) หากเราไม่เคารพตัวเองแล้วใครจะเคารพเรา จงพึงสังวรณ์ไว้
- เคารพผู้อื่น (Respect for others) เมื่อเราเคารพตัวเองแล้วเราต้องเคารพคนอื่นด้วย
- รับผิดชอบต่อการกระทำของตน (Responsibility for all your actions) หากเราไม่รับผิดชอบต่อการกระทำของเราแล้ว ใครจะมารับผิดแทนเรา
4. จงจำไว้ว่าการที่ไม่ทำตามใจปรารถนาของตนบางครั้งก็ให้โชคอย่างน่ามหัศจรรย์
5. จงเรียนรู้กฎ เพื่อจะทราบวิธีการฝ่าฝืนอย่างเหมาะสม
6. จงอย่าปล่อยให้การทะเลาะเบาะแว้งด้วยเรื่องเพียงเล็กน้อย มาทำลายมิตรภาพอันยิ่งใหญ่ของคุณ
7. เมื่อคุณรู้ว่าทำผิด จงอย่ารอช้าที่จะแก้ไข
8. จงใช้เวลาในการอยู่ลำพังผู้เดียวในแต่ละวัน
9. จงอ้าแขนรับการเปลี่ยนแปลง แต่อย่าปล่อยให้คุณค่าของคุณหลุดลอยจากไป
10. จงระลึกไว้ว่า บางครั้งความเงียบก็เป็นคำตอบที่ดีที่สุด
11. จงดำเนินชีวิตด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเพื่อที่ว่า เมื่อคุณสูงวัยขึ้นและคิดหวนกลับ คุณจะสามารถมีความสุขกับสิ่งที่ได้ทำลงไปได้อีกครั้ง
12. บรรยากาศอันอบอุ่นในครอบครัวเป็นพื้นฐานสำคัญของชีวิต
13. เมื่อเกิดขัดใจกับคนที่คุณรัก ให้หยุดไว้แค่เรื่องปัจจุบัน อย่าขุดคุ้ยเรื่องในอดีต
14. จงแบ่งปันความรู้ เพื่อเป็นหนทางก้าวสู่ความเป็นอมตะ
15. จงสุภาพกับโลกใบนี้
16. จงหาโอกาสท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่าง ๆที่คุณไม่เคยไป อย่างน้อยก็ปีละครั้งเพื่อทำการลบความคิดแบบเก่าๆออกบ้าง
17. จำไว้ว่า ความสัมพันธ์ที่ดีที่สุด คือความรัก...มิใช่ความใคร่
18. จงตัดสินความสำเร็จของตนด้วยสิ่งที่ต้องเสียสละ
19. จงเข้าใกล้ความรักด้วยการปล่อยวาง

ถ้าอ่านข้อคิดแล้วปฏิบัติได้ตามนี้...จะมีความสุขมากนะ.. แล้วอย่าลืมแบ่งปันให้คนอื่นได้อ่านกันบ้างล่ะ จะได้มีความสุขกันมากๆไงล่ะ

--------------------------------------------------------------------------------
ขอขอบคุณ คุณ "Ho lo lo" มากครับที่ส่งเรื่องราวดีๆมาให้เราได้อ่าน

เมื่อตกอยู่ในความรัก บางทีเหมือนคนบ้า

เมื่อตกอยู่ในความรัก บางทีเหมือนคนบ้า ให้ตื่นตัวและทำตัวหวานเจี๊ยบอย่างที่ไม่เคยทำก็ทำได้
ให้ลืมและมองผ่านมองข้ามเหมือนคนตาบอดก็ทำได้   ทำให้กระเปิ๊บกระป๊าบ  ออกอาการเด๋อด๋าตามเธอเหมือนลูกหมาก็ทำได้   ไม่รู้สึกว่าสูญเสียอะไร
บางวันร้องไห้จนตาบวมตื่นมาไม่อยากเจอหน้าใคร บางวันก็ยิ้มอยู่คนเดียว เห็นอะไรก็อารมณ์ดีผิดปกติเหมือนสูบกัญชามาทั้งคืน
หากไม่ทำอะไร บ้า บ้าเลย ก็ยังไม่เรียกว่าตกอยู่ในความรัก
หากรู้สึกตัวว่าทำอะไรแปลก บ้า เพี้ยนไปแล้ว นั่นล่ะ "กำลัง" อยู่ท่ามกลางสวนแห่งรัก และกำลังเพลิดเพลิน หรือฟุ้งซ่าน

------------------------------------
จาก อยากเห็นเธอสบายดี โดย ต้นกล้า นัยนา

อุปสรรคและความพ่ายแพ้

อุปสรรคและความพ่ายแพ้ เป็นบทพิสูจน์ความรัก เตือนตนเองให้อดทนและต่อสู้
ความจนและความตกต่ำ เป็นบทพิสูจน์ความรัก เตือนตนเองให้ขยันและมีความหวัง
ความรอบรู้และความแปลกใหม่ เป็นบทพิสูจน์ความรัก เตือนตนเองให้แสวงหาและซื่อตรง
ความขัดแย้งและความคิดเห็น เป็นบทพิสูจน์ความรัก เตือนตนเองให้มีใจกว้างและให้อภัย
เวลาและความเจ็บปวด เป็นบทพิสูจน์ความรัก เตือนตนเองให้มั่นคงและรอคอย

__________________________________
วรกมล เพียงเพื่อกำลังใจ : พิมพ์ครั้งที่สอง.กรุงเทพฯ : เรือนปัญญา,2546

ถ้าเรารักใครสักคน จงให้อิสระกับความรัก

ถ้าเรารักใครสักคน จงให้อิสระกับความรัก การให้อิสระกับความรัก เป็นการตรวจสอบความรักที่ดีที่สุด
หากเราปล่อยความรักไป แต่ความรักก็ยังกลับมาที่เดิม หากเราปล่อยให้เขาได้โบยบิน   แต่สุดท้ายเขาก็ยังบินกลับมาหาเรา
หากยังกลับมาอยู่เสมอ   ก็หมายความว่าหัวใจเขาเป็นของคุณ หากเผลอแล้วเขาก็คอยหนีเสมอ   หากไม่ขังคงไปไกลแล้ว
ถึงจะอยู่ใกล้ตัวลงกลอนอย่างดี  ก็แปลว่า "ไม่ใช่" ของคุณอยู่ดี

___________________________________ จาก อยากเห็นเธอสบายดี  โดย ต้นกล้า นัยนา

เราห้ามไม่บอกรักได้ แต่ห้ามใจไม่ให้รักไม่ได้

เราห้ามไม่บอกรักได้ แต่ห้ามใจไม่ให้รักไม่ได้ ถ้าเก็บความรู้สึกรักเอาไว้ ไม่กล้าบอก กลัวเก้อ ได้ก็ดี แต่ส่วนใหญ่เก็บไว้แล้วมันจะระเบิด มันหงุดหงิด
หากรักใครก็บอกรักเขาไป ทำใจหน่อย อาจจะไม่ได้รับความรักตอบกลับมา  แต่ดีกว่าเก็บเอาไว้คนเดียวแน่นอน เรื่องนี้ห้ามได้แต่ไม่แนะนำให้ห้าม แต่มีอีกเรื่องที่ห้ามไม่ได้ ถึงจะแนะนำให้ห้าม ก็คือ ห้ามใจไม่ให้รัก

_____________________________
จาก อยากเห็นเธอสบายดี โดย ต้นกล้า นัยนา

เราไม่สามารถเดินหันหลังให้กับความรักได้

เราไม่สามารถเดินหันหลังให้กับความรักได้   เมื่อตกหลุมรัก แต่ไม่อยากรัก ำอย่างไรก็ต้องรัก
เพราะมนุษย์ไม่สามารถเดินหันหลังให้กับความรักได้ เพราะคนสั่งตัวเอง ห้ามใจไม่ให้รัก ไม่ได้
พอหัวใจมันจะรัก สมองสั่งอย่างไร หัวใจมันไม่เล่นด้วยเสียอย่างจะทำอย่างไร
เมื่อรัก ก็รัก อย่าพยายามหันหลังให้กับความรัก เพราะจะเสียแรงเปล่า เหนื่อยฟรี!   เอาพลังไปบำรุงความรักให้ดีที่สุดดีกว่า
และเมื่อเราทำดีที่สุดแล้ว หากรักอยากจะจากไป  เราก็ไม่สามารถยื้อยุดฉุดกระชากลากถู "ความรัก" ได้เช่นกัน......

____________________________
จาก อยากเห็นเธอสบายดี  โดย ต้นกล้า นัยนา

สำหรับผู้ที่คิดว่าตนมีความรัก

ยังมีข้อควรพิจารณาต่อไป ในเรื่องความรักกับความใคร่ สำหรับผู้ที่คิดว่าตนมีความรัก ควรจะได้สอบสวนจิตใจตนแล้วและอีก เพื่อว่าจะได้มีความแน่ใจ ว่านั่นเป็นความรักหรือความหลง หรือว่าเป็นการแสวงหาความเห็นใจ หรือต้องการผู้บรรเทาความเปล่าเปลี่ยว เพราะชีวิตเติบโตมาขาดความอบอุ่น
เราต้องการอะไรแท้จริงจากความรัก ควรฝึกหัดเฝ้ามองใจตนให้แน่ชัด บางคนแสวงหาความรักเพราะเอาอย่างเพื่อน บางคนมีคนรักไว้เพื่อโอ้อวด บางคนทนไม่ได้ ชีวิตเงียบเหงาเหลือเกิน ต้องหารัก ผู้ใดคิดจะมีความรักหรือมีคนรัก  ควรถามตัวเองอย่างจริงจังว่า เพื่ออะไร?
มีเคล็ดลับบางอย่างในชีวิตเกี่ยวกับความรัก ผู้ที่เรียกร้องขอความรักความเห็นใจนั้น มักจะไม่ได้รับ ผู้ที่มีจิตใจเข้มแข็ง แต่อ่อนโยนละมุนละไม พร้อมที่จะให้ความเห็นใจด้วยน้ำใสใจจริง แต่ไม่เรียกร้องความรักจากใคร   กลับเป็นผู้ได้รับความรักมากมาย ความรักนั้นซื้อไม่ได้  แต่เมื่อมีการให้ ก็ให้เปล่า อย่างท่วมท้น

นิยามชีวิต...กับบอล 5 ลูก

เพื่อนทั่วไปไม่เคยเห็นคุณร้องไห้นิยามชีวิต ชีวิตคืออะไรนะหรือ???......
ลองจิตนาการให้เหมือนเกมโยนลูกบอล จำนวน 5 ลูก ลูกบอลแต่ละ ลูก เราให้ชื่อมันว่า
งาน ครอบครัว สุขภาพ เพื่อน และจิตวิญญาณ และคุณต้องพยายาม รักษาลูกบอลเหล่านั้นไว้ในอากาศ
คุณจะรู้ว่า งานนั้นเหมือนกับลูกบอลยาง ถ้าหากคุณทำมันตกละก็ มันจะเด้งกับมาได้ แต่ในส่วนลูกบอลที่เหลืออีก 4 ลูก ทำมาจากแก้ว
หากมันตกลงมา อาจร้าว มีรอยบิ หรือแม้กระทั่งแตกสลาย ไม่สามารถทำให้ได้เหมือนเดิม ดังนั้นคุณเข้าใจอย่างนี้
คุณต้องพยายามรักษาความสมดุลในชีวิตของคุณไว้
อย่า ดูถูกตัวเอง เวลาที่คุณเทียบตัวเรากับสิ่งอื่น เพราะพวกเราต่างก็มีลักษณะพิเศษของ แต่ละคนอยู่แล้ว
อย่าตั้งเป้าหมายโดยพิจารณากับคนอื่นๆ ดูเพียงว่าอะไรที่ดีที่สุดสำหรับคุณ
อย่าละเลยที่ใกล้กับจิตใจ นำมันมารวมกับกับชีวิตของคุณ หากปราศจากมันละก็ ชีวิตก็ไม่มีควาหมาย
อย่าอยู่กับอดีต หรืออยู่กับอนาคต จงมองดูวันนี้ ทำชีวิตคุณให้คุ้มวันนี้ที่คุณได้รับ
อย่าเลิกทำสิ่งใด หากคุณยังมีสิ่งที่จะให้ได้ ไม่มีอะไรที่จะหยุดยั้ง หากคุณไม่เลิกที่จะ พยายาม
อย่ากลัวที่จะยอมรับว่าคุณเป็นคนไม่สมบูรณ์เต็มร้อย อย่าให้ความกลัวนั้นเป็นอุปสรรค ที่ให้เราหน้ามืดตามัว
อย่ากลัวในการเผชิญกับความเสี่ยง มันเป็นโอกาสของคุณต่างหากที่จะเรียนรู้ถึงความ กล้าหาญ
อย่าปิดกั้นความรักของตนเอง โดยปลอบใจตัวเองว่ามันยากที่จะค้นหา หนทางที่จะได้รับความรักที่รวดเร็วที่สุดคือการให้
หนทางที่จะสูญเสียง่ายที่สุด คือ การยึดมั่นต่อความรักอย่างติดหนึบ ให้ความรักเป็นเรื่องของจังหวะ
อย่าให้ชีวิตวิ่งไปเร็วนัก จนหลงลืมไปว่า คุณอยู่ที่ไหน และจะไปที่ใด

--------------------------------------------------------------------------------
ขอขอบคุณ คุณ "Bua" มากครับที่ส่งเรื่องราวดีๆมาให้เราได้อ่านกันอยู่เสมอ

การปล่อยวาง

สิ่งต่างๆ นั้น อยู่ในสภาพของการเปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง
เราต้องการทัศนคติที่ดีต่อการวางเฉยต่อสิ่งเก่าๆต่างๆ แล้วอ้าแขนรับสิ่งใหม่ๆ เอาไว้
สิ่งหนึ่งจะเข้าไปแทนที่อีกสิ่งหนึ่งเสมอ ในการที่เรากำจัดสิ่งเก่าๆ และสิ่งที่ไม่จำเป็นไปเสียนั้น เราก่อให้เกิดช่องว่างขึ้นมา   แล้วเราก็ดึงเอาสิ่งใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้นเข้ามาหาตัวเรา
เมื่อเรายึดติดอยู่กับสิ่งเก่าๆ และสิ่งที่พ้นสมัยไปแล้ว เราก็จะก่อให้เกิดอุปสรรคต่างๆ และความเฉื่อยชาขึ้นมา
เรื่องนี้เอาไปใช้เป็นประโยชน์กับนิสัยต่างๆ เสื้อผ้าเก่าๆ สิ่งของที่ไม่ใช้แล้วในตู้เสื้อผ้า ในห้องใต้หลังคา  ในโรงเก็บรถรวมทั้งเรื่องอื่นๆ ในทำนองเดียวกันนี้ได้
เราต้องเตรียมพร้อมว่าจะวางเฉยต่อสิ่งต่างๆ
ถ้าหากคุณรักผู้คนเข้าแล้ว และในจิตใจคุณไม่เคยวางเฉยต่อผู้คนเหล่านั้นได้อย่างแท้จริง จะไม่มีใครเข้ามาแทนที่พวกเขาได้เลย
ในนาทีที่คุณวางเฉยต่อผู้คนเหล่านั้นได้อย่างแท้จริง แล้วปล่อยวางพวกเขาเสียได้  และมองไปยังสิ่งที่เป็นไปได้ใหม่ๆ คุณก็จะมีสัมพันธภาพใหม่ๆขึ้นมา
เรือนร่างเรานั้น สามารถจะสอนเราในเรื่องคุณค่าของการกำจัดสิ่งต่างๆ ออกไปได้มากทีเดียว มันมีวิธีการต่างๆ อยู่ไม่น้อยกว่า 6 วิธี นอกเหนือไปจากผิวหนังทั้งหมดซึ่งมันใช้ในการกำจัดวัสดุที่ไม่ต้องการ
ตัวเราจะกลายเป็นบริเวณที่เสียหายร้ายแรงเพียงไร ถ้าหากร่างกายเราไม่เคยกำจัดสิ่งใดๆ ออกไปเลย  เราจำเป็นต้องขจัดสิ่งต่างๆ ในจิตใจด้วยแง่คิดเดียวกันนี้

การให้อภัยเป็นกำลังใจของความรัก

การให้อภัยซึ่งกันและกันเป็นกำลังใจของความรัก ทุกอย่างจะดีขึ้นได้เมื่อเรารู้จักให้อภัย ขอให้คิดถึงการแก้ไข ดีกว่าคิดว่าใครถูกใครผิด
การยอมรับซึ่งกันและกันเป็นกำลังใจของความรัก ทุกอย่างดีขึ้นได้เมื่อเรายอมรับและพอใจในตัวของเรา  ยอมรับซึ่งกันและกัน ดีกว่าเรียกร้องเอาจากกันและกัน
การให้ความช่วยเหลือเป็นกำลังใจของความรัก ทุกอย่างจะดีขึ้นได้เมื่อเราให้ความช่วยเหลืออย่างดีที่สุด  รักเขาช่วยเหลือเขา ดีกว่ารักเขาแล้วคิดถึงแต่ตัวเอง
การให้ความอบอุ่นเป็นกำลังใจของความรัก ทุกอย่างดีขึ้นได้เมื่อเราให้ความอบอุ่นอย่างอ่อนโยน  ชีวิตต้องการความอบอุ่นในวันนี้มากกว่าสัญญาในอนาคต
การให้กำลังใจเป็นกำลังใจของความรัก ทุกอย่างดีขึ้นได้เมื่อให้กำลังใจอย่างจริงใจ มนุษย์ต้องการกำลังใจมากกว่าทรัพย์และเสบียง

___________________________________
วรกมล เพียงเพื่อกำลังใจ : พิมพ์ครั้งที่สอง.กรุงเทพฯ : เรือนปัญญา,2546

หมวดกำลังใจ

เป็นธรรมดาที่ต้องถูกปฏิเสธ

เป็นธรรมดาที่ต้องถูกปฏิเสธบ้าง บางครั้งการสมหวังไปหมดก็ทำให้เราลืมตัว เราจะไม่ทิ้งโอกาสแห่งการสร้างสรรค์แม้ถูกปฏิเสธ
เป็นธรรมดาที่ต้องจากกันบ้าง  บางครั้งการจากกันก็ช่วยให้ชีวิตก้าวหน้า เราจะไม่ทิ้งโอกาสแห่งการพัฒนาฐานะทั้งปวงของเรา
เป็นธรรมดาที่ต้องการอยู่คนเดียวบ้าง บางครั้งการอยู่คนเดียวก็ทำให้เรามีเวลาที่ดีที่สุด เราจะไม่ทิ้งโอกาสแห่งการทบทวนในสิ่งที่ผ่านไป
เป็นธรรมดาที่ต้องการเงียบเหงาบ้าง บางครั้งความเงียบเหงาก็ช่วยให้เราเข้มแข็ง ราจะไม่ทิ้งโอกาสแห่งการฝึกฝนตนเองให้มั่นคง
เป็นธรรมดาที่ต้องทรมานใจบ้าง บางครั้งการทรมานใจก็ช่วยให้เราเข้าใจชีวิต เราจะไม่ทิ้งโอกาสแห่งการสังเกตและเรียนรู้

______________________________________
วรกมล เพียงเพื่อกำลังใจ : พิมพ์ครั้งที่สอง.กรุงเทพฯ : เรือนปัญญา,2546

ไม่กังวลเกินเหตุ ไม่วิตกเกินร้อย

สิ่งที่ทำให้เธอเป็นทุกข์ใจและเศร้าใจ มักเกิดจากความวิตกและความกังวลเสียเป็นส่วนใหญ่
ต้นเหตุที่ทำให้ไม่มีความสุข และอยู่อย่างเป็นทุกข์ ไม่สนุกสนาน คือวิตกกังวลกับเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้นตลอดเวลา
ฉันอยากให้ความหมายของคำว่า "วิตก" คือ การนึกเป็นทุกข์ เกรงและกลัวไปล่วงหน้า เช่นกลัวว่าจะไปถึงห้องสอบไม่ทันเวลา
ส่วนคำว่า "กังวล" นั้นหมายถึง ความไม่สบายใจเพราะกลัวไปล่วงหน้า เช่นกลัวว่าตนเองจะทำข้อสอบไม่ได้ดี
ความวิตกและความกังวลจึงเป็นภาวะของจิตใจ ที่คิดวนคิดเวียน คิดซ้ำแล้วซ้ำอีก คิดไม่จบ วนเวียนอยู่กับอดีต ปัจจุบัน และอนาคตในเรื่องต่างๆ
ไม่ว่าจะเป็นการเรียน เรื่องงาน ความสูญเสีย ความเจ็บป่วย และแม้กระทั่งความรักของเธอ
ความจริงจากผลของการวิจัยของนักจิตวิทยาได้สรุปไว้ว่า
กว่า 40% ของสิ่งที่วิตกหรือกังวล มักไม่เคยเกิดขึ้นเลย
30% เป็นสิ่งที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว
12% เป็นการวิตกกังวลกับสุขภาพที่ไม่มีข้อมูลและกลัวไปเอง
อีก 10% เป็นเรื่องของอารมณ์และความหงุดหงิดเล็กๆ น้อยๆ
ที่เหลือจริงๆ มีเพียง 8% เท่านั้น ! ที่มีผลต่อชีวิตจริงๆ !
เท่ากับว่า 92% ของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แล้วทำให้วิตกกังวลนั้น ไม่มีผลต่อตัวเธอเลย ทำให้เสียพลังงานโดยเปล่าประโยชน์  เสียเวลา และเสียอารมณ์ไปฟรีๆ
ฉันอยากจะยกตัวอย่างคำพูดของ อาจารย์เปลื้อง ณ นคร ที่เปรียบเทียบให้เห็นภาพว่า "ความวิตกและความกังวล   เปรียบเสมือนกับการติดเครื่องยนต์ในโรงรถตอนเย็น ตื่นเช้าขึ้นมา รถก็ยังอยู่ ไม่ได้ไปถึงไหน แต่โรงรถเต็มไปด้วยควันเสียไอพิษ  เสียทั้งสุขภาพ แล้วก็เปลืองน้ำมัน ไม่ได้ประโยชน์"
และคำคมที่ฝรั่งบอกว่า "Worrying is like a rocking chair, It gives something to do  But it doesn't get you any where."
เขาเปรียบความวิตกกังวลเหมือนกับนั่งเก้าอี้โยก มันช่วยให้มีอะไรทำ (แบบอยู่ว่างๆ ไม่เป็น) แต่ไม่ได้ช่วยให้ไปได้ไกลถึงไหน
รวมความคำคมสองอันเข้าด้วยกันก็คือ ความวิตกและความกังวลนั้นมีแต่ข้อเสีย เปลืองเวลาและอารมณ์ ไม่ได้ประโยชน์อะไร   แม้จะมีสิ่งที่ต้องทำก็ตาม แต่ไม่ได้ทำให้มีชีวิตดีขึ้น รังแต่จะรั้งให้ชีวิตถดถอย เสียทั้งกำลังกายและกำลังใจ
หากหยุดวิตกกังวลได้ ก็จะทำให้หลับสบาย สดชื่น ความคิดแจ่มใส กระปรี้กระเปร่า ชีวิตตอนเช้าก็สดใสไปด้วย เพิ่มความสดใส ให้ชีวิตสดสวย ก็ต้องลดความกังวลซะเดี๋ยวนี้เลย

________________________________
จาก ก้าวกันไปให้ถึงดาว โดย ผึ้งแก้ว

ถ้ารู้จักใส่ใจอารมณ์คนอื่น เธอจะได้ใจเขา

รู้นิสัยยังไม่ลึกซึ้งเท่ารู้อารมณ์ เพราะมันคือสิ่งละเอียดอ่อน กระทบง่าย เปลี่ยนแปลงเร็ว
บางครั้งเวลาที่เราคบเพื่อนหลายๆ คน ความสนิทสนมที่มีกับแต่ละคน อาจจะเท่ากัน แต่ความลึกซึ้งที่มีกับเพื่อนแต่ละคนนั้น   อาจจะแตกต่างกัน
"ถ้าเธอรู้จักจับอารมณ์และความรู้สึกคนอื่น เธอจะไม่ต้องเหนื่อยกับการค้นหา หรือระมัดระวัง รู้จักหลบหลีก
...................................
เพราะมันหมายถึง ความละเอียดอ่อนลึกซึ้งในขั้นตอนความคิด ทำให้มีวิสัยทัศน์ที่กว้าง เรียนรู้เร็ว
ในวันข้างหน้าจะไม่เป็นคนฉาบฉวย ที่สำคัญ เธอจะละเอียดอ่อนในการแก้ปัญหาชีวิตด้วย"

_______________________________
การ์ตูน ยืนอย่างเชื่อมั่น. กรุงเทพฯ : ใยไหม,2546.

ไม่ต้องเร่งร้อน ช้าๆ แต่มั่นคง เดี๋ยวก็ถึงจุดหมาย

ชีวิตเป็น Dynamic ที่มีการเปลี่ยนแปลงเสมอ ไม่เคยหยุดนิ่ง ย้อนเวลากลับไม่ได้ ต้องเดินหน้าอย่างเดียว  ชีวิตที่ดีจึงต้องมีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา ต้องมีการพัฒนาทำให้ดีขึ้นเสมอๆ  และต้องอดทนในการรอรับผลของการกระทำอย่างสงบนิ่ง
บางคนเป็นคนเก่งแต่ใจร้อน ด่วนได้ อยากประสบความสำเร็จโดยเร็ว  อยากบรรลุความต้องการของตนเองอย่างรวดเร็ว จนทำในสิ่งที่ผิด คิดว่าเป็นทางลัดให้สมหวังได้
เช่น อยากรวย เลยวางแผนหาเงินก้อนใหญ่ เพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตของตัวเองแบบทางลัดโดยการปล้นจี้ ผลสุดท้ายก็ไม่ได้เงิน  แถมยังติดลบกว่าเดิม คือต้องติดคุก ติดตาราง
หรืออยากมีแฟน เพราะความเหงา ไม่รอให้เรียนจบ จะได้นำความรู้ไปทำมาหากิน สร้างเนื้อสร้างตัว   แต่กลับชิงสุกก่อนห่าม มีครอบครัวเสียก่อนวัยอันควร กลายเป็นภาระจนไม่มีเวลาได้เรียนหนังสือหนังหา
สุดท้ายเมื่อไม่ได้เล่าเรียน ชีวิตจึงมีโอกาสที่ดีลดน้อยลง โอกาสที่จะมีหน้าที่การงานดีๆ ก็น้อยลง เหตุผลเพราะรอไม่เป็น อดทนไม่ได้
ฉันเองก็เคยเห็นตัวอย่างคนที่ทำลายชีวิตตนเอง แทนที่จะรอคอยให้เวลารักษาบาดแผลตัวมันเอง แล้วค่อยๆ เปลี่ยนแปลงแก้ไข   ทีละเล็กทีละน้อยจนดีขึ้น แต่กลับคิดสั้น ตัดช่องน้อยแต่พอตัว จบชีวิตก่อนวัยอันควร
แบบนี้เขาเรียกว่ายังมีความเป็นเด็กอยู่ในตัว หากเป็นผู้ใหญ่แล้ว จะทำในสองสิ่งที่เพิ่มขึ้น คือ "การอดทน" และ "การรอคอย"  อดทนที่จะแก้ไขปัญหาให้ลุล่วง และเปลี่ยนแปลงแก้ไขทีละน้อย
เพราะวิธีที่ดีที่สุดในการดำรงอยู่บนโลกก็คือ จะต้อง อดทน เดินหน้า ฝ่าฟัน และรอผล และแม้ชีวิตของเราจะไม่เคยหยุดนิ่งก็จริงอยู่ แต่เป็นการไม่หยุดนิ่งแบบค่อยเป็นค่อยไป
ถึงแม้บางครั้งจะมีความรุนแรง รวดเร็วโหมกระหน่ำบ้าง แต่ยังไงๆ หากจะแก้ไขปรับเปลี่ยนให้ดีขึ้น ก็ต้องไม่ฝืนตัวเอง
ก็เพราะชีวิตเหมือนการเดินทางชีวิตจึงไม่สามารถย้อนทวนเวลาให้กลับมาเหมือนเก่าได้   วันเวลาเดินไปข้างหน้าอย่างเดียวไม่กลับถอยหลัง
ความหลังคือสิ่งที่เกิดไปแล้ว วันเวลาที่ดีที่สุด... คือการเดินไปข้างหน้าตลอดไป ไม่สับสน ไม่อ่อนไหว ใจไม่ล้า
เหมือนกับที่ประธานาธิบดี ลินคอล์นบอกไว้ว่า "I walk slowly, but I never walk backward." ฉันเป็นคนเดินช้าก็จริงอยู่ แต่ฉันไม่เคยเดินถอยกลับหลัง

__________________________________
ผึ้งแก้ว. เพื่อนกัน...ไม่ทิ้งกัน เวอร์ชั่น 1 ก้าวกันไป ให้ถึงดาว. : สำนักพิมพ์ บี มีเดีย, 2546

หมวดตั้งสติ-สะกิดปัญญา

หญ้าแห้วหมู

นายทรัพย์อนันต์ มีความภูมิใจอย่างยิ่งยวดในสนามหญ้าอันงดงามใหญ่โตของตน เมื่อมีแขกมาเยี่ยมที่บ้าน เขามักจะได้รับคำสรรเสริญว่า สนามหญ้าของเขานั้นงดงามไม่มีใครเทียบ
แต่แล้ววันหนึ่งเขาก็เริ่มสังเกตเห็นว่า มีหญ้าแห้วหมูเกิดแทรกเป็นยาดำในสนามหญ้าอันเขียวขจีของเขา  เขาพยายามใช้ทุกวิถีทางที่จะกำจัดหญ้าแห้วหมูเหล่านั้น แต่เขาก็พบว่าเขาไม่ประสบผลสำเร็จ  เพราะหญ้าแห้วหมูมีแต่วันจะเพิ่มปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ จนมันเริ่มจะรบกวนความภาคภูมิใจของเขาเป็นอย่างมาก
ในที่สุด นายทรัพย์อนันต์อดรนทนไม่ได้จึงได้เขียนจดหมายไปที่กระทรวงเกษตรฯ เล่าให้ฟังโดยละเอียดว่าเขาได้ใช้วิธีอะไรบ้าง เพื่อขจัดหญ้าแห้วหมู แต่ก็ยังไร้ผล เขาลงท้ายจดหมายด้วยคำถามกึ่งคำขอร้องว่า
"แล้วจะให้ผมทำอย่างไรดี"
ในเวลาอันสมควร ก็มีจดหมายตอบจากกระทรวงเกษตรฯเขียนถึงนายทรัพย์อนันต์ว่า
"เราขอแนะนำให้ท่านเรียนรู้ที่จะรักหญ้าแห้วหมูของท่าน"
เป็นการยากมากสำหรับนายทรัพย์อนันต์ ที่จะรักหญ้าแห้วหมู แต่จริงๆ แล้วถึงแม้เขาจะสูญเสียสนามหญ้าไป แต่เขาก็อาจจะได้สวนธรรมชาติอันงดงามก็เป็นได้

___________________________________
แอนโทนี เอ เมลโล คีตปัญญา ลีลาชีวิต. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มูลนิธิโกมลคีมทอง,2535

แก่ อ้วน ดำ...

นริศ มณีขาว

“มีคนทักผมว่า ไม่เคยเปลี่ยนเลย” หมายถึงหน้าตาไม่เปลี่ยนเลย ผมได้ยินก็ดีใจ และเริ่มหลงตัวเอง จนวันหนึ่ง น้องนักศึกษาคนหนึ่งพูดล้อเล่นผมว่า “ไม่เคยเปลี่ยน... ก็คือแก่ยังไงก็แก่อยู่อย่างนั้นแหละพี่ ก็พี่แก่สุดๆแล้วนี่พี่...” ผมพยายามอารมณ์ดีตอบ ฉีกยิ้ม และตอบไปว่า “ฮึ่ม!มาว่าพี่แก่ ระวังเดี๋ยวแก่ตามทันนะ” ผมก็ล้อเล่นตอบน้องๆนักศึกษาไปยังงั้นเองแหละครับ แต่ที่แปลกก็คือ น้องนักศึกษาคนนั้น โดนแก่ตามทันจริงๆด้วย เพราะเขาโดนรุ่นน้องๆของเขาเองล้อว่าแก่เหมือนกัน โดนอย่างนี้มาหลายคนแล้วครับ อย่างรายล่าสุดนี่ พึ่งล้อเล่นผมไปหยกๆ ชั่วโมงถัดไปก็โดนเลยครับ... แปลกจริงๆครับ... (สงสัยโดนแก่ตามทันเข้าให้แล้ว แต่ก็ดีเหมือนกัน เพราะผมจะได้ไม่โดนล้ออยู่คนเดียว มีเพื่อนร่วมขบวนการด้วย)

...คำว่า แก่ตามทัน เป็นคำล้อเล่นที่มีจุดเริ่มต้นจากค่ายอาสาพัฒนาชนบทครับ ครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน มีน้องนักศึกษาคนหนึ่งไปล้อคุณพ่อคนหนึ่งว่า (ผิว)ดำอย่างโน้น ดำอย่างนี้... คุณพ่อก็ยิ้มอย่างใจดี ไม่ว่าอะไร... ผ่านไปสามสัปดาห์ พอตอนใกล้ๆจบค่าย... น้องคนนั้นก็เอาแขนมาเทียบกับคุณพ่อท่านนั้น พบว่าตัวเองก็ “ดำ” ใกล้เคียงกับคุณพ่อแล้ว เลยตกใจ และอุทานออกมาว่า “ดำตามทันผมเข้าให้แล้ว” นี่แหละเขาเรียกว่า เป็นไปตาม “กฎแห่งดำ” ... หรือเพราะดำใดใครก่อ ดำนั้นคืนสนองนั่นเอง... ต่อมาก็พัฒนากลายเป็น แก่ตามทัน กฎแห่งแก่ หรือแก่ใดใครก่อในที่สุด...

เรื่องขบขันจากชีวิตจริงสองเรื่องที่ผมเล่ามาทำให้ผมคิดได้ว่า... เดี๋ยวนี้สังคมเราเน้นความหนุ่มสาว ความขาว และความผอม... ถือเป็นจุดขายของสินค้าและบริการมากมาย... สังคมที่บูชาความเป็นหนุ่มสาว ความขาว ความผอมหรืออะไรทำนองนี้แทนการซาบซึ้งเห็นคุณค่าในความชรา ดำ และอ้วน ทำให้ผู้คนจำนวนมากกังวลเกี่ยวกับตนเอง โดยเฉพาะคนในวัยที่ยังหาเอกลักษณ์(อัตลักษณ์)ของตนยังไม่พบ อย่างเช่น น้องๆที่ยังอยู่ในอยู่ในช่วงวัยรุ่นหรือหนุ่มสาว

ผมเพิ่งจะไปเป็นวิทยากรงานที่มีชื่อสุดเท่ห์ว่า “ดุลยภาพแห่งชีวิต” ให้กับคนหนุ่มสาวกลุ่มหนึ่ง ซึ่งมีทั้งเริ่มทำงานและทำงานมาหลายปีแล้ว ทั้งหมดมาร่วมงานนี้เพื่อหาความพอดี หาเวลาที่จะหยุด และทบทวนชีวิตของตนเอง เราใช้เวลาสองสามวัน พักผ่อน ทำโยคะ ภาวนา กดจุด วาดภาพสีน้ำ ท่ามกลางบรรยากาศแบบพี่ๆน้องๆ รับฟังกัน มีเวลาอยู่เงียบๆ ชื่นชมกับธรรมชาติ สายลม และขุนเขา
น้องๆที่มาร่วมงานนี้พบว่า ความพอดี และการหยุดอยู่กับความงดงามของธรรมชาติ ความงดงามของชีวิต ความดีงามภายในจิตใจของเรา และคนรอบข้าง... สิ่งเหล่านี้ต่างหากที่กลับกลายเป็นพลังในการดำเนินชีวิตอย่างมีความหมาย... แล้วยังขยายออกสู่คนอื่นๆได้อีกอย่างน่าอัศจรรย์ใจอีกด้วย...

ช่วงเวลา 15 นาทีที่ทุกคนแยกกันออกไปอยู่คนเดียวกับ “ความมืดและเงียบ”.นั้น.. เป็นเวลาสั้นๆที่มีความหมายเป็นอย่างยิ่ง... บัณฑิตสาวคนหนึ่งแบ่งปันให้ฟังว่า จากที่เธอพยายามหลีกเลี่ยงความมืดและเงียบมาตลอด มาคราวนี้เธอแปลกใจตัวเองอย่างมาก เพราะใจของเธอท่วมท้นไปด้วยความรัก และเธอแปลกใจตัวเองว่า ทำไมเธอจึงรู้สึกรักได้มากมายเช่นนี้ เธอรู้สึกรักพ่อ รักแม่ รักพี่ๆน้องๆ รักเพื่อน รักผู้คนต่างๆ ขยายไปถึงรักธรรมชาติด้วย... ความรักที่เกิดขึ้นนั้นเหมือนน้ำพุที่พุ่งออกมาจากภายในของจิตใจของเธอไปสู่ผู้คนและสรรพสิ่ง

สิ่งดีงามต่างๆไม่ได้อยู่ภายนอกเท่านั้น แต่อยู่ที่ภายในด้วย... ความรักและจิตใจที่ดีงามนั้นมาจากด้านในของชีวิตนี่เอง สิ่งนี้มีอยู่แล้ว... เหมือนพระเป็นเจ้าได้จัดเตรียมไว้ให้เรา เพื่อรอการค้นพบ และนำออกมาแบ่งปันให้กับคนอื่น รวมถึงธรรมชาติอันเป็นสิ่งสร้างของพระองค์ด้วย... และในทางกลับกัน.... เมื่อเราเห็นผู้อื่นเป็นทุกข์ ร้อนใจ... บ่อยครั้งความใส่ใจ เอื้ออาทรที่เรามีต่อเขา ก็ทำให้เราดึงเอาจิตใจที่ดีงามของเราออกมา ไม่ว่าจะเป็นการรับฟัง การอยู่เป็นเพื่อน หรือการทำอะไรๆเพื่อให้เขาคลายจางจากความทุกข์

ถึงเวลานี้ เราก็ก้าวพ้นจากการสนใจแต่ตัวเองมากเกินไป กังวลกับตนเองมากเกินไปว่า เราจะหนุ่ม เราจะสาว เราจะขาว เราจะผอมหรือไม่... แต่เรากลับอิ่มเต็มกับการมีชีวิตอยู่เพื่อคนอื่น อยู่เพื่อธรรมชาติ อยู่เพื่อเกื้อกูลกันและกันให้ชีวิตของเขาดีขึ้น คือเพื่อให้เขาทุกข์น้อยลง และสุขมากขึ้น... แม้ว่าเราจะแก่ เราจะอ้วน เราจะดำ ก็ไม่เห็นเป็นไร... ก็เราก็แก่ อ้วน ดำ อย่างมีคุณค่านี่ครับ!!!...

---------------------
อุดมศานต์รายเดือน, พฤศจิกายน 2546

เท้าไม่เท่า...ฝาหอย

บ่อยครั้งที่ฉันทำตัวป่วนสังคม...ขวางโลก ไม่ค่อยมีใครอยากมาวุ่นวายกับฉัน เพราะกลัวฉันกัดเอา คนไกลตัวฉันมองอย่างหนึ่ง คนใกล้ตัวฉันมองอีกอย่าง ฉันจึงมีคราบไอ้ตัวร้ายห่อหุ้มอยู่ (บดบังภาพไอ้ตัวร้ายโคตรๆเอาไว้)
...ป่วยการที่จะทำให้ใครๆ มาเชื่อว่าตัวเราเองเป็นแบบไหน และไม่ได้เป็นแบบไหน บางทีคนที่ดูเก่งกล้า บ้าบอ เวลาอยู่นอกบ้าน อาจกลายเป็นลูกแหง่ เป็นคุณหนู เวลาอยู่กับครอบครัวก็เป็นได้
คนบางคนสามารถเป็นได้ทั้งนางฟ้าและแม่มด แต่ละคนมีด้านที่อ่อนไหวและแข็งแกร่งเก็บเอาไว้ จะแสดงออกมาให้เห็น...   เฉพาะคนที่จะเข้าใจด้านนั้นๆ ได้เท่านั้น

___________________________________
VENUS หนักกะลาหัวเด็ก. กรุงเทพฯ : ใยไหม,2546

หมวดทั่วไป


บางครั้งเราก็ไม่อาจจะรู้ได้เลยว่า คนที่อยู่ตรงหน้าของเราจะเป็นคนที่ใช่ที่สุดหรือเปล่า เพราะบางครั้งเราก็รู้สึกว่าคน ๆ นั้นอยู่ตรงหน้าเรา เราควรจะเข้าไปใกล้อีกสักนิด แต่ผลลัพธ์ที่ตอบกลับมากลับทำให้เรารู้ว่า ทิ้งระยะห่างไว้อย่างเดิมดีกว่า ปล่อยให้เขาเป็นเขาที่อาจจะใช่ อย่าได้เข้าไปเพื่อหวังว่าเขาจะใช่ จนกว่าเขาจะเดินเข้ามาหาเราเพื่อจะให้เราเป็นคนที่ใช่
ความรัก โดยเนื้อแท้แล้วไม่เคยทำร้ายใครและไม่เคนทำให้ใครเจ็บปวดด้วย เรื่องจริงคือ *ความคาดหวังจากรัก*  ต่างหากที่ทำให้เกิดความทุกข์หรือเสียใจ หากรักเป็นรักที่ให้ไปโดยไม่คาดหวังอะไรตอบแทน ย่อมไม่ทำให้ใครเจ็บปวด  แต่โดยมาก จะเจ็บปวดจากการที่คาดหวังแล้วใครคนนั้นไม่เป็นอย่างที่เราต้องการมากกว่า ไม่ว่าจะเจ็บปวด เพราะการคาดหวังที่จะได้รับรักตอบจากใคสักคน หรือคาดหวังให้เขาเป็นอย่างนั้นอย่างนี้
ลองเรียนรู้ที่จะรักโดยไม่กำหนดข้อเรียกร้องอะไรมากมาย แล้วคุณจะรู้ว่า...การมีรัก ไม่ได้จำเป็นต้องเร่งร้อน  ไม่ต้องมีความเจ็บปวด ลองเริ่มจากการทำความเข้าใจตัวเองเสียก่อน แม้กระทั่งตัวเราเองก็ยังไม่อยากให้ใครมาคาดหวังอะไรในตัวเรามากนัก  แล้วประสาอะไรกับการเอาใจเราไปคาดหวังให้ใครบางคนเป็นอย่างที่เราต้องการ ลองให้ความรักไป  โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนกลับมาแค่ได้แบ่งปันความรักในใจเราให้เขาไปเท่านั้น เพราะแก่นแท้ของความรัก คือการให้  และรักก็เป็นจุดกำเนิดของความสุขได้ด้วยตัวเองอยู่แล้ว

--------------------------------------------------------------
เรื่องดีๆมีไว้แบ่งปัน 4

"รักแท้นั้น... ปล่อยเขาไป... ให้เสรี"

ถ้าเรารักสัตว์ สิ่งมีชีวิต หรือ ผู้คน การให้เสรีแก่เขา ที่จะโลดแล่นไปในธรรมชาติ มีคุณค่ามากกว่าที่จะกักขังไว้ชื่นชม ความรักและเสรีควรมีอยู่คู่กัน  เพื่อความยั่งยืนแห่งมิตรภาพและความรัก
"หากรักในสรรพสิ่งอย่างจริงใจ ปล่อยเขาไป ให้เสรีที่ปรารถนา หากเขาไปไม่ลับ คืนกลับมา  ก็หมายว่า เขาปองเป็นของเรา"

"อยากบอกกับเธอว่า อย่าดีกับฉันจนเกินไป เพราะจะทำให้ฉันคิดถึงเธอ อยากบอกเธออีกว่า อย่าเอาใจใส่ฉันจนเกินไป เพราะจะทำให้ฉันชอบเธอ อยากวอนเธออีกเหมือนกันว่า อย่าหวานกับฉันมากเกินไป"
เพราะฉันอาจจะเผลอใจรักเธอ..เพราะมันจะสร้างความทุกข์แก่ฉันมากมาย ถ้าฉันเกิดรักเธอโดยที่ฉันรู้อยู่แก่ใจว่า   เธอไม่ได้รักฉันเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะคนที่ทำให้ฉันรักเขา โดยปกติแล้วมักจะเป็นคนที่รักฉันมากกว่าที่ฉันรักเขา
ถ้าใครคนหนึ่งผ่านเข้ามาในชีวิตและได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตแต่ด้วยเหตุผลใดก็ตาม ที่ทำให้เขาไม่สามารถอยู่กับคุณได้... อย่าได้เสียน้ำตา แต่จงดีใจที่เราได้พบกัน และเขาทำ ให้เรามีความสุข แม้ว่ามันจะเป็นช่วงเวลาอันสั้นมากก็ตาม เพราะ ..  เวลาจะเป็นเครื่องชี้บ่ง .. ถ้าเขาเป็นของคุณจริง ๆ เขาจะต้องกลับมา
คุณจะรู้ตัวว่าคิดถึงใครคนหนึ่งมาก ๆ ก็ตอนที่คุณคิดถึงเขาแล้วหัวใจคุณเต้นรัวถี่ขึ้น   เพียงแค่เขาเอ่ยวจีทักทายคุณด้วยความอบอุ่นในน้ำเสียง ก็จะทำให้ประสาทของคุณซาบซ่านผ่อนคลายลงอย่างมีความสุขถึง กระนั้นก็ตาม บางทีคุณก็ยังไม่รู้สึกตัวและยังชอบปฏิเสธว่า คุณไม่ได้ชอบเขา และคุณไม่ได้รักเขา
ปรอทที่จะวัดความรักในหัวใจของคุณได้ เมื่อคุณคิดถึงใครคนหนึ่งแทบทุกขณะจิตและเมื่อคิดถึงแล้ว   ทำให้คุณมีความสุขอย่างประหลาดอยากสละความสุขส่วนตัวให้แก่คน ๆ นั้น
แม้ว่าคุณจะเจ็บปวดก็จะทนขอเพียงแต่ว่าอยากให้เขาคนนั้นมีใจรักคุณสักนิด

อย่าหันหลังให้กับความรัก

ในขณะที่ความรักยืนจังก้าอยู่ต่อหน้าคุณอย่าได้ไล่มันออกไปจากคุณ เพราะถ้าคุณทำอย่างนั้นสักวันหนึ่งคุณจะหวนคิดขึ้นมาได้ว่า  สิ่งที่คุณไล่เปิดไปนั้นแท้จริงแล้วครั้งหนึ่งเคยอยู่ใกล้ชิดตัวคุณนี้เอง
จงให้คุณค่าแก่คนที่รักคุณมันไม่ใช่เป็นสิ่งที่ง่ายเลยในการที่จะได้พบคนที่ รักคุณจริง ๆ เพราะหัวใจที่จริงจังซื่อตรงหาไม่ได้ง่ายนัก และมีคุณค่าสูงเหลือเกิน
บางครั้งสิ่งที่ทำให้เราเสียใจมากที่สุดในชีวิตไม่ใช่สิ่งที่เราสูญเสียหรือผิดหวัง แต่กลายเป็นความเสี่ยงที่เราไม่กล้าเสี่ยง  ถ้าคุณคิดว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่จะทำให้คุณมีความสุขมาก จงมุ่งไปหามันเพราะในจังหวะของ ชีวิตคนเรา  เรามักจะไม่ผ่านมาบนถนนสายเดิมนี้ซ้ำอีก

เวลาไม่เฝ้าคอยใคร

ถ้าคุณคิดว่าคุณได้พบกับสิ่งที่ถูกต้องและถูกใจจงถนอมมันไว้อย่างมีคุณค่า   อย่าปล่อยให้เขาหลุดลอยไปอย่าปล่อยให้ความกลัวเข้าครอบงำและดึงเหนี่ยวคุณไว้ไม่มีใคร   นอกจากคุณเท่านั้นที่จะรู้ว่าอะไรจะทำให้คุณมีความสุขอย่างแท้จริง

น้ำตาสองหยดร่วงลงไปในแม่น้ำ และลอยไปตามกระแสน้ำ  น้ำตาหยดแรกเอ่ยขึ้นมาว่า"ฉันคือหยดน้ำตาของหญิงที่รักผู้ชายคนหนึ่ง   แล้วกลับต้องสูญเสียเขาไป" น้ำตาหยดที่สองตอบกลับอย่างสวนควันว่า  "คุณเป็นใคร? ฉันคือหยดน้ำตาแห่งความเสียใจของผู้ชาย  ที่ปล่อยให้ผู้หญิงที่เขารักหลุดลอยไปจากเขา.."
เมื่อถึงเวลานั้นไม่มีใครจะมาเห็นใจคนที่ปล่อยโอกาสให้หลุดผ่านไปอย่างไม่แยแส คนเรามักจะไม่เห็นคุณค่า ความสำคัญของคนที่เรารักและใกล้ชิดกับเรา จนกระทั่งพวกเขาได้จากเราไป   แล้วถึงมารู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวภายหลังเมื่อรำลึกถึงสิ่งที่เราเคยมี
"ความรักเหมือนกับการเล่นเปียโน คุณต้องขึ้นต้นด้วยการเรียนรู้กฏ หลังจากนั้นคุณต้องลืมกฏเหล่านั้น  เล่นดีดดิ้นกรีดกรายจากเสียงเร่าร้องของหัวใจคุณเอง"

จงมีความกล้าหาญที่จะรัก

แม้ว่าคุณรู้อยู่เต็มอกว่าจะต้องสูญมันไปในที่สุดก็ตามดีกว่าที่คุณจะไม่พบความรัก   เพราะคุณขี้ขลาดเกินกว่าที่จะกล้าเผชิญกับมัน

สิ่งที่ท้าทายมากที่สุดในชีวิตคนเราคือ

การเสาะหาใครสักคนหนึ่งที่รู้จักความบกพร่อง ด่างพร้อยของเรา  ความไม่ดีของเรา ความแตกต่างของเรา แต่เขาก็ยังรักเราอยู่อย่างสุดจิต สุดใจ...ถ้าคุณพบคนอย่างนี้ จงรักเขาให้หมดหัวใจคุณ เพราะคุณจะหาคนอย่างนี้ได้ไม่ง่ายนัก หรือ อาจจะไม่พบอีกเลยในชีวิตของคุณ

----------------------------------------------------
ศาสตราจารย์เจริญ วรรธนะสิน : forwarded mail

จะมีความรักใดยั่งยืนกว่า การได้เล่นกีต้าร์ที่คุณรัก
มันไม่เคยทำให้คุณต้องอกหัก เหมือนการรักดอกฟ้านารีงาม
จะกี่ร้อยตัวโน้ตที่คุณปั่น จะกี่พันท่อนโซโล่ที่ถูกถาม
จะกี่หมื่นแสน lick ที่ขนานนาม ความงดงามมีมากกว่านารี
จะดอกฟ้าหรือดอกหญ้าก็ตามแต่ ต้องยอมแพ้ดอกlick ของอิงวี่
จะดอกฟ้าหรือหมาวัดก็ตามที ไม่มีใครมีดีไปกว่ากัน
จงฝึกฝนกีต้าร์อย่างเต็มที่ อย่ารอรีทำตามกับความฝัน
แล้ววันหนึ่งดอกหญ้าจะกลายพันธุ์ เป็นดอกฟ้าในฝันอันงดงาม

-------------------------------------------------------
from guitarthai.com

3 สิ่งในชีวิตที่ไม่หวนกลับ คือ เวลา คำพูด และโอกาส
3 สิ่งที่ชีวิตเราจะขาดเสียมิได้ คือ ความสงบของจิตใจ ความซื่อสัตย์ และความหวัง
3 สิ่งที่มีคุณค่าต่อชีวิต คือ ความรัก ความมั่นใจในตัวเอง และเพื่อน
3 สิ่งที่ไม่แน่นอน คือ ความฝัน ความสำเร็จ และโชคชะตา
3 สิ่งที่นำพาสู่ความพินาศของชีวิต คือ อบายมุข ความเย่อหยิ่ง และความโกรธ

ข้อดีของความทุกข์
1.ทำให้เราเข้มแข็งขึ้น
2.ทำให้รู้ถึงค่าของความสุข
3.ทำให้เรามีความสามารถมากขึ้น
4.ทำให้เรามีสิ่งที่ต้องทำ(ทำเพื่อให้หายทุกข์ )
5.ทำให้เรามีประสบการณ์ในการแก้ปัญหามากขึ้น
6.ทำให้เรามีความอดทนมากขึ้น
7.ทำให้ความสุขมีค่ามากขึ้น
8.ทำให้มีความระมัดระวังมากขึ้น
9.ทำให้เรามองโลกกว้างมากขึ้น
10.ทำให้เราเห็นได้ว่าใครคือคนที่เป็นที่พึ่งยามยากของเรา
11.ทำให้เราได้รู้ว่ามีใครบ้างที่ห่วงเรา
12.ทำให้เราได้รู้ว่ามีใครบ้างที่เป็นมิตรแท้ของเรา
13.ทำให้รู้ได้ว่าเพื่อนของเรามีความสามารถแค่ไหน
14.ทำให้เรารู้ว่าใครมีความสามารถขนาดไหน
15.ทำให้เรารู้ได้ว่ามีคนไหนที่รักเราจริง
16.ทำให้เรารู้ว่าการหัวเราะเป็นสิ่งจำเป็น
17.ทำให้เราพยายามที่จะมองโลกในแง่ดีมากขึ้น
18.ทำให้เรามาค้นหาข้อดีของความทุกข์

-----------------------------------------------------------------
จากเว็บคริสเตียนท่านหนึ่งผมจำ URL ไม่ได้

Hosted by www.Geocities.ws

1