การจับกุม อูซตาดซ์ ฮัมบาลี บุคคลระดับนำของกลุ่ม เจ.ไอ.ที่อยุธยา
ผู้ที่สื่อขนานนามเขาว่าเป็น บิน ลาเดน แห่งซีกโลกตะวันออก
สร้างความตกตะลึงให้สังคมให้สังคมไทยไปชั่วขณะ และเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลก
แต่ดูเหมือนว่า คนไทยและสังคมโลก อาจจะไม่รู้จัก เจ.ไอ.
ในอีกบางแง่มุมก็เป็นได้
หนังสือ สถานการณ์ใต้สู่การก่อการร้ายสากล เจ.ไอ.
ซึ่งมี มันโซร์ สาและ เป็นบรรณาธิการ ถูกผลิต และวางแผง
ตรงกับสถานการณ์นี้ พอดิบพอดี อาจเนื่องจากเนื้อหาหนังสือเล่มนี้
มีความแตกต่างจากสิ่งที่หลายคนเคยรู้ จึงถูกจับตาทันที เมื่อออกสู่สาธารณชน
ขนาดเจ้าหน้าที่ของ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)
บอกผ่านรายการโทรทัศน์ รายการหนึ่งว่า สมช.จะสั่งให้มีการตรวจสอบหนังสือ
และคนเขียนหนังสือเล่มนี้
อะไร คือเนื้อหาที่เจ้าหน้าที่รัฐบอกว่า จำเป็นต้องตรวจสอบ
ต่อไปนี้ เป็นเรื่องราวเพียงบางตอน จากหนังสือเล่มดังกล่าว
ที่จัดพิมพ์ในนาม สำนักพิมพ์มุสลิมใต้ พิมพ์ที่โรงพิมพ์มิตรภาพ
ปัตตานี ปกสีดำ คำว่า เจ.ไอ. สีแดง มีความหนา 70 หน้า ราคาขาย
60 บาท
...ญามาอะห์ อิสลามิยะฮ์ (Jamaah Islamiah / JI) หรือรู้จักกันในนามชื่อย่อว่า
เจ.ไอ. และเอเย่นซี่ ชาวตะวันตกอ่านว่า เจมาร์ อิสลามี ซึ่งเป็นคำอ่านที่ไม่ถูกต้อง
และให้ความหมายที่ผิดแปลกไป
ญามาฮะฮ์ อิสลามียะฮ์ มีความหมายในรูปพหูพจน์คือ มวลชนมุสลิมทั้งหมด
ซึ่งหมายถึง ประชาชาติมุสลิมนั่นเอง โดยนัยนี้เมื่อองค์กรญามาอะฮ์
อิสลามมียะฮ์ ถูกขึ้นทะเบียนเป็นกลุ่มก่อการร้ายสากลแล้ว ย่อมหมายความว่า
ประชาชาติมุสลิมก็คือ ผู้ก่อการร้าย นั่นเอง
JI ในทำเนียบ กลุ่มเผยแพร่ศาสนาอิสลาม หรือองค์กรเอกชนมุสลิมที่สังกัดองค์กรมุสลิมโลก
เช่น อัรรอบิเฏาะฮ์ สมัชชายุวมุสลิมโลก และองค์การช่วยเหลือมุสลิมานาชาติ
สภาดะวะฮ์ แห่งภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ที่มีสำนักงานที่กัวลาลัมเปอร์
มาเลเซีย ก็ไม่ปรากฏชื่อนี้เลย
ในอินโดนีเซียนั้น ปรากฏว่าแกนนำองค์กรมุสลิมทั้งขนาดใหญ่
กลาง และเล็ก ต่างก็สั่นหัว เมื่อถามถึงกลุ่มญามาอะห์ อิสลามมิยะห์
เพราะไม่มีใครรูจัก
ก่อนวินาศกรรมบาหลี เมื่อตุลาคมปีที่แล้ว นายลี กวน
ยู รัฐมนตรีอาวุส และนายวอง กัง เซ รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์
ได้มีการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอินโดนีเซีย เพื่อจับกุมบุคคล
ที่ต้องสงสัย ในการมีส่วนร่วมกลับกลุ่ม JI ของชาย 13 คน โดยทางการสิงคโปร์
ตั้งข้อหาว่าจะวินาศกรรมสถานฑูตอเมริกา
ข้อมูลอีกกระสแบอกว่า JI ก่อตั้งโดยกลุ่มนักกิจกรรมชาวอินโดนีเซียในสิงคโปร์เมื่อปี
ค.ศ.1980 ส่วนข้อมูล ของหน่วยสืบราชการลับ อเมริกา (CIA) ระบุว่า
JI กำเนิดในสิงคโปร์เมื่อปี ค.ศ.1993 แล้วมีการฝึกอาวุธที่เนเกอรี
ซึมปิลัน ของมาเลเซีย แล้วส่งสมาชิกฝึกอาวุธต่อ ที่อัฟานิสถาน
และร่วมสงครามอัฟานิสถานขับไล่โซเวียตรัสเซีย
ในอินโดนีเซียเองมอง JI กันไปหลากหลาย มุฮัมหมัด อิสมาอีล
ยูซัน โต โฆษกของกลุ่ม Hizbur Tahri บอกว่า การที่องค์การสหประชาชาติลงมติขึ้นทะเบียนกลุ่ม
JI เป็นกลุ่มก่อการร้ายที่อยุติธรรม เป็นการปลุกผีของต่างชาติต่อมุสลิม
เป็นละครที่สร้างและกำกับโดยสหรัฐอเมริกา
ศ.ดร.ซาฟีอีย์�มะอฺรีฟ ประธานกลุ่มมุฮัมมัดดียะฮ์ กล่าวว่า
JI ไม่ใช่องค์กรอิสลามในอินโดนีเซีย และชาวอินโดนีเซีย ไม่รู้จักองค์กรนี้มาก่อน
และเป็นองค์กรที่สร้างขั้นโดย CIA
เมื่อ CIA กับสิงคโปร์ระบุว่ากลุ่ม JI มีฐานและหัวหน้าอยู่ในอินโดนีเซีย
ทำให้รัฐมนตรีของอินโดนนีเซียบางคน ออกมาปกป้องความบริสุทธิ์
ของประชาชนของตน แต่รัฐมนตรีบางคน เช่น นายมอนตารี อับดุล
ญาลิล รัฐมนตรีกลาโหมจากพรรค PDI-P ของนางเมากวาตี กลับสนับสนุนข้อมูลที่ระบุโดย
CIA และสิงคโปร์
ซึ่งไม่ได้แตกต่างไปจากรัฐมานตรี ที่ดูแลงารด้านความมั่นคงของไทย
อาทิ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ พล.อ.ธรรมรัตน์ อิศรางกูล ณ อยุธยา
และนายวันมูฮัมหมัดนอร์ มะทา ที่ออกมายืนยันข้อมูลที่ซัดทอดมาจาก
นายอารีฟิน บิน ลาลี กรณีการจับกุม 4 ผู้ต้องหา เจ.ไอ.ของไทยว่า
ทั้งหมดนั้นเป็นความจริง
ท่าทีและจุดยืนของรัฐบาลไทยต่อกรณีการจับกุม 4 ผู้ต้องหา
JI ดูแล้วไม่แตกต่างไปจาก รัฐบาลอินโดนีเซียมากนัก เพราะเป็นการสร้างความพึงพอใจ
ให้อเมริกา ที่สามารถจับกุมสมาขิกของ JI ในเมืองไทยได้ และเมื่อเกิดปฏิกริยา
จากประชาชนในพื้นที่ ก็ส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงเข้าชี้แจงกับชุมชน
ประโยคนี้ เป็นเนื้อหาส่วนหนึ่งในหนังสือ ซึ่งอาจทำให้ผู้เกี่ยวข้องไม่พอใจก็เป็นได้
ขณะที่หนังสือเล่มนี้ระบุว่า มุสลิมหลายคนเห็นพ้องกันว่า
JI เป็นเรื่องกุ ของอเมริกาโดยแท้ เมื่อเป็นอย่างนี้ มันโซร์จึงบอกกับ
โฟกัสภาคใต้ ว่าการจับกุมฮัมบาลี จึงไม่ได้เกิดความยินดียินร้าย
กับพี่น้องมุสลิม เพราะเป็นการแสดงละคร ของอเมริกา ที่เป็นนักโยนความผิดเหมือนที่เคยทำมาแล้ว
การที่ฮัมบาลีถูกส่งตัวไปอเมริกา ก็เป็นคำถาม เรื่องกระบวนการยุติธรรมของโลก
มันโซร์เล่าว่า หนังสือเล่มนี้อยากจะบอกให้คนที่เกี่ยวข้องได้รับรู้ข้อมูล
รวมถึงปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะ JI เป็นตราประทับที่ถูกสร้างขึ้นและโยงว่า
ผู้ก่อการร้ายคือ มุสลิม โดยเฉพาะมุสลิมที่เอาจริงเอาจังกับหลักการทางศาสนา
ไม่ใช่แค่กระพี้ กลับถูกประทับตราเป็นผู้ก่อการร้าย
มุสลิมในอินโดนีเซียถือเป็นชุมชนใหญ่ มีอิทธิพลต่อความเปลี่ยนแปลง
อเมริกาเกรงว่าตรงนี้จะเข้มแข็งขึ้นมา เป็นความกังวลใจ ของมหาอำนาจที่มีอิทธิพล
อยู่เหนือดินแดนแถบนี้ เขาเลยต้องจัดการอะไรบางอย่างตามยุทธศาสตร์
ถ้าส่งโลกาภิวัฒน์มาทำลายตรงนี้ได้ มุสลิมที่เหลือก็จะไม่มีความหมาย
เขาคิดว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหล่านี้ เป็นเพียงจุดเริ่มต้น
ทางการต่อสู้ทางศาสนา ที่ยังจะยาวนาน และยืดเยื้อต่อไป เป็นกระแสที่ต่อสู้กัน
ระหว่างกลุ่มศาสนา กับกระแสโลกาภิวัฒน์ ที่เป็นผลพวงจากระบบทุนนิยม
ที่ไปทำลายได้ถึงรากเหง้าของวัฒนธรรม ซึ่งในอนาคตจะเป็นสงครามเย็น
ในลักษณะใหม่ที่เลี่ยงไม่ได้ระหว่าง 2 กลุ่มนี้ ไม่เฉพาะอิสลาม
แต่หมายถึงทุกศาสนา แม้แต่ประเทศไทยเอง ก็ต้องหันมามองถึงความเป็นอิสระ
จากทุนนิยมและโลกตะวันตกว่า เป็นอย่างไรกันแน่
หัวข้อสำคัญในหนังสือเล่มนี้ ประกอบด้วย โฉมหน้าโลกหลัง
11 กันยายน, จะอยู่ข้างหลังเราหรือผู้ก่อการร้าย, ใครคือผู้ก่อการร้าย,
เมื่อสัญญาณไฟเตือนเกิดขึ้นที่เอเซียอาคเนย์, แผนการร้ายสหรัฐอเมริกา
ในอินโดนีเซีย, กลุ่มทหารเก่าคืนชีพ, จากบาหลีถึงชายแดนใต้,
มารู้จัก เจ.ไอ.กันเถิด และมัดรอซะฮ์ โรงงานผลิตนักก่อการร้ายจริงหรือ
ขณะกล่าวกับ โฟกัสภาคใต้ มันโซร์บอกว่า ยังไม่ทราบว่าหนังสือเล่มนี้
จะถูกตรวจสอบจาก สมช.หรือไม่อย่างไร ซึ่งเขาไม่ได้แสดงความกังวลอะไร
สำหรับเนื้อหา ที่รวบรวมอยู่ในหนังสือเล่มนี้ ส่วนหนึ่ง ของความคิดรวบยอด
มาจากการติดตามข้อมูลมานาน และอีกส่วนรวบรวมจากหนังสือ รีพับลีก้าออนไลน์
ของอินโดนีเซีย
เขาเชื่อว่า เหตุการณ์หลังวันที่ 11 กันยายน 2544 ถือเป็นจุดเริ่มต้น
การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ หลังสิ้นสงครามเย็น และแม้ว่าหนังสือเล่มนี้
จะไม่ได้วิเคราะห์เจาะลึก ก่อนและหลังเหตุการณ์ จากฐานข้อมูลที่ได้รับจากโลกมุสลิม
แต่ได้ส่งผลกระทบ ด้านการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ สังคม การศึกษา
และวิธีคิดของประชาคมนานาชาติทุกระดับ
มันโซร์ สาและ ถือเป็นปัญญาชนมุสลิมคนหนึ่ง เขาพื้นเพเป็นคน
จ.นราธิวาส จบนิติศาสตร์บัณฑิต จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง เคยเป็นผู้สื่อข่าว
ประจำศูนย์ข่าวอินโดจีน ในเครือหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ปัจจุบัน
ประจำกองบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์โฟกัสภาคใต้ นักจัดรายการศาสนาทางวิทยุ
นักกิจกรรม และเป็นที่ปรึกษา ของสมาคมยุวมุสลิม แห่งประเทศไทย
(ยมท.) เขาพำนัก อยู่กับครอบครัวที่จังหวัดยะลา กับภรรยาและบุตรซึ่งเป็นหญิง
1 คนชาย 1 คน
-----------------------------------
หมายเหตุ : ผู้สนใจหนังสือ สถานการณ์ใต้สู่การก่อการร้ายสากล
เจ.ไอ. หาซื้อที่ร้านหนังสือชั้นนำ หรือสั่งซื้อได้ที่ สำนักงานหนังสือพิมพ์โฟกัสภาคใต้
โทร (074) 464423-4
ฉบับที่
295 23-29 สิงหาคม 2546
เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2546 เวลา 15:28:13 น.